เมฆครึ้มดำทะมึนปกคลุมทั่วท้องฟ้า พิรุณสุดท้ายใน่ปลายวสันต์ฤดูของเดือนตุลาคมโปรยปรายไปทั่ว เสียงกบร้องดังสลับเสียงฟ้าร้องเป็ระยะ มือข้างหนึ่งของพยาบาลในชุดทีมฉุกเฉินถือถ้วยกาแฟที่ยังมีควันลอยกรุ่นก่อนจะยกขึ้นจิบอย่างช้าๆ
“แหม พี่ดาว วันนี้กินกาแฟดักไว้ก่อนเลยนะคะ สงสัยว่าที่ยุ่งๆวันนี้เป็เพราะพี่ดาวขึ้นเวรแหงๆ พี่ขึ้นเวรทีไร เทกระจาดมาราธอนทุ้กกกกเวร” พยาบาลรุ่นน้องแซวทำเอาพยาบาลรุ่นพี่ต้องทำสายตาดุ
“ให้มันน้อยๆหน่อยนะ ยัยเอ๋ย อะไรๆก็โทษดวงพี่ ทีหลังก็ไม่ต้องมาขึ้นเวรด้วยกันเลย” ดาวกรีดกลับเบาๆแบบพอหอมปาหอมคอ
“ก็มันเลือกได้ซะที่ไหนล่ะ หัวหน้าจัดมายังไงก็ต้องอยู่ไปอย่างนั้น” เอ๋ยก้มหน้าพูดเบาๆ ทำปากขมุบขมิบแต่ก็ไม่เกินความสามารถของพยาบาลรุ่นพี่ที่เดาคำพูดออก
“อยากสบายก็ขอย้ายไปอยู่แผนกอื่นสิ หรือไม่ก็ลาออกไปเลย” ดาวแหวใส่รุ่นน้อง
“แหม น้องล้อเล่นนน เหวี่ยงบ่อยๆระวังตีนกามาเป็ฝูงนะคะ คุณพี่”พยาบาลสาวรุ่นน้องลากเสียงยาวพร้อมหัวเราะคิกๆก่อนจะปลีกตัวไปดูอาการคนไข้ที่นอนเรียงรายอยู่จนแน่นห้องฉุกเฉิน เพราะหากยืนต่อคงถูกรุ่นพี่บ่นอีกเป็กระบุง คราบเืยังคงติดอยู่ที่พื้นแม้จะมีเ้าหน้าที่คอยเช็ดเป็ระยะ วันนี้มีอุบัติเหตุหมู่มาหกครั้งแล้วทั้งๆที่เพิ่งจะเป็เวลาสองทุ่ม เอ๋ยถอนหายใจก่อนจะพึมพำเบาๆ
“สถิติใหม่เลยนะเนี่ย ฮือ ฝนตกๆแบบนี้ มีรอบที่เจ็ดรอบที่แปดมาแน่ๆ”
ดาวมองผ่านไปในความมืดที่มีสายฝนตกเป็ภาพหลังฉาก ประสบการณ์สิบสองปีที่ทำงานที่ห้องฉุกเฉิน เธอผ่านมันมาอย่างโชกโชน ในทุกครั้งที่เธอขึ้นปฏิบัติงานจะต้องมีอุบัติเหตุที่รุนแรงเกิดขึ้นเสมอ เธอเห็นภาพของคนเคราะห์ร้ายที่ต้องเสียชีวิตมานับไม่ถ้วน วันนี้เองก็เช่นกัน ชุดทีมกู้ภัยขนย้ายผู้ป่วยจากเหตุอุบัติเหตุหมู่เข้ามายังห้องฉุกเฉินอย่างไม่ขาดสายหากจัดอันดับแล้ววันนี้อาจนับได้ว่าเป็วันวินาศสันตะโรของเธอเป็อันตับต้นๆ แต่วันนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนวันอื่น ………………
วันนี้ยังไม่มีใครเสียชีวิต
ดาวกระดกแก้วดื่มกาแฟอย่างช้าๆจนหมด สายตามองไปยังชายหนุ่มในชุดสีเขียวเข้มของเหล่าอินเทิร์นที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังบรรจงเย็บแผลเข็มสุดท้าย แม้ว่าชายหนุ่มจะเป็เพียงนักศึกษาแพทย์ปีหก แต่วันนี้มีภาวะจำยอมบางอย่างที่ทำให้เขาต้องใส่เครื่องแบบข้ามรุ่นสีเขียวชุดนี้
“น้องเอ็กเทิร์น ถ้าเย็บเสร็จแล้วก็รีบไปอาบน้ำนะ ตอนนี้ไม่มีคนไข้รอตรวจแล้ว อย่าลืมเปลี่ยนเป็ชุดของเอ็กซ์เทิร์นล่ะ”ดาวะโบอกชายหนุ่ม
“ครับพี่” ชายหนุ่มตอบกลับมา ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากทำให้เห็นแค่คิ้วดกดำตัดกับดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ผมเผ้าที่ดูยุ่งเหยิงและหนวดเคราที่เผยให้เห็นในส่วนที่หน้ากากไม่สามารถปกปิดได้หมด บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของชายหนุ่มที่ไม่ใช่คนเ้าสำอาง
“ผมขอเวลากินข้าวอาบน้ำสักสิบห้านาทีนะครับ แล้วจะรีบกลับมา”ชายหนุ่มพูดพลางนำกรรไกรและชุดเย็บแผลไปวางไว้ที่อ่างล้างอุปกรณ์
ดาวไม่ตอบ เธอแค่พยักหน้าเบาๆ เป็เชิงตอบรับ ชายหนุ่มก้มหัวแทนการขอบคุณก่อนที่จะเดินกลับไปยังห้องพักเพื่อนำชุดไปเปลี่ยนหลังอาบน้ำ ดาวได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างครุ่นคิด
“แหม พี่ดาว มองตามตาไม่กระพริบเชียวนะคะ คิดจะกินน้องเขาหรือเปล่าเนี่ย” เอ๋ยที่เพิ่งกลับมาจากการตรวจอาการคนไข้ออกปากแซวรุ่นพี่ ก่อนที่จะต้องชะงักไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินไปยังอ่างล้างอุปกรณ์ก่อนจะก้มลงไปหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมา มีดผ่าตัดแวววาวส่องแสงสะท้อนต้องตาพยาบาลรุ่นน้องจนต้องถอยกรูด
“พี่ดาวหยิบมีดผ่าตัดทำไมคะ”
“พี่ว่าหมาในปากเธอเริ่มออกลูกออกหลานจนมีเยอะไปหน่อย ว่าจะผ่าระบายมันออกมาบ้าง” ดาวพูดพลางทำท่าแกว่งมีดในมือไปมาจนทำให้เอ๋ยต้องยกมือปิดปาก นั่นทำให้ดาวอดชอบใจตัวเองไม่ได้ที่ทำให้รุ่นน้องเงียบลงได้อย่างอยู่หมัด ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปทางชายหนุ่มอีกครั้ง
“พี่แค่คิดว่าน้องเอ็กซ์เทิร์นตะวันฝีมือไม่เลวเลยนะ” พยาบาลรุ่นพี่พูดชมขึ้นมา เอ็กซ์เทิร์นหมายถึงนักเรียนแพทย์ปีสุดท้าย ก่อนจะกลายเป็อินเทิร์นหรือนายแพทย์เต็มตัวในปีหน้า
“อันนี้เห็นด้วยค่ะ เขาตัดสินใจถูกต้องแม่นยำมาก เย็บแผลก็ไว แผลก็สวย แถมใส่ท่อช่วยหายใจได้เร็วอีก เร็วกว่าพวกอินเทิร์นบางคนอีก จนเอ๋ยนึกว่าวันนี้เหมือนมีอินเทิร์นเพิ่มอีกคนนึงจริงๆเลยค่ะพี่ดาว” พอพูดจบเอ๋ยจะทำท่านึกอะไรบางอย่างออก
“จริงด้วย พี่ดาว วันนี้ยังไม่มีใครตายเลยนี่นา” หญิงสาวพูดพลางทำตาโต
“แถมคืนนี้หมอเทพอยู่คุมห้องฉุกเฉิน ส่วนหมอตรีวุธก็อยู่เวรในฝ่ายศัลยกรรมอุบัติเหตุด้วย สงสัยวันนี้คนไข้จะโชคดีนะคะ มีหมอศัลยกรรมเก่งๆอยู่ทั้งเวรนอกและเวรใน” เอ๋ยมีประกายแววตาระยิบระยับเมื่อพูดถึงตรีวุธ แพทย์อินเทิร์นปีหนึ่งที่ขณะนี้ประจำอยู่ฝ่ายศัลยกรรมผู้เป็ที่นิยมชมชอบในบรรดาสาวๆ ในขณะที่ชื่อของตรีวุธทำให้พยาบาลรุ่นพี่ทำท่าเหมือนพยายามจะมองหาจิ้งจกบนเพดานพร้อมกับกดมุมปากทั้งสองข้างให้ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
“แต่ถ้าเทียบกับตรีวุธตอนมาทำงานใหม่ๆ พี่ว่าน้องตะวันยังเก่งกว่าด้วยซ้ำนะ” ดาวเรียกตรีวุธโดยไม่ใช้คำว่าหมอนำหน้า แสดงถึงมนุษยสัมพันธ์ระหว่างกันที่สู้ไม่ค่อยดีนัก
“จริงเหรอคะพี่ดาว เอ๋ยว่าหมอตรีวุธก็เก่งมากๆแล้วนะ น้องเอ็กซ์เทิร์นตะวันคงเก่งน่าดูเลย พี่ดาวถึงได้ออกปากชมเสียขนาดนี้ แต่แหม ดูจากภายนอกไม่ออกเลยแฮะ ดูไม่เห็นเหมือนพวกหนอนหนังสือที่ใส่แว่นกรอบโตๆเลย แต่จะว่าไปหมอตรีวุธก็เก่ง ก็ไม่เห็นจะเหมือนหนอนหนังสือตรงไหน ออกจะเหมือนพระเอกซีรี่ย์เกาหลีมากกว่า” พูดจบเอ๋ยก็ทำตาเคลิ้ม
“เธอจะดูคนจากภายนอกไม่ได้หรอกนะ เอ๋ย โดยเฉพาะอาชีพอย่างเรา ต้องดูจากความรับผิดชอบ” ดาวพูดขึ้นเพื่อเตือนสติรุ่นน้องเพราะในสายตาของเธอแล้ว แม้ตรีวุธจะเก่งสักเพียงใดแต่เื่ความรับผิดชอบยังดูจะยังไม่เข้าตาของเธอนัก
“เ้าค่ะ” เอ๋ยทำเสียงใส ใสเสียจนดาวแน่ใจว่าคำพูดที่เธอพยายามจะเตือนสติไม่ได้เข้าไปประมวลในรอยหยักของสมองของรุ่นน้องเลยแม้แต่น้อย
เสียงโครมใหญ่ดังขึ้นมาจากระเบียงทางเดินบริเวณหน้าห้องพักแพทย์เวรของห้องฉุกเฉิน เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้พยาบาลทั้งสองหยุดสนทนาและหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ คนไข้หลายคนที่รอตรวจอยู่ต่างมองไปทางต้นเสียงเป็ตาเดียวกัน ภาพที่เห็นคือภาพชายหนุ่มในชุดเขียวเข้มที่กำลังหลบหนังสือที่บินว่อนผ่านประตูห้องออกมา
“นี่ คุณ หยุดปาหนังสือของผมออกมาได้ไหม” พูดยังไม่ทันขาดคำ หนังสือเล่มโตก็ลอยออกมาอีก ทำเอาชายหนุ่มะโถอยหลังก่อนจะคว้าหนังสือเล่มโตไว้ก่อนที่มันจะหล่นบนพื้น
“ผมเคยไปทำอะไรให้คุณหรือไง คุณถึงได้โกรธผมเป็ฟืนเป็ไฟอย่างนี้” ชายหนุ่มโวยวายใส่คนที่อยู่ในห้อง
“นี่นายจำเื่ที่ทำอะไรไว้เมื่อคืนไม่ได้เลยสินะ เหล้าที่นายดื่มเมื่อวานนี้มันคงทำให้นายลืมไปแล้วว่านายทำอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่งลงไปบ้าง” เสียงหญิงสาวสวนออกมาจากในห้องโดยที่เห็นเพียงใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก
“ผมเพิ่งมาถึงโคราชเมื่อวานนี้เอง ผมจะไปทำอะไรใครได้ คุณจำผิดคนแล้ว” ชายหนุ่มโต้อย่างดุเดือดก่อนจะสะดุดกับคำว่า“เมื่อคืน”ของหญิงสาว เพราะเมื่อคืนเขาเพิ่งทำอะไรบางอย่างที่ไม่ดีลงไปจริงๆเสียด้วย
“คุณรู้ได้ไงว่าเมื่อคืนผม……….” ชายหนุ่มเริ่มสงสัยในคำพูดของหญิงสาวและเริ่มพิจารณาใบหน้าของหญิงสาวเืร้อนที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากอย่างใคร่ครวญ
“ดื่มเหล้า” หญิงสาวกระแทกเสียงใส่ “แล้วนายก็ทำรุ่มร่ามกับผู้หญิงที่นายคิดว่าเป็ผู้หญิงบริการโดยที่ไม่ถามสักคำว่าจริงๆแล้วเขาเป็ใคร นายมันก็แค่ผู้ชายห่วยๆ เสียทีที่การศึกษาก็สูง แต่จิตใจกลับไม่ได้สูงตาม อ้อ ลืมไป มีคนเคยบอกฉันว่าระดับจิตใจคนบางคนมันสวนทางกันกับระดับการศึกษา และนายคงเป็หนึ่งในนั้น” หญิงสาวต่อว่าอย่างเผ็ดร้อน
ชายหนุ่มเถียงไม่ออก อีกทั้งรู้สึกได้ว่าเขาเพิ่งได้ยินคำติเตียนลักษณะแบบนี้ผ่านหูเขาไปได้ไม่นาน น้ำเสียงหวานๆของเธอก็ช่างคุ้นหูนัก และเขายังประหลาดใจว่าทำไมหญิงสาวถึงได้รู้ว่าเขากินเหล้า แถมพูดทุกอย่างได้ตรงตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ทุกอย่าง ประหนึ่งว่าหญิงสาวอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขายอมรับว่าเหล้าทำให้เขาคึกคะนองมากขึ้น แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เขาทำอะไรในทางเสื่อมเสียเด็ดขาด
“นี่คุณ คุณแอบเห็นผมอยู่กับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม” ชายหนุ่มถามอย่างคาดหวังคำว่า “ใช่” จากปากของหญิงสาว เพราะถ้าหญิงสาวตอบว่าไม่ใช่ ความเป็ไปได้ก็เหลือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“คนอย่างฉันไม่เคยต้องแอบดูว่าใครทำอะไร และถ้านายจำไม่ได้จริงๆ ฉันจะเตือนความจำให้เอง พูดจบหญิงสาวก็ดึงหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าไว้ออกจนหมด แม้หญิงสาวจะยังไม่ได้ถอดแว่น แต่ใบหน้านั้นก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ชายหนุ่มหน้าถอดสีได้ เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนต่อหน้าเขาในตอนนี้เหมือนกับใบหน้าของหญิงสาวที่เขาแบกออกไปทิ้งไว้ที่ด้านหลังของโรงพยาบาลเมื่อคืนก่อนทุกกระเบียดนิ้ว
“คุณ….เป็ …………”
“นักเรียนแพทย์ …….เหมือนนาย” หญิงสาวพูดพลางเชิดใส่ด้วยแววตาที่ท้าทาย “ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ได้โกหก”
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปเกือบนาที พลางครุ่นคิดไปต่างๆนาๆ ทำไมนักเรียนแพทย์สาวถึงไปอยู่ในสถานที่อโคจรอย่างนั้น ทำไมถึงแต่งตัวให้คนที่พบเห็นชวนเข้าใจผิด ชายหนุ่มไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายเื่ทั้งหมดได้แม้แต่น้อย ยกเว้นเื่เดียวที่เขาตอบได้แล้วในตอนนี้คือ ทำไมหญิงสาวไม่ยอมคุยกับเขาอีกเลยหลังจากที่หญิงสาวเห็นใบหน้าของเขาชัดๆ หลังจากที่เขาถอดหน้ากากเมื่อยี่สิบนาทีก่อน ชายหนุ่มหลบสายตาหญิงสาวด้วยความรู้สึกผิด และมีเพียงคำพูดเบาๆจะเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก
“ผม…….ขอโทษ”
แต่คำขอโทษคงไม่อาจลดอุณหภูมิความโกรธของหญิงสาวได้ หญิงสาวจึงกระแทกประตูใส่หน้าคนตรงหน้า แต่ก่อนที่มันจะปิดลง ก็มีมือใหญ่มาขวางไว้
“ขอหนังสือกับอุปกรณ์การแพทย์ผมคืนก่อนได้ไหม คืนนี้ผมคงต้องหาที่นอนใหม่……..ข้างนอกห้อง” ชายหนุ่มชี้ไปยังเตียงนอนในห้องตรวจที่ยังว่างอยู่
“ก็ดี เอาออกไปให้หมด”สิ้นเสียงหญิงสาว หูฟังสีเขียวกับชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกจำนวนหนึ่งก็ลอยออกมา ทำเอาชายหนุ่มตาโต
“เฮ้ยยยยย”ชายหนุ่มร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาแพงแสนแพงตกกระแทกพื้น หลังจากหยิบขึ้นมาตรวจดูความเรียบร้อยก็ได้แต่โล่งใจ
"ช่วยส่งของส่วนตัวของผมกับกุญแจห้องที่วางอยู่ตรงหัวเตียงให้ด้วย แล้วผมจะไม่รบกวนคุณอีกเลย ตกลงไหม”
“ได้ แล้วเอาของทุเรศพวกนี้ไปด้วย” หลังจากพูดจบไม่เกินเสี้ยววินาที หนังสือเล่มบางเล่มหนึ่งก็ลอยละลิ่วออกมาปะทะใบหน้าของชายหนุ่มและตกลงบนพื้น นอกจากหนังสือแล้วยังมีอะไรบางอย่างกระเด็นออกมาจากหนังสือเล่มที่หล่นอยู่ ภาพที่เห็นทำเอาชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ก่อนที่จะหยิบขึ้นมาและยกให้คนที่ขว้างข้าวของอยู่หลังประตูได้เห็น
“นี่คุณ ของพวกนี้ไม่ใช่ของผมเสียหน่อย จะเอามาขว้างใส่ผมทำไมเนี่ย” ชายหนุ่มโวยวายก่อนยกอะไรบางอย่างที่ว่าให้หญิงสาวได้ดู แต่คนในห้องชิงปิดประตูไปเสียแล้ว
“แล้วกันสิ คุณ มาพูดกันให้รู้เื่ก่อน” ชายหนุ่มประท้วงพลางมองไปยังประตูที่ถูกปิดสนิท
“ผมยังไม่ได้กุญแจห้องเลยนะ คุณ” พูดจบชายหนุ่มก็ต้องชะงักเพราะเพิ่งรู้สึกว่าเหมือนกำลังมีสายตาหลายคู่จับจ้องมา โดยเฉพาะดาวกับเอ๋ยที่ต่างพากันตะลึงเมื่อเห็นชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่อยู่ในมือของชายหนุ่มคืออะไร
“ถุงยางอนามัยกับหนังสือเกย์” เอ๋ยพูดอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง ในขณะที่คนไข้คนอื่นๆทำปากขมุบขมิบเบาๆ แต่คำพูดดังกล่าวก็ดังพอที่ชายหนุ่มจะได้ยินชัดเจนโดยเฉพาะคำว่า หื่นกับลามก
“แหม คนเรานี่ดูแต่ภายนอกไม่ได้จริงๆอย่างที่พี่ดาวเพิ่งพูดเลยนะคะ” เอ๋ยพูดพลางมองหน้าพยาบาลรุ่นพี่ ในขณะที่ดาวเอามือกุมหน้าผาก
“ของพวกนี้ไม่ใช่ของผมนะครับ” ชายหนุ่มระล่ำระลักแก้ตัว แต่สายตาทุกคู่ที่มองมาเหมือนกับมีคำว่า “ไม่เชื่อ” แปะอยู่บนหน้าผากของทุกคน ชายหนุ่มรีบเก็บของที่ตกอยู่ทั้งหมดแล้วรีบวิ่งออกมาจากห้องฉุกเฉินด้วยความอับอาย พอวิ่งมาได้สักพักชายหนุ่มก็รู้สึกว่าอะไรบางอย่างยังคงอยู่ในมือ
“แล้วนี่เราจะเก็บไอ้ถุงยางกับหนังสือบ้าๆนี่ติดมือมาทำไมเนี่ย ปัดโธ่เว้ย” ชายหนุ่มรีบมองหาถังขยะ
“ว่าแต่ของพวกนี้มาปนกับหนังสือของเราได้ไง” ชายหนุ่มครุ่นคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนบ่ายที่ตรีวุธ อินเทิร์นรุ่นพี่ผู้ที่เป็คนนำหนังสือกับของอุปกรณ์การแพทย์บางอย่างมาให้
“ฉันเอามาให้นาย” ตรีวุธพูดห้วนๆ พร้อมมองชายหนุ่มที่กำลังหอบของพะรุงพะรังเพื่อไปเข้าเวร พลางมองชุดที่เอ็กซ์เทิร์นหนุ่มสวมใส่อยู่ มันเป็ชุดของอินเทิร์น ประจำห้องผ่าตัดสีเขียวมรกตที่เอ็กซ์เทิร์นไม่ควรได้รับอนุญาตให้สวมใส่ออกมาภายนอกห้องผ่าตัดโดยเด็ดขาด
“คือ พี่สันต์เขาให้ผมใส่ชุดนี้มาอยู่เวรก่อนน่ะครับ พี่เขาอนุญาตผมแล้ว” ชายหนุ่มตอบเพราะเห็นเครื่องหมายคำถามในดวงตาของตรีวุธที่กำลังจ้องมองชุดของเขา
“อ้อ เหรอ ลองพี่สันต์ออกปากเองแบบนี้ ฉันก็สบายใจ นี่แอบกังวลอยู่ว่าถ้าอาจารย์มาเห็นนายเข้า นายอาจโดนลงโทษ” ตรีวุธพูดจบพลันสายตาเห็นว่าเอ็กซ์เทิร์นรุ่นน้องถือของพะรุงพะรังมากพอแล้วจึงคิดว่าคงไม่เป็การเหมาะ หากจะให้หนังสือกองโตเพิ่มให้กับรุ่นน้องในวันนี้
“สงสัยนายจะถือไม่ไหวแล้วล่ะ ฉันเอามาให้ใหม่วันหลังก็แล้วกัน”
“อ้า ไม่เป็ไรครับพี่ ผมยังไหว ว่าแต่ พี่จะให้ผมจริงๆเหรอครับ ของแพงๆแบบนี้” ชายหนุ่มถามอย่างไม่แน่ใจเพราะเห็นว่าของที่ตรีวุธนำมาให้เป็ของที่ตัวเขาเองคงไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยกำลังทรัพย์ที่มี และที่สำคัญตรีวุธไม่น่าจะมีน้ำใจให้เขาได้ถึงเพียงนี้
“ไม่เอาก็ตามใจนะ ฉันจะได้เอากลับ” ตรีวุธพูดพลางเก็บของทั้งหมดลงกระเป๋าส่วนตัว
“เอา.....เอาครับพี่ ขอบคุณนะครับ” ชายหนุ่มรีบออกตัวพลางรู้สึกประหลาดใจเพราะตรีวุธไม่เคยมีท่าทีญาติดีกับเขาเลยสักครั้งที่เจอหน้ากัน แต่ท่าทีของตรีวุธที่มีต่อเขาในวันนี้กลับเหมือนคนลืมเขย่าขวดก่อนกินยา
“พี่หายโกรธผมจริงๆแล้วใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มถามอย่างไม่แน่ใจเพราะยังจำเื่ราวในอดีตได้เป็อย่างดี
“ก็อย่างที่ฉันบอกแกนั่นแหละ ฉันลืมไปหมดแล้ว เพราะถ้ายังไม่ลืม ฉันคงไม่เอาของแพงๆแบบนี้มาให้นาย” ตรีวุธยิ้มให้แต่แววตาของตรีวุธกลับไม่ได้ยิ้มไปด้วย
“งั้นฉันถือให้นายก็แล้วกันนะ กำลังจะไปอยู่เวรใช่ไหม ฉันกำลังจะไปทางนั้นพอดี ว่าแต่………….” ตรีวุธหยุดพูดเหมือนกำลังชั่งใจอยู่ ก่อนจะพูดออกมา
“แกนี่มันโชคดีจังนะ ได้อยู่เวรวันนี้”
“โชคดี…. ยังไงครับ มาทำงานวันแรกก็อยู่เวรเลยนี่เรียกว่าโชคดีเหรอครับ” เสียงของชายหนุ่มบ่งบอกถึงความเครียดเพราะยังไม่รู้ระบบงานดีพอ
“จริงๆผมมาอยู่แทนแก้วครับ เห็นสาวๆบอกว่าแก้วป่วย เลยให้ผมมาอยู่แทน” ชื่อของแก้วหรือชื่อจริงแก้วกานดาทำให้ตรีวุธชะงักไปเล็กน้อย เพราะเขาเองที่เป็สาเหตุที่ทำให้แก้วดานดาอยู่เวรไม่ไหว นี่กลายเป็ว่าเขาเป็คนส่งให้รุ่นน้องที่เขาเกลียดคนนี้มานอนห้องเดียวกับผู้หญิงที่เขาเฝ้ารอมานานอย่างนั้นหรือ ตรีวุธพยายามดึงสติกลับมาก่อนจะพูดอย่างสะกดอารมณ์ตนเองเอาไว้
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือแกได้อยู่เวรคู่กับเธอต่างหาก” ตรีวุธเน้นคำว่าเธอเป็พิเศษ พร้อมกับเอามือตบไหล่ของตะวันอย่างแรง จนตะวันหน้าถอดสี
“อ้า….. ครับ ฮะ ฮะ” ชายหนุ่มหัวเราะกลบเกลื่อนพลางคิดในใจ ตรีวุธเองก็เป็อีกคนที่คอยมาค่อนแคะประหนึ่งแสดงความอิจฉาที่เขาได้นอนห้องเวรเดียวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็หัวข้อสนทนาของบรรดาแพทย์ผู้ชายหลายๆคน เพราะหลังจากที่เขาแจ้งชื่อเปลี่ยนเวรกับแก้วกานดาได้ไม่ถึงห้านาที ก็มีเพื่อนผู้ชายเกือบสิบคนที่มาค่อนแคะเขาว่าเขาโชคดีที่ได้อยู่เวรกับผู้หญิงที่เป็ที่หมายปองของผู้ชายหลายคน
จันทร์เ้า ไพลินพิสุทธิ์
เ้าหญิงน้ำแข็งที่ใครต่อใครพร้อมใจกันตั้งสมญานามให้
ส่วนตัวเขาเองเหรอ...........ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด
แค่การมาอยู่เวรด้วยกันยังมาค่อนแคะกันขนาดนี้ สงสัยเขาคงต้องอยู่ห่างๆเธอไว้จะได้ไม่เดือดร้อน แต่ความคิดของชายหนุ่มก็ต้องหยุดลงเพียงเท่านั้นเพราะเสียงไซเรนจากรถพยาบาลที่ดังมาจากประตูหน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมกับบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงคนไข้ที่มีเืท่วมตัวเข้ามาหลายคน
“เอาล่ะ นายไปทำหน้าที่ของนายได้แล้ว เดี๋ยวของพวกนี้ฉันเอาไปเก็บให้ ส่วนฉันจะไปรอรับคนไข้ต่อจากนายที่ห้องผ่าตัดนะ” พูดจบตรีวุธก็ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหยิบข้าวของไปจนหมด และเดินหายไปในห้องพักแพทย์เวร
ตอนนี้ตะวันเข้าใจแล้วว่าถุงยางอนามัยกับหนังสือโป๊เกย์มาได้อย่างไร ตรีวุธคงจงใจนำหนังสือและถุงยางสอดแทรกปะปนมากับของที่มอบให้เขาและนำไปวางไว้ในห้องพักแพทย์เวรโดยที่เขาไม่รู้ตัว จากนั้นก็รอให้คนที่อยู่เวรด้วยกันเข้ามาเห็น……. จันทร์เ้าจะได้เข้าใจเขาผิด
“ไม่เห็นต้องลงทุนขนาดนี้เลย นี่ถ้าพี่รู้ว่าเมื่อวานนี้ผมทำอะไรจันทร์เ้าเอาไว้บ้าง พี่คงไม่ต้องลงทุนวางแผนใส่ร้ายผมหรอก” ชายหนุ่มถอนหายใจ “แค่นี้เ้าหญิงของพี่ก็เกลียดขี้หน้าผมจะแย่อยู่แล้ว” ตะวันครวญก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่มีเหตุต้องปะทะคารมและแตะเนื้อต้องตัวของจันทร์เ้าเพราะความเข้าใจผิด
“ช่วยไม่ได้แฮะ ก็เราไปทำเขาก่อน โดนเขาโกรธก็สมควรแล้ว” ชายหนุ่มมองหนังสือที่ถูกหญิงสาวโยนออกมาในสภาพที่ดูยับเยิน ชายหนุ่มนึกถึงใบหน้าดวงงามที่แสดงอารมณ์โกรธราวกับพายุได้อย่างชัดเจนในจินตนาการ
“เ้าหญิงน้ำแข็งงั้นเหรอ ทำไมถึงหัวร้อนเป็ไฟแบบนี้นะ ไม่สมกับชื่อเลย” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ เขาเพิ่งมาถึงโคราชแค่สามสิบกว่าชั่วโมงเอง ทำไมมันถึงเกิดเื่ได้มากมายอย่างนี้ เื่หนึ่งก็จันทร์เ้าล่ะที่เขาทำให้เธอโกรธเป็ไฟไปเสียแล้ว ส่วนอีกเื่ที่เขาต้องระวังก็คือผู้หญิงที่เป็เ้ากรรมนายเวรของเขา เ้ากรรมนายเวรสาวที่หมอดูคนดังที่แม่ของเขานับถือเตือนเอาไว้ หมอดูเตือนเอาไว้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำให้ชีวิตเขาต้องพังพินาศ ส่วนจะเป็ใครนั้นเขายังไม่อาจรู้ได้
“ต้องง้อไหมวะเรา ต้องทำงานด้วยกันอีกตั้งหลายเดือน” ชายหนุ่มได้แต่เกาหัวด้วยความจนปัญญา