หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 5 บทที่ 147 สนับสนุน

            พระสนมเอกเล่อสิ้นใจแล้ว

            เหล่าขันทีและนางกำนัลในวังหลวงแคว้นเชินไม่รู้ว่าพวกตนควรจะแขวนธงขาวหรือธงแดงดี

            วังหลวงล้วนมีแต่ความวุ่นวาย

            ฮองเฮาจ้าวยังคงอุ้มทารกน้อยที่เพิ่งถือกำเนิดไว้แนบอก ท่าทางอ่อนแอของเด็กน้อยราวกับเพียงหยิกสักครั้งก็อาจจะตายได้ สภาพเช่นนี้คิดจะเติบโตอย่างสงบสุข นางเพ้อฝันอยู่หรือไร

            ฮ่องเต้เวินว้าวุ่นราวกับหนูติดจั่น ทั้งยังพิโรธหนัก

            ท้องฟ้าและดวงจันทร์ที่ส่องแสงยังสงบนิ่ง

            พระจันทร์ก็กระจ่างเสียจนดวงดาวพลอยหมองหม่น

            ดวงจันทร์ดวงเดียวกัน

            เมื่อมองจากวังหลวงแคว้นเชิน พระจันทร์กลับดูเลือนรางเพราะมีเมฆบดบัง จนทำให้แสงที่ส่องลงมาค่อนข้างขมุกขมัว

            ทว่าเมื่อมองจากวังหลวงแคว้นจิง พระจันทร์กลับกระจ่างใสนัก ท้องฟ้าไม่มีเมฆแม้สักก้อน ดูแล้วสะอาดตา

            ท้องฟ้าสีหมึกมีดวงจันทร์ลอยเด่นราวกับอัญมณีเม็ดหนึ่งที่ถูกฝังไว้

            ใต้ดวงจันทร์และผืนฟ้า วังหลวงแคว้นจิงกลับสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ

            ทั้งพระราชวังราวกับอยู่ในยามกลางวัน

            เพราะฮองเฮาเป๋าก็กำลังมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน

            ในวังได้ให้ท่านหมอผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณวันไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นวันนี้พอดิบพอดี

            ฝ่ายในของวังหลวงแคว้นจิงเรียบง่ายนัก เพราะฝ่ายในมีเพียงฮองเฮาเป็นนายเพียงผู้เดียว

            ไม่ว่าจะเป็นพระสนมเอก พระสนมหรือนางสนมเล็กๆ ก็ไม่มีสักคน

            กลับกันฮ่องเต้เป็นฝ่ายลงมือสังหารเหล่าสนมและชายาด้วยน้ำมือของตนเอง ขุนนางแม้คิดอยากจะส่งสตรีเข้ามาถวายก็ล้วนไม่กล้าเสี่ยง หรือหากส่งเข้ามาก็คงจะเปลืองแรงเปล่าๆ

            แน่นอนว่าฝ่ายในย่อมไม่มีทางมีคนปลงไม่ตก กล้าคิดทำร้ายฮองเฮา

            ฮ่องเต้แคว้นจิงโหดร้ายและว่องไวนัก เขาปกป้องฮองเฮาราวกับไข่ในหิน

            ฮองเฮาเป๋าคือเกล็ดย้อนของเขา

            หากใครกล้าแตะก็มีเพียงโทษตายสถานเดียวที่จะมอบให้

            ฮองเฮาเป๋าหลังจากที่เคยเข้าไปอยู่ในหุบเขานักโทษก็อ่อนแอลงมาก

            ระยะนี้แต่ละแคว้นแต่ละพื้นที่จึงพากันส่งของบำรุงมาราวกับสายน้ำที่ไหลบ่าเข้ามาในวังหลวงแคว้นจิง

            ทั้งหมดล้วนแต่ส่งมาเพื่อบำรุงพระวรกายของฮองเฮาเป๋า 

            หากว่าไม่มีสองเรื่องนี้ นั่นคือฮ่องเต้แคว้นจิงได้ลงมือสังหารสตรีนับสิบคนของตน และฮองเฮาเป๋าความจริงแล้วคือพี่สะใภ้ของเขา ฮ่องเต้รุ่ยและฮองเฮาเป๋าก็นับว่าเป็นคู่สามีภรรยาผู้เป็นตัวอย่างในด้านความรักให้กับคนทั้งใต้หล้า

            ทว่าฮ่องเต้รุ่ยแห่งแคว้นจิงก็ไม่ใช่บุรุษอ่อนโยนว่าง่ายเช่นบุรุษทั่วไป ยามที่ต้องถือดาบถือค้อนสังหารคน มือทั้งสองนี้ก็นิ่งไม่แพ้ใคร

            ทว่าเพื่อฮองเฮาเป๋าแล้ว ฮ่องเต้ผู้ดุร้ายคนนี้ถึงขั้นยอมลงครัว ต้มน้ำแกงด้วยพระองค์เอง

            ยามที่ฮองเฮาไม่เจริญอาหาร บุรุษคนนี้ก็ตะล่อมนางให้เสวยอาหารราวกับนางเป็นเด็กเล็กคนหนึ่ง  

            เรื่องเกี่ยวกับฮองเฮาไม่มีเรื่องใดที่ฮ่องเต้รุ่ยไม่ใส่ใจ ตั้งแต่อาหารการกินตลอดจนอาภรณ์ ฮ่องเต้ล้วนแต่ถามไถ่ด้วยพระองค์เองไปเสียทุกเรื่อง

            สตรีในใต้หล้านี้ล้วนแต่นึกริษยาฮองเฮาเป๋า ทั้งยังหวังว่าตนจะมีสามีเช่นนี้

            ยามนี้ฮ่องเต้สรงน้ำเรียบร้อยแล้วมานั่งรออยู่ในห้องคลอดข้างเตียงของฮองเฮา

            มือทั้งสองยังกอบกุมมือของนางอันเป็นที่รักไว้ 

            “เสี่ยวเป๋า ไม่ต้องกังวลไป มีข้าอยู่ ข้าจะไม่มีวันทิ้งเจ้าไปไหนอีกแล้ว”

            ฮองเฮาเป๋าที่กำลังปวดเสียจนสติพร่าเลือน จึงได้แต่กำมือของฮ่องเต้แน่น

            ฮ่องเต้แคว้นจิงพลันเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แล้วตรัสขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ “หากมีอันใดเกิดขึ้น จำต้องรักษาชีวิตของฮองเฮาไว้ก่อน หากว่านางเป็นอันใดไป ข้าจะฝังพวกเจ้าทั้งโคตรไปพร้อมกับร่างของนาง” เพียงแต่พระวรกายของฮองเฮาแม้จะพยายามบำรุงอย่างเต็มที่จนดีขึ้นมากแล้ว ทว่าถึงอย่างไรนางอาศัยอยู่ในหุบเขานักโทษมานานหลายปี พื้นฐานร่างกายจึงถูกทำลายไปไม่น้อย การคลอดบุตรจึงนับว่าเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน

            บัดนี้ร่างนั้นจึงได้แต่กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างทุกข์ทรมาน 

            ดวงจันทร์ที่ลอยเด่นเหนือหลังคาค่อยๆ คล้อยต่ำลงมาอยู่ข้างหน้าต่าง

            เสียงร้องที่ไม่ได้กังวานเท่าใดนักดังขึ้น

            ทารกร่างผอมราวกับแมวคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้น

            เด็กน้อยผมยาวนัก ร่างแดงๆ ยังคงเปียกชื้น 

            ฮองเฮาเป๋าเหนื่อยอ่อนจนหลับไป ทว่าก็ไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น 

            ฮ่องเต้แคว้นจริงยามนี้ยิ้มกว้างราวกับเด็กชายคนหนึ่ง ดีใจเสียจนแทบลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น

            เรื่องนี้ทำฮ่องเต้หนุ่มตื่นเต้นเสียจนไม่อาจข่มตาหลับ จึงนั่งเฝ้านางอันเป็นที่รักของตนอยู่ไม่ห่าง คืนต่อมาก็ออกราชโองการประกาศอภัยโทษให้กับนักโทษทั่วแคว้นจิง ทั้งยังให้ทุกคนร่วมเฉลิมฉลอง ประกาศศักราชใหม่ของแคว้นจิง

            รัชทายาทน้อยได้รับพระราชทานนามว่ารุ่ยที่แปลว่ามีวิสัยทัศน์กว้างไกล

            ……

            ฮ่องเต้แคว้นเชินเมื่อได้รับข่าวก็แทบหมดสติ

            นี่มันราวกับน้ำมันราดบนกองเพลิงแท้ๆ 

            โทสะของฮ่องเต้พัดโหมราวกับพายุ 

            คลอดบุตรเช่นเดียวกัน พระสนมเล่อของตนที่สุขภาพดีเสมอมาถึงกับสิ้นใจเสียแล้ว ทว่าฮองเฮาเป๋าที่ถูกคุมขังอยู่ในหุบเขานักโทษถึงหกปีกลับยังมีชีวิตอยู่

            คลอดบุตรเช่นเดียวกัน ฮ่องเต้แคว้นจิงกลับสามารถตัดสินใจให้บุตรชายของตนเป็นรัชทายาทได้ ทว่าแคว้นเชินกลับไม่เคยมีอะไรเช่นนี้ให้เห็นมาก่อน ล้วนแต่จะต้องรอให้องค์ชายเติบใหญ่ก่อน รอจนเหล่าขุนนางทนไม่ไหวจนต้องยื่นฎีกา แล้วฮ่องเต้จึงค่อยทำการเปิดประชุมแล้วแต่งตั้งเรื่องนี้

            ฮ่องเต้แคว้นเช่นมิอาจต่อว่าเหล่าขุนนางได้ เพราะเรื่องนี้คือกฎที่สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ

            ทว่าฮ่องเต้สามารถไต่สวนเรื่องที่พระสนมเอกเล่อให้กำเนิดบุตรก่อนกำหนดจนสิ้นใจได้

            เมื่อสืบสวนไปสืบสวนมาก็พบกับดอกไม้กระถางหนึ่ง เมื่อสืบจากดอกไม้กระถางนี้ก็สาวไปถึงตัวองค์หญิงน้อย แน่นอนว่าองค์หญิงน้อยย่อมปรีชากว่าใคร เพียงแต่นางยังเยาว์นัก ทั้งองค์หญิงยังไม่เพียงแต่มีเมตตา นางยังเป็นเทพธิดาแห่งแคว้นเชิน นางจะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร สุดท้ายข้อกล่าวหานี้จึงตกไปอยู่ที่พระสนมหรงผู้เป็นเลิศด้านการวาดภาพ 

            องค์หญิงโปรดการทำเครื่องหอม เคยใช้ดอกไม้ชนิดนั้นมาทำเครื่องหอมแล้วพบว่าดอกไม้ชนิดนั้นเกิดปัญหา เช่นนั้นจึงไม่ได้ใช้ต่ออีก ต่อมาจึงถูกพระสนมหรงที่นางเชิญมาชี้แนะด้านการวาดภาพรู้เข้า พระสนมหรงด้วยความริษยาจึงได้ยุยงพระสนมมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดนตรีให้ส่งดอกไม้พิษให้พระสนมเอกเล่อ ต่อมาท่านราชครูกลับพบปัญหานี้เข้าจึงได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา ทว่าพิษของมันกลับเข้าสู่ร่างกายแล้ว พระสนมเอกเล่อจึงได้ตกเลือดจนสิ้นใจ ทั้งยังเกรงว่าพิษนี้ก็อาจส่งผลกระทบกับร่างกายขององค์ชายเช่นกัน

            ฮ่องเต้พิโรธหนัก รับสั่งให้ทุบมือทั้งสองข้างของพระสนมหรงให้หัก ทั้งยังตรัสว่านางร้ายกาจเกินมนุษย์ ไม่รักษาคุณธรรมในการครองเรือน

            เดิมทีพระสนมมู่ก็ย่อมต้องถูกลงโทษเช่นกัน ทว่าตระกูลของนางมีอิทธิพล ทั้งนางยังไม่รู้เหตุการณ์ที่แท้จริง จึงเพียงถูกลงโทษให้ไว้อาลัยต่อพระสนมเล่อผู้ล่วงลับ แล้วจึงมีบัญชาให้ส่งนางเข้าตำหนักเย็นเพื่อปฏิบัติธรรม

            ฮ่องเต้แม้ไฟแห่งโทสะจะสุมทรวงเพียงใด ก็ยังไม่มากพอจะทำให้คนตกใจได้ 

            เพื่อสนมรักที่เสียไปจากการคลอดบุตร ฮ่องเต้จึงจำเป็นต้องคิดหน้าคิดหลังอีกมากมายว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี จึงจะเหมาะสมกับสิ่งที่เขาต้องเสียไป

            ฮ่องเต้เวินรู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน หลังจากได้บันดาลโทสะใส่ขันทีไปแล้วถึงสามคน ก็มีขันทีคนหนึ่งเข้ามาด้วยท่าทีพึงระวังเป็นอย่างยิ่ง ค่อยๆ คุกเข่าแล้วทูลว่า “ทูลฝ่าบาท พระสนมหรงกล่าวว่านางรู้ซึ้งว่าความผิดของตนหนักหนาเพียงใด จึงขอให้ฝ่าบาทโปรดพระราชทานโทษประหารให้กับนาง ทว่าหวังว่าก่อนนางจะสิ้นไป นางขอให้ได้พบกับพี่สาวตนสักครั้งพ่ะย่ะค่ะ”

            “สนมหรงยังมีพี่สาวหรือ”

            หัวหน้าขันทีที่ยืนอยู่ด้านข้างรับเงินมาแล้วจึงรีบกล่าวขึ้นอย่างร้อนรน “ทูลฝ่าบาท พระสนมหรงมีพี่สาวอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ทว่าโชคชะตาช่างกลั่นแกล้ง ในปีนั้นที่พระสนมหรงติดตามบิดาไปรับตำแหน่งในพื้นที่ห่างไกล พี่สาวของนางกลับถูกพวกโจรโฉดฉุดคร่าไป เดิมทีตระกูลหลัวต่างก็คิดว่านางตายแล้ว ไม่คาดคิดว่าผ่านมาหลายปีเพียงนี้ สุดท้ายพี่สาวของนางก็กลับมายังเมืองหลวง พระสนมหรงจึงปรารถนาว่าก่อนตายจะได้พบหน้าพี่สาวสักครา ถึงอย่างไรความรักระหว่างพี่น้องก็ล้ำลึกนัก ทั้งยังไม่ได้เจอกันมานานหลายปีพ่ะย่ะค่ะ”

            “สายใยลึกซึ้งระหว่างพี่น้องหรือ สนมหรงสตรีอสรพิษ หากว่านางนึกรักใครเป็นจริงนางจะกล้าลงมือกับเล่อเอ๋อร์และองค์ชายหรือ” ฮ่องเต้ตบลงบนโต๊ะคราหนึ่ง ก่อนจะกวาดฎีกากราบทูลบนโต๊ะทิ้ง

            ขันทีที่อยู่เบื้องล่างพลันตัวสั่นเทิ้ม รีบก้มลงกับพื้น ฝ่าบาทแม้จะใจอ่อนกับสตรี ทว่ากับขันทีแล้วคนใดควรประหารก็ประหารไม่ละเว้น

            ฮ่องเต้เหลือบมองฎีกาที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ทั้งยังมีขันทีคุกเข่าอยู่ก็ตอบด้วยโทสะ 

            “หากนางอยากตาย ข้าก็จะสนับสนุนนาง ใครต่างก็พูดว่าข้านั้นใจอ่อน ครานี้ข้าจะสนับสนุนนาง ประทานกระเรียนแดงให้นางจอกหนึ่ง ทว่าให้พี่สาวของนางเป็นคนดื่มแทน เช่นนี้ก็จะได้สนับสนุนทั้งความตาย และความรักของนาง”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199