“บุกมาถึงที่นี่ คงไม่ใช่เพียงเพราะ้าก่อกวน มีเื่อะไรก็กล่าวออกมาตรง ๆ ข้าไม่ชอบเสียเวลา” ท่าทางและกิริยาของอี้เทียนยังคงนิ่งเฉย ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็เพียงเื่ธรรมดาเท่านั้น ก่อนองค์ชายสี่จะหันตัวกลับมาแล้วยืนมองอยู่ห่าง ๆ
ชายชราได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะร่วน พร้อมกับย่อตัวลงนั่ง ทั้งที่ไม่มีผู้ใดเชื้อเชิญ พลันเลื่อนสายตาไปยังหญิงข้างกายของอี้เทียน ที่นั่งตัวสั่นระริกอยู่ด้วยความหวาดหวั่น พร้อมกอดรัดแขนเขาแน่น
“ข้าได้ข่าว ว่าองค์ชายรองอภิเษกกับบุตรสาวเสนาบดีกรมยุติธรรม นามว่าหยางเอ๋อ แต่หญิงผู้นี้เป็ใครกัน?” อี้เทียนยิ้มแล้วตอบกลับ
“นางจะเป็ใคร แล้วเกี่ยวอันใดกับท่าน?” สองสายตาผสานสบกันอย่างไม่มีผู้ใดเกรงกลัว
“ถ้างั้น เป็ข้าที่เข้าใจผิด ไม่น่าเสียเวลาเลย!” ลิ้มจ้าวเฉินพูดพลางยกปิ่นปักผมลายหงส์ ที่ทำจากมุกเนื้องามขึ้นมา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงขององค์ชายสี่
“นั่นปิ่นของหยางเอ๋อ!”
“องค์ชายสี่ความจำดีเสียจริง” ชายชราหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนอี้เทียนจะทอดสายตาไปยังปิ่นปักผมนั้น เขากำมือแน่น พร้อมหัวใจร้อนผ่าวขึ้นมา
“เดิมที ข้าคิดว่า จะพาพระชายาหยางเอ๋อ มาเที่ยวเล่นที่เมืองไห่โจว ชมการปราบปรามฏของสามี แต่มาคิดดูแล้ว พระชายาหยางเอ๋อคงหมดประโยชน์ ไม่เท่ากับหญิงที่นั่งเคียงข้างองค์ชายรอง” องค์ชายสี่ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นทันที
“ลิ้มจ้าวเฉิน ตาแก่เ้าเล่ห์ นอกจากจะส่งคนมาดักลอบทำร้ายองค์ชายรองแล้ว เ้ายังกล้าจับตัวพระชายาหยางเอ๋อ รู้หรือไม่ว่าโทษนี้หนักหนาสาหัสเช่นไร?”
“ข้าก็ไม่ได้ทำอันใดเสียหาย เพียงแค่ขอให้องค์ชายรองหยุดกองกำลังทั้งหมดเพียงเท่านี้ ปล่อยให้องค์ชายหยางเติ้งปราบปรามฏ ทำความดีความชอบสำเร็จ ข้าก็จะปล่อยตัวพระชายาในทันที” ลิ้มจ้าวเฉินพูดพลางหมุนปิ่นปักผมในมือไปมาอย่างใจเย็น
อี้เทียนเก็บความหวาดหวั่น ไม่เปิดเผยจุดอ่อนของตัวเอง เขาค่อย ๆ ยกชาขึ้นดื่มแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางแน่นิ่ง
“ไม่น่าเชื่อ ว่าลิ้มจ้าวเฉินจะขลาดเขลากว่าองค์ชายหยางเติ้งมากนัก กลัวไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็รัชทายาท ถึงขนาดทำทุกทางเพื่อขัดขวางข้า! คิดเหรอว่าหลังจากรับความดีความชอบแล้ว ความผิดนี้จะไม่ถูกชำระความ”
“องค์ชายรองอี้เทียนคงลืมไปกระมัง ว่าท่านเองก็ไม่ได้ปราบปรามฏเพียงลำพัง ท่านใช้ฝีมือขององค์ชายสี่คอยช่วยเหลือ หากหยางเติ้งมีข้าคอยช่วยเหลือบ้าง จะผิดอันใดกัน! ในภายหน้า หากหยางเติ้งขึ้นเป็รัชทายาท ความผิดนี้ก็ไม่ใช่ของเขา เพราะทุกอย่างข้าเป็คนกระทำเอง”
“ตาแก่เ้าเล่ห์ เื่ชั่ว ๆ เช่นนี้มีเหรอที่องค์ชายหยางเติ้งไม่รู้ พวกเ้าวางแผนกันมาอย่างดีแล้วต่างหาก” องค์ชายสี่ตอบกลับในทันทีด้วยความโกรธ
“องค์ชายรอง...ตกลงท่านจะเอายังไง จะวางมือ หรือเดินหน้าต่อ” ชายชราไม่ใส่ใจคำต่อว่าขององค์ชายสี่ ทว่าหันกลับมายังอี้เทียนแล้วหมุนปิ่นปักผมในมือไปมา หวังให้เขาเปลี่ยนใจ ก่อนชายหนุ่มจะยิ้มมุมปาก แล้วยกชาขึ้นดื่มอย่างไม่สะท้าน
“เหตุใดข้าต้องเปลี่ยนใจ ท่านอยากทำอะไรก็ทำ! นางหาได้มีค่าอะไรสำหรับข้า!” คำพูดไร้เยื่อใยขององค์ชายรองทำให้ เซียวจ้านไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เขาค่อย ๆ กำมือแน่นด้วยความโกรธ ก่อนชายชราจะปรับสีหน้ายิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น
“ไม่น่าเชื่อว่าพระชายาหยางเอ๋อ จะไร้ค่าได้มากมายถึงเพียงนี้”
“นางเป็ถึงธิดาของเสนาบดีกรมยุติธรรม หากนางไร้ค่า คนอื่นก็คงไร้ค่ายิ่งกว่า” เซียวจ้านตอบกลับอย่างไม่พอใจ พลางตวัดสายตาไปยังหลี่เถียนเปา ที่นั่งเคียงข้างองค์ชายรอง ก่อนลิ้มจ้าวเฉินจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวทิ้งท้าย
“ไม่คิดว่าแผนการของข้าจะล้มเหลวซะแล้ว ก็คงมีแค่องค์ชายสี่เท่านั้นกระมัง ที่เป็ห่วงพระชายาหยางเอ๋อ เช่นนั้นข้าก็คงต้องไปปรับความเข้าใจกลับพระชายาใหม่อีกครั้ง” กล่าวจบ ชายชราก็เดินจากไป ท่ามกลางสายตาสั่นไหวขององค์ชายสี่ ที่จ้ำอ้าวเดินเข้ามา ดึงถ้วยชาออกจากมือของพี่ชาย
“เลว! พรุ่งนี้ท่านก็ไปปราบฏด้วยตัวเองก็แล้วกัน ส่วนข้าจะไปช่วยหยางเอ๋อ เป็ตายร้ายดียังไง ข้าจะไม่กลับไปช่วยท่านเด็ดขาด ขณะที่หยางเอ๋อตกอยู่ในมือเฒ่าเ้าเล่ห์ ท่านยังมีอารมณ์นั่งดื่มชาอย่างไม่สะทกสะท้าน หลงมัวเมาในสตรีที่หาคุณสมบัติไม่ได้” กล่าวจบ องค์ชายสี่ก็เบี่ยงกายเดินจากไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ไม่รอฟังคำอธิบายใด ๆ จากอีกฝ่าย
ก่อนมือของหญิงสาวจะเอื้อมมาเช็ดปากให้อี้เทียนเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม
“หม่อมฉันดีใจจนพูดอะไรไม่ออก ที่รู้ว่าหม่อมฉันมีค่าสำหรับพระองค์แค่ไหน”
“เดินทางมานาน เ้าไปพักเถอะ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนหญิงสาวจะส่ายศีรษะ
“หม่อมฉันอยากปรนนิบัติองค์ชายรองเพคะ” นางเอื้อมมือมาจับมือเขาแแ่ หวังว่าจะใช้ความงดงามของตัวเองผูกมัดเขาในคืนนี้
“ข้าบอกให้เ้าไปพัก ไม่เข้าใจงั้นเหรอ?” สุรเสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างน่ากลัว ทำให้หลี่เถียนเปาชะงักนิ่ง แล้วตัดสินใจเดินออกไปท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารทั้งหลายที่ยืนอยู่
“พวกเ้าทั้งหมดแยกย้ายกันไปทำหน้าที่”
“ให้พวกเราไปสมทบองค์ชายสี่ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พระชายาอยู่ในอันตราย”
“อยู่ปกป้องหลี่เถียนเปา” เขาพูดจบ จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินจากไป ภายในห้องอันเงียบสงบ องค์ชายรองอี้เทียนล้วงเอาถุงใส่เงิน ที่ปักด้วยความตั้งใจของหยางเอ๋อขึ้นมอง ก่อนจะกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด