Chapter 15 : มีผู้ช่วยนี่มันดีจริงๆ
หลังจากที่อาจารย์หญิงเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วบวกกับตอนนี้ได้เลยเวลาเข้าเรียนมานานมากแล้วจึงอาสาที่จะพาเมฆส่งไปยังที่ห้องเรียนของเขา ซึ่งเมฆเองก็ไม่ได้ขัดข้องจึงได้เดินตามหลังอาจารย์หญิงไป
หลังจากที่เดินไปได้ซักพักหนึ่งอาจารย์หญิงก็พาเมฆมาหยุดที่หน้าห้องเรียน ม.4/3 ซึ่งเป็ห้องเรียนของเมฆนั่นเอง
“เดี๋ยวรอครูอยู่ตรงนี้สักครู่นะจ๊ะครูขอไปชี้แจงเื่ของเธอกับครูประจำชั้นก่อน”อาจารย์หญิงกล่าว
“ครับ” เมฆตอบกลับเธอ หลังจากนั้นอาจารย์หญิงก็เดินเข้าห้องไปปล่อยให้เมฆรออยู่ข้างนอกห้องเพียงลำพัง
ขณะที่เมฆกำลังยืนรออยู่นั้นเองเขาก็พลันคิดถึงความหลังเก่าๆในชีวิตที่แล้วของเขาขึ้นมาเขาจำได้ว่าสมัยก่อนตอนที่เขาเรียนอยู่ที่นี่ เขาก็เรียนที่ห้องนี้เช่นเดิมเมฆจำได้ว่าในตอนนั้นเมฆเป็นักเรียนที่ย้ายมาใหม่ ทำให้ไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้เลยตอนแนะนำตัวครั้งแรกในชั้นเขาก็พูดแบบขัดๆเขินๆอีกทั้งพอเพื่อนร่วมชั้นรู้ว่าเขาเป็เด็กนักเรียนทุนที่บ้านมีฐานะยากจนก็พากันมารุมรังแกเขาด้วยเหตุผลที่ว่า โรงเรียนแห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับเขาซะงั้นแต่เหตุผลหลักๆนั้นเมฆเองก็รู้ดีว่า ที่พวกเขามารังแกตนนั้นเป็เพราะอิจฉาที่เหล่าผู้หญิงในห้องแอบชอบในใบหน้าของเขานั่นเองพูดง่ายๆก็คืออิจฉาที่เขาหล่อกว่าพวกมัน
โชคยังดีที่ตอนนั้นเขาได้พบเจอกับกลุ่มของต้นและต้นก็ยอมลดตัวลงมาเป็เพื่อนกับเขา ทำให้เหล่านักเรียนเลยไม่กล้ามายุ่งกับเขาั้แ่ตอนนั้นเพราะที่บ้านของต้นนั้นมีฐานะที่ถือว่าค่อนข้างดี พ่อของเขาเป็ถึง สส.ทำให้ไม่ค่อยมีใครที่อยากจะมาหาเื่กับต้นมากนัก
พอลองนึกย้อนกลับไปดูแล้วเมฆก็คิดว่าในตอนนั้นต้นเป็เหมือนทั้งเพื่อนสนิทเพื่อนเป็เพื่อนตายที่สามารถตายแทนกันได้เลยทีเดียว แต่หลังจากที่เมฆถูกต้นฆ่ามาจึงทำให้อดีตเ่าั้มันไม่มีค่าสำหรับเมฆอีกต่อไปแล้วเขาคิดว่าหลังจากนี้เขาจะไม่พยายามที่จะกลับไปคบหากับต้นอีกเหมือนเดิมแน่นอน
“เมฆจ๊ะอาจารย์คุยเื่ของเธอเรียบร้อยแล้วนะ เข้ามาได้เลย”เสียงของอาจารย์หญิงทักขึ้น เลยทำให้สติของเมฆที่กำลังนึกย้อนอดีตอยู่ถึงกับหยุดลงก่อนที่จะหันมาตอบรับคำของอาจารย์หญิง แล้วเดินเข้าห้องเรียนไป
พอเมฆเดินเข้าห้องเรียนไปแล้วปฏิกิริยาของเหล่าเด็กๆในห้องต่างก็เหมือนกับในอดีตของเขาไม่มีผิดเหล่าผู้หญิงต่างก็พากันซุบซิบพร้อมกับมองหน้าตนบ้าง บางคนก็หน้าแดงขึ้นมาบ้างในขณะที่เหล่าผู้ชายบางคนก็มีท่าทีเฉยเมยในขณะที่อีกหลายๆคนดูเหมือนจะแสดงท่าทางที่ไม่ค่อยเป็มิตรใส่เขาเท่าไหร่หากเป็ตัวเขาเมื่อก่อน คงจะกลัวสถานการณ์แบบนี้จนทำอะไรไม่ถูกไปแล้วแต่ไม่ใช่กับตัวเขาในครั้งนี้อย่างแน่นอน
“สวัสดีครับทุกคนผมชื่อนายเมฆา ตะวันฉาย ชื่อเล่นชื่อเมฆ ยินดีที่ได้รู้จักครับหวังว่าผมจะสนิทกับเพื่อนๆทุกคนด้วยนะครับ”พูดจบเมฆก็ส่งรอยยิ้มให้กับเหล่าเพื่อนๆภายในห้องจนทำให้เหล่าผู้หญิงบางคนถึงกับพยายามอดกลั้นการกรี๊ดออกมาเลยทีเดียว
หลังจากที่เมฆได้แนะนำตัวของตนเสร็จเรียบร้อยแล้วอาจารย์ประจำชั้นก็เชิญให้เมฆไปนั่งยังโต๊ะที่ยังว่างอยู่ทันทีโดยโต๊ะที่ว่านั้นเป็โต๊ะที่อยู่ริมท้ายสุดติดหน้าต่างเหมือนในชีวิตเดิมของเขาไม่มีผิด
ระหว่างที่เขากำลังเดินไปยังที่นั่งของตนอยู่นั้นสายตาก็เผลอหันไปมองยังคนๆหนึ่งเข้าโดยไม่รู้ตัวเป็คนที่นั่งอยู่ข้างๆที่นั่งของเขา ใช่แล้ว คนๆนั้นก็คือต้นนั่นเอง
ทันทีที่เมฆได้เห็นต้นมือของเขาก็เผลอกำแน่นขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวก่อนที่จะพยายามสงบสติอารมณ์ลงโดยเร็ว พลางคิดในใจว่า มันไม่ใช่คนเดียวกันๆ เสมอ
หลังจากที่เมฆพอสงบสติอารมณ์ของตนลงได้บ้างแล้วเขาก็เดินไปนั่งยังที่นั่งของตนทันทีโดยที่ไม่ได้คิดที่จะหันไปสนใจต้นอีกแต่ดูเหมือนว่าเ้ากรรมนายเวรของเขาจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆเพราะทันทีที่เมฆนั่งลง อีกฝ่ายก็ทักเขาขึ้นมาทันที
“ไงเด็กใหม่ชั้นชื่อต้น ยินดีที่ได้รู้จัก” ต้นพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือมาทางเขาหากเป็เมฆเมื่อก่อนคงจะยอมจับมือของต้นแต่โดยดีไปแล้ว แต่ตอนนี้น่ะเหรอ....
“อืม...เช่นกัน” เมฆตอบต้นอย่างเฉยชาก่อนที่จะเมินต้นและหันไปยังหน้าชั้นเรียนเพื่อฟังอาจารย์ทำเอาต้นถึงกับหน้าเสียเล็กน้อย พร้อมกับคิดในใจขึ้นว่า
‘อะไรของมันกันวะ?เมื่อกี๊ตอนแนะนำตัวก็เห็นว่าดูเป็มิตรแท้ๆ’
เมื่อเห็นว่าตนโดนเมินต้นจึงไม่คิดที่จะสนใจเมฆอีกต่อไป และหันมานั่งเรียนในทันที
“เอาล่ะครับนักเรียนเนื่องจากวันนี้เป็วันแรกของการเปิดภาคเรียนการศึกษา และเป็ครั้งแรกที่พวกเธอได้ก้าวขึ้นมาสู่ชั้นมัธยมปลายกันครูจึงอยากที่จะทดสอบความรู้พื้นฐานของพวกเธอกันหน่อยก่อนที่จะเริ่มสอนนะ” ครูประจำชั้นชายเอ่ยขึ้นพรอมกับหยิบกระดาษข้อสอบออกมาแจกเหล่านักเรียนที่อยู่ในห้องของตน
“สำหรับแบบทดสอบนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 100 ข้อ แบ่งเป็ 5 วิชาหลักได้แก่ วิชาภาษาอังกฤษคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์พื้นฐาน เคมีพื้นฐาน และชีวะวิทยาพื้นฐาน วิชาละ 20 ข้อเนื่องจากมันเป็แค่แบบประเมินความรู้ของพวกเธอ จึงไม่ได้มีการเก็บคะแนนดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงนะ” อาจารย์หนุ่มอธิบายขึ้นจึงทำให้เหล่านักเรียนหลายๆคนค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย
หลังจากที่ทุกคนได้รับกระดาษคำถามมาเรียบร้อยแล้วนักเรียนทุกคนจึงเปิดกระดาษข้อสอบเพื่อที่จะดูคำถามในทันที......
......เชี่ย!!......
นี่ใช่ข้อสอบวัดพื้นฐานแน่เหรอวะ!!
ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างก็คิดแบบเดียวกันเมื่อได้เห็นโจทย์ในกระดาษคำถามเพราะมันมีแต่คำถามที่ยากมากและคำถามที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อนทั้งนั้น
“อ้ออาจารย์ลืมบอกไปน่ะ ว่าข้อสอบพวกนี้มันมีเนื้อหาั้แ่ระดับ ม.4 จนไปถึง ม.6เลยนะ ถ้ายังไงก็เริ่มทำได้แล้วล่ะ”
นักเรียนแทบจะทุกคนแทบจะกระอักเืหลังจากที่ได้ยินคำพูดของอาจารย์ประจำชั้นของพวกตนนี่มันไม่โหดเกินไปหน่อยรึไง!! นี่แค่แบบทดสอบวัดพื้นฐานเองนะ.....แต่จะบ่นไปก็เท่านั้นพวกเขาต่างก็ถอนหายใจและเริ่มลงมือทำข้อสอบในทันที
เมฆเองที่เห็นคำถามแต่ละข้อที่อยู่ในแบบทดสอบก็อึ้งไปอยู่พักหนึ่งเช่นกันเพราะถึงแม้เขาจะเคยผ่านเนื้อหาบทเรียนพวกนี้มาแล้วในอดีตก็ตามแต่มันก็นานมากจนเขาเริ่มที่จะลืมๆมันไปแล้วเช่นกัน
‘อืม....ข้อนี้ตอบอะไรล่ะเนี่ย?’ เมฆคิดขึ้นในใจขณะที่กำลังอ่านโจทย์คำถามข้อหนึ่งอยู่แต่ทันใดนั้นเอง....
[นายท่านครับข้อนี้ตอบ 4 ครับ]
‘.....อ่าจริงสิลืมไปเลยนะเนี่ยว่ามีนายอยู่ ถ้าอย่างนั้นก็วานช่วยบอกคำตอบให้ด้วยนะคลาว’ เมฆที่พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองมี AI อัจฉริยะอย่างคลาวติดอยู่กับตัวแท้ๆจึงได้วานให้คลาวช่วยวิเคราะห์หาคำตอบของคำถามในแต่ละข้อทันที
ตามปกติทั่วไปแล้วข้อสอบระดับนี้นักเรียนทั่วไปต่อให้ใช้เวลาจนหมดเวลาสอบก็คงไม่สามารถที่จะทำเสร็จได้ทันแน่นอนถ้าเป็นักเรียนที่เก่งขึ้นมาหน่อยอาจจะใช้เวลาประมาณ 30-50 นาทีแต่เมฆสามารถทำมันเสร็จได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ เพราะมี AI อัจฉริยะอย่างคลาวหนุนหลังอยู่นั่นเอง
แต่ถึงแม้ว่าเมฆจะทำข้อสอบเสร็จก่อนแล้วก็ตามเขาก็ยังคงนั่งรออยู่ในห้องไม่ยอมลุกไปส่งข้อสอบในทันทีเพราะกลัวว่ามันจะเป็จุดเด่นเกินไปนั่นเอง เมฆกะว่าจะรอให้ถึง 15 นาทีก่อนหมดเวลาสอบแล้วค่อยส่งในตอนนั้นจะดีกว่า....
หลังจากที่ถึงเวลาที่เมฆได้กำหนดเอาไว้เมฆก็ลุกขึ้นแล้วจึงเดินไปส่งกระดาษคำถามและกระดาษคำตอบให้แก่อาจารย์ที่นั่งอยู่หน้าห้องซึ่งอาจารย์ที่นั่งคุมอยู่ รวมไปถึงเหล่านักเรียนที่กำลังทำข้อสอบอยู่ก็รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย เนื่องจากถึงแม้จะใกล้หมดเวลาสอบแล้วก็ตามแต่ก็พึ่งมีเมฆเป็คนแรกนี่แหละที่ลุกมาส่งการะดาษคำตอบให้กับอาจารย์
“เสร็จแล้วเหรอ?มั่นใจรึเปล่าล่ะ?” อาจารย์หนุ่มถามเมฆขึ้นเมฆที่ได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ยิ้มตอบกลับมาโดยไม่ได้พูดอะไรอาจารย์หนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงไม่ได้ถามอะไรอีกและปล่อยเมฆให้ไปพักรอที่ข้างนอกห้อง
‘ยิ้มมาแบบนี้สงสัยคงเดามั่วมาอยู่หลายข้อเลยสินะ’อาจารย์หนุ่มคิดในใจขณะที่กำลังเดินมองหลังของเมฆที่กำลังเดินออกจากห้องไปซึ่งไม่ใช่เพียงอาจารย์ท่านนี้ที่คิดแบบนี้เท่านั้นเพราะนักเรียนหลายๆคนที่ยังคงนั่งทำข้อสอบอยู่ก็คิดแบบอาจารย์เช่นเดียวกันเนื่องจากพวกตนนั้นรู้ดีว่าข้อสอบพวกนี้นั้นยากแค่ไหน
อาจารย์หนุ่มที่รู้สึกนั่งเบื่อๆจึงหยิบกระดาษคำตอบของเมฆมาเปิดดูจากนั้นก็หยิบใบตรวจกระดาษคำตอบในกระเป๋าของตนออกมาเพื่อที่จะลองตรวจคะแนนในกระดาษคำตอบของเมฆดูเพื่อฆ่าเวลา
‘หือ....ถูกเยอะเหมือนกันนะเนี่ย?’ อาจารย์หนุ่มแปลกใจเล็กน้อย ที่เมื่อตนทาบกระดาษตรวจคำตอบของตนกับกระดาษคำตอบของเมฆดูแล้วก็พบว่ากระดาษคำตอบของเมฆนั้นมีคำตอบที่ถูกอยู่หลายข้ออยู่เหมือนกัน
แต่เมื่อตนลองตรวจดูอย่างจริงๆจังๆดูแล้วเมื่อตนตรวจเสร็จ ก็แทบที่จะไม่เชื่อในสิ่งที่ตนได้เห็นอยู่ตรงหน้าอาจารย์หนุ่มพยายามลองตรวจกระดาษคำตอบของเมฆขึ้นอีกครั้งว่าตนนั้นเผลอตรวจผิดพลาดรึเปล่า แต่ไม่ว่าจะลองตรวจใหม่กี่ทีๆผลที่ได้มันก็ยังคงเหมือนเดิม
.......คะแนนเต็ม 100!!! เขาแทบจะไม่เชื่อกับคะแนนข้อสอบของเมฆที่อยู่ตรงหน้าของตนเพราะเขาที่เป็อาจารย์เคยอ่านข้อสอบพวกนี้มาก่อนแล้ว แม้จะบอกว่าเป็ข้อสอบวัดความรู้พื้นฐานแต่ระดับความยากของมันก็พอๆกับข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ!! แล้วนี่อะไร? จะบอกว่าเด็กคนนี้ใช้เวลาแค่ 45นาทีก็สามารถทำข้อสอบนี้เสร็จ แถมยังได้คะแนนเต็มอีกงั้นเหรอ!? นี่เอ็งเป็ใครฉลาดมาจากไหกันฮะ!!
จะบอกว่าเด็กคนนี้โกงข้อสอบก็ไม่น่าเป็ไปได้ เพราะเขาพึ่งเตรียมข้อสอบชุดนี้เสร็จเมื่อคืนนี้เองแล้วถ้าบอกว่าเด็กคนนี้บังเอิญกาคำตอบจนเผลอถูกหมดล่ะ? ก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่คนอะไรมันจะเดาได้แม่นทั้ง 100 ข้อโดยไม่ผิดแม้แต่ข้อเดียวแบบนั้นดังนั้นความจริงจึงมีเพียงอย่างเดียวก็คือ เด็กคนนี้เป็ของจริง!! อาจารย์หนุ่มคิดขึ้นในใจอย่างตื่นเต้นที่ในห้องเรียนของตนปรากฏเด็กที่ฉลาดเกินวัยมาอยู่ในห้องเรียนของตน
นี่ถ้าอาจารย์หนุ่มคนนี้รู้ว่าเมฆทำข้อสอบเสร็จไปั้แ่5 นาทีแรกแล้วล่ะก็ อาจจะเป็ลมไปแล้วด้วยซ้ำ.....
EXTRA
[นายท่านแบบนี้เรียกว่าโกงข้อสอบมั้ยครับ?] คลาวถามเมฆด้วยความสงสัย
“ตราบใดที่ไม่มีใครจับได้มันไม่ถือว่าเราโกงหรอกนะคลาว” เมฆตอบคลาวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
[งั้นพวกนักการเมืองที่โกงกันอย่างหน้าด้านๆแต่ไม่ถูกจับนี่เป็เพราะอะไรกันเหรอครับ?]คลาวยังคงถามเมฆขึ้นมาต่อ
“....นายคงจะไม่ได้อยากให้นิยายเื่นี้ถูกปิดตัวลงก่อนเวลาอันควรใช่มั้ยคลาว?......”