ผู้คนเริ่มเข้ามาในงานชมบุปผาอย่างคับคั่ง สตรีและบุรุษต่างนั่งคนละฝั่งแล้วแอบมองกันเป็ระยะตามมารยาทที่พึงจะกระทำ หญิงสาวในอาภรณ์สีชมพูชี้มือไปทางสตรีที่นั่งอยู่
"สตรีในอาภรณ์สีแดงนั่นใครกัน ทำไมนางถึงได้แต่งตัวและประดับเครื่องแต่งกายเช่นนั้น"
"นั่นน้องสาวต่างมารดาของข้าเอง นางชื่อจิ่งอัน"
"มิน่า ถึงไม่เหมือนเ้า ที่แท้ก็คนละแม่กันนี่เอง สตรีที่อยู่ข้างนางนั้นหากข้าจะไม่ผิดนางคือ"
"เมื่อกี้ข้าเห็นน้องรองเรียกนางว่าเซียวจิ่วนะ"
"อ่อ "
"ทำไมหรือ"
"เ้าไม่รู้หรือ นางเป็ญาติห่าง ๆ เรียกได้ว่าห่างมาก ๆ ขององค์ฮ่องเต้ แต่นางกลับชอบทำตัวราวกับตนเป็องค์หญิงจึงไม่ค่อยมีใครชอบนางมากนัก ยกเว้นน้องรองของเ้า"
"คนประเภทเดียวกันมักจะเลือกคบคนประเภทเดียวกัน เหมือนเราไง ฮิฮิ"
"ข้าถือว่านั่นเป็คำชมข้าละกัน ฮ่า ๆ จริงสิ ข้าได้ยินมาว่านางแอบชอบอ๋องสี่ด้วยนะ แต่ท่านอ๋องไม่เล่นด้วยเพราะคิดกับนางแค่น้องสาว"
"อ๋องสี่หรือ"
"นี่เ้าไม่รู้เลยหรือ อ๋องสี่หรือเซียวมู่หรงเป็น้องต่างมารดาขององค์ฮ่องเต้ อดีตฮ่องเต้รับแม่ของอ๋องสี่เป็มาพระสนม ตอนนั้นถูกคนในวังคัดค้านอย่างหนัก ว่ากันว่าพระสนมมาจากดินแดนเปอร์เซีย พระนางมีผมสีเหลืองทองมีดวงตาสีเขียวน้ำทะเล แม้จะให้กำเนิดพระโอรสแต่ดูเหมือนพระนางจะสิ้นก่อนวัยอันควร"
"แล้วอ๋องสี่ล่ะ"
"ท่านอ๋องสี่เติบโตมาตามลำพังในจวนนอกวัง พระองค์ค่อนข้างสนิทกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันซึ่งตอนนั้นทรงเป็องค์รัชทายาทอยู่ จึงมิมีใครกล้ารังแกพระองค์มากนัก"
"เช่นนั้นก็แสดงว่าลับหลังก็ยังมีการกลั่นแกล้งอ๋องสี่ใช่หรือไม่"
"ใช่ แต่หลังจากนั้นเมื่ออดีตฮ่องเต้ทรงต องค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์ อ๋องสี่ที่ตอนนั้นยังเป็เพียงเซียวมู่หรงได้ออกรบร่วมกับบิดาข้า รวบรวมผืนดินปราบฏเพื่อให้แผ่นดินขององค์ฮ่องเต้มั่นคง องค์ฮ่องเต้จึงทรงแต่งตั้งให้เซียวมู่หรงเป็อ๋องสี่อย่างไรล่ะ"
"ถ้าเป็อ๋องสี่ ก็แสดงว่าต้องมีอ๋องท่านอื่นอีก"
"ใช่ ล้วนเป็น้องขององค์ฮ่องเต้ที่แอบขโมยผลงานอ๋องสี่ไปทั้งนั้น"
อีสือกดเสียงลงต่ำเพื่อให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น จิ่งอันพยักหน้ารับว่าเข้าใจ
"เมื่อสามปีที่แล้วจู่ ๆ ท่านอ๋องสี่ก็ถูกพิษทำให้ดวงตาที่งดงามนั้นมืดบอดไปจนถึงตอนนี้"
"ดวงตามืดบอดหรือ"
จิ่งอันนึกทบทวนภาพอ๋องสี่ที่นางเคยเจอ 'หากข้าจำไม่ผิดตอนนั้นเขามองเห็นข้านี่นา เช่นนั้นแสดงว่าเื่นี้ต้องมีเบื้องลึกเื้ัอย่างแน่นอน'
"ใช่ จนตอนนี้ท่านอ๋องอายุ 27 ปีแล้วก็ยังมิยอมแต่งงาน ไม่รู้เป็เพราะเหตุใด บ้างก็มีคนบอกว่า ท่านอ๋องเป็ชายตัดแขนเสื้อ"
จิ่งอันหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว 'จะเป็ชายตัดแขนเสื้อได้อย่างไร วันนั้น...' จู่ ๆ หน้าของหญิงสาวก็แดงขึ้นอย่างฉับพลัน
"เ้าเป็อะไรไป ทำไมถึงได้หน้าแดงเช่นนี้ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า เช่นนั้นข้าจะไปหยิบน้ำมาให้เ้านะ"
จิ่งอันพยักหน้าช้า ๆ
"ขอบใจเ้ามากนะ"
หลังจากอีสืออกไปได้ไม่นานหญิงสาวจึงลุกขึ้นสำรวจบริเวณนั้น หญิงสาวเดินไปตามทางที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกลีบดอกมู่ตาล
"น้องสี่ เ้ามาคนเดียวเช่นนี้คงลำบากแย่สินะ"
บุรุษในชุดสีดำเอ่ยขึ้นก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วไล่บ่าวรับใช้ในวังไป จิ่งอันยืนแอบสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ 'เขาเป็ใครกัน ทำไมบ่าวในวังถึงกลัว ในเมื่อเรียกอ๋องสี่ว่าน้องสี่ เช่นนั้นคงจะเป็พระขนิษฐาขององค์ฮ่องเต้อย่างแน่นอน' บุรุษในชุดสีม่วงถูกผลักให้ล้มลง ใบหน้าที่หล่อเหลาได้รูปนั้นช่างทำให้สาว ๆ หลงใหลได้ง่าย ๆ ติดแต่ตรงที่เขาใช้ผ้าขาวปิดตาจึงทำให้บดบังดวงตาคู่งามคู่นั้น
"พี่รอง ท่านคงว่างมากสินะถึงได้มีเวลามาเสวนากับข้า"
"พี่รอง พอเถอะ เดี๋ยวองค์ฮ่องเฮาเสด็จมาเห็นเข้าพี่จะถูกลงโทษได้นะ"
"ทำไม เ้ากลัวอะไร มันก็แค่คนตาบอดที่ตอนนี้ไร้ซึ่งทุกอย่าง แม้แต่ตำแหน่งอ๋องของมันก็เป็แค่หัวโขนที่มีไว้ประดับเท่านั้น ข้าพอใจที่จะทักทายมันแบบนี้ ใครจะทำอะไรข้า"
บุรุษในชุดสีน้ำตาลมิสามารถทัดทานบุรุษในอาภรณ์ดำได้ แต่กลับยิ่งทำให้บุรุษในชุดสีดำรู้สึกหมั่นไส้และอย่างกลั่นแกล้งเซียวมู่หรงมากขึ้นเท่านั้น
"เ้ามันก็แค่ลูกอนุต่างชาติ เ้ามีสิทธิ์อะไรในราชวงศ์เรา ดวงตาสีเขียวกับผมสีทองที่แตกต่างจากคนทั่วไป ดูแล้วช่างเหมือนปีศาจยิ่งนัก"
พูดจบบุรุษในชุดสีดำได้ก้มลงผลักอ๋องสี่อย่างตั้งใจ ปิ่นที่ปักอยู่บนศีรษะของชายหนุ่มหลุดลงพื้น รอยยิ้มที่แฝงความชั่วร้ายปรากฏ เขาเดินไปเหยียบปิ่นหยกของอ๋องสี่จนหักก่อนจะหันมาหาเซี่ยวมู่หรง
"ตาก็บอด ยังมีหน้ามางานชมบุปผาอีก ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย ตอนนี้ดูเ้าสิ ผมเผ้าไม่เรียบร้อยช่างไม่สำรวมเอาเสียเลย ฮ่า ๆ ๆ "
'ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าเ้าจะทำอย่างไรต่อไปเ้าสี่ ตอนนี้ไม่มีบ่าวรับใช้เคียงกาย ไม่มีองครักษ์ประจำตัว ข้าจะดูซิว่าเ้าจะหนีจากเื่ตรงหน้าได้อย่างไรกัน' บุรุษในชุดสีดำยืนกระหยิ่มยิ้มย่องดั่งผู้ชนะอยู่ตรงหน้าอ๋องสี่นั้น