เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 151: ความโศรกเศร้าของชายไร้เมีย


    ท่ามกลางกระแสพายุทรายสีเลือดอันร้อนระอุที่หมวนวนบ้าคลั่งราวกับจะฉีกทึ้งผืนฟ้าและบดขยี้พสุธาให้เป็นผุยผง ร่างหนาของบุรุษผู้หนึ่งนอนคว่ำหน้าจมดิ่งอยู่ในเนินทรายสีส้มแดงอันแห้งแล้ง เม็ดทรายร้อนผ่าวปลิวพัดถมทับแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อไคลและเขม่าดำจากแรงระเบิดมิติ ยามนี้รอบกายไร้ซึ่งเงาของผู้ใด มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวชวนสั่นสะท้านที่พัดผ่านซอกหินผุพังเบื้องไกลประหนึ่งเสียงโหยหวนของภูตพรายในอเวจี

    ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่กี่ลมหายใจ หลีเฮงยังจำได้ดีถึงความโกลาหลในอุโมงค์มิติข้ามผ่านดารา แรงบีบอัดอันมหาศาลและกระแสลมปราณที่ปั่นป่วนฉีกกระชากร่างของเขาจนแทบจะขาดออกเป็นชิ้นๆ แม้กระทั่งทักษะคุ้มกายและเกราะป้องกันต่างๆ ที่เคยหนาแน่นดุจกำแพงเหล็กก็แตกสลายไปต่อหน้าต่อตา ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ร่างของภรรยารักทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเย่เจาจวินผู้มีเรือนร่างเย้ายวนสะกดใจ หรือจักรพรรดินีมังกรหลงปิงเอ๋อร์ ต่างก็ถูกดูดกลืนหายวับไปในกระแสพลังงานคนละทิศละทาง ทิ้งให้เขาต้องร่วงหล่นลงมากลางแผ่นดินแปลกหน้าแห่งนี้เพียงลำพัง

    "แค่ก! ถุย!"

    หลีเฮงสำลักพ่นเศษทรายสีแดงออกจากปากอย่างเหนื่อยอ่อน ร่างกายอันกำยำที่เคยผุดผ่องสะอาดสะอ้าน บัดนี้กลับบวมช้ำระบมแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ ทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างเหมือนถูกค้อนเหล็กขนาดยักษ์ทุบตีซ้ำๆ จนกระดูกแทบแหลกเหลว ชายหนุ่มค่อยๆ ดันกายลุกขึ้นด้วยข้อศอกทั้งสองข้างอย่างทุลักทุเล ทุกครั้งที่ขยับกายทำเอาเขาร้องครางโอดโอยในใจด้วยความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ยามเมื่อเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ไอแดดอันร้อนผ่าวและกลิ่นแห้งแล้งของกำมะถันก็แล่นริ้วเข้าไปในลำคอจนแสบร้อนประหนึ่งกลืนถ่านร้อนแดงลงไปในท้อง

    เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยดวงตาพร่าพราย แสงอาทิตย์สีแดงฉานดั่งเลือดนกแผดเผาลงมาจากกึ่งกลางนภากาศ ท้องฟ้าเหนือหัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วสีส้มอมม่วงดูพิศวงและแปลกตา ไม่มีก้อนเมฆสีขาวนุ่มตา ไม่มีสายลมอุ่นชุ่มชื้นอันคุ้นเคย และที่ร้ายแรงที่สุดคือ ไม่มีเรือนร่างอันเย้ายวนหอมกรุ่นของเหล่าภรรยาเคียงข้างกายเลยสักคนเดียว!

    "เจาจวิน... ปิงเอ๋อร์... กู๋เอ๋อร์... พวกเจ้าอยู่ที่ใดกัน..."

    หลีเฮงป้องปากร้องตะโกนก้อง เสียงของเขาแหบแห้งแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้ตาย และมันก็ถูกกลืนหายไปกับสายลมร้อนในทะเลทรายอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขตทันที ความเงียบงันที่สะท้อนกลับมาทำให้หัวใจของเขาบีบรัดตัวด้วยความกระวนกระวาย ชายหนุ่มก้มลงสำรวจร่างกายตนเองด้วยความตระหนก และก็ต้องพบกับสัจธรรมอันแสนโหดร้ายที่ทำให้เขาแทบจะกระอักเลือดออกมาอีกรอบ

    เสื้อคลุมสีขาวผ้าแพรไหมสวรรค์ราคาแพงระยับที่เย่เจาจวินเย็บให้บัดนี้ขาดวิ่นปลิวหายไปกับพายุข้ามมิติตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจทราบ รองเท้าหนังอสูรเกราะศิลาก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงเนื้อตัวล่อนจ้อนล่ำสันที่เปื้อนฝุ่นทรายสีแดงหนาเตอะ และชิ้นส่วนอาภรณ์เพียงชิ้นเดียวที่ยังคงปกปิดของสงวนส่วนล่างไว้อย่างมั่นคงเหนียวแน่นก็คือ...

    กางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงจากระบบ!

    มันยังคงทอแสงสีชมพูเรืองรองสะท้อนแสงแดดสีเลือดวิบวับปานดวงประทีปสวรรค์อย่างไร้ยางอาย กระชับพอดีกับบั้นท้ายและต้นขาแข็งแรงของเขาอย่างประหลาด ราวกับจะตอกย้ำความน่าอดสูและทำลายศักดิ์ศรีของเขาให้ราบคาบต่อหน้าผืนดินและแผ่นฟ้าแห่งแดนร้างนี้

    "บัดซบที่สุด! ไอ้ระบบเฮงซวย! เสื้อผ้าเครื่องประดับเวทมนตร์ของข้าพังพินาศหมด แต่กางเกงในสีชมพูกวนโทสะนี่ดันรอดมาได้ในสภาพสมบูรณ์แบบร้อยส่วนเนี่ยนะ?! นี่แกจงใจแกล้งให้ข้าต้องเดินแก้ผ้าเอาตัวรอดกลางทะเลทรายสีแดงในสภาพนี้ใช่ไหมฮะ!" หลีเฮงสบถด่าลั่นพลางชี้นิ้วขึ้นฟ้าท้าทายลมแดดอย่างเหลืออด

    [ ติ๊ง! ]

    เสียงแจ้งเตือนอันแสนคุ้นเคยระคนน่าหมั่นไส้ดังขึ้นในห้วงจิตวิญญาณของเขา พร้อมกับการสั่นไหวของกรอบม่านแสงเตือนภัยสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตา อักษรสีแดงเข้มกะพริบถี่ยิบประหนึ่งเตือนภัยพิบัติล่มสลาย

    [ ระบบเทพแมงดายินดีต้อนรับโฮสต์ผู้หน้าหนาไร้ขีดจำกัดเข้าสู่ดินแดนใหม่แห่งโชคชะตาที่บิดเบี้ยว! ]
    [ แจ้งเตือนสิทธิประโยชน์และการเงิน: เนื่องจากแรงระเบิดของค่ายกลข้ามมิติขั้วโลกใต้ทำให้พิกัดดาราวิกฤตคลาดเคลื่อนอย่างรุนแรง ส่งผลให้การเชื่อมต่อกับค่ายกลศิลาปันผลหุ่นเทพในแดนหลักถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ระบบขอแจ้งระงับแต้มปันผลรายวันของโฮสต์เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการจัดตั้งค่ายกลเชื่อมต่อมิติใหม่สำเร็จ ]

    "ระงับแต้มปันผลรายวันชั่วคราว?! ไอ้ระบบหน้าเงิน! นั่นมันรายได้หลักที่ข้าต้องเอาไว้ใช้ช็อปปิ้งในร้านค้านะโว้ย! แล้วนี่ข้าจะเอาแต้มที่ไหนมาใช้ประทังชีวิตล่ะฮะ!" หลีเฮงโวยวายแทบเสียสติ ยามกึกก้องเรียกหาระบบในใจ

    [ ติ๊ง! กรุณาโฮสต์อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย ระบบขอนำเสนอรายงานยอดบัญชีและสถานะปัจจุบันเพื่อให้ท่านได้ตระหนักถึงวิกฤตอันแท้จริงอย่างเจียมตัว: ]
    [ ยอดแต้มสะสมแมงดาคงเหลือ: 116,000 แต้ม ]
    [ ค่าศักดิ์ศรีสะสม: -70 แต้ม ]
    [ ระดับเกราะพลังเมียปกป้องกาย: 9 หน่วย (ลดรูปจากพลังระดับสูงเนื่องจากระยะห่างมิติและคู่พันธะกระจัดกระจายพลัดพรากคนละทิศทาง) ]
    [ แต้มวิบัติสะสมสะท้อนสวรรค์: 90 แต้ม (เข้าสู่เขตอันตรายสีแดงขั้นสูงสุด 90/100) ]
    [ คำเตือนจากระบบ: แต้มวิบัติสะสมในระดับ 90 แต้มจะส่งผลให้ใต้พื้นพิภพเกิดความแปรปรวน พลังงานดินแดนจะดึงดูดวิกฤตอันร้ายแรงและอสุรกายโบราณเข้ามาหาโฮสต์อย่างต่อเนื่องทุกสิบนาที โฮสต์โปรดเตรียมตัวพบนิมิตหมายแห่งความพินาศหากคิดจะนอนเฉยๆ รอความตาย ]

    หลีเฮงกวาดสายตาอ่านข้อความเตือนภัยสีเลือดแล้วถึงกับขนลุกซู่ไปทั่วแผ่นหลังที่เปลือยเปล่า กางเกงในเรืองแสงสีชมพูยิ่งขับเน้นความสว่างไสวสะดุดตาจนดูราวกับเป้าล่อชั้นดีกลางทะเลทรายสีแดง

    "แต้มวิบัติตั้งเก้าสิบแต้ม! แล้วนี่ข้าพลัดพรากจากสาวๆ ทั้งหมดเลยรึ? เจาจวิน ปิงเอ๋อร์ แม่ยอดรักของพี่เฮง... เกราะพลังเมียของข้าที่เคยหนาแน่นดุจกำแพงเหล็กกล้า ยามนี้เหลือเพียงแค่เก้าหน่วยเนี่ยนะ? ถ้าข้าเจออสูรกายระดับสูงตบทีเดียว กางเกงในสีชมพูตัวนี้คงได้กลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้วคาดเอวแน่ๆ!" หลีเฮงพึมพำด้วยความตระหนกตกใจอย่างยิ่งยวด

    ความร้อนระอุแผดเผาของชั้นอากาศในดินแดนทรายสีแดงแผ่ซ่านเข้ามาในผิวหนังของเขาจนเริ่มแดงแสบ ลำคอของชายหนุ่มแห้งผากประหนึ่งผืนดินแตกระแหงในฤดูแล้ง ลิ้นหนาสากคับปากจนแทบไม่มีน้ำลายให้กลืนลงคอ ของเหลวในร่างกายเหือดแห้งหายไปอย่างรวดเร็วจากการสูญเสียเหงื่อ ท้องไส้เริ่มส่งเสียงร้องประท้วงกิ่วด้วยความกระหายน้ำอันรุนแรง

    หลีเฮงพยายามโคจรปราณนักสู้เพื่อระงับความหิวโหยและความร้อน ทว่าปราณธรรมชาติรอบตัวในผืนทรายแห่งนี้ช่างเบาบางและเต็มไปด้วยไอพิษร้อนสะสม หากฝืนสูดดมปราณเข้าสู่จุดชีพจรโดยตรงมีหวังธาตุไฟเข้าแทรกจนเส้นชีพจรไหม้เกรียมเป็นแน่แท้

    ความร้อนระอุภายนอกยังไม่เท่าความแห้งผากที่แผดเผาทรวงอกของเขาให้แทบมอดไหม้ ความทรมานทางกายแล่นพล่านจนทำให้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมความเวิ้งว้างอันแสนงดงามของเนินทรายสีทับทิมเหล่านี้ ลมพายุทรายยังคงหอบเอาละอองฝุ่นทรายซัดสาดเข้าใส่ใบหน้าและจมูกอย่างบ้าคลั่ง ราวกับดินแดนแห่งนี้กำลังขับไล่ผู้มาเยือนอย่างไม่เป็นมิตร ชายหนุ่มตระหนักดีว่าหากเขายังมัวแต่เดินดุ่มๆ โดยไม่จัดการเรื่องความหิวโหยทางกายและอาการขาดน้ำเสียก่อน เขาคงหมดสติและนอนทอดร่างเป็นอาหารแก่อสุรกายใต้ทรายอย่างแน่นอน

    "คอ... คอข้าแห้งจะตายอยู่แล้ว... ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้ไม่ต้องรอให้อสุรกายโบราณมาขย้ำ ข้าคงได้กลายเป็นศพแห้งกรังโดยมีเพียงกางเกงในสีชมพูตัวนี้ติดกายแน่ๆ" ชายหนุ่มพึมพำเสียงแหบพร่า พลางปาดเหงื่อสีแดงจางๆ ที่ผสมฝุ่นทรายบนหน้าผาก

    เขาตัดสินใจรวบรวมสมาธิอย่างเร่งด่วน ขยับนิ้วในอากาศเพื่อเปิดตัวเลือกหนึ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตเขาในยามยากได้

    "ระบบ! เปิดกระดานแลกเปลี่ยนวิเศษของร้านค้าความอยู่รอดของชายไร้ศักดิ์ศรีด่วนที่สุด! ข้าต้องการน้ำ! อะไรก็ได้ที่ทำให้ลำคออันล้ำค่าของข้าชุ่มชื้นขึ้นมาในตอนนี้ที!"

    [ ติ๊ง! กำลังเปิดหน้าต่างร้านค้าความอยู่รอดของชายไร้ศักดิ์ศรี... ]

    ม่านแสงสีทองปนแดงสว่างไสวผุดขึ้นตรงหน้า หลีเฮงรีบกวาดสายตามองผ่านรายการสิ่งของวิเศษนับร้อยนับพันอย่างร้อนรนใจ หมวดหมู่อาหารและโอสถประทังชีวิตปรากฏขึ้นเรียงราย ทว่าส่วนใหญ่เป็นเม็ดยาฟื้นฟูปราณหรือน้ำทิพย์โอสถบำบัดที่ต้องใช้ร่วมกับพลังของสตรี หรือไม่ก็มีราคาแต้มที่สูงลิ่วเกินกว่าจะจ่ายไหวสำหรับสิ่งของจิปาถะ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับสิ่งของวิเศษชิ้นหนึ่งที่อยู่มุมขวาของม่านแสงระบบ

    [ ถุงน้ำบำบัดมารรสชาเขียวไม่จำกัด ]
    [ รายละเอียดสิ่งของวิเศษ: ถุงหนังสัตว์มารโบราณบรรจุน้ำทิพย์บำบัดมารรสชาเขียวเข้มข้นสดใหม่ ปรุงขึ้นด้วยสูตรลับของสำนักมารร้อยบุปผา มีสรรพคุณในการฟื้นฟูพละกำลัง บรรเทาอาการอ่อนล้าของเส้นชีพจร บำบัดผิวพรรณสตรีและบุรุษให้เปล่งปลั่งชุ่มชื้น และที่สำคัญคือปริมาณไม่มีวันหมดสิ้น ดื่มได้ตลอดชีพตราบเท่าที่ถุงน้ำนี้ยังไม่ถูกทำลาย ]
    [ ราคาแลกซื้อ: 5,000 แต้มแมงดา ]

    หลีเฮงจ้องมองราคาห้าพันแต้มแล้วถึงกับตาโต กัดฟันกรอดด้วยความงกสะท้านใจ "ห้าพันแต้ม?! แค่น้ำชาเขียวถุงเดียวแกจะคิดราคาข้าตั้งห้าพันแต้มเชียวรึไอ้ระบบหน้าเลือด! ในโลกก่อนหน้าของข้าน้ำชาเขียวขวดละไม่กี่สิบบาทเองนะโว้ย!"

    [ ตอบโฮสต์ผู้ขี้เหนียวเกินพิกัด: ถุงน้ำวิเศษนี้เป็นรุ่นพิเศษ 'ไม่จำกัดปริมาณ' และมีฤทธิ์บำบัดผ่อนคลายฟื้นชีพจรระดับกลาง หากโฮสต์ไม่ต้องการแลกซื้อ ก็ขอแนะนำให้เตรียมตัวรับการเสื่อมสลายของสังขารจากสภาวะขาดน้ำรุนแรงในอีกห้านาทีถัดไป ซึ่งระบบจะเตรียมเปิดใช้งานบทลงโทษกางเกงในสีชมพูเปลี่ยนเป็นโซ่เหล็กรัดไข่ถาวรตามกฎของความล้มเหลวทันที ]

    "เออๆ! ซื้อก็ซื้อวะ! ดีกว่าปล่อยให้ไข่ข้าโดนรัดจนกลายเป็นขันทีร้างเมีย!" หลีเฮงตะโกนยอมจำนนอย่างหมดทางเลือก

    [ ติ๊ง! ทำการแลกซื้อสำเร็จ หักแต้มแมงดา 5,000 แต้ม ยอดแต้มสะสมคงเหลือของโฮสต์คือ 111,000 แต้ม ]
    [ ระบบส่งมอบ 'ถุงน้ำบำบัดมารรสชาเขียวไม่จำกัด' เข้าสู่คลังวิเศษเรียบร้อยแล้ว ]

    พริบตานั้น แสงประกายสีเขียวมรกตละมุนตาก็ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าของหลีเฮง ก่อนจะควบแน่นกลายเป็นถุงหนังสัตว์สีน้ำตาลแก่ขนาดพอดีมือ ผิวถุงมีสัมผัสที่เย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้ ด้านบนสลักอักขระอักษรมารโบราณสีเขียวเรืองแสงจางๆ พัดพาเอากลิ่นอายความสดชื่นอันบริสุทธิ์ออกมาต้านทานลมร้อนรอบกายได้อย่างน่าอัศจรรย์

    หลีเฮงคว้าถุงน้ำวิเศษมาไว้ในมือ สัมผัสความเย็นที่ส่งผ่านผิวหนังทำเอาเขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ไปครึ่งตัว ชายหนุ่มดึงจุกไม้ที่ปิดปากถุงออกทันที กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาเขียวบดละเอียดแท้เข้มข้นปนความหวานมันละมุนของสายน้ำทิพย์บำบัดมารพวยพุ่งขึ้นมาปะทะจมูก กลิ่นของมันช่างเย้ายวนและชวนให้ประสาทสัมผัสที่เหนื่อยล้าตื่นตัวอย่างยิ่งยวด

    "โอ้สวรรค์... กลิ่นนี่มันชาเขียวมัทฉะเกรดจักรพรรดิชัดๆ!"

    โดยไม่รอช้า หลีเฮงยกถุงน้ำขึ้นจรดริมฝีปากแห้งผากของตนเองทันที แล้วทำการกรอกน้ำทิพย์ชาเขียวเย็นเจี๊ยบเข้าปากอึกใหญ่เสียงดังอึกๆๆ อย่างหิวกระหายและบ้าคลั่ง

    รสสัมผัสแรกที่แตะลิ้นคือความเย็นชุ่มฉ่ำสุดขีดที่แผ่กระจายไปทั่วโพรงปาก ความหวานละมุนละไมปนขมฝาดปลายลิ้นเล็กน้อยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาเขียวคุณภาพเลิศผสมผสานเข้ากับพลังปราณธรรมชาติตัวยาบำบัดมารอันแสนอ่อนโยน เมื่อของเหลวสีเขียวมรกตไหลผ่านลำคอที่เคยแสบร้อนและแห้งผาก ความเย็นฉ่ำระลอกแล้วระลอกเล่าก็เข้าชโลมเส้นชีพจรที่บอบช้ำจากพายุข้ามมิติจนคลายตัวลงทันตาเห็น

    "อ่า... สดชื่นเหลือเกิน! นี่มันน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์ชัดๆ!"

    หลีเฮงครางอืออาในลำคอด้วยความซาบซ่านชื่นใจสะท้านทรวง พลังบำบัดมารรสชาเขียวไม่ได้เพียงแค่แก้กระหายน้ำเท่านั้น ทว่ามันยังแปรสภาพเป็นสายปราณสีเขียวละมุนไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างกาย บำบัดกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าสะบักสะบอมจากการตกกระแทกเนินทราย รอยฟกช้ำดำเขียวและรอยถลอกปอกเปิกตามตัวค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว ผิวหนังท่อนบนที่เคยแดงก่ำจากแสงแดดแผดเผากลับมาชุ่มชื้นเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นมาอีกครั้ง พลังปราณนักสู้ในจุดตันเถียนที่เคยแห้งขอดขยับไหวหมุนวนอย่างทรงพลังประหนึ่งกระแสน้ำป่าไหลหลาก

    รสสัมผัสอันล้ำเลิศที่ไหลผ่านลำคอช่างคล้ายคลึงกับมืออันเรียวบางและอ่อนนุ่มของเหล่าภรรยายามบีบนวดเฟ้นกาย ยิ่งของเหลวสีเขียวมรกตแผ่กระจายเข้าสู่ร่างกายลึกซึ้งเท่าใด พลังกายและพละกำลังที่มอดดับไปก็ยิ่งปะทุขึ้นมาอย่างเจิดจ้า ความรู้สึกแสบร้อนในทรวงอกมลายหายไป สภาพผิวพรรณที่เหนื่อยล้าได้รับการฟื้นบำรุงจนดูดีขึ้นอย่างชัดเจน จนกระทั่งหลีเฮงสามารถรู้สึกได้ถึงระดับลมปราณในตัวที่ทรงตัวและพร้อมจะทะลวงออกได้อีกครั้ง

    เขายังคงยกดื่มต่อไปเรื่อยๆ อย่างอิ่มเอมใจ ยิ่งดื่มก็ยิ่งรู้สึกเบาสบายตัว ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าสะสมหายวับไปเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายกระปรี้กระเปร่าและเปี่ยมไปด้วยพละกำลังวังชาอย่างเต็มเปี่ยม แถมถุงน้ำในมือก็ยังคงมีน้ำหนักเท่าเดิมไม่มีลดน้อยลงไปเลยแม้แต่น้อย

    "ฮ้า! สดชื่นสะใจจริงโว้ย! ห้าพันแต้มนี่นับว่าคุ้มค่าเงินยิ่งนัก คราวนี้ต่อให้ต้องเดินฝ่าทะเลทรายแห่งนี้ไปสิบวัน ข้าก็ไม่มีวันขาดน้ำตายแน่นอน แถมรสชาติยังเข้มข้นกลมกล่อมไม่แพ้ฝีมือชงชาของซือหนิงเลยสักนิด" หลีเฮงยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบชาเขียวสีเขียวอ่อนที่มุมปาก พลางเรอออกมาเบาๆ ด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งยวด

    เขาผูกถุงน้ำบำบัดมารรสชาเขียวไว้ข้างเอวคู่กับกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงตัวเก่ง ซึ่งภาพที่ออกมานั้นช่างกวนประสาทและน่าหัวร่อเป็นที่สุด ชายหนุ่มสูดหายใจลึกรวบรวมสมาธิเพื่อเตรียมตัวค้นหาทิศทางในการเดินทางต่อไป ทว่าในวินาทีนั้นเอง...

    *ตึก... ตึก... ตึก...*

    ประสาทสัมผัสการรับรู้ของหลีเฮงพลันตื่นตัวขึ้นมาทันควัน ยามเมื่อใต้ผืนทรายสีแดงหนาทึบที่เขายืนอยู่เริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนเบาๆ มากระทบฝ่าเท้าเปลือยเปล่า เสียงเหยียบย่ำดินทรายและเสียงกริกๆ แปลกประหลาดที่คล้ายกับของแข็งครูดถูกับเนินทรายดังแว่วเข้ามาจากหลังเนินทรายสีแดงลูกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก

    หลีเฮงใจเต้นตุบตับ รีบเกร็งกำลังลมปราณและทรุดตัวลงหมอบต่ำอยู่หลังโขดหินผุพังสีเลือดใกล้ตัวทันที ชายหนุ่มชะเง้อหน้ามองฝ่าริ้วฝุ่นทรายสีส้มแดงที่พัดตลบอบอวลอยู่อย่างระมัดระวังสูงสุด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังจุดกำเนิดเสียงเบื้องหน้าด้วยความตึงเครียด

    ท่ามกลางม่านพายุทรายสีเลือดที่ค่อยๆ พัดผ่าน ปรากฏเงาร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สูงราวเจ็ดถึงแปดฉือจำนวนห้าตนกำลังเดินเรียงแถวหน้ากระดานไต่เนินทรายตรงดิ่งมายังทิศทางที่เขาซ่อนตัวอยู่

    เมื่อสายตาปรับสภาพเข้ากับแสงแดดสีแดงฉานได้ หลีเฮงก็ต้องเบิกตากว้างและลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอด้วยความระทึกใจ

    พวกมันมีรูปร่างลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับอสุรมดขนาดยักษ์ ทว่ายืนสองขาได้เหมือนมนุษย์ ลำตัวหนาหุ้มด้วยเกราะเปลือกแข็งหนาสีส้มแดงเพลิงสะท้อนแสงแดดเป็นมันวาว ขาหลังและขาหนีบแข็งแกร่งเต็มไปด้วยหนามแหลมคมน่าเกลียดน่ากลัว หัวของมันกลมป้อมมีดวงตาสีดำสนิทไร้แววคู่โต เขี้ยวหนีบขนาดยักษ์ที่ปากขยับส่งเสียงกริกๆ ขู่ฟ่ออยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญคือพวกมันสวมเกราะอกที่ทำจากกระดูกอสูรโบราณ และในมือถืออาวุธหอกปลายศิลาแหลมคมกริบที่เปล่งกลิ่นอายปราณสีแดงจางๆ ออกมา บ่งบอกได้อย่างดีว่าพวกมันไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานไร้สมอง ทว่าคือหน่วยรบที่มีระเบียบวินัยและสติปัญญา!

    "หน่วยลาดตระเวนอสุรมดทราย..." หลีเฮงพึมพำกับตนเองในใจด้วยความหวาดหวั่น ยามจ้องมองสัญลักษณ์อักขระมนตร์บนหอกของพวกมัน

    อสุรมดทรายห้าตนนั้นหยุดยืนอยู่บนยอดเนินทรายเบื้องหน้า หนวดสัมผัสขนาดยาวบนหัวของพวกมันขยับไปมาในอากาศเพื่อตรวจจับสิ่งแปลกปลอม ทันใดนั้น มดทรายตนที่เป็นหัวหน้าหน่วยก็หันขวับมาทางเนินหินที่หลีเฮงซ่อนตัวอยู่ทันที ดวงตาสีดำไร้แววจ้องตรงมาจนน่าขนลุกขนพอง!

    ดูเหมือนว่ากลิ่นอายความหอมหวานสดชื่นเข้มข้นของใบชาเขียวบดละเอียดวิเศษที่หลีเฮงดื่มเข้าไปเมื่อครู่ จะลอยฟุ้งกระจายไปตามสายลมร้อนและถูกหนวดตรวจรู้ของพวกมันตรวจจับได้อย่างแม่นยำเสียแล้ว!

    "กริกๆๆ! ฟ่อออ!"

    หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนอสุรมดทรายส่งเสียงร้องสั่งการลั่นเนินทราย พริบตานั้น อสุรมดทรายทั้งหมดก็กระชับหอกศิลาในมือแน่น แล้วก้าวย่างสามขุมกึ่งวิ่งกึ่งลื่นไถลลงจากเนินทรายสีแดงมุ่งหน้าตรงดิ่งมายังโขดหินที่หลีเฮงแอบซ่อนอยู่ด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด!

    หลีเฮงใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม สองมือกำถุงน้ำชาเขียวแน่นในสภาพกางเกงในสีชมพูเรืองแสงสว่างจ้าสะดุดตา ท่ามกลางแดนร้างไร้น้ำไร้เมียเช่นนี้ เขาจะเอาตัวรอดจากคมหอกและกรงเล็บของเหล่าหน่วยลาดตระเวนอสุรมดทรายพวกนี้ไปได้อย่างไรโดยไม่มีเกราะป้องกันจากเมียรักเลยแม้แต่คนเดียว!

    พายุทรายสีเลือดเริ่มพัดโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงครูดทรายของอสุรมดทรายที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะจิต...!

    (จบตอนที่ 151)

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน