เนญ่า Talk
คอนโดลาเบลล่า รีทรีต
่เวลาหนึ่งทุมครึ่ง
“ดูสิ ตาบวมหมดแล้ว พี่บอกให้หยุดร้องก่อนก็ไม่เชื่อ” ััอ่อนโยนแตะลงมาใต้ขอบตาจนเห็นใบหน้ากังวลชัดขึ้น เขาทำมันอย่างเป็ธรรมชาติ ต่างจากฉันที่รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นจนต้องเบี่ยงหน้าหนี
“ขะ...ขอบคุณที่มาส่งนะคะ พี่กลับเถอะ ดึกแล้ว” ฉันพยายามยิ้มให้ดูปกติ แม้ใจจะเต้นแรงขึ้นทุกที ยิ่งอยู่กับเขา ก็ยิ่งรู้สึกว่ากำแพงที่เคยสร้างไว้เริ่มพังทลาย
“อยู่คนเดียวเหรอ?” เขายังคงเป็คนที่ตอบไม่ตรงคำถามเสมอ เอาแต่ถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ เขาจะรู้บ้างไหมว่าบางทีอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยากตอบไปซะทุกเื่เหมือนกัน
“จะให้เนอยู่กับใครล่ะคะ ถามแปลก ๆ” ฉันตอบแบบเน้นเสียง จริง ๆ อยากบอกเขาว่าตัวเองไม่ใช่คนเพื่อนเยอะด้วยซ้ำ
ว่าแต่เมื่อไหร่พี่เขาจะหมดคำถามสักทีเนี่ย อยากหลบหน้าเต็มแก่แล้ว อุตส่าห์ทนนั่งเงียบมาตลอดทาง ใจก็หนักอึ้งพออยู่แล้วหลังฟิวส์ขาดเพราะดันไปเจอของน่าอายในรถ แถมยังคิดไปไกลว่าพี่เขาพาผู้หญิงมาทำอะไรไม่ดี แต่พอพี่เทรเวอร์เฉลย จากที่หัวแข็งก็พลอยรู้สึกนิ่มลงทันที
ทั้งอาย ทั้งรู้สึกแปลก ๆ ที่ดันโกรธจนตัวสั่นเพียงเพราะคิดว่าพี่เขาไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น ทำไมฉันถึงบ้าขนาดนี้นะ...คงเป็เพราะอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มากเกินไปแน่ ๆ
“ดีแล้ว” คำพูดของเขาทำเอาฉันงง
“ยืนรออะไรอยู่ล่ะ เข้าไปสิ ไหนบอกว่าง่วงไง” ก็รอให้พี่ขับรถออกไปนี่แหละจ้า! มันคือมารยาทเนอะ แต่จะให้พูดตามที่คิดก็เสี่ยงทะเลาะไม่จบสิ้นอีก งั้นฉันเป็ฝ่ายไปเองดีกว่า
“ขอบคุณค่ะ” ยกมือไหว้เขาเสร็จก็เดินตัวเบาตรงไปทางเข้าคอนโด อาการหนักหัวที่เป็ตอนนี้น่าจะเพราะร้องไห้ในที่เย็น หวังว่าพรุ่งนี้จะไม่ป่วยนะ...
เช้าวันใหม่
มหา'ลัยพอลลักซ์
ใต้ตึกพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
“แกว่า่นี้วงพี่คลิโอดูแปลก ๆ ไปมั้ย” เสียงพูดคุยตรงม้าหินอ่อนสีขาวทำให้ฉันที่กำลังนั่งติวข้อสอบอยู่ใกล้ ๆ หลุดโฟกัสไปเพียงเพราะได้ยินชื่อคุ้น
“แปลกยังไงวะ? ฉันก็เห็นว่าเหมือนเดิมนะ” จู่ ๆ หัวก็ผงกหลังได้ยินเสียงของเพื่อนอีกคนพูด เผลอตัวจนได้ =_= แต่ก็นั่นแหละ ฉันเองก็คิดว่าไม่เห็นมีอะไรแปลกเลยนะ แต่พอได้ยินเพื่อนคิดว่าแปลก ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นก็แล่นเข้ามาในสมอง
“ก็่ที่ผ่านมา วงนี้เคยไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่หลัง ๆ นี่สิ เห็นกันแค่สามคน ส่วนพี่คลิโอนี่แทบไม่เห็นเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะทะเลาะกัน ก็อาจจะเป็เพราะพี่เขามีคนรักแล้วหรือเปล่า”
“อะไรของผู้หญิงโต๊ะนั้นวะ”
“หรือว่า...เธอกำลังแอบฟังเราอยู่” ถูกต้องจ้า! หลังก้มตัวหยิบกระเป๋าปากกาที่ทำตกขึ้นมาเสร็จ ฉันก็แกล้งทำเป็ไม่สนใจพวกเธอต่อ
“ช่างเถอะ มาฟังต่อดีกว่า ฉันยังสังเกตเห็นอีกอย่างหนึ่งด้วยนะ” เพื่อนคนเดิมพูดต่อ แม้จะเริ่มสงสัยแล้วว่าฉันแอบฟังอยู่ แต่ในเมื่อเธอไม่ว่าอะไร งั้นก็ขอฟังต่ออีกหน่อย เผื่อจะได้เก็บข้อมูลอะไรดี ๆ เอาไว้ใช้ขู่พี่คลิโอให้เลิกยุ่งกับฉันได้บ้าง
“อะไรอีกล่ะ นี่ถ้าแกหัดตั้งใจเรียนเหมือนที่ตั้งใจจับผิดไอดอลตัวเองบ้าง ฉันคงไม่ต้องมาเสียเวลานั่งติวให้แบบนี้” ถ้าฉันโดนด่าแบบนี้บ้างก็แอบจุกเหมือนกันนะ
“อย่าบ่นสิ ฟังต่อเถอะ! ก็ตรงข้อมือพี่คลิโออะ เขาใส่กำไลน่ารัก ๆ ด้วยนะ แปลกไหมล่ะ?” โอ้...หมายถึงกำไลที่เขาเอาไปจากฉันนี่เอง คิดว่าเขาจะเลิกใส่แล้วซะอีก เพราะทุกทีที่เจอกัน พี่คลิโอก็มักใส่เสื้อแขนยาวตลอดจนฉันไม่ทันสังเกตเลยน่ะสิ
“ก็คงมีใครให้มานั่นแหละ”
“ใช่มะ! ต้องเป็คนรักปริศนานั้นแน่ แต่ก่อนเห็นใส่แต่พวกของพังค์ ๆ มาตลอด ไหงมีของน่ารักโผล่มาได้อะ ยังไงก็แปลก โอ้ย! ถ้าพี่คลิโอมีแฟนฉันรับไม่ได้อะ” คราวนี้เป็เสียงบ่นครวญครางจนฉันต้องเลิกสนใจเพราะไม่มีเนื้อหาให้เก็บข้อมูลต่อแล้ว
“ทำไมล่ะ...ถ้าพี่เขามีแฟน แกจะตั้งกลุ่มแอนตี้หรือไง?” ตอนแรกก็ว่าจะเลิกสนใจแล้ว แต่พอได้ยินคำถามนี้ กลับรู้สึกอยากฟังต่อขึ้นมาอีก
“รออะไรล่ะ ทำแน่นอนจ้า! แล้วก็ไม่ใช่แค่ฉันนะ คิดว่าคนอื่น ๆ จะยอมเหรอ ไม่มีทางหรอก!”
“ในวงยังเหลืออีกตั้งสามคน จะไปยึดติดอะไรขนาดนั้นกับคนแค่คนเดียว”
“เพราะของดีล้ำค่ามันมีแค่คนเดียวน่ะสิ ส่วนคนอื่นฉันไม่สนหรอก แกไม่ใช่แฟนคลับตัวยงนี่ เลยไม่รู้ว่าพี่คลิโอมีแฟนคลับแยกอีกด้อมด้วย” จะว่าไปแล้ว ฉันก็เคยได้ยินเื่นี้มาบ้าง แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก คิดแค่ว่าทำไมต้องแยกแฟนคลับเป็สองกลุ่ม ไม่กลัวคนในวงจะรู้สึกแย่บ้างหรือไง แต่พอได้รู้จักพี่ ๆ ในวงก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงหรือใส่ใจเื่นี้เลย พวกเขารักกันดี ยกเว้นก็แต่แฟนคลับนี่แหละที่ชอบเสี้ยมให้ทะเลาะกัน
เอาเป็ว่า่นี้ฉันควรเลี่ยงเจอพี่คลิโอไปก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะถ้ามีคนหนึ่งสงสัย ยังไงก็ต้องมีคนอื่นคอยจับผิดด้วย เลยไม่อยากเอาชีวิตที่ย่ำแย่อยู่แล้วต้องมาเสี่ยงดีกว่า
“เดี๋ยวเอาเื่นี้ไปคุยกับหัวด้อมด้วยดีกว่า ฉันว่าควรเรียกประชุมด้อมจริงจังได้แล้ว” แค่ได้ยินคำนี้ ขนก็ลุกซู่ อย่าได้เจอพี่เขา่นี้ เหมือนจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
พักกลางวัน
“ฮู่ว~ ค่อยยังชั่วหน่อย” ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ ขณะเดินเลี่ยงมายังสวนรก ๆ สายตาก็ไล่มองหาที่นั่งสะอาด ๆ ไปด้วย ก็ั้แ่สวนพฤกษาเปิดใหม่กลางลานกว้าง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสนามบินสิงคโปร์ นั่นก็กลายเป็จุดรวมตัวของนักศึกษาที่มานั่งเล่น อ่านหนังสือ เพราะมีน้ำตกจำลอง อากาศเย็นสบายกว่าข้างนอก ส่วนสวนตรงนี้ที่ฉันยืนอยู่ก็เลยถูกทิ้งร้าง แถมไม่มีคนดูแลมาพักใหญ่แล้วด้วย
“ค่อยยังชั่วเื่อะไร?” เสียงปริศนาที่ไม่อยากได้ยินทำเอาข้าวกล่องในมือฉันแทบหลุด
เขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?!
“พี่ออกไปเลยนะ!” ฉันขึ้นเสียงใส่เขาเพราะกลัวคนมาเห็น ส่วนคนโดนขึ้นเสียงใส่ก็ทำหน้าหงุดหงิดทันที
“ยังโกรธเื่เมื่อคืนอยู่อีกเหรอ?” นอกจากไม่ออกไปตามที่บอก เขายังถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ จนฉันแทบห้ามไม่ทัน เมื่อดินที่เพิ่งปัดออกไปกองไว้อย่างดีกลับโดนเขานั่งทับเรียบร้อย
“เื่นั้นมันจบไปแล้ว เลิกพูดถึงสักทีเถอะ แล้วรีบไปจากตรงนี้ก่อนจะมีใครมาเห็น!” พูดพลางออกแรงดันร่างแข็งเหมือนหินของเขา แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ เขาไม่ยอมขยับไปไหนสักนิดเลยอะ T^T
“เห็นก็เห็นไป จะอะไรนักหนา” น้ำเสียงหงุดหงิดของเขาทำฉันหัวเสียจนปรี๊ดขึ้นมา
“พี่นั่นแหละ! เป็บ้าอะไรถึงเอาแต่ตามเนไปไหนมาไหนอยู่ได้ รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญ! น่ารำคาญที่สุดเลย!!!”
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [รายตอนยังไม่จบค่ะ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————