Chapter 5 : แค่จะทำกับข้าวกินต้องมีเื่ใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้นเลยเหรอ
วันนี้เป็วันที่ 1ของต้นเดือน แต่สำหรับชาวไทยหลายๆคนมักเรียกวันนี้ว่า วันหวยออกนั่นเองซึ่งวันนี้จะเป็วันที่จะมีใครบางคนพลิกโอกาสจากคนธรรมดากลายเป็เศรษฐี ในขณะที่คนอีกหลายๆคนได้สูญเสียเงินไปให้กับกระดาษที่ไร้ค่ายิ่งกว่ากระดาษชำระอย่างใบหวยที่ไม่ถูกรางวัล
แน่นอนว่าเมฆเองก็รอคอยวันนี้เช่นกันแต่เนื่องจากการประกาศรางวัลนั้นจะอยู่ใน่เย็นๆทำให้วันนี้เมฆที่ตื่นแต่เช้าเช่นเดิมจึงได้ออกไปช่วยแม่ของตนค้าขายกับข้าวที่ตลาดก่อน
“แม่ครับ โต๊ะ 4กะเพราหมูกรอบไข่ดาวหนึ่ง หมูกระเทียมหนึ่ง โต๊ะสามข้าวไข่เจียว 2 มาม่าผัด 1 ครับ” เมฆที่ได้รับเมนูอาหารเสร็จก็บอกแม่ของตนทันทีเนื่องจาก่นี้เป็่พักกลางวันพอดีบวกกับที่ตลาดแห่งนี้อยู่ใกล้กับบริษัทหลายแห่ง ทำให้มีลูกค้าเยอะแยะมากมายใน่นี้
หลังจากผู้เป็แม่ได้ทำอาหารตามที่ได้รับเสร็จเรียบร้อยแล้วเมฆก็รีบเดินไปหยิบจานแล้วนำไปเสิร์ฟให้แต่ละโต๊ะอย่างรวดเร็วทันทีโดยที่ไม่ต้องดูว่าเมนูนี้โต๊ะไหนสั่งมาด้วยซ้ำเนื่องจากมีคลาวคอยช่วยเหลืออยู่นั่นเอง
หลังจากที่พ้นชั่วโมงนรกอย่าง่พักเที่ยงไปในที่สุดลูกค้าก็เริ่มเบาบางลงทำให้งานของเขาในตอนนี้ไม่ยุ่งเหมือนเมื่อตอนกลางวันจึงทำให้เขาได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง
‘ดูเหมือนร่างกายของเราในตอนนี้ถึงแม้จะไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้แข็งแรงอะไร สงสัยคงต้องออกกำลังเพื่อเสริมร่างกายหน่อยซะแล้วสิ’เมฆคิดในใจ
[จะให้ผมทำการจัดตารางการออกกำลังกายเลยมั้ยครับนายท่าน] คลาวถาม
‘อ่า ฝากด้วยละกันเอาเป็่ 5-6 โมงเย็นนะ’ เมฆตอบคลาวในใจ
“เมฆมาพักทานข้าวได้แล้วลูก”พิมที่เห็นว่า่นี้ลูกค้าเริ่มลดลงแล้วจึงเรียกลูกของตนให้มาพักทานข้าว
“คร้าบ” เมฆตอบรับคำของแม่ตน ก่อนที่จะเดินไปทานข้าวที่แม่ของตนได้ทำเอาไว้ให้
“เออนี่ระหว่างนี้แม่ขอไปทำธุระข้างนอกแป๊บนะ ถ้ามีลูกค้ามาล่ะก็ช่วยบอกว่าแม่ไม่อยู่ทีนะ” พิมบอกลูกชายของตนขณะที่กำลังกินข้าวอยู่ก่อนที่จะถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกจากร้านค้าไป
เมื่อเมฆทานข้าวที่แม่ได้ทำไว้ให้จนหมดแล้วก็รู้สึกว่าตนยังไม่อิ่มดี จึงคิดที่จะไปทำกับข้าวเพื่อทานเพิ่มอีกจานสิทธิพิเศษของลูกเ้าของร้านอาหารก็คือสามารถหาข้าวกินฟรีได้โดยไม่ต้องเสียเงินนี่แหละที่เมฆชอบ
“จะว่าไปแล้วคลาวนายพอมีวิธีทำอาหารให้อร่อยขึ้นบ้างมั้ย?”ระหว่างที่เมฆกำลังเตรียมวัตุดิบเพื่อที่จะทำข้าวผัดอยู่ก็ได้เอ่ยถามคลาวขึ้นมาเล่นๆ
[มีครับแล้วนายท่าน้าเมนูอาหารระดับไหนครับ?] คลาวตอบกลับทำให้เมฆแปลกใจเล็กน้อยว่า AI ที่คนต่างดาวให้ตนนำมาใช้นี่ก็ยังมีข้อมูลเื่อาหารเก็บเอาไว้อยู่เหรอ?
“แล้วมันมีทั้งหมดกี่ระดับกันล่ะ?ตอนนี้ชั้นกำลังจะทำข้าวผัดน่ะ ด้วยวัตถุดิบพวกนี้”เมฆบอกคลาวไปพร้อมกับนำวัตุดิบในการทำข้าวผัดออกมาให้คลาวได้ประเมิน
[ตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบที่นายท่าน้านำมาทำเมนูข้าวผัดจากทั้งหมด 10 ระดับด้วยวัตถุดิบในตอนนี้นายท่านสามารถทำเมนูข้าวผัดได้สูงสุดที่ระดับ5 ครับ]คลาวที่ประเมินคุณภาพวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงตอบเมฆไป
“งั้นก็ส่งวิธีทำและวิธีปรุงเข้ามาในหัวของชั้นเลยชั้นอยากลองดูเหมือนกันว่าไอ้ข้าวผัดระดับ 5ที่นายประเมินไว้เนี่ยจะรสชาติเป็ยังไง?”หลังจากที่เมฆบอกคลาวเสร็จ ข้อมูลในการทำข้าวผัดก็ไหลเข้ามาในสมองของเมฆในทันทีหลังจากที่เมฆได้ข้อมูลเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มลงมือทำข้าวผัดขึ้นในทันทีด้วยความรวดเร็ว
เริ่มจากใส่น้ำมันลงไปรอจนน้ำมันเดือดได้ที่แล้วจึงใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัด จากนั้นใส่กระเทียมตามลงไปผัดจนเนื้อเริ่มสุก แล้วจึงนำไข่ใส่ลงไปในกระทะ แล้วตามด้วยข้าวสวยลงไปปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆอย่างเกลือ พริกไทย น้ำตาล ฯลฯ
ในขณะที่เมฆกำลังทำข้าวผัดอยู่นั้นกลิ่นของข้าวผัดได้ลอยออกมาปกคลุมไปทั่วทำให้เมฆที่กำลังทำอยู่เมื่อได้กลิ่นหอมๆก็ยังแทบจะอดใจไม่ไหวเช่นกัน นี่ขนาดยังทำไม่เสร็จกลิ่นก็ยังชวนหิวแบบนี้ถ้าเสร็จแล้วจะอร่อยขนาดไหนกันนะ? เมฆคิด
แต่มันไม่ได้มีแต่เมฆเท่านั้นที่คิดแบบนี้ในขณะเดียวกันกับตอนที่เมฆกำลังทำข้าวผัดอยู่นั้นเองกลิ่นของข้าวผัดที่เมฆทำก็ได้ลอยไปในอากาศทำให้เหล่าคนที่เดินผ่านไปมาก็ได้กลิ่นนี้เช่นเดียวกัน
“เฮ้ยมึงได้กลิ่นอะไรหอมๆมั้ยวะ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินมากับเพื่อนของตนได้ทักขึ้น
“เออ ได้กลิ่นอยู่กลิ่นอะไรวะเนี่ย นี่ขนาดกูกินข้าวมาแล้วนะแต่พอได้กลิ่นนี้ถึงกับทำให้หิวอีกรอบเลย” เพื่อนของชายหนุ่มคนนั้นตอบ
“เฮ้ยกลิ่นมันมาจากร้านนั้นรึเปล่าวะ? ดูดิ ร้านที่เด็กหนุ่มนั่นกำลังทำอาหารอยู่น่ะ” ชายคนที่ทักมองไปรอบๆ ก่อนที่จะเห็นว่าเมฆกำลังทำอาหารอยู่
“น่าจะใช่นะ.....ลองไปกินกันดูมั้ย?ถึงพวกเราจะกินข้าวมาแล้วก็เถอะ” เพื่อนของชายหนุ่มเสนอ
“มึงนี่ตะกละจังนะ...แต่เอาเถอะกูก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ชายหนุ่มหยอกล้อเพื่อนของตนก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปยังร้านของเมฆ
และไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้นแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาในตอนแรกนั้น เมื่อพวกเขาได้กลิ่นอาหารที่เมฆทำต่างก็เริ่มมีความรู้สึกหิวขึ้นมาอย่างน่าประหลาดและเริ่มไปยังร้านของเมฆในทันที
เมฆที่มัวแต่ทำข้าวผัดอยู่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าด้วยข้าวผัดที่เขาทำอยู่ในตอนนี้ได้เรียกเหล่าลูกค้าจำนวนมากเข้ามายังร้านโดยไม่รู้ตัวเมื่อเมฆทำข้าวผัดเสร็จ จึงนำข้าวผัดใส่จานและเตรียมที่จะชิมมันในทันทีแต่ก่อนที่เขาจะได้นำมันเข้าปาก กลับมีคนขัดจังหวะเรียกเขาขึ้น
“เฮ้ โทษทีนะน้อง ไม่ทราบว่าที่น้องทำเมื่อกี๊คืออะไรเหรอ?” เมื่อเมฆหันไปมองก็พบกับชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ที่หน้าร้านของเขา
“อ๋อเมื่อกี๊ผมทำข้าวผัดน่ะครับ”เมฆตอบกลับไปในขณะที่กำลังงงๆอยู่ว่าพวกเขาเข้ามาถามทำไมกัน
“ข้าวผัดเหรอ...งั้นพวกพี่ขอสั่งข้าวผัดสองจนละกันนะกินที่นี่แหละ” ชายหนุ่มที่ได้ยินว่าเมฆทำข้าวผัดจึงได้สั่งอาหารกับเมฆในทันทีทำให้เมฆถึงกับมึนงงว่าทำไมพวกเขาถึงมาสั่งข้าวผัดกับตนหลังจากที่ถามเขาว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ก่อนที่จะได้คลาวเฉลยออกมา
[คงเป็เพราะกลิ่นของข้าวผัดที่นายท่านทำเลยทำให้พวกเขารู้สึกอยากอาหารขึ้นมาน่ะครับ] คลาวตอบ
‘ห๊ะ?นี่มันก็แค่ข้าวผัดระดับ 5 ไม่ใช่เรอะ?ทำไมแค่กลิ่นของมันถึงอยากทำให้คนอยากอาหารกันได้เล่า?’เมฆถามคลาวในใจ
[เรียนนายท่านถึงระบบจะจัดระดับให้ข้าวผัดที่นายท่านทำอยู่ในระดับ 5แต่ถ้าเทียบกับระดับอาหารที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน คงเทียบได้กับระดับ 4 ดาวครับ]
หลังจากที่ได้ยินคำตอบของคลาวก็ทำให้เมฆถึงกับสตั๊นไปชั่วครู่ก่อนที่จะได้สติเมื่อเห็นว่าเริ่มมีคนอื่นมาถามเขาเหมือนเดิมว่าอาหารที่เขาทำเมื่อสักครู่คืออะไรแน่นอนพอเมฆตอบไปว่าเป็ข้าวผัด ก็ถูกสั่งให้ทำข้าวผัดเพิ่มขึ้นมาอีกสองจาน
เมฆที่ได้สติเริ่มไม่รอช้าเขาผละจากข้าวผัดของเขาแล้วรีบลงมือทำข้าวผัดตามที่ได้รับสั่งขึ้นมาทันทีในระหว่างที่เขากำลังทำกลิ่นที่หอมโหยก็ได้ฟุ้งขึ้นมาอีกครั้งจนทำให้ทั้งเหล่าลูกค้าที่กำลังนั่งรอและกลุ่มคนอื่นๆที่พึ่งเดินผ่านมาทางนี้ได้กลิ่นขึ้นอีกครั้ง จนทำให้พวกเขาเคลิ้มและหิวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเมฆได้ทำข้าวผัดชุดแรกเสร็จจึงรีบเสิร์ฟไปยังกลุ่มลูกค้าชุดแรกที่สั่งในทันทีเมื่อพวกเขาเห็นว่าข้าวผัดที่มีกลิ่นชวนน่าหลงใหลวางอยู่ตรงหน้าของตนพวกเขาก็อดใจไม่ไหว จึงรีบหยิบช้อนเพื่อนกินในทันที
และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้นำข้าวผัดที่เมฆทำเข้าปากรสชาติที่ลึกล้ำและนุ่มละมุนก็ได้แผ่ไปทั่วทั้งปาก ทั้งข้าวที่กำลังนุ่มอย่างพอดีไข่ที่เคลือบกับข้าวจนหมดจด ความหวานที่แฝงอยู่ภายในเนื้อทุกสิ่งทุกอย่างล้วนลงตัว จนทำให้เมื่อพวกเขาทานคำแรกเข้าไปแล้วก็มีสีหน้าเปี่ยมสุขขึ้น และเริ่มทานคำที่สองที่สามตามไปอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาข้าวผัดที่เมฆทำก็ไม่เหลือข้าวติดจานแม้แต่เมล็ดเดียว
และเมื่อพวกเขาทานจานแรกเสร็จก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจ จึงรีบสั่งจานที่สองขึ้นมาในทันทีบวกกับลูกค้ารายใหม่ที่เดินตามกลิ่นมาและสั่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนทำให้เมฆในตอนนี้ไม่สามารถปลีกตัวออกจากห้องครัวไปได้เลย
‘นี่มันเกิดบ้าอะไรกันขึ้นเนี่ย!!’เมฆโอดครวญอยู่ในใจ ขณะที่มือยังคงขยับเพื่อทำข้าวผัดต่อไป
[ผมขอให้นายท่านโชคดีครับ] คลาวตอบเมฆอย่างเห็นใจ ก่อนที่จะเงียบหายไปราวกับทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ว่าเป็เพราะตนนำเสนอวิธีการทำอาหารนี้ให้เ้านายจึงทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไปซักพักหนึ่งพิมแม่ของเมฆที่กลับมาจากการทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อตนเดินกลับมายังร้านกลับพบว่าตอนนี้ที่ร้านของตนเต็มไปด้วยกลุ่มคนมากมายที่กำลังยืนกันเต็มหน้าร้านอยู่ไม่ใช่แค่นั้น โต๊ะร้านทั้งหมดก็เต็มไปด้วยผู้คนเช่นกัน ทั้งๆที่ต่อให้เป็ตอนเที่ยงที่ลูกค้ามากสุดๆก็ยังไม่มีคนมากขนาดนี้แท้ๆ
พิมที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่จึงได้รีบเดินเข้าไปดูแต่ขณะที่เธอกำลังเดินเข้าไปก็ดันได้กลิ่นของอาหารบางอย่างที่โชยมาทำให้เธอรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อเธอเดินไปจนถึงร้านของตนก็พบว่าเมฆลูกของเธอกำลังทำอาหารที่มีกลิ่นหอมที่เธอได้กลิ่นเมื่อครู่อยู่นั่นเอง
“เมฆ!! ทำอะไรอยู่น่ะลูก?”ผู้เป็แม่เอ่ยถามลูกชายของตนด้วยความสงสัยเป็อย่างมาก เพราะเท่าที่เธอรู้มาถึงแม้ลูกชายของเธอจะทำอาหารเป็แต่ก็ไม่ได้ทำอาหารที่มีกลิ่นหอมชวนหิวแบบนี้มาก่อน
“แม่!! มาก็ดีแล้วครับ เดี๋ยวผมอธิบายทีหลัง แต่มาช่วยผมก่อนเถอะ!!” เมฆที่เห็นแม่ของตนกลับมาจึงได้ขอร้องให้ผู้เป็แม่ช่วยงานของตนในทันทีจนทำให้ตอนนี้จากแม่ครัวและคนเสิร์ฟอาหารได้สลับหน้าที่กันแทนอย่างงงๆในวันนี้
EXTRA
‘ไอ้คลาว ไอ้คลาว!!แกอย่ามาเนียนเงียบในเวลาแบบนี้นะ!!’ เมฆโวยวายเมื่อเห็นว่าต่อให้เรียกคลาวยังไงก็ไม่ยอมตอบกลับตนซักที
[ระบบกำลังทำการอัพเดทอยู่จึงไม่สามารถโต้ตอบกับนายท่านได้ชั่วคราว]
‘แล้วทำไมแกต้องมาอัพเดทในตอนนี้ด้วย!!’เมฆบ่นในขณะที่ทั้งสองมืยังคงทำข้าวผัดต่อไปโดยที่มีแม่คอยช่วยเสิร์ฟอาหารอยู่ไม่ไกล
‘ลูกเราทำไมทำหน้าเหมือนกับไปทะเลาะกับใครมากันนะ?’ พิมที่เห็นหน้าของลูกชายตนคิดก่อนที่จะหันกลับไปเก็บจานบนโต๊ะและนำข้าวผัดมาเสิร์ฟต่อ