กาลเวลาล่วงเลยมาถึงยามราตรี พระจันทร์สุกสกาวขึ้นมาทำหน้าที่แทนพระอาทิตย์ในยามค่ำคืน แสงจันทร์สีนวลสาดส่องไปทั่วทั้งป่าห้าราตรี แต่ไม่อาจจะส่องเข้าไปให้ถึงจุดที่ลึกที่สุดของหุบเหวประหลาดนั้นได้
เสียงหยดน้ำดังตกกระทบลงบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเหยียนชิงดังสะท้อนกังวานไปทั่ว รอบข้างของชายหนุ่มนั้นมืดมิดจนมองไม่เห็นแม้กระทั่งฝ่ามือของตนเอง
“อืมม.......” เหยียนชิงส่งเสียงออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก ชายหนุ่มค่อยๆเปิดเปลือกตาตัวเองขึ้นช้าๆแล้วค่อยๆลุกขึ้นมานั่งบนพื้น เขาไม่อาจมองเห็นภาพตรงหน้าได้เนื่องจากความมืดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น
“ถ้าจำไม่ผิด.....ข้าน่าจะร่วงลงมากับเ้าเสือหน้าโง่ตัวหนึ่ง....” เหยียนชิงคิดในใจอยู่เงียบเชียบ ในที่สุดชายหนุ่มก็ค่อยๆยกมือขึ้นคลำไปตามพื้นดินบริเวณนั้น มันดูไม่ค่อยจะเหมือนพื้นดินเสียเท่าไรนัก เนื่องจากความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากด้านล่าง มันดูเหมือนความเย็นที่ปล่อยออกมาจากน้ำแข็งแต่พื้นดินกลับไม่เย็นจัดดังเช่นน้ำแข็ง กลับกันมันเป็ความเย็นยะเยียบที่แทรกซึมเข้าไปในจิตใจเสียมากกว่า ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่บนฟากฟ้ายามราตรีอันมืดมิดและโดดเดี่ยว
เหยียนชิงนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าพร้อมกับโคจรพลังปราณไปยังจุดชีพจรทั่วร่างเพื่อฟื้นฟูอาการาเ็ ไม่นานนักรอยแผลที่อยู่บนหน้าอกของเขาก็สมานตัวและจางหายไป บัดนี้เรี่ยวแรงของชายหนุ่มกลับคืนมากว่าเจ็ดในสิบส่วนแล้ว
“เจอกันคราหน้าข้าไม่แพ้เ้าแน่........ถ้าเ้ายังรอดอยู่น่ะนะ” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆก้าวไปตามทางช้าๆ
ทางข้างหน้าดูเหมือนจะเป็ถ้ำที่ลาดชันลงไปใต้ดิน มันกว้างและยาวราวกับว่าไม่อาจจะมองเห็นจุดสิ้นสุดของมันได้
เหยียนชิงยังคงคลำทางไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาในยามที่อยู่ในความมืดมิด ไม่นานนักประสาทตาของเขาก็ค่อยๆคุ้นชินกับความมืดจนสามารถมองเห็นวัตถุรอบๆข้างได้ ถึงแม้จะไม่ค่อยชัดก็ตามที จนในที่สุดหลังจากคลำทางไปไม่นานนัก เขาก็เจอธนูของเขาที่หล่นลงมาพร้อมกับเ้าตัว
ส่วนกระบี่เทพนิมิตนั้นกลับไปอยู่ข้างในตัวเขาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว
“แล้วเ้าเสือนั่นหล่นไปอยู่ตรงไหนกัน? มันน่าจะตายแล้วใช่หรือไม่?” เหยียนชิงรู้สึกสงสัย เขาเดินออกจากจุดที่หล่นมานานแต่ก็ยังไม่พบร่างของพยัคฆ์เหล็กสังหารที่ร่วงหล่นตามเขามา
“หือ?”
เหยียนชิงมองเห็นเงาดำบางอย่างอยู่ตรงมุมหินข้างหน้าเขา มันดูเลือนรางและมืดจนไม่อาจมองเห็นรายละเอียดพื้นผิวได้ ต่อให้ชายหนุ่มพยายามมองจนตาแทบถลนออกมาก็มองไม่เห็น ราวกับมีม่านพลังบางอย่างพรางสิ่งนั้นเอาไว้จากภายนอก
ชายหนุ่มก้าวขาเข้าไปหาเงาตรงหน้าอย่างช้าๆ มือทั้งสองข้างง้างธนูพร้อมจู่โจมหากเขาถูกโจมตีมาจากสิ่งนั้น ไม่นานนักเขาก็ก้าวมาหยุดห่างจากมันไม่ถึงครึ่งจั้งซึ่งเป็ระยะที่เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน
“……..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เหยียนชิงจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่วางตา พลางขยี้ตาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่อาจจะสลัดภาพของความเป็จริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไปได้ นั่นทำให้ชายหนุ่มอ้าปากค้างจนลืมกล่าวคำพูดออกมาอยู่ชั่วครู่หนึ่ง
เบื้องหน้าของเขานั้นไม่ใช่พยัคฆ์เหล็กสังหาร แต่มันปรากฏเป็เด็กสาวผู้หนึ่งที่กำลังเปลือยกายนอนสลบสไลอยู่ เด็กสาวตรงหน้าดูเหมือนจะมีผิวสีน้ำผึ้งอ่อน ใบหน้าดูเยาว์ราวกับเพิ่งอายุไม่เกินสิบห้าปีเท่านั้น ผมของนางเป็สีดำเงายาวสยายลงมาปกคลุมไปเกือบครึ่งของแผ่นหลัง ส่วนเว้าโค้งบนร่างกายนายยังคงมีเพียงน้อยนิด บ่งบอกว่านางยังคงเป็
เพียงแค่เด็กสาววัยแรกรุ่นเท่านั้น หน้าท้องเรียบแบนขยับขึ้นลงช้าๆเป็จังหวะบ่งบอกว่านางยังคงมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนว่านางเพียงแค่สลบไปเท่านั้น
เหยียนชิงพินิจดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ เขาค่อยๆมองสัดส่วนของนางรวมทั้งทรวดทรงทุกซอกทุกมุมก่อนจะพบร่องรอยของกระบี่ที่อยู่บนหลังของนาง บ้างก็อยู่บริเวณท้องและหัวไหล่ เพียงแต่ร่องรอยอาการาเ็เ่าั้ดูจางลงราวกับว่ามันสามารถรักษาตัวเองได้
“เสือที่แปลงกายเป็สตรีได้......นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?” เหยียนชิงอุทานออกมาเบาๆราวกับกลัวว่าร่างเล็กตรงหน้าของเขาจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหานางอย่างระมัดระวัดก่อนจะนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของเด็กสาว เหยียนชิงมองหน้าของนางอยู่นานราวกับกำลังชั่งใจเื่บางอย่างอยู่ ตอนก่อนก่อนหน้าเขาค่อนข้างจะเกลียดเสือตัวนี้เนื่องจากมันเป็สาเหตุที่ทำให้เขาต้องเสียแรงวิ่งหนีไปทั่วป่า เพียงแต่ในยามนี้คู่อริในอดีตกลับกลายมาเป็เด็กสาวที่ดูอ่อนแอ นั่นทำให้เขารู้สึกลำบากใจขึ้นมา
“สตรีอีกแล้ว......สังหารสตรีช่างเป็เื่น่าเศร้ายิ่งนัก เฮ้อ........” เหยียนชิงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนที่เขาจะขยับตัวเข้าไปใกล้กับนางมากยิ่งขึ้น เมื่อทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงสามชุ่น เหยียนชิงก็ยื่นมือทาบไปที่หน้าอกสีน้ำผึ้งของนางพร้อมทั้งส่งพลังปราณเข้าไปเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กับเด็กสาว
“ข้าแค่รักษา....ข้าแค่รักษานาง......ข้าไม่ได้ทำมิดีมิร้าย....” ชายหนุ่มท่องคำพูดเดิมอยู่ในใจหลายหน พลังปราณที่เขาส่งไปให้นางเป็เพียงพลังเพื่อฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น เขาไม่ได้ช่วยฟื้นฟูพลังปราณในจุดชีพจรของนาง มิหนำซ้ำยังแอบปลดปล่อยพลังเพื่อปิดกั้นจุดชีพจรสองสามจุดเป็การชั่วคราวเอาไว้ด้วย
“อืมม....” เสียงใสปนงัวเงียดังขึ้นหลังจากที่เหยียนชิงฟื้นฟูร่างกายให้กับนางไม่นาน เปลือกตาของเด็กสาวค่อยๆเปิดขึ้น นางพยายามยันตัวลุกขึ้นมาอย่างสลึมสลือ เมื่อหายจากอาการง่วงงัน สาวน้อยก็เหลือบมองซ้ายขวาด้วยความประหลาดใจ จนในที่สุดสายตานางก็มาตกกระทบเข้ากับเหยียนชิงที่นั่งชันเข่าห่างจากนางไปไม่กี่ก้าว
“แง้วว!!”
เด็กสาวรีบพุ่งออกห่างจากเหยียนชิงทันทีพลางร้องขู่ขึ้นมาคราหนึ่ง สายตาของนางมองหน้าชายหนุ่มราวกับจะกินเืเนื้อเขาให้หมด แต่หลังจากที่นางพยายามจะออกห่างจากเขา เสียงโลหะตกกระทบกับพื้นก็ดังขึ้นข้างๆนาง
“เด็กประหลาด เ้าจะเป็เสือรึแมวกันแน่ เลือกมาซักอย่างก่อนสิ” เหยียนชิงหาวหวอดพลางกระตุกโซ่ที่เขาไปได้มาจากไหนก็ไม่รู้เข้าหาตัว แน่นอนว่าปลายอีกด้านหนึ่งกำลังผูกติดอยู่กับคอของเด็กสาวอารมณ์ร้อนจนนางเซถลามาหาเขาในทันที
“แง้วว!” เหยียนชิงรวบมือทั้งสองข้างของนางไพล่เอาไว้ที่ข้างหลังของเด็กสาวจนนางร้องออกมาด้วยความเ็ป ชายหนุ่มแค่นเสียงดูถูกออกมาคราหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าผนึกพลังปราณเ้าเอาไว้ชั่วคราวแล้ว ก่อนหน้านี้เ้าอาจจะเก่งกว่าข้าก็จริง แต่ในยามนี้ข้าจะฆ่าเ้าล้วนแต่เป็เื่ง่ายราวหายใจเข้าออก” ชายหนุ่มกระซิบเข้าที่ข้างหู พร้อมทั้งเป่าลมใส่จนนางขนลุกซู่ เด็กสาวคนนี้ดูน่าแกล้งเป็อย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับหูที่ดูเหมือนแมวมากกว่าเสือนั้นทำให้เขารู้สึกอยากลูบมันขึ้นมา
เด็กสาวที่กำลังถูกมัดอย่างเข้าตาจนจ้องมองเหยียนชิงด้วยความโกรธแค้น นางแทบจะแยกเขี้ยวะโเข้ามากัดลำคอของชายหนุ่ม ติดเพียงนางไม่อาจจะโคจรพลังปราณภายในร่างได้ เนื่องจากชีพจรบางจุดถูกสกัดกั้นเอาไว้ จึงทำได้เพียงแค่ร้องออกมาอย่างเดือดดาลเท่านั้น
“หากเ้าเลิกดื้อดึงและหยุดคิดทำร้ายข้า ข้าก็อาจจะปล่อยให้เ้าเป็อิสระอยู่ชั่วครู่ก็ได้” เหยียนชิงยื่นข้อเสนอให้กับนาง เด็กสาวมองเขาด้วยสายตาชิงชังอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆสงบอารมณ์ของนางลงพร้อมทั้งพยักหน้าเบาๆหนึ่งครั้ง
“เ้าเข้าใจภาษามนุษย์ด้วย?” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“…..นุษย์.........ช้า….” นางเงียบไปก่อนจะกล่าวอะไรบางอย่างที่เหยียนชิงไม่เข้าใจ
“หืม? เ้าพูดว่าอะไร ข้าไม่เข้าใจ?” เหยียนชิงเอียงหัวของเขาเข้าไปหานางใกล้ขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มไม่ได้หวาดกลัวนางต่อไปเนื่องจากยามนี้เขาแข็งแกร่งกว่านางมากนัก
“มนุษย์.....พวกต่ำช้า!!” เด็กสาวะโออกมาสุดเสียงจนก้องไปทั้งบริเวณ ใบหน้าของนางแดงขึ้นด้วยความโกรธและความอับอายที่ได้รับก่อนหน้า นางอาศัยอยู่ในป่าห้าราตรีมานานแต่ก็ไม่เคยเจอใครที่โรคจิตเท่าชายตรงหน้าอีกแล้ว
“เ้ากล้าว่าข้าต่ำช้า? เ้าไม่รักชีวิตแล้วใช่รึไม่?!” เหยียนชิงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเดือดดาล เขาเริ่มรู้สึกว่าไฟโกรธก่อนหน้ากำลังจะกลับมาปะทุอีกครั้ง
“โรคจิต! วิตถาร! บ้ากาม!!” เด็กสาวพ่นคำหยาบมากมายออกมาจากริมฝีปากเรียวบาง บางคำแทบจะไม่อาจทนฟังได้ บางคนผู้ที่ถูกด่าเช่นนี้อาจจะเอาหัวโหม่งเต้าหู้จนตายเนื่องจากทนความอัปยศที่ถูกเด็กรุ่นลูกเช่นนี้ด่าไม่ไหว
แน่นอนว่าใช้ไม่ได้กับเหยียนชิงที่ดูโรคจิตกว่า
“เ้ากล้ากล่าวหาข้าเช่นนั้น? อยากให้ข้าเป็พวกบ้ากามมากเลยใช่รึไม่?” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นพลางมองร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวั้แ่บนลงล่าง พลางเลียริมฝีปากประหนึ่งพวกหิวกระหาย สายตากำลังเลื่อนขึ้นลงสำรวจร่างกายตรงหน้าอย่างสนุกสนาน
เด็กสาวเพิ่งจะรับรู้ว่าตัวเองกำลังพลาด นางรีบยกมือข้างหนึ่งปิดหน้าอกตัวเอง ส่วนอีกข้างรีบไปปิด่ล่างที่นางสุดหวงแหนเอาไว้จนมิด พลางสบถด่าออกมาอีกหลายคำ
“วางใจได้ มองหน้าอกเ้าก็เหมือนกับมองกำแพงเมืองทะเลสาบเงาจันทร์ ข้าว่ากำแพงเมืองยังน่ามองซะกว่า” เหยียนชิงโบกไม้โบกมือล้อเลียนนาง ความจริงถ้าจะให้กล่าว ชายหนุ่มได้ล่วงละเมิดทางกายเด็กหญิงมาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่เขาไม่ได้บอกนางเท่านั้น
“มนุษย์อย่างเ้าชั่วร้ายเหมือนกับที่ท่านแม่บอกไว้ไม่มีผิด ข้าเกลียดเ้า!” นางะโออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ หูสัตว์บนหัวกำลังตั้งชันตามเสียงเล็กแหลมของนาง
“เ้าสิชั่วร้าย ฆ่าคนแล้วก็ไม่กินให้หมด ยังจะมาโจมตีใส่ข้าอีก ศีลธรรมของเสือน่ะมีบ้างรึไม่?!” เหยียนชิงโต้กลับเด็กสาวอย่างดุเดือด ราวกับว่าเขายอมไม่ได้ที่มีคนมาดูิ่ความเป็คนของเขา
“ก็เ้าดูน่ากินว่ามันนี่!” เด็กสาวตะเบ็งเสียงกลับอย่างสุดแรง ท่าทางกระเง้ากระงอดดังน้องสาวที่กำลังโกรธที่พี่ชายตัวเองแย่งขนมไป
“น่ากินบ้านเ้าสิ ข้าเสียเวลาออกจากป่านี้ก็เพราะเ้า อีกทั้งยังต้องมาติดอยู่ที่นี่กับคนเช่นเ้าอีก เ้ามันตัวซวยของข้าจริงๆ” เหยียนชิงเริ่มสวนกลับเด็กสาวอย่างไม่ลดละ ก่อนหน้านี้นางกล้าด่าและดูถูกศักดิ์ศรีความเป็คนของเขา ยามนี้ยางยังจะกล้ามาบอกว่าเขาน่ากินอีก?
“เ้าคิดว่าข้าอยากจะมาติดอยู่ที่นี่กับคนเช่นเ้ารึไง? งี่เง่า! ไอ้คนบ้ากาม!” นางตอบกลับเขาอย่างไม่ลดราวาศอก ราวกับว่านางม่อาจยอมแพ้าน้ำลายครั้งนี้ได้
“……….” เหยียนชิงไม่ได้พูดอะไรตอบโต้เด็กสาว เขาเพียงแค่จ้องมองนางด้วยความเ็าเท่านั้น
“หึ!.....ไงล่ะ ยอมแพ้ข้าแล้วล่ะสิ?” เด็กสาวตรงหน้าเขากอดอกพร้อมทั้งเชิดหน้าขึ้นราวกับตนได้รับชัยชนะในครั้งนี้ หารู้ไม่ว่าเหยียนชิงใช้โอกาสอันเหมาะเจาะปรี่เข้าไปหานางอย่างรวดเร็ว
เพี๊ยะ!!
เสียงฝ่ามือของชายหนุ่มกระทบเข้ากับบั้นท้ายของหญิงสาวดังก้องขึ้นอีกครั้ง นางสะดุ้งโหยงด้วยความเ็ปในทันที
“โอ๊ยย จะ.....เ้าตีก้นข้าทำไม?!” นางทั้งลูบทั้งคลำบั้นท้ายราวกับกำลังบรรเทาอาการเจ็บแปลบที่แล่นเข้ามา ก่อนจะหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่ชายหนุ่ม น้ำตาหยดใสกำลังรื้นขึ้นมาที่หางตาของเด็กสาว
“ลองพูดว่าข้าเป็พวกบ้ากามดูอีกครั้ง มาดูซิว่าข้าจะกล้าขืนใจเ้าหรือไม่” เหยียนชิงพูดขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มเ็าออกมา เด็กสาวรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้พูดเล่นแต่อย่างใด หากนางยังคงดื้อดึงด่าเขาต่อ ชะรอยว่านางคงถูกคนโฉดตรงหน้าย่ำยีเป็แน่
เด็กสาวลดท่าทีรุนแรงของนางลงก่อนจะมองกลับไปที่ชายหนุ่มพร้อมกัดฟันกรอดๆคล้ายกำลังพยายามอดกลั้นอยู่
“หึหึ ค่อยว่าง่ายขึ้นมาหน่อย” เหยียนชิงผิวปากอย่างอารมณ์ดี เ้าตัวเริ่มออกเดินนำเด็กสาวไปด้านหน้าพร้อมทั้งดึงโซ่ในมือเอาไว้ด้วย
“ถ้าเ้าอยากจะออกไปข้างนอก เ้าต้องร่วมมือกับข้า” เขาพูดกับนาง
เด็กสาวดูจะเข้าใจสิ่งที่เหยียนชิง้าจะสื่อ ที่นี่พวกเขาไม่อาจจะออกไปได้ด้วยตัวคนเดียว มีเพียงการสงบศึกและพึ่งพากันชั่วคราวเท่านั้นที่จะทำให้ทั้งคู่สามารถออกไปได้
นางพยักหน้าให้เขาสองสามทีก่อนจะปิดปากเงียบเดินตามชายหนุ่มไปอย่างว่าง่าย
เหยียนชิงเห็นว่าเด็กสาวข้างหลังเขาเลิกที่จะต่อต้านเขาแล้วชายหนุ่มก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาอยู่เปาะหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ลดการป้องกันตัวแต่อย่างใด มือข้างหนึ่งถือโซ่ที่ล่ามนางไว้ อีกมือกำกระบี่เทพนิมิตที่นำออกมาป้องกันตัวเองจากนาง
ทั้งสองเดินไปตามทางด้านหน้าจนไม่รู้วันเวลา ยิ่งเดินก็ยิ่งเหมือนกับจะลงไปลึกมากกว่าเดิม หนึ่งชายหนึ่งหญิงกำลังรู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์ตรงหน้า เพียงแต่เหยียนชิงกำลังคิดถึงเื่อื่นมากกว่าเลยไม่ค่อยกังวลเท่ากับนางเท่านั้น
“เ้า........เมื่อไหร่เราจะออกไปจากที่นี่ได้กัน?” นางเอ่ยถามชายหนุ่มที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้านางอย่างอับจนหนทาง
เหยียนชิงหันกลับมามองเด็กสาวด้านหลังเขาอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามของนาง กลับกันเขาล้วงเข้าไปในย่ามบนหลังของเขาแล้วหยิบสิ่งๆหนึ่งออกมา จากนั้นก็ปามันไปถูกที่หน้านางอย่างจัง
“เ้า!” หญิงสาวทั้งโกรธและเกลียดคนตรงหน้าในเวลาเดียวกัน นางแค่ถามเขาดีๆทำไมจะต้องมาลงไม้ลงมือกับนางด้วย แต่เมื่อนางกำลังจะง้างปากด่าชายหนุ่ม สายตาก็เหลือบมองสิ่งที่เขาปามาในมือนางก่อนจะเงียบลงไปไม่พูดไม่จา
“ใส่เสื้อซะ ข้าไม่มีเสื้อสำหรับเด็ก เอาชุดของข้าใส่ไปก่อนก็ได้ เห็นแล้วสงสารลูกตาเสียจริง” เหยียนชิงพูดโดยที่ไม่หันกลับไปมอง ในใจเขากำลังรู้สึกคันยิบๆอย่างแปลกๆราวกับว่ายิ่งมองผิวเนียนนางเท่าไรเขาก็อาจจะสูญเสียการควบคุมตัวแล้วพุ่งเข้าใส่นางได้มากขึ้นเท่านั้น จนในที่สุดเมื่อนางเอ่ยถามเขาเมื่อครู่ชายหนุ่มก็ทนไม่ไหวถึงขนาดที่ยอมเสียสละเสื้อที่ป้าของเขายกให้ก่อนจะออกจากบ้านมาให้กับนาง
“..........” เด็กสาวไม่ได้พูดอะไรตอบเขา นางหันกลังให้เหยียนชิงก่อนจะลงมือใส่ชุดของเขาอย่างงุ่มง่าม แน่นอนว่าชุดของชายหนุ่มนั้นยาวกว่าลำตัวของเด็กสาวมาก เมื่อนางสวมเสร็จมันก็หลวมโครกแขนทั้งสองข้างไม่อาจโผล่ออกจากแขนเสื้อได้ รวมทั้งเท้าของนางก็ถูกขากางเกงบังจนมิด ทำให้ท่าทาของเด็กสาวตอนนี้ดูน่าขันเป็อย่างยิ่ง
“เ้ามีชื่อรึไม่?” เหยียนชิงเอ่ยถามนามหลังจากที่สวมเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ความจริงเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะถามชื่อเสือไปเพื่ออะไร
“ข้า....ไม่มีชื่อ...” นางตอบเขาเสียงราบเรียบดูคล้ายจะปนเศร้าอยู่เล็กน้อย ร่างเล็กกำลังพยายามเดินตามชายหนุ่มตรงหน้าให้ทันอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าของนางทั้งหลวมทั้งเทอะทะจนไม่อาจเดินดีๆได้
“ไม่มีชื่อ? ช่างประหลาดเสียจริง” เหยียนชิงตอบกลับนางเบาๆ แต่ตัวเขาก็ไม่ใจนักว่าสัตว์อสูรลมปราณจะมีชื่อทุกตัวหรือไม่ หรือบางทีมันอาจจะมีชื่อเป็ของตนเฉพาะพวกที่มีสติปัญญาสูงส่ง?
“คำก็ประหลาด สองคำก็ประหลาด เ้าสิประหลาด!” นางหันไปตัดพ้อชายหนุ่มด้วยความโกรธ ผู้ชายตรงหน้านางช่างชั่วร้ายยิ่ง เขาเอาแต่ว่านางว่าเป็ตัวประหลาดโดยที่ไม่ดูตัวเองแม้แต่น้อย
“....เ้าถามชื่อข้า แล้วเ้ามีชื่อหรือไม่” นางเอ่ยขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาสดใสที่ไม่เข้ากับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้เหยียนชิงอยากจะเข้าไปหยิกแก้มนางด้วยความหมั่นเขี้ยว
“เหยียนชิง” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงห้วน
“เหยียนชิง....เหยียนชิง....ชื่อประหลาดของคนบ้ากาม!” นางหัวเราะร่วนด้วยความเบิกบานใจ หน้าอกเล็กกำลังสั่นไหวไปมาตามจังหวะหัวเราะของนางจนลืมไปว่าก่อนหน้านี้ชายหนุ่มเคยพูดว่าอะไร
“โอ๊ะ.....แย่แล้ว...” เมื่อเด็กสาวรู้ตัวก็พลันยกมือขึ้นปิดปากตัวเองสนิท แต่เมื่อนางเห็นว่าชายหนุ่มข้างหน้าไม่ได้ทำอะไรนางอีกทั้งยังเงียบจนผิดปกติ จึงทำให้นางรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
“เหยียนชิง?” นางเรียกชื่อชายหนุ่มขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
“หยุดพูดแล้วตามข้ามาเร็วๆ...” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเ็าพร้อมทั้งเดินนำหน้านางไปอย่างรวดเร็ว เด็กสาวเห็นว่าชายตรงหน้าไม่ได้สนใจที่นางพูดก่อนหน้านี้ก็ถอนหายใจออกมา แต่อีกใจก็นึกโกรธจนแก้มพองจากที่เขาไม่ฟังสิ่งที่นางพูด ในที่สุดนางก็ถอนหายใจออกมาแล้ววิ่งตามเขาไปอย่างกระชั้นชิด
“นี่เ้าจะไปที่ใดกัน” เด็กสาวเดินเข้ามาอยู่ข้างกายของเหยียนชิงพลางกระตุกแขนเสื้อของเขาสองสามหน ด้วยส่วนสูงที่แตกต่างกันเกินไปนางจึงไม่อาจจะเอื้อมมือไปแตะไหล่เขาได้ เนื่องจากนางสูงเพียงแค่หน้าท้องของชายหนุ่มเท่านั้น
“ก็หาทางออกน่ะสิเ้าทึ่มนี่ โอ๊ะ เรามาถึงแล้ว.....” เหยียนชิงตอบกลับเด็กสาวด้วยความรำคาญใจ ในที่สุดทั้งคู่ก็เดินมาหยุดอยู่ที่ประตูเหล็กอันใหญ่โตบานหนึ่ง
ประตูบานนี้เป็สีดำสนิท มันถูกสร้างขึ้นมาจากเหล็กสัมฤทธิ์ที่ดูเหมือนจะผ่านกาลเวลามานานแสนนาน มีลวดลายบางอย่างถูกแกะสลักเอาไว้ที่ประตูทั้งสองด้าน มีทั้งูเาและแม่น้ำ ตรงกลางนั้นเป็บ้านเมืองและผู้คนมากมายกำลังทำากันอยู่ ไฟากำลังลุกลามไปทุกที่ในภาพ เบื้องบนนั้นมีรูปพระจันทร์เสี้ยวสีดำกำลังส่องแสงเป็ประกายมืดมิดออกมา
ราวกับว่ามันเป็ประตูที่กำลังเล่าเื่ราวของาอันยิ่งใหญ่บนสรวงสรรค์ที่เขาไม่อาจเข้าใจได้
เหยียนชิงสูดหายใจลึก เขาเหลือบมองเด็กสาวข้างกายที่กำลังเกาะติดอยู่กับชายเสื้ออย่างน่ารักน่าชัง นางหันมาสบตาของเขาด้วยเช่นกันก่อนจะพยักหน้าราวกับเห็นด้วยในสิ่งที่ชายหนุ่มอยากจะทำ
“........งั้นก็เข้าไปกันเถอะ” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นด้วยความแน่วแน่ เขาค่อยๆผลักประตูออกไปจนได้ยินเสียงเหล็กครูดกับพื้นจนดังก้องไปทั่วบริเวณ คนทั้งสองมองเข้าไปข้างในอย่างหวาดๆ ข้างในนั้นมืดมิดยิ่งกว่าตอนที่เขาอยู่ในหุบเหวเสียอีก ไม่นานนักชายหนุ่มก็ก้าวเท้าเข้าไปอย่างช้าๆ พร้อมทั้งเด็กสาวที่เกาะแขนเสื้อเขาไว้แน่น
ทั้งคู่ค่อยๆเดินหายเข้าไปในความมืดมิดจนในที่สุดก็มองไม่เห็นคนทั้งสอง ประตูใหญ่ที่เปิดอยู่ก่อนหน้าค่อยๆปิดลงราวกับว่ามันจะไม่เปิดขึ้นอีกตลอดกาล.....