มื้อค่ำไม่ได้หรูหราอะไรนักทว่าสองสามีภรรยาตระกูลชีกลับมัวแต่แย่งกันคีบกับข้าวให้ชีิเยว่ราวกับว่าชีชีและลู่เหย่ที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยนั้นเป็เพียงธาตุอากาศ
“ทางสำนักงานยุวชนผู้มีการศึกษามาหาพ่อเพื่อคุยเื่ส่งคนไปชนบทอีกแล้วสถานการณ์บ้านเราตอนนี้... เฮ้อ”
คำพูดของชีเจี้ยนกั๋วดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที
ชีชีเบ้ปากคิดในใจว่าพ่อตั้งใจพูดเื่นี้ให้เธอฟังชัดๆ
ครอบครัวตระกูลชีมีลูกสามคนลู่เหย่นั้นไปเป็ทหารั้แ่อายุสิบหก ส่วนชีิเยว่เองก็กำลังจะแต่งงานเร็วๆนี้
ตอนนี้ก็เหลือเพียงเธอถ้าเธอไม่ไป แล้วใครจะไป?
แต่หากเทียบกับการต้องลงไปตรากตรำในชนบทแล้วชีชีเต็มใจจะแต่งงานกับลู่เหย่มากกว่า
“คุณอาครับ ผมแต่งงานกับชีชีได้ครับ เธอจะได้ไม่ต้องลงไปที่ชนบท”
ลู่เหย่ช่างมาได้ถูกจังหวะราวกับฝนหลงฤดูในยามแล้งแท้ๆ
ชีชีชอบเสียงของเขามากมันทั้งดูเ็า เคร่งขรึม ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด
มุมปากของหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหยักโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มงดงาม
“ลู่เหย่ การแต่งงานเป็เื่ใหญ่ของชีวิตนะ นายต้องคิดดูให้ดีก่อน”
ชีเจี้ยนกั๋วแม้ปากจะพูดเช่นนั้นแต่ในใจกลับเริ่มโอนอ่อนไปนานแล้ว
เมื่อต้นปีลู่เหย่เพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็รองผู้พันต่อไปเขาจะมีเงินเดือนถึงแปดสิบเก้าหยวนหากไปปฏิบัติภารกิจพิเศษก็จะได้เบี้ยเลี้ยงเพิ่มแถมถ้าสร้างผลงานได้ก็ยังมีเงินรางวัลให้อีก
ในกองทัพยังมีสวัสดิการพร้อมทั้งที่พักและอาหารแทบไม่มีเื่ให้ต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง
หลายปีมานี้เขาส่งเงินกลับบ้านแค่เดือนละสิบหยวนเงินส่วนที่เหลือนั่นต้องเก็บออมไว้ไม่น้อยแน่ๆ
ถ้าตบแต่งลูกสาวเขาไปละก็เงินทองเ่าั้ไม่ใช่ว่าจะเป็ของเขาไปเสียทั้งหมดหรือ?
ลู่เหย่พยักหน้า“ผมคิดดีแล้วครับ นี่เป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้หลังจากเราแต่งงานกัน ชีชีก็จะย้ายไปอยู่กับผมที่เขตพำนักทหารครับ”
แววตาของชีเจี้ยนกั๋วไหวระริก“ในกองทัพน่ะคนแปลกหน้าทั้งนั้น ให้ชีชีอยู่ที่บ้านนี่แหละ”
ชีชีรู้สึกเหมือนมีฝูงม้านับหมื่นวิ่งพล่านอยู่ในใจจนอยากจะลุกขึ้นมาฟาดโต๊ะเสียเดี๋ยวนั้น
ขืนให้อยู่บ้านนี้ต่อปีหนึ่งคงได้เห็นหน้าลู่เหย่ไม่เกินสองหนอย่างนี้มันต่างอะไรกับการอยู่เป็ม่ายทั้งที่ยังมีสามีกันเล่า?ไปลำบากที่ชนบทเสียยังดีกว่า
“พ่อคะ เราเพิ่งแต่งงานกัน พ่อจะให้เราแยกกันอยู่เลยเหรอ?”
“ชีชี ลูกต้องเข้าใจหัวอกพ่อแม่บ้าง ิเยว่ก็กำลังจะแต่งออกไปพ่อกับแม่ก็ต้องไปทำงาน ถ้าลูกไปอยู่กองทัพอีก แล้วงานบ้านใครจะทำ?”
ชีเจี้ยนกั๋วหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกึ่งบังคับ
เหมียวหงรีบเสริมทันที“ชีชี ลูกเพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านแม่จะตัดใจส่งลูกไปลำบากที่กองทัพได้ยังไง? อยู่บ้านเรานี่แหละมีอะไรจะได้คอยช่วยดูแลกัน”
หึ...นี่หรือคือความเป็ห่วงที่กลัวเธอไปลำบาก? ชัดเจนว่าที่บ้านแค่ขาดคนรับใช้ฟรีต่างหาก
ชีชีเหลือบตาขึ้นฟ้าใส่คนเป็แม่“การสนับสนุนงานก่อสร้างชายแดนเป็อุดมการณ์อันสูงส่งของคนหนุ่มสาวผู้มีไฟนะคะเื่ที่มีเกียรติขนาดนี้ จะเรียกว่าไปลำบากได้ยังไง?”
อย่างไรเสียเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าต้องตามสามีไปอยู่เขตทหารให้ได้เพื่อไปให้พ้นจากคนพวกนี้
รอจนนโยบายผ่อนปรนประกาศเมื่อไรเธอจะไปเหมาูเาสักลูก ทำไร่ทำนา เป็เ้าของฟาร์มสวยๆ สักแห่งไปเลย
เธอจะสร้างคฤหาสน์หลังโตหน้าบ้านปลูกดอกไม้ หลังบ้านปลูกต้นไม้ชีวิตแบบนั้นมันดีกว่าต้องมาเป็วัวเป็ควายให้บ้านนี้ใช้งานไม่ใช่หรือ?
“ชีชี อย่าทำให้พ่อแม่โกรธสิ พวกท่านหวังดีกับเธอนะ”
เหอะชีิเยว่นี่ช่างสวมบทคนดีเสียจริง ชีชีแสยะยิ้มเยาะหยัน“งั้นเธอก็อยู่บ้านเองสิ ยังไงเธอก็แต่งงานไปไม่ไกลสะดวกกว่าฉันตั้งเยอะ”
ดวงตาของชีิเยว่วาวโรจน์ด้วยความโกรธทันที“ชีชี เก็บความคิดตื้นๆ ของเธอไปซะ ที่อยากให้ฉันอยู่บ้านก็เพราะเธอยังอาลัยอาวรณ์ไช่เหวินเจี๋ยอยู่ใช่ไหมล่ะ? อีกไม่กี่วันเราก็จะแต่งงานกันแล้วเธอไม่มีโอกาสหรอก”
ชีชีวางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง‘ปัง!’ “ชีิเยว่สมองเธอมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง? ถ้าฉันยังอาลัยเขาอยู่ฉันจะเรียกร้องไปอยู่เขตทหารทำไม? ฉันควรอยู่สู้กับเธอให้ถึงที่สุดสิถึงจะถูก”
ชีิเยว่ไม่ยอมลดละตวาดกลับเสียงดัง “ใครจะไปรู้ว่าเธออาจแสร้งทำเป็ถอยเพื่อรุกหรือเปล่า!”
“รุกบ้านหล่อนสิ! พวกเธอสองคนควรจะตัวติดกันไว้ให้ตายตกไปในชาตินี้อย่าได้ไปทำตัวเป็เสนียดจัญไรสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาอีกเลย!”
“ยังไงพ่อแม่ก็อยากให้เธออยู่ ถ้าไม่ฟังคำสั่งท่าน เธอก็คือลูกอกตัญญู!”
แววตาของชีชีฉายแววเ้าเล่ห์วูบหนึ่ง“ก็ได้ ในเมื่ออยากให้อยู่นักฉันก็จะอยู่ต่อไปฉันจะไปหาที่บ้านเธอทุกวัน ไปรำลึกความหลังกับผู้ชายของเธอ แล้วก็... หึๆ...”
ลู่เหย่ที่นั่งข้างๆหน้าขรึมลงทันที
ชีิเยว่แหวขึ้น“เธอไม่กล้าหรอก!”
“มีอะไรที่ฉันไม่กล้าล่ะ?”
ชีิเยว่โกรธจนตาแดงก่ำ“พ่อคะ ดูเธอทำสิ!”
“พอได้แล้ว เลิกเถียงกันสักที!” ชีเจี้ยนกั๋วตวาดก้อง“ให้ยัยชีชีไปอยู่เขตทหาร ลู่เหย่พรุ่งนี้เช้านายไปเขียนรายงานขออนุมัติแต่งงานได้เลย”
ชีเจี้ยนกั๋วเองก็ไม่อยากยอมหรอกแต่ครอบครัวเขากว่าจะได้ดองกับครอบครัวท่านผู้อำนวยการโรงงานมันก็ไม่ใช่เื่ง่าย เขาจึงกลัวว่าชีชีจะเข้าไปทำเื่ให้พังพินาศเสียก่อน
“ครับ”
ลู่เหย่พยักหน้าตอบรับด้วยใบหน้าเรียบเฉยเป็อันว่าเื่นี้จบลงตามนั้น
หลังมื้อค่ำชีิเยว่ทำท่าจะออกไปส่งของให้ไช่เหวินเจี๋ย
ชีชีเองก็บิดี้เีพลางบอกว่าจะออกไปเดินย่อยสักหน่อยเธอจะยอมปล่อยให้มิติน้ำพุิญญาหลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด
เหมียวหงได้แต่ก่นด่าไล่หลังพลางล้างจานไปด้วยทุกคนในบ้านยิ่งปักใจเชื่อว่าเธอคงยังลืมไช่เหวินเจี๋ยไม่ได้
ลู่เหย่สีหน้าหม่นลงเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าเดินตามออกไป
ทั้งสามคนแอบเดินตามกันออกมาติดๆทว่าชีิเยว่กลับไม่ได้ไปที่บ้านของไช่เหวินเจี๋ยอย่างที่บอกแต่กลับเดินหายเข้าไปในป่าละเมาะ
ไช่เหวินเจี๋ยรออยู่ก่อนแล้วด้วยความกระวนกระวายพอเห็นเธอเดินเข้ามา เขาก็พุ่งเข้าไปกอดจูบราวกับสุนัขที่เห็นของโปรดทันที
‘ไม่จริงน่า... นี่ถึงขั้นจะทำกันในป่าเลยเหรอ?’
ชีชีนึกเสียดายที่ไม่ได้หยิบเมล็ดทานตะวันมาแทะเล่นด้วยเธอรีบหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ตาเป็ประกายจ้องเขม็ง
“เหวินเจี๋ย อย่าสิคะ... คุณสัญญาแล้วนะว่าจะเก็บครั้งแรกไว้ในวันแต่งงาน”
“น่า... ผมแค่ขอจับนิดจับหน่อย ไม่ทำอะไรเกินเลยหรอก”
ไช่เหวินเจี๋ยหอบหายใจหนักหน่วงพลางล้วงมือเข้าไปในกางเกงของเธอ
ชีิเยว่ครางเสียงแ่ร่างกายอ่อนระทวยซบลงในอ้อมกอดเขา ปล่อยให้มือของเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งสองคนทำทุกอย่างยกเว้นเพียงขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น
ภาพความเร่าร้อนตรงหน้าทำให้ชีชีเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนในสมองเผลอจินตนาการไปถึงภาพตัวเองกับลู่เหย่กำลังทำเื่พรรค์นั้นจนเริ่มรู้สึกเืลมสูบฉีดไปทั้งตัว
โดยที่เธอไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าไม่ไกลจากด้านหลังนั้น ลู่เหย่เองก็ยืนหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูอยู่เช่นกัน
“ิเยว่ ผม้าคุณตอนนี้เลย ผมอึดอัดไปหมดแล้ว”
ไช่เหวินเจี๋ยดูท่าจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเขาโถมตัวเข้าหาชีิเยว่ราวกับสัตว์ป่า
“เหวินเจี๋ย...” เสียงของชีิเยว่หวานเยิ้ม“ฉันช่วยคุณเองค่ะ”
“ดี... เร็วหน่อยนะ”
ชีชีรีบตะครุบปากตัวเองไว้เพราะเกือบจะหลุดเสียงหวีดร้องออกมาคนยุคนี้เขาเล่นกันพิเรนทร์ถึงพริกถึงขิงขนาดนี้เลยเหรอ?เปิดหูเปิดตาเธอจริงๆ
ส่วนลู่เหย่ที่ยืนอยู่เื้ัหน้าเขาดำคล้ำราวกับก้นหม้อ มีอะไรน่าดูนักหนา? ไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนบ้างหรือไง
ทั้งคู่พลอดรักกันจนกระทั่งฟ้ามืดสนิทชีิเยว่จึงได้แยกย้ายกลับบ้าน
ขณะที่ชีชีกำลังจะเดินตามกลับไปบ้างข้อมือของเธอก็ถูกมือใหญ่คว้าไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง!
“ว๊าย... ช่วยด้วย...”
เธออุทานออกมาด้วยความใ
พอได้สติเธอก็พบว่าตัวเองถูกชายหนุ่มกดร่างติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่เขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาขุ่นมัว
ลู่เหย่?
เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ในระยะประชิดขนาดนี้ลมหายใจร้อนผ่าวของลู่เหย่รดรินลงบนใบหน้าของชีชีตรงๆ
ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เธอก็พาลนึกไปถึงภาพหวาดเสียวที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ จนพวงแก้มร้อนวูบขึ้นมา
บรรยากาศเริ่มอบอวลไปด้วยมวลความรู้สึกแปลกประหลาด
ลู่เหย่เองก็ััได้ถึงความผิดปกติเขาจึงรีบปล่อยมือและเบือนหน้าหนีไม่มองเธอ “คุณยังคิดอะไรกับไช่เหวินเจี๋ยอยู่ใช่ไหม?”
สมองของชีชียังคงมีภาพเ่าั้วนเวียนอยู่หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ‘ตึกตัก’ จนการประมวลผลช้าไปครู่หนึ่ง
เมื่อเห็นเธอเงียบไปลู่เหย่ก็กดเสียงต่ำลง “เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะถ้าคุณ...”
คราวนี้ชีชีได้สติรีบเงยหน้าขึ้นสวนทันควัน “คิดอะไรคะ? ฉันไม่ได้ชอบเขาซะหน่อย!”