เพล้ง!
ถ้วยจานรอง และฝาถ้วยถูกปัดตกจากโต๊ะ ด้วยราคาของมันยังแพงกว่าเงินติดตัวในการเดินทางของชาวบ้านบางคนเสียอีก
อาซือรีบเข้าไปห้าม
“คุณหนูคะ ใจเย็นๆ ค่ะ ทำแบบนี้เดี๋ยวโดนนายหญิงเอ็ดเอานะคะ”
“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า.... เซี่ยวซือ เ้าเห็นใช้มั้ย ว่าพี่ลู่เอินโอ๋นางบ่าวไพร่นั่นขนาดไหน!”
“ข้าเห็นค่ะ แต่คุณหนูต้องสงบสติก่อนสิคะ”
“ข้าถามจริงๆเ้าต้องตอบข้าตรงๆ .... ข้ากับนางใครงามกว่ากัน?”
“ก็ต้องคุณหนูสิคะ”
“แล้วทำไมพี่ลู่เอินถึงโอ๋มันนัก”
“ข้าคิดว่าข้าทราบค่ะ”
“เ้าทราบ? รีบบอก”
“ท่านกับท่านแม่ทัพเซียว ยังไม่ได้หมั้นหมายแต่งงาน”
“แล้วยังไง?”
“คุณหนู..ท่านเป็บุตรีเ้าเมือง ไหนเลยคุณชายจะกล้าแตะต้องหากไม่ถึงเวลา”
“เ้าหมายถึง....”
“ท่านแม่ทัพเองก็เป็ชายหนุ่ม.... เอ่อ..”
“ว่าต่อ”
“ก็้าปลดกำหนัดเป็ธรรมดา แต่หากไปเที่ยวซ่องคณิกา สตรีเ่าั้แปดเปื้อนมากไป ท่านแม่ทัพอาจเห็นมิคู่ควร จึงได้หาหญิงชาวบ้านที่ดูมีการศึกษาหน่อยมาบำเรอ และเอาไว้ใช้งานอื่นๆ ค่ะ”
“จริงเหรอ?”
“ข้าแค่คาดเดา... ไว้ท่านได้แต่งกับท่านแม่ทัพ นางก็ต้องไม่พ้นเป็สาวใช้ท่านด้วย ต่อให้นางตั้งท้องบุตรธิดาให้ท่านแม่ทัพ ก็คงไม่พ้นเป็เมียรองอยู่ดี”
จูฮวาสูดหายใจเฮือกใหญ่ยาวๆคราหนึ่ง ค่อยกล่าวด้วยเสียงรบเรียบ
“เก็บกวาดถ้วยที่แตกซะ”
“ค่ะ”
สุ่มสียงสุภาพแต่ร่าเริงดังขึ้น
“ที่แท้น้องสาวข้ามีคู่แข่ง พี่ใหญ่พอจะช่วยเ้าได้มั้ยนะ”
จูฮวาหันไปหน้าประตูห้อง ก็ลิงโลดยินดี
“ที่ใหญ่”
จากนั้นวิ่งเข้าไปหาเกาะแขนแล้วรุ่มร้อง
“ท่านต้องช่วยข้าเขี่ยนางแพศยานั่นทิ้งนะคะ”
ชายผู้นี้คือจูเจียวเชินบุตรชายคนโตของ จูเหอ เ้าเมืองซีจิ๋ว เขาเป็พี่ชายของจูฮวา
หน้าตาหล่อเหลาสำอาง นิสัยร่าเริงแจ่มใส แต่กิริยาน่าดู เป็คนสุภาพ มีเมตตา
สตรีล้วนลุ่มหลง
เชี่ยวชาญวิชาการ กลอน ภาพเขียน และดูแลการค้าเก่ง มีประสบการณ์คุมท่าเรือแห้ฝือกับตองไฮ
จนมีฉายาบุรุษหยกวานิชย์
“ฟังจากเซี่ยวซือกล่าวมาเมื่อสักครู่ พี่ใหญ่ว่าเ้าไม่ต้องกำจัดนางยังไงนางก็มีฐานะสู้เ้าไม่ได้ จะไปรังแกนางที่ดอยศักดิ์กว่าทำไม อีกอย่างถ้าท่านแม่ทราบก็จะลงโทษดุด่าเ้าอีก ท่านพ่อช่วยเ้าไม่ได้ตลอดหรอกนะ”
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มแล้วหยิกแก้มจูฮวาเบาๆ
“ไม่รู้แหล่ะนางหักหน้าข้าที่งานเลี้ยง...อ้อ จริงสิ ... ท่านหลับมาจากเมืองท่า ที่นั่นลำบากมั้ยคะ?”
“แห้ฝือไม่ค่อยมีอะไรแต่กับตองไฮงานยุ่งมาก ดีว่าทางราชสำนักส่งคนมาดูแลแทนบ้าง ข้าก็มีโอกาสกลับมาเยี่ยมเ้าพับท่านพ่อท่านแม่นี่ไง”
“พี่ใหญ่ ท่านพูดอะไรท่านแม่ก็ฟัง ท่านพ่อก็เชื่อ ท่านบอกให้พวกเขาบอกให้พี่ลู่เอินหมั้นกับข้าซะทีสิคะ”
“ดูเ้าสิ เป็สตรีสูงศักดิ์ แต่ที่ทำอยู่นี่แทบจะเป็การไปสู่ขอบุรุษแล้วด้วยซ้ำ ท่านแม่คงจะยอมหรอก แต่ต่อให้ท่านพ่ออยากตามใจเ้าจะเอาหน้าในฐานะเ้าเมืองไปไว้ที่ไหน”
“แล้วจะให้ข้าทำยังไงล่ะ?”
“อยู่สงบๆ ให้ท่านแม่วางใจก่อน ค่อยเคลื่อนไหว ตอนนี้ข้าจะออกไปเที่ยวในเมืองหลังไม่ได้กลับมานาน จะลองสืบเสาะข่าวคราวของคู่แข่งของเ้าให้”
.........
ค่ำคืน
ราตรีเงียบสงัด
เซียวล่าเอินหาได้นอนหลับไม่
เขามองมือตนเอง หวนนีกถึงเมื่อกลางวัน ตอนที่โอยไหล่ โอบต้นแขนหลิงเอ๋อ ตอนคว้าเอวรั้งรวบเข้ามาชิดตัว ช่างนุ่มนวลละมุนนัก
เขาเองนั้นเคยแตะต้องเนื้อตัวสตรีมาบ้าง ทั้งที่จตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ....
ไม่มีคราใด ัันั้นติดมือมาจนบัดนี้ ช่างอึดอัดกระวนกระวานที่ทรวงอกนัก ลมหายใจติดขัดยิ่ง
ตอนนางทิ้งตัวพิงมา ตอนนางฟุบหน้าลงที่ตัก ตอนเอามือช้อนที่แก้มนาง
มันช่างนุ่มละมุนมือนัก
ตอนนางฟุบซบที่ตักเขาถึงกับมีอาการแท่งแข็งตัวขึ้นมาชนแก้มนุ่มๆ ของนาง ยังดีที่นางไม่ได้สติ เขาแข็ง และสั่นงึกๆ เบียดแก้มนางจนจบงานเลี้ยง
เซียวลู่เอินหาใช่บุรุษที่ฉวยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสตรีที่หลับ
กลิ่นกายนาง สตรีชาวบ้านที่ไม่ประทินเครื่องหอมทำไมกลับมีกลิ่นที่สบายจมูกจางๆ อยากสูดดมหอมชมต่อเรื่อยๆ ยิ่งนัก
แต่ผมของนางไม่ได้หอมนัก ที่ค่ายป้อมนี้ไหนเลยมีข้าวของเครื่องยาที่ใช้สระผม ต่อให้ใช้น้ำซาวข้าวมากรองทำก็ตองต้มต้องใช้เวลา นางไม่กล้าเอามาใช้ส่วนตัวทำยาสระแน่นอน
[ก็แค่นางยังเยาว์ ยังสาวสด เนื้อตัวย่อมนวลนุ่มน่าจับต้องเป็ธรรมดา จะไปสนใจอะไร]
ลู่เอินได้แค่พยามคดในเชิงนี้
แต่ความคิดวูบหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
หากผู้อื่นมาััล่ะ? หากผู้อื่นได้จับต้องมากกว่าเขาล่ะ? หากสิ่งที่ซ่อนเร้นของนางมีบุรุษใดล่วงล้ำััเชยชมทั้งที่เขายังไม่เคยแม้จะอยู่ใกล้นางที่สุดล่ะ?
เขาลุกออกจากห้อง แล้วไปที่ห้องนางซึ่งแทบไม่ห่างกันนี้
จากนั้นยืนหน้าห้อง
[เรามาทำอะไร? เ้าจะทำอะไรนาง ลู่เอิน?!]
ความคิดที่เขาไม่เคยคิดกับสาวใช้ในบ้านตระกูลเซียวของเขาก็ผุดขึ้นมา
...นาง เป็สมบัติของเ้า...
มือเลื่อนไปที่ประตู
แต่แล้วชะงักหยุดไว้
[ต่ำช้า เ้ามองสตรีที่เซ่อซ่าไร้เดียงสานี่แบบนั้นได้อย่างไร]