“นาวิน ทางนี้ค่ะ” เสียงะโเรียกชื่อของเขาทำเอานาวินสะดุ้งไปเหมือนกัน นาวินรีบเดินไปตามเสียงนั้นในทันทีเพราะถ้าขืนชักช้าไปกว่านี้ เขาจะต้องกลายเป็เป้าสายตาของคนทั้งร้านแน่ๆ
“สวัสดีครับครูจันจิรา”นาวินทักทายที่มาของเสียง
“เชิญนั่งก่อนค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะค่ะที่เรียกครูนาวินออกมาแบบนี้ แต่มันจะดีกว่าที่เราจะคุยกันทางโทรศัพท์”
“ครับ” นาวินนั่งลงแบบงงๆ
นาวินมองไปรอบๆ ร้านอาหารแห่งนี้แม้จะเป็่หัวค่ำ แต่คนก็ไม่มากนักเขาเองไม่อยากออกมาทานข้าวข้างนอกสักเท่าไหร่ ยิ่งออกไปกับหญิงสาวอย่างจันจิราเขายิ่งไม่กล้าคิด ดูในเมื่อเธอย้ำนักย้ำหนาว่า เื่สำคัญเช่นนี้ จะต้องออกมาพบหน้ากันจะดีกว่าเขาจึงยอมออกมา
“แล้วเื่สำคัญที่ครูจิราว่ามันคืออะไรเหรอครับ” นาวินเริ่มถามขึ้นทันที
“แหม ครูวินนี่ใจร้อนจังเลยนะค่ะจะรีบไปไหน เราสั่งอาหารมาทานกันก่อนดีกว่า” จันจิราพูดพร้อมกับยื่นเมนูมาให้
“ครูจิราสั่งเลยดีกว่าครับ ผมทานได้ทั้งนั้นแหละ”
“นึกแล้วว่าครูวินต้องพูดแบบนี้” พูดจบเธอกันไปพูดอะไรบางอย่างกับเด็กเสิร์ฟ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้าแล้วเดินไปจากโต๊ะของพวกเขา
จันจิราหันมาสบตากับนาวินพร้อมกับรอยยิ้ม ที่พยายามฝืนให้มันดูดีที่สุด เมื่ออีกฝ่ายไม่ยิ้มตอบเธอจึงเอ่ยขึ้นแบบเซ็งๆ
“ก่อนอื่น จิราต้องถามก่อนว่าทำไมครูวินจึงต้องสนใจเด็กคนนี้นักหนา อย่าบอกนะว่าครูวินเองก็คิดเหมือนคนอื่น”
“คิดอะไรเหรอครับ”
“นี่ครูวินยังไม่รู้เหรอว่ายัยเด็กคนนี้มันแสบแค่ไหน” จันจิราชะโงกหน้ามาหานาวินพร้อมสีหน้าที่จริงจัง
นาวินได้แต่ส่ายหน้า
“เห้ออออจิราก็เห็นว่าครูวินเที่ยวถามคนโน้นคนนี้อยู่หลายวันแล้วนึกว่าจะได้ข้อมูลมาเยอะซะอีก”
“ก็ไม่มีใครบอกอะไรผมเลยทุกคนได้แต่บ่ายเบี่ยง”
“ครูวินจึงมาหาจิราเป็คนสุดท้ายใช่มั้ย” จันจิราทำท่างอน
“เปล่านะ ผมก็อยากจะถามครูจิราแหละแต่เห็นว่าครูจิราไม่เคยว่างเลย ผมก็หาโอกาสจะคุยกับครูจิราอยู่ตลอดเลยนะ” นาวินทำเสียงเศร้าให้อีกฝ่ายเห็นใจ
“เอาละๆ ยังไงก็ช่างแต่ก่อนอื่นขอบอกไว้เลยนะ เื่นี้ ห้ามครูวินไปบอกใครเด็ดขาด ว่ารู้มาจากจิราไม่งั้น ท่าน ผอ. เอาจิราตายแน่”
“ครับ ผมสัญญา” นาวินทำท่ายกมือสาบาน พร้อมๆกับอาหารที่ถูกนำมาเสิร์ฟพอดี
“แหม กำลังจะสนุกเลยถูกขัดจังหวะจนได้” จันจิราหัวเราะชอบใจ “เรามาทานกันก่อนดีกว่าค่ะ”
“เราทานไปพูดไปก็ได้นะครับ”
“ไม่เป็ไร จิราไม่รีบ เรายังพอมีเวลา”พูดจบเธอก็ลงมือทานโดยไม่สนใจว่านาวินจะกระวนกระวายแค่ไหน
นาวินแสยะยิ้ม แล้วก็ก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปากโดยไม่สนใจคนที่นั่งร่วมโต๊ะ
“ครูวิน” จันจิราทำลายความเงียบลง
“มีอะไรเหรอครับ” นาวินตอบกลับไปทั้งที่ยังเคี้ยวอาหารอยู่เต็มปาก
“ทำไมครูวินจึงสนใจเด็กคนนั้นมากเป็พิเศษละค่ะ”
“แล้วทำไมครูคนอื่นๆต้องปฏิบัติกับเธอแบบนั้นด้วยละ” นาวินโต้กลับไป
“แน่ใจเหรอว่าครูวินแค่อยากช่วยเธอ”
นาวินพยักหน้าหงึกๆ
“ไม่มีเื่อื่นปะปนใช่มั้ย”
นาวินส่ายหน้า
“แน่ใจนะ”
“มันจะมีเื่อะไรอีกได้อีกล่ะ” นาวินเริ่มขึ้นเสียง
“ก็เช่น เื่........” จันจิราหยุดคำพูดไว้แค่นั้นแล้วจ้องหน้านาวินแบบมีคำถาม
“ครูจิราคงหมายถึงเื่ชู้สาวงั้นรึ”เป็นาวินที่ตั้งคำถามกลับไป
จันจิรา พยักหน้าตอบ
“ใช่” นาวินรวบช้อน ก่อนจะหันมาจ้องหน้าจันจิรา“ผมขอตอบครูจิราตรงๆ ก็แล้วกัน ผมเองก็คิดเช่นนั้นแหละ คุณลองคิดดูสิ ผมตัวคนเดียวมาอยู่ที่นี่ ก็เหงาเหมือนกันนะ จะหาใครที่ไหนได้ แล้วผมก็ดูๆ แล้วเด็กคนนี้ก็นะ มีอะไรให้น่าค้นหาดี เธอก็แค่เด็ก ม.6 ที่ไม่กี่วันก็จบแล้ว มันจะเป็อะไรไปถ้าผมคิดจะแอ้มเธอ ยิ่งเธอไม่มีใครสนใจแบบนี้ มันก็คงง่ายดีถ้าผมคิดจะทำอะไรเช่นนั้น อีกอย่างนะ ดูๆ ไป เด็กคนนี้ก็สวยดีอยู่เหมือนกัน มันก็คงจะไม่เลวเลยใช่มั้ยแต่ครูจิราห้ามไปพูดเื่นี้กับใครนะครับ ผมขอละ”
จันจิราจ้องหน้านาวินก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆๆ แหมครูวินก็จิราจะเชื่อดีมั้ยเนี่ย แต่บอกก่อนเลยนะ เวลาที่ครูวินโกหก มันไม่แเีเลยต้องไปหัดมาใหม่นะค่ะ”
“จริงๆ นะ ผมคิดแบบนั้นจริงๆเชื่อผมเถอะ”
“จ้า เชื่อก็เชื่อ อิอิ” จันจิรายังขำไม่หยุด
“ว่าแต่ทำไมถึงไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับเธอหรือพ่อแม่ของเธอเป็คนใหญ่คนโต ที่แตะไม่ได้ ใช่มั้ย” นาวินเริ่มทำเสียงจริงจัง
“ป่าวหรอก เธอตัวคนเดียวพ่อแม่เสียไปหมดแล้ว มีแค่ย่าเพียงคนเดียวที่อยู่กับเธอ”
“อ้อออ ปัญหาครอบครัวสินะ” นาวินพึมพำ
“มันก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอกเพราะั้แ่ที่จิรามาสอนที่นี่ เธอก็อาศัยอยู่กับย่าเพียงแค่สองคนมานานแล้วที่สำคัญ เมื่อก่อน เธอถือว่าเป็เด็กที่เรียนเก่งคนหนึ่งกิจกรรมทุกอย่างเธอกวาดเรียบ เรียกได้ว่า เป็เด็กที่ครูทุกคนรักและเธอเองก็เป็เด็กที่น่ารักมาก”
“แล้วทำไมมันถึงเป็แบบนี้” นาวินถามไปตรงๆ
จันจิราถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบกลับไป
“ว่ากันว่าพ่อของพาฝันกับท่านประธานเป็เพื่อนกัน สองคนนี้ร่วมกันก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาแต่แล้วเมื่อหลายปีก่อน พ่อของพาฝันก็เสียชีวิตไปและได้ฝากฝังพาฝันไว้กับท่านประธาน ว่าให้ช่วยดูแลเธอให้ดี จากนั้นท่านประธานก็ดูแลเธอเหมือนกับลูกคนหนึ่งและพาฝันเองก็ตอบแทนท่านประธานด้วยการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนในหลายๆด้าน จนเมื่อ 2-3 ปีก่อนเมื่อท่านผู้อำนวยการเข้ามาบริหารโรงเรียนแบบเต็มตัว ดูเหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างที่ครูวินก็คงจะมองเห็น โรงเรียนนี้จากที่เคยเน้นวิชาการ สร้างเด็กเก่งๆกลับกลายเป็ว่า ตอนนนี้โรงเรียนจะมีนโยบายแปลกๆ ออกมาแทบทุกวัน จนเด็กๆแทบไม่ได้เรียนอะไรกันแล้ว แต่พาฝันก็ยังเป็ดาวเด่นของโรงเรียนอยู่เหมือนเดิมจนมีเสียงซุบซิบออกมาว่า พาฝันกับท่านผู้อำนวยการแอบมีอะไรกุ๊กกิ๊กกัน พอเื่นี้รู้ไปถึงภรรยาของท่านผู้อำนวยการเื่ก็เลยดังขึ้นมา มีข่าวลือกันมาว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ครูวนิดาไปเจอท่านผู้อำนวยการกับพาฝันอยู่ด้วยกันสองต่อสองในบ้านเหมือนว่ากำลังจะทำอะไรบางอย่างและเมื่อสืบออกมา กลายเป็ว่า พาฝัน เป็คนเข้าไปหาท่านผู้อำนวยการก่อน ดีที่ครูวนิดากลับมาก่อนไม่อย่างนั้นท่านผู้อำนวยการคงเสร็จเด็กนั่นไปแล้ว” จันจิราหยุดอยู่แค่นั้นพร้อมกับแบะปาก
“เพราะเหตุนี้สินะ ที่ทำให้คนทั้งโรงเรียนไม่ชอบหน้าเด็กคนนั้น” นาวินตั้งข้อสังเกต
“มันยังไม่จบแค่นั้นหนะสิ” จันจิราตั้งท่าพูดต่อ “เพราะตอนเกิดเื่มีนักเรียนอีกคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เธอเป็เพื่อนสนิทของพาฝันว่ากันว่าสองคนนี้วางแผนด้วยกัน ทีแรกเธอก็ให้การปรักปรำท่านผู้อำนวยการด้วยเช่นเดียวกันแต่เมื่อถูกสอบสวนหนักเข้า เธอจึงยอมเล่าความจริงทั้งหมด นั่นทำให้พาฝันเป็เดือดเป็แค้นเด็กคนนี้มากถึงขนาดใช้กำลังตบตีกันเลยทีเดียว”
“คงไม่เกิดเื่ร้ายแรงใช่มั้ย” นาวินถามแทรกขึ้นมา
“มีคนพบศพเด็กคนนี้ในอีกไม่กี่วันต่อมา”น้ำเสียงของครูจันจิราเปลี่ยนไปทันที ในขณะที่นาวินได้แต่อ้าปากค้างด้วยความใ
“หลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่พาฝันแต่ตำรวจสรุปว่าเป็อุบัติเหตุ” ครูจันจิราเล่าต่อ “ว่ากันว่าท่านประธานยอมจ่ายเงินไปมากมายเพื่อให้เื่นี้เงียบ ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลที่สำคัญคือ ตำรวจเองหาหลักฐานอะไรไม่ได้”
“ไม่น่าเชื่อ” นาวินพูดเบาๆ กับตัวเอง
“ทีแรกพวกเราก็ไม่มีใครเชื่อ แต่หลังจากเกิดเื่ พาฝันก็เปลี่ยนไปเธอเข้าไปคลุกคลีกับกลุ่มมาเฟียผู้มีอำนาจในเมืองนี้ บางทีคนพวกนี้อาจจะช่วยเธอลงมือก็ได้”จันจิราตั้งข้อสังเกต
นาวินนิ่งไปสักพักเขาใช้ความคิดอย่างหนัก กับเื่ที่ได้ยินมา เป็ไปได้หรือที่เด็กสาวหน้าตาสละสลวย แม้ตอนนี้เธอดูจะพยายามแสดงความเข้มแข็งให้คนอื่นๆ เห็นแต่เขามองคนไม่เคยผิด เด็กคนนี้ไม่มีทางทำอย่างนั้นได้แน่นอน
“เพราะเหตุนี้จึงทำให้ทุกๆ คนเริ่มเกลียดขี้หน้าพาฝัน” นาวินพูดออกมา
“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะพวกเราคิดว่าเรารู้จักเด็กคนนี้ดี ถึงแม้อะไรต่อมิอะไรจะชี้ไปที่ตัวเธอแต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อว่า จะเป็ฝีมือของเธอ” จันจิราตีหน้าเศร้า ก้มหน้ามองพื้น ก่อจะพูดต่อ “ถึงแม้เธอจะทำให้พวกเราทุกคนเดือดร้อน เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอพูดอะไรกับท่านประธานแต่รุ่งเช้าวันต่อมาท่านประธานกลับเข้ามาในโรงเรียน เรียกคณะครูทุกคนประชุมร่วมกันจากนั้นท่านก็เทศนาพวกเรายาวไป 2-3 ชั่วโมงเลย คนที่โดนหนักสุดก็คงจะเป็ท่านผู้อำนวยการนั่นแหละจริงอยู่การมีนักเรียนเสียชีวิตในโรงเรียนเป็ความผิดของครูทุกคนแต่ดูเหมือนท่านประธานก็ไม่เชื่อว่าพาฝันจะเป็คนลงมือ นี่แหละ เราทุกคนจึงรับผิดไปเต็มๆ แต่พวกเราก็ไม่มีใครโทษเด็ก”
“แล้วหลังจากนั้นละ” นาวินถามต่อทันที
“ก็อย่างที่เห็น” จันจิรายักไหล่ “เมื่อท่านประธานกลับไปแล้ว ท่านผู้อำนวยการก็ยังคงเหมือนเดิมและดูเหมือนจะหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ หลังจากนั้นท่านประธานก็ไม่เคยกลับเข้ามาในโรงเรียนอีกเลยทุกอย่างจึงอยู่ในมือท่านผู้อำนวยการแบบเบ็ดเสร็จ พวกเราทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับคำสั่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
“แล้วพาฝันละ”
“เธอก็กลายเป็คนละคน”จันจิราทำเสียงเศร้า “เธอเริ่มมาสายไม่สนใจใคร และต่อต้านกิจกรรมทุกอย่างของโรงเรียน การเรียนก็ไม่สนใจดีที่ว่าเธอเป็เด็กหัวดี จึงพอประคองตัวไปได้ ที่สำคัญคือเธอกับท่านผู้อำนวยการจะเหมือนอยู่กันคนละโลก ที่ไหนมีพาฝัน ที่นั่นจะไม่มีท่านผู้อำนวยการ เหตุการณ์ในตอนนั้นเปลี่ยนเด็กที่น่ารักคนหนึ่งให้กลายเป็นางมารของคนทั้งโรงเรียน”
“แต่เธอก็ยังไม่ไปไหน” นาวินพูดออกมาเบาๆ
“เธอเคยขอลาออกมาแล้วหลายครั้ง และท่านผู้อำนวยการก็พยายามบีบให้เธอออกไปหลายหนแต่เพราะท่านประธานเข้ามาขัดขวางเื่นี้ไว้ ท่านเคยพูดว่ายังไงก็แล้วแต่เธอจะต้องจบ ม.6 จากที่นี่เท่านั้น ห้ามไม่ให้เธอไปเรียนที่อื่นเด็ดขาด เพราะงี้จึงเป็อย่างที่ครูวินเห็นนั่นแหละ” จันจิราตอบพร้อมกับยักไหล่
นาวินมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเขาได้แต่คิดถึงสิ่งที่ได้ฟังมา หากเป็จริงเช่นนี้มันก็ยิ่งทำให้เขาต้องเป็ห่วงพาฝันเข้าไปอีก การที่เด็กคนหนึ่งต้องรับศึกหนักรอบด้านโดยไม่มีใครสักคนที่คอยช่วยเหลือเธอ เช่นนี้แล้วเธอจะเดินหน้าต่อได้อย่างไร
“ไม่มีใครช่วยเหลือเธอเลยเหรอ” นาวินถามไปอีกครั้ง
“ไม่มี” จันจิราส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้เธอเคยได้เงินจากท่านประธานคอยช่วยเหลืออยู่เป็ประจำ แต่หลังจากเกิดเื่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านประธานยังจ่ายเงินให้เธออยู่อีกหรือเปล่า อีกอย่างหลังจากเกิดเื่ ใครที่เข้าไปคลุกคลีกับพาฝัน ก็จะถูกเพ่งเล็งจากท่านผู้อำนวยการมีครูบางคนคอยหยิบยื่นเงินให้เธอ ก็ถูกเรียกตัวไปพบหลายคนแล้วเพราะเราทุกคนรู้จักเด็กคนนี้ดี เธอน่าสงสาร หลายๆ คนจึงอยากจะช่วยแก้ปัญหาแต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายแล้วทุกคนเลือกที่จะมีงานทำต่อไปดีกว่ายุคนี้งานสอนในโรงเรียนดีดีแบบนี้หาได้ซะที่ไหน ไม่มีใครอยากเอาอนาคตไปเสี่ยงอีกอย่าง 4-5 เดือนมานี้ มีคนเห็นเธอออกไปไหนๆ ตอนกลางคืนเป็ประจำ คงไปอยู่กับพวกมาเฟียพวกนั้นพวกเขามีผับอยู่ตรงถนนเลี่ยงเมือง เธอคงไปมั่วสุมอยู่ที่นั่นมันคงทำเงินให้เธอได้ไม่ยาก เื่นี้ครูวินลองสืบดูเอาเองก็แล้วกัน”
นาวินพยักหน้ารับ “แค่นี้ก็รบกวนครูจิรามากแล้ว ขอบคุณมากๆ นะครับ ที่ยอมเล่าให้ผมฟัง”
“จิราเองก็เป็ห่วงพาฝันอยู่เหมือนกันแต่เื่นี้มันเกินกำลังของพวกเราจริงๆ”
“ผมเข้าใจครับ ใครๆก็เลือกเงินก่อนเสมอ”
“นี่ครูวินกำลังด่าจิราอยู่ใช่มั้ย” จันจิราโวยออกมา
“เปล่าๆ” นาวินรีบปฏิเสธ “ผมก็แค่กำลังคิดว่าเมื่อผู้อำนวยการเอาเื่งานมาขู่พวกครู ก็จะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้พาฝันเช่นนั้นแล้ว ตัวท่านเองก็จะลอยตัว เหมือนกับว่า....”
“เหมือนกับว่าเื่นี้มันมีเงื่อนงำบางอย่าง” จันจิราตอบเบาๆ
นาวินพยักหน้าตอบรับ
“เป็หน้าที่ของครูวินที่จะต้องหาคำตอบให้ได้จิราจะรอฟังคำตอบนั้น” จันจิราขยับตัวเหมือนกำลังจะบอกลา
“ขอบคุณครูจิรามากนะครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง” นาวินยิ้มอย่างเต็มใจ
“งั้นก็ขอบคุณมากนะค่ะสำหรับมื้อค่ำ” จันจิรายอมรับด้วยความเต็มใจ
“ผมจะไม่บอกใครว่าเราเคยคุยเื่นี้กันผมสัญญา”
“ช่างมันเถอะค่ะ” จันจิราทำหน้าเครียดๆ เมื่อเธอเหลือบไปเห็นรถยนต์คันนึงจอดอยู่ใกล้ๆร้านที่พวกเขานั่งอยู่
“มีอะไรเหรอครับ”
“ไม่มีอะไรหรอก” น้ำเสียงจันจิราเริ่มเปลี่ยนไป “บางทีพรุ่งนี้เราสองคนอาจจะมีเื่อื่นให้เราต้องหนักใจมากกว่าเื่ของพาฝันก็เป็ได้”
จันจิราเดินไปขึ้นรถพร้อมกับขับจากไปทิ้งให้นาวินยืนทำหน้างงๆ อยู่หน้าร้านคนเดียว