หยวนหยวนทำงานล่วงเวลาไปได้สักพัก เ้าตัวก็เผลอหลับไปด้วยความเมื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งอาทิตย์ ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้งภายในออฟฟิศที่ตอนนี้มีเพียงความมืดมิด หากแต่เมื่อหยวนหยวนหลับตาลงครั้งหนึ่ง แสงสว่างก็ค่อยๆ สาดส่องเข้ามาจนทำให้หยวนหยวนมองเห็นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
หยวนหยวนมองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าตอนนี้ตนเองได้ยืนอยู่กลางทางเดินในแผนกก่อนที่จะถึงห้องประชุม เป็สถานที่ที่เ้าตัวมักจะใช้เวลาทั้งวันขลุกอยู่ในนั้น และเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง หยวนหยวนก็เห็นร่างของใครสักคนหนึ่งที่แสนจะดูคุ้นเคยนอนคว่ำหน้าลงอยู่กับโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ไม่ไกล
‘ใครนะ ทำไมดูคุ้นจัง เสื้อก็คุ้น กางเกงก็คุ้น แต่ทำไมมานอนอยู่ที่นี่ บ้านช่องไม่มีให้กลับรึยังไง’ ปากเล็กๆ บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในขณะที่สายตาก็ยังไม่ละออกจากร่างคนที่นอนอยู่ตรงนั้นได้เลย
‘นอกจากรูปร่างของคนคนนั้นจะดูคุ้นเคยแล้ว โต๊ะนี่มันก็ดู...คุ้นๆ นะ’ หยวนหยวนพิจารณาสิ่งของต่างๆ ที่อยู่บนโต๊ะ โดยใช้เวลาเพียงไม่นานก่อนจะพบว่า…
‘เฮ้ย!!! นี่มันโต๊ะทำงานของเรานี่นา เห๋ยยยย คุณเป็ใครเนี่ย มานอนอยู่ที่โต๊ะทำงานของผมได้ยังไง’ หยวนหยวนะโออกไปอย่างเผลอลืมตัว และในขณะที่หยวนหยวนกำลังใและสับสนมึนงงอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งของแผนกที่ค่อนข้างมืดและว่างเปล่าก็ได้มียมทูตฝึกหัดตนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็กำลังยืนสับสนมึนงงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเขาเฉกเช่นกัน
‘มนุษย์ผู้นี้ สมองของเขามีปัญหาหรือว่าถูกใช้งานหนักจนเกินไปหรือเปล่า เหตุใดมองร่างที่นอนอยู่กลับไม่รู้ว่านั่นคือร่างของตัวเอง บทจะคุ้นเคยกลับไปคุ้นเคยกับโต๊ะทำงานแทนเสียได้ แท้จริงแล้วอาการเช่นนี้ควรนับได้ว่าเป็ความปกติหรือไม่ปกติของมนุษย์ในยุคนี้กันนะ’ จังหวะที่ยมทูตกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หยวนหยวนก็เพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของเขาในตอนนั้นเอง
หยวนหยวน: “เฮ้ย! คุณเป็ใครเนี่ย”
ยมทูตฝึกหัด#17: “ตัวข้าคือยมทูต”
หยวนหยวน: “บ้าน่า อย่ามาหลอกกันนะ”
ยมทูตฝึกหัด#17: “...” ยมทูตไม่ตอบ แต่ยังคงนิ่งเฉยอยู่เช่นนั้น จวบจนหยวนหยวนเริ่มรู้สึกถึงความเย็นะเืที่ตอนนี้กำลังแผ่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว โดยจุดศูนย์กลางของความเย็นที่แผ่กระจายออกมานี้ก็คือจากตัวยมทูตตนนั้นนั่นเอง
หยวนหยวน: “พะ...พูดจริงเหรอ?”
ยมทูตฝึกหัด#17: “อืม และนั่นก็คือร่างของเ้า”
หยวนหยวนมองไปที่ร่างที่ยมทูตชุดดำนี้บอกว่าเป็ร่างของเขาเองอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ ตัวเขาก็ได้หายสงสัยแล้วว่า ทำไมร่างนี้ถึงได้ดูคุ้นเคยนัก ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าทั้งเสื้อและกางเกงที่เขาว่ามันดูคุ้นๆ นั้น มันเป็ของเขาเองทั้งสิ้น รวมไปถึงร่างที่นอนอยู่นั่นก็ด้วย ซึ่งแท้ที่จริงก็คือร่างของตัวเขาเอง
ทำงานจนตัวตายเป็เช่นไร ที่แท้ก็เป็อย่างหยวนหยวนนี่เอง หากถามว่าเสียใจไหม คำตอบก็เสียใจนะ คือชีวิตนี้ยังไม่ได้มีความสุขในการใช้ชีวิตเลย มีหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะมัวแต่ทำงาน คิดแค่ว่าต้องหาเงิน เอาไว้มีเงินเยอะๆ เมื่อไร ค่อยไปเที่ยวพักผ่อน แต่ใครเลยจะรู้ เงินก็ยังมีไม่เยอะ เที่ยวก็ยังไม่ได้เที่ยว แต่ต้องมาตายอย่างน่าสงสารถึงเพียงนี้
ดีหน่อย ที่ชีวิตนี้เขามีเพียงตัวคนเดียว จะเรียกว่าดีได้ไหมนะ ทำไมมันดูน่าสงสารจัง แต่เขาก็ใช้ชีวิตเพียงลำพังจริงๆ เพราะพ่อกับแม่ได้จากไปั้แ่สิบปีที่แล้ว เรียกได้ว่าทั้งคู่จับมือกันไปสู่์เก้าชั้นฟ้าแล้วและทิ้งให้หยวนหยวนต้องคอยเผชิญกับโลกกว้างอย่างอ้างว้างนับั้แ่นั้นเป็ต้นมา...เพียงลำพัง
‘เฮ้อ แต่จะว่าไปตายแบบนี้ก็ดูไม่เจ็บดีนะ แค่นอนหลับไปเอง ดูเหมือนคนนอนหลับมากกว่าคนตายเสียอีก’ หยวนหยวนมองร่างของตนเองก่อนที่จะพยายามทำใจปล่อยวางจากทุกสิ่งอย่าง
‘เฮ้อ พี่หลิว ผมขอโทษนะ งานไม่เสร็จทันเช้าวันจันทร์ซะแล้ว’ ตายไปก็ไม่วายเป็กังวลเื่งาน ไม่น่าปากไวไปรับปากเื่งานเลย แต่ถึงจะไม่รับปาก สุดท้ายงานนั้นก็ต้องวนมาหาเราอยู่ดี หยวนหยวนคิดในขณะที่คิ้วทั้งสองเริ่มขมวดผูกกันเป็ปมแล้ว
หยวนหยวน: “เฮ้อ นี่เราตายแล้วจริงๆ เหรอ ทำไมยังรู้สึกเมื่อยที่ไหล่และปวดที่หลังอยู่เลย” พูดจบก็หันไปมองยมทูตอีกหนึ่งกรุบ ก่อนที่จะได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายเป็การพยักหน้าขึ้นลงอย่างช้าๆ เพื่อยืนยันว่าเขานั้นได้ตายไปแล้วจริงๆ
หยวนหยวน: “เฮ้อ ตายซะแล้ว ยังไม่ทันได้พบกับความสำเร็จเลย” หยวนหยวนรำพันออกไปอย่างลอย ๆ
ยมทูตฝึกหัด#17: “ความสำเร็จอะไร?”
หยวนหยวน: “เอ๊า ก็ความสำเร็จในชีวิตไง ใครๆ ก็บอกว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แต่ทำไมผมพยายามแล้วถึงได้พบกับจุดจบที่น่าห่อเหี่ยวถึงเพียงนี้” หยวนหยวนตัดพ้อในโชคชะตา
ยมทูตฝึกหัด#17: “เ้าอยากรู้จริงๆ หรือ?” ยมทูตเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างนึกสงสัย
หยวนหยวน: “แน่นอนสิว่าตัวข้าต้องอยากรู้ เพื่อที่เกิดใหม่ครั้งหน้าจะได้แก้ไขในความผิดพลาดนั้นอย่างไรเล่า” หยวนหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ดูจริงจังเป็ที่สุด ในเมื่อแก้ตัวในชาตินี้ไม่ทันแล้ว เช่นนั้นจะขอแก้ตัวอีกรอบในชาติหน้าก็แล้วกัน
ยมทูตฝึกหัด#17: “สาเหตุก็เป็เพราะว่าตัวเ้าทำงานหามรุ่งหามค่ำ กินนอนไม่เป็เวลา สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ไม่ใส่ใจในสัญญาณเตือนต่างๆ ที่ร่างกายได้แสดงออกมาให้เห็นว่าเ้านั้นได้หักโหมมากจนเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็ ความเครียด ความดัน ไมเกรน อาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่สบายก็ไม่พักผ่อนแต่ยังฝืนทนไปทำงาน นั่งหน้าจอยาวๆ สิบกว่าชั่วโมงโดยไม่ลุกไปไหน ฯลฯ ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เ้ายังคิดว่าร่างที่แสนอ่อนแอของเ้านี้จะยังสามารถมีชีวิตอยู่รอดยืนยาวจวบจนถึงวันที่เ้าจะประสบความสำเร็จได้อีกหรือ” ยมทูตหน้าตึงกล่าวสาเหตุร่ายยาวออกมา โดยไม่เว้นจังหวะให้หยวนหยวนได้คิดและวิเคราะห์ตามถึงสาเหตุเลยแม้แต่น้อย
หยวนหยวน: “ทะ ท่านบ่นอะไรนะ คือมันยาวไปฟังไม่ค่อยจะทัน ช่วยส่งเป็อีเมลมาให้อ่านแทนได้ไหม” หยวนหยวน หนุ่มพนักงานตัวน้อย แม้จะตายมาแล้วก็ยังไม่วายติดนิสัยเดิมจากการทำงานมายังดินแดนหลังความตายนี้ด้วย
ยมทูตฝึกหัด#17: “...”

![]()