Fallen paradise

    #30 อาณาจักรภูลิอัน/โอเปอเรชั่นภูเขาทมิฬ

    ในขณะเดียวกันที่ป้อมปราการของกองทัพก็อบลิน สายตาสีแดงดุจเลือดที่แสนเย็นชาแแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฉลาดมองไปยังสนามรบด้านหน้าผ่านช่องหน้าต่างที่บนห้องสังเกตุการณ์ เมื่อเห็นพวกมนุษย์เดินทัพเข้ามาเขาได้สังให้นักเวทย์ของเขาเปิดเครื่องสร้างบาเรียป้องกันในระยะที่เกือบจะติดกับกำแพงของป้อมทั้งยังลดระดับจนมองจากภายนอกจะไม่สังเกตุเห็นว่ามีการเปิดบาเรียและเมื่อกองทัพมนุษย์เดินเข้ามาติดกับเขาก็สังยิงปืนใหญ่ความถี่ที่จะสลายเวทย์มนต์ป้องกันของฝ่ายมนุษย์จากนั้นปืนใหญ่ปกติบนป้อมจะทำการยิงพร้อมกันนั้นนักบินของเขาจะทำการโจมตีแบบฉาบฉวยก่อนที่กองทัพของมนุษย์จะตั้งหลักได้ทัน

    “หุหุหุ พวกนั้นเสร็จแน่ แต่ว่าพวกมันไม่น่าจะประมาทมากขนาดนี้” เขาเอามือเกาคางของตัวเองอย่างครุ่นคิด

    “อ่า!! ข้าว่าข้าคงต้องได้ใช้แผนสองแล้วมั่ง ไม่สิรอก่อน รอให้พวกมันเปิดไพ่ที่มอบไว้ก่อน”

    และในขณะเดียวกันที่สนามรบก็มีแววตาที่สงบของแม่ทัพใหญ่ซีซ่าหลังจากที่ศูนย์กลางรายงานเรื่องไจโรคอปเตอร์ เขาก็ยังรอจนกว่าไพ่ที่แท้จริงของอีกฝ่ายจะโยนเข้าสู่สนามและปล่อยให้พวกนักพจนภัยได้ทำหน้าที่ของตัวเองโดยการเสียสละเพื่อทำให้ศัตรูรู้สึกว่าโจมตีประสบความสำเร็จเมื่อแม่ทัพใหญ่ซีซ่ารู้สึกว่าไม่มีความเคลื่อนไหวของศัตรูเขาจึงสังให้นักเวทย์กางบาเรียป้องกันขึ้นมาใหม่

    ‘ไหนดูสิเจ้าพวกตัวเขียว พวกแกยังมีอะไรซ่อนอยู่ ถ้าไม่มาข้าจะเข้าไปเอง’ เมื่อคิดได้แบบนั้นเขาจึงสั่งเดินทัพตรงไปข้างหน้าในขณะที่ปืนใหญ่ระดมยิงมาใส่พวกเขาราวกับห่าฝน

     

    ณ หอสังเกตุการณ์ในป้อมปราการก็อบลิน

    “หือ! ช่างโง่เขลาเจ้าพาทหารของเจ้ามาตายแล้วแท้ๆ เมื่อเสร็จงานนี้ข้าคงได้เลื่อนขั้นจากท่านราชาเป็นแน่ ฮ่าๆ” ว่าเสร็จก็อบลินแม่ทัพก็แตะที่ต่างหูเขี้ยวหมาป่าของเขา

    “ก้อนหินเดียวดาย ย้ำก้อนหินเดียวดายเคลื่อนที่เข้าไปซื้อข้าวสารได้” เมื่อก็อบลินแม่ทัพสั่งรหัสลับไปแล้วเขาก็ยิ้มอย่างมีชัย

    ณ สนามรบด้านล่างชายคนหนึ่งถูกหน่วยแพทย์กำลังตบหน้าเรียกสติ

    “เห้ย!! ตื่น ตื่น”

    “อะ อะ อะไรกันนี้มันเช้าแล้วหรอ”

    “เช้าบ้านเอ็งนะซิ ตื่นแล้วก็กดแผลไอ้ที่อยู่ข้างๆด้วย” ว่าแล้วแพทย์สนามก็กำมือเอไปกดแผลคนเจ็บด้านข้าง

    “เดียวนะ อืม อาาาาา ไส้ นี้มันไส้นิ”

    “ก็ใช่นะสิเอ็งกดแผลไว้ไส้มันจะไหลออกมาแล้วนั้น” ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเอ หลังจากตื่นมาเขาก็ถูกใช้ให้กดแผลบริเวณช่องท้องของนักพจนภัยข้างๆทันที เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงงแล้วเมื่อเขาหายมึนเขาก็เจอเข้ากับสภาพสนามรบคำจำกัดความสั้นๆก็คือนรกและเสียที่เขาได้ยินมันโหยหวนมาก

    “อ๊า!!! ขา ขาฉัน ขาฉันอยู่ที่ไหน”

    “เจ็บ เจ็บเหลือเกินเกมนี้มันบ้า พวกเรามันบ้าอ๊าก!!!!!”

    “ขะ แขน แขนหายไป อ๊าก!!!” ยิ่งเขาหันไปมองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเห็นภาพอันน่าสังเวชอย่างยิ่ง บางศพหัวขาดบ้าง ตัวขาดบ้างแต่ที่หนักสุดก็คือคนที่ไม่ตายซึ่งเกมนี้ถ้าไม่มีฮิลจากบาทหลวงก็จะไม่สามารถคืนชิ้นส่วนที่หายไปได้และมีทางเดียวคือตาย ตายเท่านั้นจึงจะหายจากความพิการได้ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียก

    “เอ นั้นเอใช่ไหม ใช่จริงๆด้วยมาเร็วเราจะไปกันแล้ว”

    “ตะ แต่ เขาคนนี้” ในขณะที่พูดเอก็หันมามองคนที่เอกดแผลไม่ให้ไส้ไหลอยู่นั้นก็ได้ตายไปแล้วเขาจึงผงะถอยหลังเล็กน้อยถึงแม้จะเป็นในเกมก็เถอะมันช่างเป็นภาพติดตาของเออย่างเสียไม่ได้อย่างแน่นอนถึงแม้เขาคนนี้จะตายไปแล้วแต่ซากศพเกมนี้จะไม่หายไปถ้าไม่ถูกมอนเตอร์กินหรืออย่างอื่นกระทำก็จะไม่หายไปมันชวนเศร้านัก

    ‘นี้หรือสงคราม ชีวิตทหารกี๋กี๋ก็เป็นได้แค่ตัวหมากของคนอื่นดีแล้วที่โลกเราตอนนี้ไม่มีสงคราม’ เอได้แต่คิดในขณะที่ลุกขึ้นเดินไปหาเรกิส

    “ผมมาแล้วครับหัวหน้าเรกิส”

    “ไปกันเถอะ”

    หลังจากเขาเข้ามารวมกองร้อยซึ่งตอนนี้เหลือสมาชิกเพียงสิบกว่าชีวิตและสีหน้าซีดๆของทุกคนบ่งบอกได้ถึงความกลัวของพวกเขาแต่เมื่อพวกเขามาแล้วพวกเขาก็จะคว้าโอกาศเอาไว้เพื่อรางวัลที่พวกเขาต้องการ

    ‘คือความจริงอยากหนีตอนนี้ก็คงหนีไม่ได้แล้ว ถ้าหนีไปคงได้โดนตัดหัวแน่ๆ ไหนจะโทษที่หนีทัพอีก เอาสิวะเอสู้ สู้ให้หยิ๊บตาไปเลย’ เอได้แต่คิดในใจแล้วก้าวต่อไป