แล้วจากนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง แทบทุกห้อง จนมาถึงห้องที่ขจรกับพวกอยู่กัน ทหารรับจ้าง ถือปืนกลอาก้า สองคนพูดสำเนียงต่างชาติ ว่า
“ ออกมา ไปรวมตัวที่หน้าเคาน์เตอร์ให้หมด”
“ คนไข้ เคลื่อนไหวไม่ได้ ให้เขาพักอยู่ในห้องนี้ได้ไหม?” ขจรรีบบอกกับพวกโจรเหล่านี้ มันเดินเข้ามามองลุงแจ้งที่ มีถุงน้ำเกลือ ถุงให้เื และ เครื่องวัดคอมพิวเตอร์แปะตามร่างกายเต็มไปหมด มันเลยไม่สนใจ เลยให้ทั้งสามคนออกไปข้างนอก ห้องที่พักฟื้นชั้นนี้เป็ชั้นบนสุด มีคนเจ็บอยู่แค่สี่ห้องทั้งหมด ถูกพามา ยืนรวมกันกับพยาบาลห้าคน และมีหมอผู้ชายอยู่ด้วยอีกคน คนไข้และญาติ รวมพวกของ ขจรมี 10 คน
“ ผู้พัน นี่เราจะเอาพวกมันไปเป็ตัวประกันหมดเลยหรือไง เฮลิคอปเตอร์บรรทุกได้กี่คนกัน”
“ ไม่ต้องเป็ห่วง เฮลิคอปเตอร์สองลำนี้เป็ลำใหญ่จุคนได้ถึงลำละสามสิบคน มันจะเดินทางไปสองที่เพื่อให้ตำรวจสับสนไม่รู้จุดหมายที่แท้จริงของพวกเราและพวกตำรวจจะไม่มีทางรู้ว่า ลำไหนพวกคุณอยู่ ส่วนตัวประกันพวกนี้ ก็จะอยู่ปะปนกับพวกคุณไปด้วย พอถึงที่หมาย พวกคุณจะจัดการกับพวกมันอย่างไรก็ได้”
อาสี่ที่เห็นหน้าของ แอล แล้วดวงตาเป็ประกายหื่นกามออกมาอย่างเห็นได้ชัด จนแอลต้องค่อยขยับมายืนอยู่ข้างหลังของขจร
ซึ่งขจรตอนนี้มองคนร้ายกลุ่มนี้ทั้งหมด ว่าพวกมันยืนตำแหน่งไหนบ้าง แต่ที่เขากังวลอีกเื่ คือ ะเิซีโฟร์ ที่พวกมันวางไว้ที่ชั้นล่าง ถึงสามจุด
ลำพังจะจัดการกับพวกมันด้วยมือเปล่า เขาเองก็ยอมรับว่า พอจะจัดการได้อย่างมากก็สองสามคน หากว่า สิบแปดคนที่ยืนห่างกันอย่างนี้ เขาไม่มีปัญญาแน่ๆ
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเฮลิคอปเตอร์มาจอดที่ดาดฟ้าตึก ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพชัยปราการแห่งนี้ มีจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ถึงสองลำ
“ พวกเราไปกันเถอะ เอาตัวประกันขึ้นไปด้วย ลำละเท่าๆกัน” ชาลีหัวหน้าทหารรับจ้าง ให้นักโทษทั้งสี่รีบขึ้น เฮลิคอปเตอร์ไปก่อน แล้ววิทยุบอกให้ลูกน้องอีกห้าคนที่เฝ้าด้านล่าง ให้รีบมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำที่สอง
ทุกคนถูกแยกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป สองลำ แอลกับ ม่อน กำลังถูกพาไปที่ฮ.ของ หัวหน้าแก๊ง สี่คิงส์กับ ผู้พันชาลี ส่วนตัวของขจรนั้นถูกสั่งให้ไปขึ้นอีกลำหนึ่งที่มีแต่ตัวประกันอีกสิบกว่าคน
ระหว่างนั้นหน้าผากของขจรก็มีอาการปวด แปล๊บขึ้นมา แล้วความทรงจำบางอย่างที่ยังคงอยู่ในจิตใต้สำนึกก็ปรากฏขึ้น เป็คาถาอาคมชุดหนึ่ง เป็คาถาสำหรับพรางตัว
มีเสียงของท่านฤาษี ยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของขจรว่า
“ ก่อนที่จะใช้คาถาพรางตัวนี้ ต้องจำเอาไว้ว่า ต้องกลั้นลมหายใจเอาไว้ เพื่อคาถาที่ใช้จะได้ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนอื่นเอ็งจะต้องมี จิตและสมาธิที่มั่นคงแน่วแน่ ไม่วอกแวก เริ่มท่องคาถาพรางตัวได้เลย”
“ จิตติ จิตตัง กัมปิยัง มหาจิตติ”
ขจรทดสอบท่องคาถาไป 1 รอบ แล้วมองแขนของตัวก็เริ่มเลือนลาง จึงหยุดท่องคาถาบทนี้ แล้วมองมีดสั้นที่ข้างเอวของ ทหารรับจ้าง ที่อยู่ด้านหลัง เพียงคนเดียวและ เขาก็เล็งคัตเอาท์ ที่อยู่บนข้างผนังห้องเอาไว้ ส่วนแอลกับม่อน ถูกพวกมันพาขึ้นไปชั้นดาดฟ้ากันแล้ว ทำให้ขจรที่ยืนรั้งท้ายอยู่ พวกคนร้ายยืนด้านหลังสองคน อยู่ด้านหน้าอีก สองคน และเฝ้าหน้าประตูลิฟท์อีก สี่คน ที่เหลือ พวกมันขึ้นไปบนดาดฟ้ากันหมดแล้ว
ขจรไม่มีเวลาตัดสินใจแล้ว เขาหมุนตัวกลับหลัง แล้วใช้มือทิ่มเข้าไปที่ลูกกระเดือกของสองคนอย่างแรง พวกมันถึงกับร้องไม่ออกกระดูกคอหัก ลงไปคุกเข่าคว่ำหน้าแน่นิ่งไป ขจรแย่งมีดสั้นออกมา แล้วเหวี่ยงออกไปที่ คัตเอาท์ไฟของชั้นนี้ มีดพุ่งตัดขั้วไฟ จนไฟทั้งชั้นดับทันที บรรยากาศที่มืดมิด ตัวประกันต่างใ ร้องกันเสียงหลง ดีที่ประตูทางขึ้นชั้นดาดฟ้า นั้นถูกปิดไปแล้ว ทำให้คนที่ขึ้นไปยังไม่มีใครได้ยินเสียงร้อง
แต่พวกทหารรับจ้างกลับมี ไฟฉายพกติดตัวเอาไว้กันทุกคน มันถูกเปิดออกทันที
สองคนที่ เปิดไฟ ก็ถูกมีดกรีดที่คอหอยจากทางด้านหลัง ล้มลงไปตาย ไฟฉายก็ดับลง อีกสี่คนที่อยู่หน้าลิฟท์ ก็ฉายไฟส่องมาทันที
“ เฮ้ย พวกมึงเป็อะไรวะ” ทั้งสี่คนเห็นเพื่อน ลงไปนอนฟุบกับพื้นก็เลยสงสัย
แต่ว่า ทันใดนั้นเอง ก็มีดกรีดเข้าที่ลำคอของสองคน โดยที่พวกมันต้องทิ้งปืน แล้วเอามือมากุมที่คอ อีกสองคนใ เพราะเห็นแต่มีดลอยได้ ปากคอเพื่อนของตนทั้งสอง จนมีดสองเล่มนั้น ลอยมาอยู่ตรงหน้าของทั้งสอง แล้วร่างของขจรก็ปรากฏกายขึ้น แล้วมีดสองเล่มก็ปักเข้าที่คอ ของทั้งสอง ล้มลงไปนอนกับพื้นตายอนาถ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมามีแต่ความมืด ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นี้ ขจรมองซากศพทั้งแปดคน ล้วนแตกตื่นใยิ่ง
“ นี่มันอะไรกัน ทำไมเราถึงได้ทำเื่เช่นนี้ได้” ขจรสงสัยตัวเองยิ่งนัก ไม่รู้ฆ่าทหารรับจ้างพวกนี้ไปได้ยังไง แล้วก็ยังมีดสั้นอีก ไม่รู้ว่าเขาไปฝึกฝนตอนไหน ทำไมถึงได้ลงมือรวดเร็วเช่นนี้ แต่ไม่มีเวลาคิด ก่อนที่ พวกมันจะพาแอล กับม่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีไป เขาจึงรีบขึนบันได ไปที่ดาดฟ้า พบว่า ตอนนี้พวกทหารรับจ้างเหลืออีก สี่คนและมี ผู้พันชาลี กับพี่น้องแก๊งสี่คิงส์อยู่กันครบ และพวกมันก็ขึ้นฮลิคอปเตอร์กันพร้อมหมดแล้ว
“ อีกทีมทำไมยังไม่ขึ้นมาอีก” อาอี้พี่ใหญ่ เอ่ยอย่างสงสัย
“ ไม่ต้องห่วงพวกมัน พวกเราไปกันเลย” ผู้พันชาลีเริ่มเอะใจเช่นกัน แต่ก็หนีไปในตอนนี้จะดีกว่า
แต่ว่านักบินไม่ทันที่ จะตอบรับ ก็มีมีดสั้นพุ่งทะลุกระจก ปักเข้าที่กลางหน้าผากของนักบินตายคาที่
“ เฮ้ย ใครกันวะ”
ผู้พันชาลี เห็นนักบินตายคาที่ก็ใมอง ส่องไฟฉายไปทางด้านหน้า กลับไม่พบใคร จึงสั่งให้ลูกน้องอีกสี่คนออกไปตรวจสอบ
ทันใดนั้นเองก็มีมีดบินพุ่งออกมา เจาะเข้าที่คอหอยของทหารสองคน ส่วนอีกสองคน ก็ถูกปาดคอล้มลงไป ภายในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยที่ไม่เห็นใครเลย ขจรเก็บมีดสั้นของพวกมันที่ตายมาไว้กับตัวอีกสองเล่ม
“ มัน...เป็ใคร ผู้พันเห็นมันไหม ผมไม่เห็นมันเลย” อาสี่ที่เห็นทหารรับจ้างตายไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่เห็นใครก็เริ่มหวาดกลัว
“ หรือว่ามันจะเป็ผี?” อายี่เอ่ออกมาเบาๆ
แต่ว่าพอมันพูดจบ ก็มีมีด พุ่งเข้ามาปักที่หน้าผากของอายี่ จนหงายหลังตึงไป
“ อายี่..” อาอี้พี่ใหญ่อยู่ใกล้สุดร้องออกมาอย่างใ ส่วนอาสามกันอาสี่ ทนกดดันไม่ไหว หยิบปืนอาก้า ออกมารัวใส่อากาศด้านนอกอย่างโกรธแค้น
“ ออกมาซิวะ ไอ้ผีบ้า กูไม่กลัวมึงหรอกเว้ย” อาสามไม่เกรงกลัวใคร ะโท้าทาย แต่นั่นก็เป็คำพูดครั้งสุดท้ายของมัน ขจรที่กลั้นหายใจอยู่ด้านหลัง ก็ใช้มีดปาดเข้าที่คอของมัน ลงไปนอนกับพื้น
“ เฮียสาม”
อาสี่ร้องออกมาดังลั่น แต่ก็นั่นก็เป็คำพูดสุดท้ายของมันเช่นกัน ฉัวะ !!
คอของมันแทบจะหลุดพับไปทางด้านหลังตายตามไปอีกคน
ขจร เคลื่อนตัวไปด้านหลัง เฮลิคอปเตอร์ แล้วหายใจเข้าปอดเต็มที่
แล้วก็ได้ยิน ผู้พันชาลี ะโออกมาดังลั่น
“ มึงออกมานะ หากมึงไม่ออกมา กูจะยิงตัวประกันทิ้งทีละคน”
ขจรไม่รอช้า รีบท่องคาถาพรางตัวอีกครั้ง พร้อมกับพุ่งตัวไปด้านหน้าเฮลิคอปเตอร์ เห็น อาอี้ กับ ผู้พันชาลี เอาปืนสั้นจ่อที่หัวของ แอลกับม่อนเอาไว้
มีดในมือของเขามีเพียงเล่มเดียว ขว้างเข้าใส่ อาอี้ แก๊งสี่คิงส์ เข้าไปที่ลำคอของมัน ทำให้มันตัวแข็งค้างตายไปในทันทีปืนที่จ่อหัวม่อนอยู่ เกิดลั่นขึ้นมาแต่วิถีะุมันไม่ได้จ่อที่หัวของม่อนแล้ว กลับพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแทน
ม่อนได้ยินเสียงปืนถึงกับสลบไป
เสี้ยววินาทีนั้น ขจรก็เข้ามาจับไกปืนเอาไว้ ทำให้ผู้พันชาลีนั้นไม่สามารถลั่นไกใส่แอลได้ ขจรซัดศอกขวาเข้ากลางหน้าของ ผู้พันชาลี จนเซถอยหลังไป ปืนหลุดกระเด็น
ส่วนแอลถูกขจรผลักร่างให้หลบไป แต่ว่าแรงไปหน่อย เลยเข้าไปชนกับเฮลิคอปเตอร์จนสลบไป
ขจรผ่อนลมหายใจออกมา เผยให้เห็นร่างของขจรเต็มตัว
“ มึงนั่นเอง” ผู้พันชาลี จำหน้าขจรได้ว่าเป็เด็กหนุ่มตัวประกันที่ยืนกับสาวสวยทั้งสองคน แล้วชักมีดสั้นออกมา แล้วตั้งท่ารุก แทงมีดเข้าใส่ ขจรทันที
ขจรที่ไม่มีมีดแล้ว ก็เบี่ยงหลบมีด ไปทางขวาแล้ว แล้วมือซ้ายจับข้อมือเอาไว้แล้วใช้เข่า กระแทกแขนของ ผู้พันชาลี จนกระดูกหักเป็สองท่อน มือห้อยข้างลำตัว
มีดหล่นกับพื้น ผู้พันถึงกับร้องเสียงหลง แล้ว ขจรก็ไม่ปล่อยโอกาสทิ้งไป ปล่อยหมัดตรงเข้าที่ลำคอ ลูกกระเดือกของผู้พันชาลี ถึงกับแตกหัก ลงไปนอนตายไปในทันที ขจรหยิบมีดสั้นมาไว้ในมือต่อ
แล้วขจรก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังขึ้นมา ขจรรีบกลั้นหายใจท่องคาถาบังกายเอาไว้ทันที
“ เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย” ทหารรับจ้างที่ขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ที่ชั้น แปดแล้วกำลังจะขึ้นมารายงานกับ ผู้พันชาลี แต่พอเห็นเหตุการณ์นองเืเช่นนี้ก็ แตกตื่นใยิ่ง แต่พวกมันหารู้ไม่ ว่าพวกมันกำลังเจอกับ ยมทูตที่กำลังจะมาเอาิญญาพวกมันไปลงนรก
ไม่มีเสียงกรีดร้องใดๆ มีแต่เสียงคมมีดกรีดลำคอของทหารรับจ้างไปทีละคน จนคนสุดท้ายหยิบมือถือออกมา หมายจะะเิตึกทิ้งไป แต่มีหรือที่ขจรจะปล่อยให้มันทำได้ มือของมันถูกจับบิด แล้วก็มีมีดปักเข้าที่ลำคอของมัน
ขจรรีบนำผ้ามาเช็ดมีดทั้งหมด เพื่อลบรอยนิ้วมือของเขา แล้วก็ลงไปอยู่ชั้นที่แปด แกล้งทำท่าตื่นกลัวเหมือนกับตัวประกันคนอื่นๆ
ไม่นานนัก ก็มีหน่วยคอมมานโดขึ้นมา เคลียร์สถานที่ จนไฟติดเหมือนเดิม
เ้าหน้าที่ขึ้นไปข้างบนดาดฟ้าก็เห็นคนตายเกลื่อนกลาด แต่ทุกคนล้วนเป็คนร้ายทั้งสิ้น แล้วก็รีบเปิดประตูเฮลิคอปเตอร์ พาตัวประกันออกมาจนหมด
“ ใครเป็คนฆ่า คนร้ายพวกนี้” ตำรวจถามแต่ละคนก็ส่ายหน้าไม่มีใครรู้เลยสักคนเพราะตัวประกันข้างบนดาดฟ้านอนสลบสองคนที่เหลือ ถูกขังอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ไม่เห็นอะไรเลย
ส่วนชั้นแปด ทุกอย่างมันมืดไปหมด ก็ไม่เห็นอะไรเช่นกัน เ้าหน้าที่หน่วยกู้ะเิก็เข้ามาตรวจชั้นล็อบบี้ ก็ตรวจพบะเิซีโฟร์ที่พวกโจรวางเอาไว้จริง โชคดีที่พวกมันไม่ทันได้จุดะเิ หากว่าะเิขึ้นมาอาคารหลังนี้อาจถล่มลงมาก็ได้
ตำรวจที่เข้ามาสืบสวน ก็รีบทำการตรวจดูกล้องวงจรปิด ผู้คนที่เข้าออกชั้นที่ 8 แต่ว่าไฟมันดับหมด กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งก็ใช้การไม่ได้ มีเพียงต้องรอให้ม่อนกับ แอลฟื้นขึ้นมา บางทีอาจเห็นคนที่ทำเื่นี้ แต่พอทั้งสองคนฟื้นสติ กลับบอกตรงกันว่า ไม่เห็นคนที่ลงมือ เพราะตนสลบไปก่อน
ตำรวจก็สำรวจมีดที่เป็อาวุธ ก็หาได้พบรอยนิ้วมือไม่
“ คนผู้นี้ลบรอยนิ้วมือ ไปหมดแล้ว ดูจากภาพรวมแล้ว คนที่ทำเช่นนี้ ต้องเป็หนึ่งในตัวประกันแน่ๆ”
ผู้กองนพพร รายงานเื่นี้ให้กับ ผู้กำกับทรงยศพ่อของกิ๊ฟ
“ เป็ไปได้อย่างไร ตัวประกันแต่ละคน มีแต่หมอ พยาบาล นักเรียนแพทย์ และคนป่วย ดูจากการที่คนผู้นี้จัดการทหารรับจ้างเกือบยี่สิบคน ตายโดยการใช้มีด
ต้องเป็หน่วยพิเศษที่ถูกฝึกมาอย่างดี ลองดูกล้องวงจรปิดรอบๆ โรงพยาบาลอีกที ดูว่ามีใครเข้าออก ใน่เวลาที่เกิดเหตุบ้าง ”
“ ครับท่าน”
ผู้กำกับทรงยศ ให้ลูกน้องไปเรียก ขจรเข้ามาหา เพื่อคุยเป็การส่วนตัว
“ สวัสดีครับ”
“ เธอไม่เป็ไรใช่ไหม?”
“ ไม่เป็ไรครับ”
“ ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว เธอรู้ไหมว่าใครเป็คนฆ่าคนพวกนี้”
“ ไม่เห็นเลยครับ พอไฟดับ ทุกอย่างก็มืดไปเลย ผมกับพี่พยาบาลได้แต่ก้มไปกับพื้นไม่กล้าเคลื่อนไหว กันครับ”
“ อืม ถ้าหากว่าเธอเห็นอะไรก็โทรบอกฉันโดยตรงได้เลย นี่เบอร์ของฉัน”
ขจรหยิบนามบัตรแล้วมองหน้า ผู้กำกับด้วยความสงสัยที่ทำไมถึงได้ให้นามบัตรกับเขา ปกติหางตายังไม่เคยแลเขาเลย
“ อย่าลืมโทรไปหายัยกิ๊ฟด้วยล่ะ”
ขจรยิ่งตื่นเต้นหนักขึ้นไปอีก ปกติกีดกันไม่ให้เขาเข้าใกล้กิ๊ฟ แต่วันนี้เหตุใดถึงให้เขาโทรหากิ๊ฟได้ ผู้กำกับไม่บอกอะไรอีก ก็เดินกลับไปทันที
“ เป็ยังไงมั่ง เจ็บตัวหรือเปล่า”
ขจรโทรไปไม่ทันเอ่ยปาก กิ๊ฟ ก็ถามออกมาเป็ชุด จนต้องเปิดเป็วีดีโอคอลให้ดู
“ ไม่เป็อะไร พอเกิดเื่เราก็นอนลงไปกับพื้นเลย”
“ เราใแทบแย่ ทีแรกจะขอไปด้วยกับพ่อ แต่พ่อไม่ยอมให้ไปด้วย”
“ แต่ว่าวันนี้ดูพ่อกิ๊ฟแปลก ปกติจะไม่ให้เราโทรหากิ๊ฟแน่ๆ แต่วันนี้กับบอกให้เราโทรหากิ๊ฟทันที”
“ เฮ้อ..จะเื่อะไรซะอีก ตอนนี้พ่อจะให้เราไปกินข้าวที่บ้านตระกูลจาง เราไม่อยากไป พ่อเลยบอกว่า พ่อจะไม่ห้ามเื่เราสองคนอีกต่อไป แต่ขอให้ มะรืนนี้ไปบ้านตระกูลจางกับท่าน”
“ ไปทำไม?”
“ คงจะแนะนำคุณชายจาง คนไหนสักคนให้เรารู้จักมั๊ง”
ขจรได้ฟังก็เงียบไป เพราะว่า ตระกูลจางนั้นเป็ตระกูลใหญ่มีกิจการมากมายแทบทุกประเภท และเป็หนึ่งในห้าของ ตระกูลที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในประเทศไทย
ขจรเอง พอนึกแล้ว ก็ได้แต่มองตัวเองที่ไม่มีอะไรเทียบเท่าพวกเขาได้เลย
“ เป็ไร หึงเหรอ?”
“ เปล่า แค่รู้สึกตัวเองด้อยค่าเท่านั้น”
“ โอ๋ ๆ ไม่คิดมากนะ แค่ไปกินข้าวแล้วเราก็กลับ จรก็รู้เราเป็คนยังไง”
“ เท่านี้ก่อน เราขอตัวไปดูพ่อหน่อย”
พอขจรเข้ามาในห้อง ก็พบกับสองสาว ยืนรออยู่แล้ว
“ นายไปไหนมา พวกเรานึกว่าต้องตายไปเสียแล้ว พ่อกับแม่ จะมารับพวกเรากลับบ้านคืนนี้เลย”
“ อืม ก็ดี ดูจากอาการ คุณก็ดีขึ้นมากแล้ว”
“ พวกเราต้องไปก่อน แล้วค่อยหาเวลามากินข้าวกันนะ” ม่อนเอ่ย แอลไม่ได้เอ่ยอะไร แต่สายตาที่มองขจร ก็เริ่มเปลี่ยนไปจากครั้งแรกที่ได้เจอ
“ ไปก่อนนะคะคุณลุง หากว่าหายดีแล้ว แอลจะเอาบรั่นดีที่บ้านมาให้นะคะ”
“ อย่าโกหกคนแก่ละ”
ขจรกำลังจะเอ่ยห้าม แต่ว่าแอลกลับพูดออกมาก่อนว่า
“ คนที่บ้านมารอรับพวกเราข้างล่างแล้ว ฉันไปล่ะ แล้วค่อยเจอกัน” แอลเดินออกจากห้องไปในทันที
ส่วนแพรไหมกับผู้จัดการ ก็ยังคงตื่นเต้นรอบสอง ไม่คิดว่าพวกเขาจะต้องมาเจอกับ เหตุการณ์อย่างนี้แต่สุดท้ายผู้จัดการก็รายงานข่าวที่เกิดขึ้น บอกกับ แฟนคลับเสียเลย……