ฉันจดจำที่คุณแม่พูดกับฉันและมันก็ทำให้ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ น้ำใสๆไหลรินอาบแก้มทั้งสองข้างของฉัน เราสวนกอดกันและกันกอดของคุณแม่ยังอบอุ่นเสมอ มันจะมีใครที่ไหนบนโลกใบนี้จะรักฉันได้เท่าคุณพ่อคุณแม่อีก TT
คุณอุ่นเรือน : ไม่เอา ไม่ร้องแล้วดี๋ยวไม่สวย แม่จะถามอีกครั้ง ลูกรักพี่เค้าใช่ไหม ( คุณแม่ถามเน้นอีกครั้ง)
อ้อมกอด : ......( ฉันไม่ตอบแต่พยักหน้าแทนคำตอบ)
คุณอุ่นเรือน : เอาเป็ว่า ตกลงแต่งกับพี่เค้า งั้นไปแต่งหน้าแต่งตาเถอะผู้ใหญ่มาเต็มบ้านแล้ว ( คุณแม่ยิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่น)
อ้อมกอด : ตกลงวันนี้คุณคนปิดบังกอดเหรอคะ นี่คุณแม่พี่ดินทร์ไปงาน คืองานหมั้นกอดเหรอคะ ( ฉันถึงบางอ้อ)
คุณอุ่นเรือน : ฮ่าๆๆเื่นี้ลูกไปเคลียร์กับพี่เค้าเองนะ ( คุณแม่หัวเราะอย่างพอใจ)
อ้อมกอด : คอยดูเถอะพี่ดินทร์ จะงอนซะให้ขัดเลย
เมื่อทราบความจริงว่าวันนี้เป็งานหมั้นของตัวเองฉันก้รับแต่งหน้าทำผมอย่างง่ายๆโดยฉันเองก็มีพื้นฐานการแต่งหน้ามาบ้างถึงไม่ได้เก่งมากแต่ก็สามารถได้สบายมาก เพราะฉันชอบดุบิวตี้เบอร์เค้าแต่งหน้าบนยูทูป และด้วยอาชีพของฉันการแต่งหน้านั้นเป็เื่สำคัญมาก ฉันแต่งหน้าไปและคุณแม่ก็ให้ความช่วยเหลือในเื่ของทำผมให้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากจ้างช่างแต่งหน้านะ แต่คุณแม่บอกว่าพยายามติดต่อแล้วแต่ไม่มีใครว่างเลย เพราะทุกอย่างมันกระทันหันมาก ฉันใช้เวลาไม่นานก็แต่งหน้าทำผมเสร็จ
คุณอุ่นเรือน : ป่ะลงไปข้างล่างได้แล้วคุณพ่อบอกว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว
อ้อมกอด : คะคุณแม่
ผมรอว่าที่คู่หมั้นอย่างใจจดใจจ่อเธอจะโกรธผมรึเปล่าที่ไม่ยอมบอกเธอว่าจะมาหมั้นวันนี้ เธอจะยอมหมั้นกับผมหรือเปล่าผมกังวลไปหมดทุกอย่างผมชะเง้อมองไปทางบันไดรอดูว่าคนที่ผมรอคอยจะลงมารึเปล่า ทุกอย่างมันช้าไปสำหรับผม
คุณหญิงแก้ว : ใจเย็นๆเถอะลูกตาดินทร์ นั่งนิ่งๆสำรวมหน่อย ( คุณแม่ปราม)
ดินทร์ : โถ่คุณแม่ผมร้อนใจนี่ครับกอดเค้าจะยอมหมั้นกับผมรึเปล่าครับ ทำไมช้าจังเลยคุณแม่
คุณหญิงแก้ว ; เวลามันก็เดินของมัน มันไม่ได้ช้าหรอกมีแต่ลูกนั่นแหละที่ใจร้อน
ดินทร์ : เห่อ! (ผมพยายามข่มใจ พยายามใจเย็นผ่อนลมหายใจให้ กำลังพยายามใจเย็นที่สุดเท่าที่ทำได้)
หลังจากที่ปล่อยให้ผมรออยู่นานอ้อมกอดในชุดสีขาวซีฟองลายลูกไม้ก้เดินลงมากับคุณแม่ของเธอ เธอดูสวยสง่ามากๆแต่งหน้าไม่หนามากดูมันทำให้ใบหน้าของเธอดูหวานเข้ากับชุดที่ใส่ ผมมองเธอตาค้างจนคุณแม่ต้องสะกิด เมื่อเธอมานั่งข้างๆผมเธอส่งยิ้มให้ผม ผมสามารถบอกตรงนี้ได้เลยว่าชีวิตนี้ผมจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหายไปจากชีวิตผมแน่
เมื่อทุกอย่างพร้อมพิธีหมั้นก็เริ่มขึ้นทางคุณแม่ของผมได้จัดสินสอดทองหมั้นถูกเตรียมมาอย่างสมเกียรติของเธอ พิธีหมั้นจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเพราะเชิญเฉพาะญาติสนิทมา เมื่อเสร็จในส่วนของพิธีแล้วญาติๆก้ร่วมกันทานอาหารกัน บรรยากาศอบอุ่มมากๆ
ดินทร์ : ทำไมไม่พูดเลยล่ะคะ โกรธพี่หรือเปล่าที่ไม่ได้บอกและปรึกษากอดล่วงหน้า ( ผมตัดสินใจถามเธอตรงๆ หลังปลีกตัวพาเธอออกมาด้านนอกเพื่อได้มีเวลาส่วนตัวกับเธอ แต่เธอกับเงียบไม่ยอมพูดอะไรกับผม)
อ้อมกอด : หึ นี่รู้ตัวด้วยเหรอค่ะว่าทำให้คนอื่นเค้าโกรธ ( นั่นไงชัดเลยครับ แต่ง้อนั่นไม่ยากหรอครับ)
ดินทร์ : โถ่ กอดครับ ( ผมหลับตาปิบๆๆ) พี่ขอโทษนะครับที่ไม่ได้บอกก่อนล่วงหน้า แต่พี่อยากอยู่กับกอดเร็วๆเลยต้องรีบหมั้นและรีบแต่งงานแล้วงานแต่งพี่ก็ให้คุณแม่หาวันได้แล้ว เป็เดือนหน้า อีกสองอาทิตย์เองอย่างอนเลยนะ เดี๋ยวลูกสาวพี่ที่อยู่ในท้องกอดจะเครียดเอา ( ผมไม่รู้หรอกว่าเธอจะหายโกรธหรือโกรธเพิ่มขึ้นไปอีกเื่งานแต่งที่จะถึงเร็วๆนี้ แถมยังพูดถึงลูกอีก ใช่ครับคราวนี้ผมพูดมั่วๆไปงั้นและครับ แต่ก็เชื่ออย่างนั้นนะในท้องเธอต้องมีลูกผมสักคนสองคนสิ เพราะหลังๆมาผมไม่เคยป้องกันเลย ฮ่าๆๆ พูดไปเผื่อฟลุ๊ค)
อ้อมกอด : อะไรนะคะ งานแต่งงาน ลูก ! ใครท้อง ( เธอถามทั้งที่ใ )
ดินทร์ : ครับแต่งงาน ครับอ้าว ยังไม่ท้องเหรอ แย่ยัง นึกว่าพี่มีน้ำยาซะอีก
อ้อมกอด : ฮ่าๆๆ นี่ฝันไกลขนาดนั้นเลยเหรอ (บอกแล้วว่ามันได้ผลในที่สุดผมก็ทำให้เธอหัวเราะออกมาจนได้)
ดินทร์ : ไม่ท้องจริงเเหรอ แต่พี่มั่นใจมากเลยนะ งั้นเรารีบไปทำลูกกันเถอะ ( ผมพูดพร้อมทำท่าจะจูงแขนเธอไป)
อ้อมกอด : เดี๋ยวซิ พี่ดินทร์เดี๋ยวเถอะ พูดเื่อะไรก็ไม่รู้
ดินทร์ : หายโกรธพี่นะ พี่รักกอดมากนะครับคนดี ( เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะอารมณ์ดีผมก็เริ่มอ้อนซะเลย ใครว่าผู้หญิงมีมารยาร้อยเล่มเกรียน ผู้ชายอย่างผมก็มีนะครับ แต่ผมมีไว้ใช้กับเธอเท่านั้น )
อ้อมกอด : กอดก็รักพี่ดินทร์ ค่ะ ( เราสองกันกอดกันแน่น กอดนี้มันทำให้ผมรู้ว่าผมขาดเธอไม่ได้ กอดจากคนตัวเล็กๆให้ความรู้อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก )
เห็นหวานๆอย่างนี้ คงคิดกันว่าใกล้จบแล้วสินะคะ แต่ยังค่ะ หวานไปก็เลี่ยนคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ
มีนิยายเื่ใหม่มาแนะนำคะ รุ่นพี่ที่รัก ฝากติดตามด้วยคะ ขอบคุณที่ติดตามกันมานะ