รุ่งเช้า....
เ้าหน้าที่ของกรมพิธีการฝ่ายในต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดั้แ่เช้าตรู่ของวันใหม่
“เดินเร็วๆ กันหน่อย ตรงไปรายงานตัวที่เรือนหลัก ห้ามแวะไปที่ใด”
หัวหน้าเ้าหน้าที่ฝ่ายระเบียบวินัยตวาดสั่งเสียงเข้มเขาเป็ชายสูงวัยที่มีดวงตาดุดัน ทุกครั้งที่พูดจบประโยคเขาจะขบกรามแน่นแล้วกวาดสายตาไปทั่วเพื่อจับผิด
บริวารของเขาในห้องพักกำลังเร่งมือปลุกบรรดาว่าที่หลวนถงให้ตื่นขึ้น ห้องนี้เป็โถงขนาดใหญ่มีเตียงเรียงรายสองฟากฝั่งบุรุษที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็หลวนถงต่างนอนรวมกันที่นี่ที่เดียวไม่อนุญาตให้นำคนรับใช้ หรือเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ เข้า ดังนั้น ต่อเป็ลูกขุนนางระดับสามหรือลูกพ่อค้าวาณิชก็ล้วนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมทั้งสิ้น
“นี่มันอะไรกันพวกเรามาสมัครเป็ชายบำเรอมิใช่ทหาร เหตุใดต้องเคี่ยวเข็ญให้ตื่นในยามนี้”
ต้าเย่ว์โวยวายขึ้นสีหน้าเขาหงุดหงิดเต็มที่ เพราะเคยชินกับการนอนตื่นเที่ยง ออกหาความสำราญในยามดึกอีกทั้งที่นี่ยังไม่มีบ่าวรับใช้จะทำอะไรก็ไม่สะดวกไปหมดเขาจึงไม่สบอารมณ์นัก
“รีบลุกขึ้นไปรายงานตัว”
บริวารฝ่ายระเบียบวินัยเร่งรัดน้ำเสียงเคร่งเครียด
บุตรชายคนเดียวของท่านราชครูได้ยินเช่นนั้นยิ่งมีน้ำโหมากขึ้นสาวเท้าเข้าหาบริวารผู้นั้นหมายจะสั่งสอนสักครา
แต่แล้วเงาร่างบุรุษผู้หนึ่งก็เดินตัดผ่านหน้าเขาโดยฉับพลันทำให้ต้าเย่ว์คลาดจากบริวารผู้นั้นไป เขาจึงตวาดไล่หลังแผ่นหลังเหยียดตรงองอาจในอาภรณ์สีดำผู้นั้นแทนว่า
“โสโครกเอ๊ย !”
บุรุษอาภรณ์สีดำไม่แลเหลือบมาแม้แต่น้อยทำราวกับว่าต้าเยว์เป็เพียงตอไม้ผุพังเขาจึงได้แต่กระทืบเท้าพ่นหายใจออกมาอย่างฮึดฮัดแล้วจึงยอมเดินออกไปรายงานตัวที่ด้านนอก
อีกด้านหนึ่งซื่อิก็สะกิดให้เฉินเฉิงดูเหตุการณ์นั้นเขาจึงส่ายหน้าอย่างระอา แล้วชวนกันเดินออกไปยังด้านนอก