re zombie world โลกซอมบี้อีกครั้ง

    ตอนที่ 127 ความตายที่กำลังขยายตัว

    ตอนที่127 ความตายที่กำลังขยายตัว

    ไนเรลมองดูสงครามตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยฝุ่นควันและเศษเลือดเนื้อที่กระจัดกระจายตามทิศทางที่ปืนใหญ่ยิง

    เหล่าทหารกล้าสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ด้วยปืนหน่วยดาบ โล่พร้อมด้วยมนุษย์ชั้นสูงต่างพากันจับอาวุธของตนเองอย่างแนบแน่นเลือดที่ไหลผ่านคมอาวุธฟาดฟันสังหารสัตว์กลายพันธุ์ราวกับผักปลา

    “พวกมันไม่ได้โจมตีพวกนี้เป็นแค่สัตว์กลายพันธุ์หนีตายเท่านั้น”ไนเรลกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยประธานซาที่อยู่ด้านข้างมองดูสถานการณ์ที่กองทัพรับมืออยู่อย่างตึงเครียด

    “ไอ้หนูจะลงมือได้หรือยังหรือต้องให้ฉันถีบลงไป” ชายแก่พูดด้วยท่าทีที่ไม่สบอารมณ์ เขาไม่ชอบขี้หน้าคนของตระกูลอาโรเดียแล้วยิงไม่ชอบไนเรลเข้าไปอีกที่เอาแต่ยืนเก็กท่าทำเป็นคิดอะไรอยู่ได้

    ชายหนุ่มที่ได้ยินคำพูดของประธานซาก็มองหน้าชายแกสักพักจากนั้นก็ยอมลงมือเขากระโดดพุ่งลงไปฆ่าสัตว์กลายพันธุ์อย่างรวดเร็วโดยใช้ความสามารถ[เพลิง A]เผาพวกมันโดยตรง

    จึงทำให้สถานการณ์การต่อสู้ด้านล่างลดความตึงเครียดลงมาได้บ้าง

    ไนเรลจัดการฆ่าสัตว์ระดับ 4 ทั้งหมดอย่างรวดเร็วถึงกระนั้นมันก็มากันอยู่เรื่อย ๆยังมีบางส่วนที่มีร่างกายใหญ่โตมันชนเข้ากับกำแพงจนเกิดเป็นรูโหว่พวกสัตว์กลายพันธุ์ก็พากันหนีไปทางนั้น

    ทหารนายอื่น ๆจึงรีบวิ่งเข้าไปที่นั้นเพื่อขวางทางสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้น

    “เป็นแบบนี้สถานการณ์ต้องแย่แน่ ๆ”

    ไนเรลมองภาพตรงหน้าและตัดสินใจว่าเขาจะใช้วิธีการทำให้ฝูงของสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้วิ่งไปทางอื่นแทนที่จะมาที่เมือง

    ชายหนุ่มวิ่งไปยังจุดที่ก่อนหน้านี้ถูกทิ้งระเบิดใส่เปลวไฟยังคงคุกรุ่นอยู่ในหลายๆ จุด ไนเรลยืนประจันหน้ากับฝูงสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังตรงเข้ามาหาเมืองอีกละลอก

    ระยะห่างระหว่างสัตว์กลายพันธุ์และไนเรลใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งห่างกันไม่ถึงร้อยเมตรไนเรลที่เห็นว่าใกล้พอสมควรแล้วเขาก็ใช้ความสามารถ [เพลิง A] จนถึงขีดสุดสร้างเป็นแนวกำแพงไฟขนาดใหญ่ยักษ์ขวางกลั้นฝูงสัตว์กลายพันธุ์ไว้

    บางตัวที่หลบไม่ทันก็โดนเผาไปเหมือนกับพวกที่โดนระเบิดในครั้งแรกแต่กำแพงไฟของไนเรลนั้นไม่เหมือนกับระเบิด เพราะมันสามารถควบคุมได้ดังใจ

    สัตว์กลายพันธุ์ที่ขี้ขลาดส่วนใหญ่พากันหลบหนีไปอีกทางด้วยความกลัวแต่ก็มีพวกที่ดุร้ายก้าวข้ามความกลัวไฟตามสัญญาณโจมตีไนเรลด้วยความกระหายเลือด

    เขาเองก็ไม่เกรงใจที่จะออกแรงเชือดมันทิ้งให้ถ้าพวกมันอยากตาย

    เงาด้านหลังของไนเรลก่อตัวเป็นรูปร่างจากนั้นมันก็เข้าไปเข่นฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ที่จู่โจมพวกไนเรลอย่างโหดเหี้ยมจนต้องให้คำว่าฆ่าไม่มีเหลือ

    เมื่อมีไนเรลลดทางผ่านของสัตว์กลายพันธุ์ที่จะเข้าไปที่เมืองได้ระดับหนึ่งทางทหารและมนุษย์ชั้นสูงก็จัดการฆ่าตัวที่อยู่ด้านหลังได้ง่ายขึ้นจากนั้นก็พากันเดินหน้าฆ่าจนไปถึงจุดที่ไนเรลอยู่

    มนุษย์ชั้นสูงส่วนใหญ่ที่เห็นไนเรลสร้างกำแพงเพลิงขนาดใหญ่ก็พากันยืนตะลึงไปเล็กน้อยส่วนเงานั้นไนเรลเลือกที่จะเก็บมันกับมาก่อนที่พวกนี้จะมาถึงแล้ว

    เพราะอย่างไรเขาก็ไม่อยากจะโชว์ความสามารถ [เงา S] ให้คนอื่นเห็นมากนัก เนื่องจากพวกพาราซัสยังตามหาตัวของนักฆ่าเงาที่ฆ่าล้างบางคนของบริษัทย่อยที่เมืองย่อย101 อยู่ไนเรลไม่อยากจะให้พวกนั้นสาวราวเรื่องมาถึงเขาได้ในตอนนี้

    อีกอย่างในอนาคตไนเรลอาจจะได้ใช้ความสามารถนี้ปลอมเป็นนักฆ่าเงาอีกก็ได้

    ไนเรลที่ตอนนี้ปลดปล่อยพลังอย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นว่าสัตว์กลายพันธุ์น้อยลงแล้วเขาก็สลายกำแพงไฟของตัวเองไปและเลือกที่จะฆ่าตัวอื่น ๆด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุดคือ เชื่อดมันด้วยดาบตรง ๆ

    หลังจากฆ่าสัตว์กลายพันธุ์แล้วไนเรลก็จะผ่าเก็บเอาแก่นพลังงานไปโดยส่วนใหญ่เขาเลือกพวกระดับ 3-4 เท่านั้นซึ่งมันก็ทำให้เขาเติมเต็มแก่นพลังงานในกระเป๋าได้อีกจำนวนหนึ่ง

    พวกหน่วยดาบและโล่ที่เป็นมนุษย์ชั้นสูงเมื่อเห็นการกระทำของไนเรลพวกนั้นก็ลงมือเอาบ้างเพราะตอนนี้ใครฆ่าได้มากก็เก็บแก่นพลังงานได้มากนั้นหมายถึงความมั่งคลั่งจำนวนมหาศาล

    ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงปืนใหญ่พลังงานก็หยุดยิงสนับสนุนและจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงสัตว์กลายพันธุ์ที่ตรงมาที่กำแพงก็หมดลงจะเหลือก็แต่ตัวที่หนีอ้อมไปทางด้านข้างของแนวกำแพงเมืองทั้งสองฝั่งซึ่งก็มีกลุ่มที่รับผิดชอบตรงนี้ตามไล่ล่าพวกมันไป

    ศพของสัตว์กลายพันธุ์ตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงระดับ4 มีให้เห็นจำนวนมาก แต่ที่เห็นทั้งหมดน่านับเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆในฝูงที่หนีรอดไปได้เท่านั้น

    ไนเรลจัดการยืนมือที่เปลี่ยนเป็นพืชกาบหอยแครงกินร่างของสัตว์ระดับ4 ตัวที่พึ่งฆ่าจนย่อยหมดเขาก็เดินกลับมาที่กำแพงซึ่งมีประธานซายืนนิ่งอยู่ด้วยความไม่สบอารมณ์นัก

    “ไอ้หนูชดใช้มา งานนี้ง่ายเกินไป”ชายชรามองไปที่ไนเรลพร้อมกับกล่าวด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจนขณะที่เขาเช็ดเลือดออกจากใบหน้าโดยมีกลุ่มผู้คุ้มกันที่จัดการเก็บกวาดรอบ ๆ อยู่

    “คุณหมายความว่าอย่างไรก็เราตกลงกันแล้ว...อีกอย่างมันง่ายซะที่ไหนถ้าไม่ใช่ว่าพลังของผมที่สามารถเปลี่ยนทิศทางฝูงสัตว์พวกนี้ได้คุณคิดว่าแค่ทหารจะตายกันแค่ไม่กี่สิบนายเหรอ”ไนเรลพูดออกมาด้วยท่าทีที่ไม่ยอมเช่นกัน

    แต่เขารู้ว่าพิมพ์เขียวปืนใหญ่ที่ได้มานั้นมันคุ้มค่ากว่ากับการลงมือในครั้งนี้แน่นอนดังนั้นไนเรลที่ไม่อยากจะเถียงกับประธานซาอีกอย่างในอนาคตบางที่เขาอาจจะต้องให้ช่องทางของชายชราอีกก็ได้เขาจึงนึกว่าบอกข้อมูลบางอย่างให้ไปเป็นการแลกเปลี่ยนให้ไปก็แล้วกัน

    “เอาแบบนี้ก็แล้วกันผมจะให้ข้อมูลกับคุณแบบครั้งก่อนๆ ก็แล้วกัน”

    หลังจากนั้นไนเรลก็บอกข้อมูลบางอย่างตามการคาดเดาของเขาซึ่งไนเรก็พึ่งจะประติดปะต่อได้ตอนที่สู้กับพวกสัตว์กลายพันธุ์เมื่อสักครู่นี้เอง

    “สัตว์พวกนี้มันไม่ได้จะโจมตีเมืองแต่มันกำลังหนีซอมบี้ที่อยู่ในเมืองหลวงเก่าบางทีอีกไม่นานซอมบี้ที่เมืองหลวงก็จะปะทุออกมาและเมืองแห่งนี้ที่ใกล้เมืองหลวงที่สุดก็คง....” ไนเรลเงียบไปไม่พูดต่อเพียงแค่นี้ชายชราก็คงจะเดาคำพูดของเขาออก

    หลังจากพูดเรื่องนี้จบไนเรลก็ขอให้ประธานซาจัดการเรื่องของไมน่าให้เพราะถึงอย่างไรไนเรลลงมือเองที่เมืองนี้มันก็ไม่สะดวกมากนัก

    “ไอ้หนูแกไปกับฉันเพื่อคุยกับรัฐมลตรีของเมืองนี้ก่อนได้ไหมฉันต้องการให้พวกนั้นได้ยินจากปากของประธานสมาพันธุ์นักล่า”ประธานซาพูดพร้อมกับคิดไปด้วย

    “ไม่ดีกว่าผมไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องในเมืองของพวกคุณอีกอย่างคุณก็น่าจะรู้ว่าคนตระกูลอาโรเดีย...”ไนเรลกล่าวจบก็กลางปีกบินออกไปในทันที

    “แล้วแกจะไปไหนไอ้หนู”

    “บ้าน” เสียงของชายหนุ่มดังมาแต่ไกลขณะที่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงเดินเข้ามาหาประธานซาพลางมองไนเรลที่เป็นจุดเล็กๆ ไปไกลแล้ว

    “ประธานซา” ทหารคนนั้นทักทายชายชราด้วยความสุภาพ

    ประธานซาหันไปทักทายด้วยเช่นกันทหารคนนั้นเหมือนจะมีบางอย่างจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ และกล่าว

    “ท่านทำไมถึงปล่อยเขาไปแบบนี้บางทีอาจจะดึงเขาเข้ามาเป็นพวกได้ซึ่งน่าจะกดดันและค้านอำนาจกับรัฐมลตรีอีเมอร์สันได้”

    “นายคิดว่าไอ้เด็กนั้นโง่งั้นหรือยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรมันก็ชิ่งหนีไปก่อนแล้วอีกอย่างช่วงนี้ปู่ของมันก็กลายเป็นตัวปัญหาให้กับประเทศอื่น ๆ แล้วฉันขอตัวก่อนก็แล้วกัน” ชายชรากล่าวจบก็เดินกลับไปที่พักทันที

    หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้วศพของสัตว์กลายพันธุ์ที่เหลือก็มีคนของกองทัพและรัฐบาลมาตามเก็บไปจนหมดและก็ได้มีคำสั่งแจกจ่ายเนื้อให้กับผู้คนในเมืองเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการต่อสู้ในครั้งนี้

    แต่นอนว่าพวกเขาหารู้ไม่ว่าทุกอย่างเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเพราะหลังจากนี้จะมีสัตว์กลายพันธุ์อีกหลายฝูงที่รวมตัวกันอพยพในลักษณะนี้อีก

    ......

    เมืองหลวงเก่าของไทกีล่าหลังจากบินออกมาจากที่นั้นแล้วไนเรลก็บินตรงมาที่นี่เพื่อหาคำตอบด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่เขาเลือกที่จะมองดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้นไม่ได้เข้าไปใกล้เมืองหลวงแต่อย่างไร

    ภาพที่ไนเรลเห็นนั้นมันดูน่าตกใจเป็นอย่างมากเมืองทั้งเมืองปกคลุ่มไปด้วยกลิ่นอายของความตายซอมบี้จำนวนมหาศาลเดินกันไปมาราวกับมดพวกมันดูหิวกระหายและผอมซูบเหมือนดังโครงกระดูก

    บางส่วนเริ่มกระจายตัวออกมาเพื่อหาสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่สามารถกินได้เพื่อจับกินแต่สิ่งหนึ่งที่ไนเรลต้องขมวดคิ้วนั้นก็คือซอมบี้ทำตัวยังกับเป็นเชื้อโรคเพราะสิ่งที่อยู่รอบตัวพวกมันกลับเป็นพิษแห้งเหี่ยวเฉาตายไปหมด

    “ดูเหมือนพวกซอมบี้จะออกฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่ใกล้ทั้งหมดเพื่อกินอีกไม่นานมันคงขยายอาณาเขตออกไปเรื่อย ๆเพราะความหิวกระหายของพวกมันไม่มีที่สิ้นสุด...จนกว่าจะได้กัดกินมนุษย์ให้สิ้น”ไนเรลพึมพำออกมาเงียบ ๆ และถอยออกไปจากจุดนี้ เดินทางกลับไปที่เมืองย่อย 101

    หนึ่งวันหลังจากนั้นไนเรลก็มองเห็นเมืองย่อย 101ที่เขาจากไปหลายเดือนแล้ว

    “ฉันกลับมาแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องre zombie world โลกซอมบี้อีกครั้ง ที่คุณอ่าน