อเล็กซ์ที่แอบอยู่มุมตึกััได้ถึงแรงสั่นะเืที่เข้ามาใกล้ เขาเปิดใช้ทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่าในทันที และเมื่อเห็นปลายจมูกของเ้ามีสีน้ำตาล อเล็กซ์ก็ฟันดาบยาวออกไปในแนวขวางสุดกำลัง เสียงคมดาบกรีดผ่านอากาศ ทำให้ฝูงบีสท์นับสิบที่วิ่งผ่านมุมตึกมาแล้วได้แต่ใช้สายตามองดู โดยเฉพาะผู้นำกลุ่มที่เป็หมีสีน้ำตาลที่หนักไม่ต่ำกว่า 400 กิโลกรัม ที่ได้แต่เบิกตากว้าง
" พลึบ ! เคร็ง !! "
เสียงดาบยาวตัดผ่านเนื้อหนัง ตามมาพร้อมเสียงดาบยาวที่แตกหักหลังจากตัดผ่านร่างของหมีตัวใหญ่จนขาดออกจากกันเป็สองส่วน แล้วในการฟันครั้งเดียวนี้เองก็ได้เก็บเกี่ยวสุนัขไปอีกหลายตัว จากนั้นมะลิกับอลิซาเบธก็ลั่นไกปืนใส่ฝูงบีสท์ที่เหลือ เมื่อทั้งสองสาวเปลี่ยนแม็กกาซีน อเล็กซ์ก็กระโจนเข้าไปเก็บกวาด ถึงแม้ดาบยาวจะหักครึ่งไปแล้ว แต่มันจะกลายเป็มีดเสียเมื่อไหร่ ระยะการฟันของดาบยังกว้างพอที่จะเก็บเกี่ยวชีวิตของพวกบีสท์ที่กำลังตัดสินใจจะหนี …
" สุดยอดเลยพี่ชาย !! "
อลิซาเบธวิ่งเข้าไปสวมกอดอเล็กซ์ทันที พร้อมกับพูดออกมาเสียงดังด้วยความดีใจ แบบลืมตัว จนอเล็กซ์ต้องใช้มือปิดปากเธอเอาไว้เพื่อเรียกสติให้หญิงสาวที่โตแต่ตัวคนนี้ได้รู้ตัว การเก็บเกี่ยวครั้งนี้มีบีสท์ตายไป 45 ชีวิต ถ้าเนื้อพวกมันกินได้คงเป็การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ แล้วสายตาของอเล็กซ์ก็เหลือบไปเห็นแกนวิวัฒนาการที่คุ้นตาอีกก้อน เขาจึงเดินไปหยิบมันขึ้นมา
" แกนวิวัฒนาการ บรรจุแต้มสังหาร 1,490 แต้ม ท่านจะดูดซึมมันเข้าสู่ร่างกายหรือไม่ ? ถ้าท่านไม่้าสามารถมอบมันให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นได้ การใช้งานเพียงแค่กินมันเข้าไป "
ข้อความจากระบบก็แสดงให้อเล็กซ์ได้เห็น เขาปฏิเสธการดูดซึมในทันทีแล้วเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วหันหน้ามาฉีกยิ้มให้กับน้องสาวของเขาเป็อันรู้กัน ด้านมะลิก็เดินเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเืออกจากใบหน้าของอเล็กซ์อย่างเป็ธรรมชาติ การกระทำนี้ของมะลิทำให้อลิซาเบธเดาความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปอีกขั้นของทั้งคู่ได้ไม่ยาก
หลังจากตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่า การจะได้รับซึ่งแกนวิวัฒนาการนั้น จำต้องฆ่าสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการแล้วเท่านั้นถึงจะได้มันมา ถ้าเป็แบบนี้ แกนวิวัฒนาการก็คือของล้ำค่าที่ใครก็ตามที่รู้ถึงการมีอยู่ของมันต้องเปิดศึกยิ่งชิงกันแน่ๆ อเล็กซ์กับสองสาวจึงได้ออกเดินทางต่อ หลังจากกัดการกับบีสท์ฝูงนี้ลงได้ เส้นทางพี่มุ่งตรงไปยังค่ายทหารก็เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ในที่สุดอเล็กซ์กับสองสาวก็มาถึงรั้วคอนกรีตที่สูงใหญ่ของค่ายทหาร เขาไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเดินอ้อมไปอีกหลายกิโลเมตรเพื่อไปให้ถึงประตูหน้าของค่าย เหตุผลที่เขาไม่เข้าค่ายทหารจากทางด้านนั้นก็เพราะ บริเวณหน้าค่ายเป็ชุมชนที่มีคนอยู่หนาแน่น และยังอาจจะเจอผู้รอดชีวิตที่มีอาวุธปืนอีกด้วย เขาเลยทำการหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทันที
จากนั้นอเล็กซ์ก็ะโขึ้นไปยืนบนกำแพงที่สูง 3.5 เมตรได้อย่างง่ายดายจนสองสาวตกตะลึง และด้วยความแข็งแกร่ง 500 หน่วย เขาก็เชือกใช้เชือกดึงสองสาวขึ้นมาเหมือนกับว่าพวกเธอนั้นเป็เพียงเด็กทารก การกระทำนี้ของเขามันได้ทำให้พวกเธอใอีกครั้ง หลังจากทั้ง 3 คนเข้ามาในค่ายทหารได้แล้ว อเล็กซ์ก็มุ่งหน้าไปยังโรงเก็บยานเกราะทันที ถึงแม้ภาพถ่ายทางอากาศที่เขาจดจำมาจะไม่ได้ระบุว่าอาคารหลังไหนคืออะไร เพราะมันเป็เื่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ แต่อาคารยานเกราะนั้นมันหาง่ายสำหรับอเล็กซ์มากๆ เพราะรูปถ่ายทางอากาศมันได้ชี้เป้าอยู่แล้ว ก็เพราะว่าบริเวณรอบอาคารหลังนั้นมีรถถังกับยานเกราะจอดเรียงรายอยู่โดยรอบ
แต่สำหรับวันสิ้นโลกแบบนี้ มันไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ อเล็กซ์เดินมาได้ครึ่งชั่วโมงเขาก็หยุดเดิน สองสาวก็หยุดตาม เขาพบว่าไม่มีร่องรอยการต่อสู้ให้เห็นเลยตลอดทางที่พวกเขาเดินผ่านมา มันเป็เื่ที่แปลกและอันตรายมากๆ อเล็กซ์สบสายตากับมะลิพร้อมก็อลิซาเบธ จากนั้นเขาก็จับข้อมือของพวกเธอออกวิ่งทันที แบบที่เขาไม่หันหลังกลับไปมองด้วยซ้ำแค่แรงสั่นะเืที่เข้าใกล้มาเรื่อยๆ กับเสียงฝีเท้าของคนที่สวมบูททหารเหมือนกับอเล็กซ์จำนวนมากที่เริ่มดังใกล้เข้ามา แค่นี้มันก็ทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเขาทำงานแล้ว
หลังจากวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง ดูเหมือนว่า อลิซาเบธจะหมดแรงวิ่งก่อนเป็คนแรกเพราะความตื่นเต้นของเธอ อเล็กซ์รีบอุ้มน้องสาวของเขาด้วยท่าเ้าหญิงทันที แล้วหันหน้าไปพูดกับมะลิว่า
" คุณยังไหวอยู่นะ อดทนอีกหน่อยใกล้จะถึงแล้ว ~ "
" ค่ะ ~ " มะลิตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดที่มีเหงื่อไหลท่วม
ตอนนี้อเล็กซ์มองเห็นโรงเก็บยานเกราะแล้ว เขาเปลี่ยนตำแหน่งให้อลิซาเบธมาขี่หลังแทน จากนั้นก็เปิดใช้ทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า พุ่งตัวเอาหัวไปกระแทกประตูข้างของโรงเก็บยานเกราะที่ถูกล็อกเอาไว้จนเปิดออก เกิดเืสีแดงสดของอเล็กซ์สาดกระจายเต็มบานประตูในทันที สองสาวเห็นแบบนี้ถึงกับใจหาย พวกเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอเล็กซ์จะบ้าบิ่นได้ขนาดเอาหัวพุ่งชนกับประตูเหล็กแบบนี้
เมื่อเข้ามาในโรงเก็บยานเกราะได้แล้ว อเล็กซ์ที่ยังคงเปิดใช้ทักษะพิเศษอยู่ ได้ยกตู้กดน้ำอัตโนมัติที่อยู่ใกล้ๆมาวางขวางประตูเอาไว้ แล้วมันก็ขัดเข้ากับพื้นต่างระดับของโรงเก็บยานเกราะพอดี อเล็กซ์จึงได้ปิดการใช้งานทักษะพิเศษของเขาลง จากนั้นก็ทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง สองสาวที่เห็นแบบนี้พวกเธอรีบพากันเข้ามาตรวจสอบดูอาการของอเล็กซ์พร้อมกัน พวกเธอเห็นเืที่อาบย้อมอยู่เต็มหัวของเขาเป็สิ่งแรก อลิซาเบธถึงกับร้องไห้โห่ออกมา
" พี่ไม่เป็อะไรไม่ต้องร้องไห้ พี่มีความสามารถรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เหมือนกับเธอที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วนั่นแหละ ไม่เชื่อก็เอาน้ำมาล้างเืออกดูได้เลย "
มะลิรีบเปิดขวดน้ำดื่มออกแล้วเทราดลงที่หัวขออเล็กซ์ในทันที สวนอลิซาเบธใช้ผ้าเช็ดหน้าของเธอเช็ดเืออกจากหัวและใบหน้าของอเล็กซ์ แล้วพวกเธอก็พบว่าคำพูดของอเล็กซ์นั้นคือเื่จริง เขาไม่มีาแเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงเป็อย่างนี้ อลิซาเบธก็ยังร้องไห้โฮออกมาพร้อมกับกอดพี่ชายของเธอเอาไว้แน่น
" ปึง ! ปึง !! ปึง !!! ปึง !!!! ปึง !!!!! "
แต่เสียงประตูเหล็กของโรงเก็บยานเกราะที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น มันทำให้อลิซาเบธใมากจนเธอต้องหยุดร้องไห้
" ได้เวลาที่พวกเราต้องไปแล้ว อีกไม่นานพวกซอมบี้ก็ต้องหาทางเข้ามาภายในที่แห่งนี้ได้แน่นอน "
เสียงของอเล็กซ์ดังขึ้นมาพร้อมกับมือที่อบอุ่นของเขาได้จับไปที่ท่อนแขนของสองสาว ทำให้พวกเธอได้สติกลับมา อเล็กซ์เดินตรงไปยังยานเกราะล้อยางที่มี 8 ล้อคันหนึ่ง สภาพของมันดูเก่ากว่ายานเกราะล้อยานทุกคันในที่แห่งนี้ แต่เมื่อ 2 สาว ลองมองดูมันดีๆ อีกครั้งก็พบว่า ยานเกราะคันนี้ได้ติดตั้งอุปกรณ์ทุกอย่างไว้หมดแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะมีขนาดใหญ่กว่าคันอื่นๆ อีกด้วย
" ยานเกราะคันนี้ ถูกสร้างมาใช้ใน่ปลายของาโลกครั้งที่ 3 การทำงานของมันทั้งคันไม่มีระบบไฟฟ้ามาเกี่ยวเลย เพียงแค่มีน้ำมันมาเติมลงถังให้มันรถคันนี้ก็สามารถวิ่งได้แล้ว แต่ตอนนี้พี่ไม่มีเวลามาอธิบาย น้องพี่ไปลากสายน้ำมันตรงนั้นมา มะลิคุณไปเข็นลังะุปืนตรงนั้นมานี้ พวกเรายังมีโชคอยู่บ้าง เหมือนกับว่าก่อนจะเกิดคืนวิปโยค พวกทหารกำลังจะนำยานเกราะคันนี้ออกไปซ้อมะุจริง… "
อเล็กซ์พูดไปพร้อมกับตรวจสอบเครื่องยนต์ และยกลังะุขึ้นรถพร้อมกับบรรจุะุใส่ปืนกลหนักที่อยู่บนหลังคารถ ด้านอลิซาเบธก็รีบปั่นน้ำมันใส่ถังยานเกราะอย่างเร่งรีบ ส่วนมะลิก็ลำเลียงะุปืนและอุปกรณ์ต่างๆ มาให้อเล็กซ์ยกขึ้นยานเกราะ ไม่นานทุกอย่างก็พร้อม อเล็กซ์สอนการใช้ปืนกลให้กับมะลิและอลิซาเบธ เนื่องจากยานเกราะคันนี้มีปืนกลหนักติดตั้งบนหลังคาหัวท้าย เมื่อทั้งสองสาวพร้อม อเล็กซ์ก็เริ่มหมุนคันสตาร์ท
แต่ในจังหวะนั้นเอง ซอมบี้ที่สวมชุดทหารครึ่งท่อนร่างกายบึกบึนก็พึ่งชนประตูข้างของโรงเก็บยานเกราะอย่างรุนแรง จนตู้กดน้ำที่ขวางอยู่แตกกระจาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าซอมบี้ตัวนี้ได้วิวัฒนาการระดับ 1 แล้วอย่างแน่นอน และดูเหมือนมันจะมีทักษะพิเศษเกี่ยวกับความแข็งแกร่งอีกต่างหาก หลังจากมันเข้ามาภายในโรงเก็บยานเกราะได้แล้วก็คำรามลั่น จนทั้งสองสาวใ แต่คำสั่งที่ออกจากปากของอเล็กซ์ก็ดึงสติของพวกเธอกลับมา
" ยิง !!!! "
" ปัง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ "
มะลิกับอลิซาเบธสาดะุปืนกลหนักใส่มันทันที และพร์แม่นเหมือนจับวางของมะลิก็ไม่ทำให้อเล็กผิดหวัง ซอมบี้ระดับ1 ตัวนี้มีความเร็วไม่มากพอที่จะหลบหนีจากความแม่นยำของมะลิได้ มันถูกยิงไปหลายนัด จนต้องถอยออกไปแล้วปล่อยให้พวกซอมบี้ลูกกระจ๊อกเข้ามาตายแทน อเล็กซ์ใช้่เวลานี้เปิดใช้ทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า หมุนคันสตาร์ทอย่างรุนแรง แล้วเสียงคำรามของเครื่องยนต์ 500 แรงม้า ก็ดังขึ้น
" ฮ่า ฮา !! ได้เวลากลับเข้าสู่สนามรบแล้วไอ้เสือ "
อเล็กซ์เคลื่อนที่ไปยังเบาะคนขับในทันที แล้วก็โยนะเิหลายลูกเข้าใส่ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กด้านหน้า จากนั้นเขาก็ดึงคันโยกบางอย่าง ตำแหน่งฐานตั้งปืนของทั้งสองสาวก็เลื่อนลงแล้วพวกเธอก็เข้ามาอยู่ภายในตัวยานเกราะ
" บึม บึม บึม บึม !!!! "
เสียงะเิดังกึกก้อง พร้อมกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่พุ่งทะยานออกไป ยานเกราะล้อยางพุ่งชนผนังอย่างแรงจนมันถล่มลง และดูเหมือนว่ายานเกราะจะไม่ได้รับความเสียหายเลย เมื่อยานเกราะล้อยานออกมาจากโรงเก็บได้แล้ว อเล็กซ์ก็ดึงอีกคันโยก สองสาวก็โผล่ออกมาพร้อมกับปืนกลหนัก แล้วพวกเธอก็พบว่าทหารทั้งค่ายกลายเป็ซอมบี้ทั้งหมด และมันกำลังเข้ามาโอบล้อมยานเกราะของพวกเธอ
" ยิง !!!! "
อเล็กซ์ออกคำสั่งอีกครั้งพร้อมกับขับยานมุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อจะหนีจากค่ายนรกแห่งนี้ เสียงปืนกลของทั้งสองสาวสาดใส่ฝูงซอมบี้อย่างเมามัน แต้มสังหารของอเล็กซ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกับกดสล๊อตได้ 77777 ไม่นานยานเกราะล้อยางก็มาถึงกำแพงที่พวกเขาข้ามเข้ามา อเล็กซ์ไม่ชลอความเร็วเลยแม้แต่น้อย ขนาดกำแพงเสริมเหล็กยังเขาไม่กลัวแล้วจะมาเกรงอะไรกับกำแพงที่มีแต่ความสูงแบบนี้
" บึม !!!! "
" แน่จริงก็ตามมา ฮ่า ฮา ~ " อเล็กซ์แหกปากด้วยความสะใจ
ยานเกราะล้อยางพุ่งชนผ่านกำแพงของค่ายทหารออกมาสู่โลกภายนอกได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับการหยุดติดตามของเหล่าซอมบี้ จากนั้นอเล็กซ์ก็ดึงคันโยกให้ทั้งสองสาวกลับเข้ามาอยู่ภายยานเกราะ อลิซาเบธกับมะลิก้าวขาออกมาจากฐานยิงปืนกลด้วยตัวที่สั่นเทา พวกเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้คือความจริง
" พวกเธอทำได้ดีมาก พวกเราเป็ทีมที่ยอดเยี่ยม ขยับมานั่งข้างหน้าด้วยกันเร็ว อีกครั้งชั่วโมงเราก็ไปถึงหอพักแล้ว แต่ก่อนจะไปถึงหอพักพี่ต้องจอดทำอะไรกับเครื่องยนต์สักหน่อย ตอนนี้เสียงของมันดังเกินไป "
สองสาวยังคงเงียบอยู่ นี้คืออาการช็อคของมนุษย์ที่พึ่งผ่านเื่ที่ร้ายแรงมา หรือมีอะไรบางอย่างทำให้ใกลัว อเล็กซ์จึงได้ยื่นน้ำดื่มให้กับพวกเธอคนละขวด โดยไม่ต้องบอกอะไรอีกทั้งสองสาว กระดกน้ำจนหมดขวดไปรวดเดียวพร้อมกัน แล้วพวกเธอก็หลับตาลง…
ตอนนี้อเล็กซ์จดจำที่ตั้งของสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในภาคตะวันออกได้ทั้งหมดแล้ว รวมไปถึงสถานที่อย่างเช่นปั๊มน้ำมัน โรงแรม หรือแม้แต่กระทั่งร้านอาหาร เขาก็จดจำมันได้ทั้งหมด เมื่อเห็นว่าออกห่างจากค่ายทหารมามากพอแล้ว อเล็กซ์เลยเลี้ยวยานเกราะเข้าไปภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับถนนรอบเมือง แล้วเขาก็ลงมือตรวจสอบสิ่งของทุกอย่างที่นำมาด้วย จากนั้นก็เริ่มปรับแต่งเครื่องยนต์อย่างชำนาญ เวลาก็ไหลผ่านไปเรื่อยๆ
หลังจากอเล็กซ์ปรับแต่งเครื่องยนต์ได้แล้ว เขาก็ทำให้ยานเกราะคันนี้อยู่ในโหมดวิ่งในเมือง โดยการทำให้มันขับเคลื่อนแค่ 4 ล้อไม่ใช่ 8 ล้อ การทำแบบนี้ จะทำให้การเคลื่อนที่ของมันเงียบลง แล้วการปรับแต่งเครื่องยนต์ที่อเล็กทำนั้นก็คือการสับเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์สำรองที่มีแรงม้าแค่ 200 ตอนนี้ยานเกราะล้อยางของอเล็กซ์เลยมีเสียงไม่ดังไปกว่ารถกระบะคันหนึ่ง แต่ก่อนจะออกเดินทาง อเล็กซ์ลากสายดูดนำมันไปหย่อนลงในแท็งค์เก็บน้ำมันใต้ดินของปั้ม เขาต้องทำให้รถคันนี้พร้อมออกเดินทางไกลได้ตลอดเวลา
ใน่ที่อเล็กซ์กำลังปั่นน้ำมันลงถังน้ำมันสำรองของยานเกราะอยู่นั้น เขาพบว่าสองสาวหายจากอาการช็อกแล้ว และคนที่กลับมาเป็ปรกติได้ก่อนก็คือมะลิ เธอลงมาจากยานเกราะแล้วเดินตรงมาจูบปากกับอเล็กซ์อย่างดูดดื่มโดยไม่อายน้องสาวของเขาที่กำลังมองการกระทำของคนทั้งคู่อยู่เลย หลังจากแยกปากออกจากกัน มะลิเลยพูดขึ้นว่า
" ฉันนึกว่าวันนี้จะต้องตายในวงล้อมของพวกซอมบี้แล้ว คุณนี้มันบ้าระห่ำจริงๆ ฉันปล่อยตัวปล่อยใจรักกับคุณได้ยังไงเนี่ย "
" หุ หุ สรุปนี้คือคำสารภาพรักของคุณใช่ไหมสาวน้อย "
" อ่ะ !! ไม่ใช่ค่ะท่าน ดิฉันแค่เผลอตัวพูดออกไปเฉยๆ "
" ช่างเถอะให้เวลาเป็เครื่องตัดสินก็แล้วกัน ผมต้องใช้เวลาในการดูดน้ำมันอีกสักระยะ คุณกับอลิธซาเบธเข้าไปตุนเสบียงจากในร้านขายของตรงนั้นหน่อยจะได้ไม่เสียเที่ยว ขนมาเยอะๆ เลยก็ได้นะ ที่ว่างในยานเกราะมีเยอะแยะ "
" ค่ะท่าน … "