ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 109 หลี่ต้านอกหัก


             “ท่านพี่ฉีอ๋อง ท่านลืมปล่อยมือขอรับ”หลี่ลั่วเอ่ยเตือนขึ้น

              “อืม” กู้จวิ้นเฉินรับคำ จากนั้นจึงปล่อยมือ

              หลี่ลั่วเปิดประตูรถม้า ขณะที่หลี่ฉางเฉิงกำลังจะอุ้มเขาลงจากรถม้านั้นกู้จวิ้นเฉินก็ได้มานั่งตรงประตู “เมื่อข้าอายุเท่าเจ้านั้นล้วนขึ้นลงรถม้าด้วยตนเอง”

              คำพูดลอยๆ เพียงประโยคเดียวทำให้มือของหลี่ฉางเฉิงถึงกับแข็งค้างไปในทันทีหลี่ลั่วผู้น่าสงสารต้องเดินลงมายังแท่นเหยียบอย่างระมัดระวังหลังจากที่เดินลงมาอย่างปลอดภัย เขาก็หันกลับไปถลึงตาให้กับกู้จวิ้นเฉินครั้งหนึ่งอย่างแค้นเคือง

              ชายหนุ่มนั่งพิงประตูรถม้าในมุมย้อนแสงดวงตาที่สงบนิ่งทั้งคู่มองมายังตนเอง สายตานั้นลุ่มลึก ทว่ากลับมีรอยยิ้มเคลือบแฝงอยู่ด้วยแม้ว่าจะเป็นเพียงบางๆ แต่สว่างสดใสราวกับแสงแดด

              คนผู้นี้หน้าตาดีอย่างเหลือร้ายตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นกู้จวิ้นเฉินในจวนจงกั๋วกงทุกครั้งที่หลี่ลั่วพบเขาอีกครั้งล้วนรู้สึกว่าเขาน่าดูยิ่งขึ้นคิ้วและดวงตาของเขาราวกับภาพวาด กลิ่นอายสูงส่งราวกับเป็นภาพวาดที่ได้วาดแล้วเสร็จมาเนิ่นนาน ช่างวิจิตรบรรจงนักน้อยยิ่งนักที่เขาจะยิ้ม แต่เมื่อเขายิ้มกลับทำให้คนรู้สึกว่าในนาทีนั้นสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนไร้ซึ่งสีสัน

              งดงามเกินไป

              ฉีอ๋องผู้หล่อเหลาเป็นว่าที่สามีของเขาหลี่ลั่วรู้สึกว่าเหมือนกับมีชีวิตอยู่ในความฝัน

              เมื่อเห็นหลี่ลั่วมองเขาอย่างโง่งม มุมปากของกู้จวิ้นเฉินก็พลันโค้งขึ้นจากนั้นปิดประตูรถม้า “ไปจวนจงกั๋วกง”

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              มองรถม้าค่อยๆ ห่างออกไปเป็นครั้งแรกที่หลี่ลั่วรู้สึกว่าภายในใจของเขานั้นวูบโหวงว่างเปล่าเขาอยาก...จะติดตามไปด้วย

              ณ จวนจงกั๋วกง เรือนต้านสุ่ย

              “เจ้ามาได้อย่างไรกัน?” ผู้ที่ไม่นิยมชมชอบการออกจากจวนเช่นนี้หาได้ยากนัก หลี่ต้านต้อนรับอย่างกระตือรือร้นแต่แววตาของเขากลับมีความกลัดกลุ้มปรากฏอยู่

              กู้จวิ้นเฉินเอ่ย “กินข้าวกับลั่วเอ๋อร์ที่หอชมจันทร์ เลยแวะมาเยี่ยมเจ้า”

              “แล้วน้องหกของข้าเล่า?” หลี่ต้านมองไปทางด้านหลังของเขาไม่เห็นเงาของหลี่ลั่ว

              “เขายังเล็ก กินข้าวแล้วก็ต้องส่งเขากลับไปพักผ่อน” กู้จวิ้นเฉินกล่าว

              หลี่ต้านประหลาดใจ “ข้าไม่รู้เลยจริงๆ ว่าฝ่าบาทยังมีมุมที่รู้จักเอาใจใส่ต่อผู้อื่นเช่นนี้”ฝนสีแดงจะตกลงมาจากท้องฟ้าแล้วหรือไร?

              “ต่อไปรอให้เจ้าหมั้นหมายแล้วเจ้าก็จะรู้เองเอาใจใส่ต่อว่าที่ภรรยาของตนเองไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำหรอกหรือ?” กู้จวิ้นเฉินถามกลับ

              “...”ความรักช่างมาได้รวดเร็วนัก ทว่าหลี่ต้านกลับมีสีหน้าดำทะมึนลง“ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากไปเข้าร่วมกองทัพ ซีเป่ยนั้นเป็นที่ถิ่นของพี่ชายท่านข้าไปเข้าร่วมกองทัพเป็นเช่นใด?”

              กู้จวิ้นเฉินรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของเขา “ไฉนจู่ๆจึงอยากจะไปเข้าร่วมกองทัพเล่า? แม้ว่าซีเป่ยจะเป็นถิ่นของพี่ชายข้าแต่ในบรรดาค่ายทหารทั้งหมด กองทัพซีเป่ยเป็นสถานที่ที่ยากจนข้นแค้นที่สุดทหารซีเป่ยนับสิบหมื่น ราวๆ สามปีจึงจะจ่ายเงินเดือนครั้งหนึ่ง อาหารการกินนั้นย่ำแย่ยิ่งนัก”

              “หม่อมฉันไม่ได้ทำเพื่อเงินเดือนหรือปากท้อง” หลี่ต้านตอบ“ฝ่าบาทน่าจะยังไม่เคยไป อย่าได้พูดเช่นนี้เพื่อจะทำให้ข้าเกรงกลัวเลยพ่ะย่ะค่ะ”

              “เมื่อครั้งเสด็จพ่อยังมีพระชนม์อยู่นั้นเสด็จอามักจะพูดกับเสด็จพ่อเรื่องสถานการณ์ของทหารซีเป่ยพี่ชายเขียนจดหมายมาแจ้งที่บ้านเสมอ” กู้จวิ้นเฉินอธิบาย “เจ้าย่อมไม่ได้ทำเพื่อเงินเดือนหรือเพื่อปากท้อง ถ้าเช่นนั้นทำเพื่อความดีความชอบทางทหารใช่หรือไม่?”

              “ความดีความชอบทางทหารหรือ?”

              “กั๋วกงเหฺยอายุมากแล้ว บิดาของเจ้าน่าจะสืบทอดบรรดาศักดิ์ภายในปีสองปีนี้เมื่อถึงเวลานั้นพี่ชายคนโตของเจ้า หลี่เจ๋อ จะถูกแต่งตั้งเป็นซื่อจื่อส่วนคุณชายรองเช่นเจ้าย่อมไม่มีภาระความรับผิดชอบใดๆ ไฉนจึงต้องไปลำบากที่ซีเป่ยเล่า?”คำพูดของกู้จวิ้นเฉินตรงประเด็นยิ่งนัก เขากับหลี่ต้านนั้นถือได้ว่าเติบโตมาด้วยกันนิสัยของหลี่ต้านร่าเริงแจ่มใส ย่อมไม่เหมาะสมที่จะไปอยู่ในค่ายทหาร

              หลี่ต้านนิ่งเงียบไป

              “หากเจ้าไปซีเป่ยแล้ว สระบัวที่เจ้ารักจะทำเช่นใดเล่า?” กู้จวิ้นเฉินถามอีก

              “ข้าไม่ต้องการสระบัวอีกต่อไปแล้ว” หลี่ต้านพูดเสียงต่ำ

              “อะไรกัน?”

              หลี่ต้านพลันลุกพรวดขึ้น “ฝ่าบาทรอสักครู่...ใครก็ได้ เอาสุรามากาหนึ่ง”

              บ่าวรับใช้นำสุรามาอย่างรวดเร็วหลี่ต้านรินสุราให้ตนเองและกู้จวิ้นเฉินคนละถ้วย “ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ฝ่าบาท ฝ่าบาทมีเรื่องมงคลทำให้สีหน้าผ่องใสยิ่งนักข้าก็อยากจะได้รับกลิ่นอายมงคลจากฝ่าบาทเช่นกัน แต่ไฉนจึงไม่ได้รับไอมงคลเลยเล่า”พูดแล้ว ก็ดื่มเหล้าอึกใหญ่

              กู้จวิ้นเฉินเลิกคิ้ว “อีกสักครู่เมื่อกลับไปถึงจวนอ๋องแล้วจะส่งอาภรณ์ของข้ามาให้เจ้ากอดเอาไว้เพื่อรับกลิ่นอายมงคล”

              “ข้าคิดว่าพวกเราต่างเติบโตมาด้วยกันแต่ไฉนเลยจะรู้ว่า...ที่แท้จริงแล้วผู้อื่นกำลังรอให้นางเติบโต”หลี่ต้านดื่มสุราอีกอึกหนึ่ง

              สิ่งใดเติบโตไม่เติบโตกันเล่า? กู้จวิ้นเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เจ้ามีหญิงสาวในใจแล้ว...มีคนในใจแล้วใช่หรือไม่?” ที่จริงแล้วอยากจะพูดว่าหญิงสาวแต่เมื่อคิดดูแล้วคนที่หลี่ต้านชมชอบอาจจะเป็นชายหนุ่มก็ได้ ดังนั้นจึงพูดว่าคนฉีอ๋องหมั้นหมายกับคนเพศเดียวกัน คิดว่าผู้อื่นในใต้หล้าก็คงชอบเพศเดียวกันเช่นกัน

              ความคิดดียิ่งนัก แต่ความจริงนั้นยากยิ่ง

              คิดไม่ถึงว่าคำพูดนี้ของกู้จวิ้นเฉินจะทำให้หลี่ต้านปวดใจยิ่งกว่าเดิมเขาดื่มสุราไปด้วยและพูดไปด้วย “ชอบแล้วมีประโยชน์อันใด ข้าชอบนางมาตั้งแต่เล็กดอกบัว...ดอกบัวผายลมน่ะสิ แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่นางที่ชอบดอกบัวแต่เป็นพี่ชายคนโตของเจ้าต่างหากเล่าที่ชอบดอกบัว”

              อะไรกัน? กู้จวิ้นเฉินฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่เขาค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราว “คนที่เจ้าชอบนั้นชอบหลี่เจ๋อใช่หรือไม่? เจ้าคิดว่าอีกฝ่ายชอบดอกบัว ดังนั้นจึงคิดวิธีขุดสระบัวนี้ขึ้นมาแต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายชอบเพราะชอบพี่ชายคนโตของเจ้าจึงชอบดอกบัวใช่หรือไม่?”

              “ข้าชอบนางมาตั้งแต่เล็ก ชอบมาตั้งแต่เล็ก ท่านรู้หรือไม่?” หลี่ต้านดื่มสุรามากเกินไปแล้ว ถ้วยแล้วถ้วยเล่า สติของเขาเริ่มเลอะเทอะไม่รู้ว่าตนเองกำลังพูดสิ่งใดอยู่ เขาเพียงแต่ต้องการระบาย

              แม่นางที่ตนชมชอบกำลังถูกทาบทามเรื่องแต่งงานกับพี่ชายของตนใจของเขานั้นเจ็บปวดนัก

              ทั้งๆ ที่พวกเขาเหมาะสมกันมากกว่า อายุของพวกเขาไล่เลี่ยกันมากกว่าเหตุไฉนคนที่นางชมชอบกลับเป็นพี่ชายของเขาเล่า? บนโลกใบนี้นางจะชมชอบผู้ใดก็ได้ เขาล้วนสามารถไปแย่งชิงได้ แต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ นั่นก็คือพี่ชายของเขาประการแรก พวกเขาเป็นพี่น้องแท้ๆ เขาไม่มีเหตุผลที่จะไปแย่งผู้หญิงของพี่ชายตนเองประการที่สอง สองพี่น้องแย่งชิงผู้หญิงคนเดียวกัน หากคำพูดนี้ถูกแพร่งพรายออกไปนางยังจะอยากมีชีวิตอยู่ในเมืองหลวงหรือไม่?

              น้ำตาของหลี่ต้านไหลนองหน้า เขาเดินมาอยู่ข้างกายกู้จวิ้นเฉินคิดจะกอดเขาร่ำไห้ แต่กู้จวิ้นเฉินเตะออกไปทีหนึ่งทำให้หลี่ต้านกระเด็นไปอยู่บนพื้น

             หลี่ต้านและกู้จวิ้นเฉินอยู่ในลานบ้าน รอบๆ นอกจากจวิ้นอีแล้วไม่มีผู้อื่นมองไปที่หลี่ต้านซึ่งม้วนตัวอยู่บนพื้นราวกับเป็นดินก้อนหนึ่งกู้จวิ้นเฉินจึงเอ่ยขึ้นว่า “จวิ้นอีไปเรียกบ่าวรับใช้ของเขามาเก็บกวาดที่นี่เสีย”

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              บ่าวรับใช้ของหลี่ต้านมาอย่างรวดเร็ว

              “คารวะท่านอ๋อง” จากนั้นจึงรีบเข้าไปประคองคุณชายของตน

              “เขาดื่มสุราเมาแล้ว หากพูดจาผายลมใดๆ เจ้าได้ยินแล้วก็ให้ลืมไปเสียหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปแม้แต่คำเดียว เปิ่นหวางจะเอาชีวิตเจ้า” ท่านอาในเรือนชมชอบพี่สะใภ้หากคำพูดเหล่านี้แพร่งพรายออกไปจะทำเช่นใด

              “พ่ะย่ะค่ะ ขอท่านอ๋องโปรดวางพระทัย”บ่าวรับใช้ผู้นี้ติดตามหลี่ต้านมาตั้งแต่เล็ก เป็นบ่าวข้างกายหลี่ต้าน       

              กู้จวิ้นเฉินกลับมายังจวนอ๋อง อาบน้ำเพื่อชำระล้างกลิ่นสุราของหลี่ต้านที่ติดตัวมาอาบน้ำแล้วย่อมต้องผลัดเปลี่ยนถุงเท้ากู้จวิ้นเฉินพบว่าถุงเท้าสี่คู่นั้นไม่พอผลัดเปลี่ยน ดังนั้นฉีอ๋องอาบน้ำเสร็จแล้วจึงเตรียมตัวเขียนจดหมายให้หลี่ลั่ว

              จดหมาย ‘เนื้อผ้าที่นำมาทำถุงเท้ายังมีอีกหรือไม่?’

              เขียนจดหมายเสร็จแล้ว ฉีอ๋องตัดสินใจว่าพรุ่งนี้พบหน้าหลี่ลั่วค่อยให้เขา

              “ท่านอ๋อง อั้นสุ่ยกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

              หน่วยข่าวกรองของกู้จวิ้นเฉินนั้นทำงานรวดเร็วยิ่งนักล้วนเป็นคนที่ไท่จื่อเยี่ยนได้ทิ้งเอาไว้ในครั้งนั้น องครักษ์ธาตุทั้งห้านั้นถือกำเนิดมาจากหน่วยข่าวกรองธาตุทั้งห้าของไท่จื่อเยี่ยนความสามารถในการสะกดรอยตามและสืบสวนดีที่สุด ไท่จื่อเยี่ยนสวรรคตไปแล้วหน่วยข่าวกรองธาตุทั้งห้าย่อมเป็นกู้จวิ้นเฉินที่เข้ามารับช่วงต่อ

              จ้าวหนิงฮ่องเต้รู้ว่าหน่วยลับดังกล่าวมีตัวตนอยู่ครั้งนั้นเขาและไท่จื่อเยี่ยนเป็นพี่น้องร่วมอุทรที่ตายแทนกันได้ ไฉนจะไม่รู้เล่าทว่าเขากลับไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนความคิดของหน่วยข่าวกรองธาตุทั้งห้า

              “ให้เขาเข้ามาได้”

              อั้นสุ่ยเข้ามาแล้ว คุกเข่าลงข้างหนึ่ง “คารวะท่านอ๋อง เลขที่หนึ่งแปดศูนย์ถนนเหนือตรอกตะวันออกเป็นเรือนสองห้อง ได้สืบสวนเจ้าของเรือนชัดเจนแล้วพ่ะย่ะค่ะเป็นพ่อค้าเล็กๆ คนหนึ่ง มีร้านค้าสองแห่งอยู่ในเมืองหลวงเรือนสองห้องและร้านค้าเป็นชื่อของเขา เขาชื่อว่า ถงหลี่ว์ ปีนี้อายุสามสิบสองปีมีภรรยาหนึ่งคน บุตรสาวสองคนพ่ะย่ะค่ะ” ภายในระยะเวลาอันสั้นสิ่งที่สืบมาได้ล้วนแต่เป็นข้อมูลพื้นฐาน

              ก็แค่คนที่ไม่โดดเด่นอันใดผู้หนึ่ง ไฉนจึงมีความเกี่ยวพันกับกรมวังได้เล่า?

              “สืบต่อไป สืบไปถึงผังสกุลของครอบครัวของเขาด้วยคนบนผังสกุลไม่เว้นแม้แต่คนเดียว”

              “พ่ะย่ะค่ะ” อั้นสุ่ยรีบออกไป

              ณ จวนจงหย่งโหว

              หลี่ลั่วนอนไปงีบหนึ่งแล้วจึงตื่นขึ้น บิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน การดำเนินชีวิตของเด็กน้อยกินแล้วนอน ไม่มีเรื่องให้ต้องทุกข์ใจ สบายจริงๆ

              “เสี่ยวโหวเหฺย ท่านตื่นแล้ว” ลวี่ผิงประคองน้ำถาดหนึ่งเข้ามาในเรือนส่งผ้าขนหนูที่บิดแล้วให้กับหลี่ลั่ว “เมื่อสักครู่เหล่าฮูหยินส่งคนมาเจ้าค่ะเมื่อเห็นว่าท่านนอนหลับจึงไม่ได้เอ่ยอันใดบอกว่ารอให้ท่านตื่นแล้วค่อยพูดเจ้าค่ะ”

              หลี่ลั่วเช็ดหน้า “ไปเถิด ไปเรือนหยวนเซ่อ”

              ณ เรือนหยวนเซ่อ

              “ไปดูร้านค้าในเวลานี้หรือขอรับ?” หลี่ลั่วคิดแล้วก็ถูกต้องอีกไม่กี่วันก็เดือนเก้าแล้ว ข้าวในฤดูใบไม้ร่วงต้องเก็บเกี่ยวแล้วถึงเวลานั้นเรื่องของร้านค้าต้องดำเนินการให้เสร็จก่อน “เช่นนั้นไปกันเถิดขอรับ”

              ร้านค้าสองห้องของหลี่หยางซื่อไม่ได้อยู่บนทำเลที่คึกคักของเมืองหลวง ร้านค้าที่อยู่ในทำเลที่คึกคักในเมืองหลวงนั้นราคาสูงเกินไปและหากมีร้านค้าให้ปล่อยเช่า ค่าเช่านั้นย่อมแพงเช่นกันร้านค้าในละแวกนั้นจะมีคนขายออกมาได้อย่างไร? ดังนั้นร้านค้าสองห้องของหลี่หยางซื่อจึงอยู่บนถนนย่านการค้าธรรมดาทั่วไปแห่งหนึ่ง

              ราคาของร้านค้าไม่สูงแต่ผู้คนที่สัญจรไปมาในละแวกใกล้เคียงถือว่าอยู่ในระดับกลางๆร้านค้าที่นี่ห้องหนึ่งมีความกว้างราวๆ ห้าสิบกว่าตารางเมตร ถือเป็นเงินหนึ่งพันตำลึงค่าเช่าที่ปล่อยเช่าแต่ละปีนั้นมีเพียงสองถึงสามร้อยตำลึงดังนั้นต้องใช้เวลาปล่อยเช่าถึงสามปีขึ้นไปจึงจะเอาทุนคืนมาได้แต่หลี่หยางนำมาทำการค้าเอง สิ่งที่นำมาขายนั้นคือผ้า มีทั้งราคาแพงและราคาถูกอย่างไรเสียนายบ่าวในจวนโหวก็ต้องสั่งตัดเสื้อผ้าทุกๆ ฤดูกาลเนื้อผ้านั้นสามารถใช้ผ้าในร้านได้เลย เช่นนี้แล้วถูกกว่าไปซื้อผ้ามาจากร้านอื่น

              ร้านค้าอีกแห่งหนึ่งเป็นร้านเครื่องประดับสิ่งของที่ขายในร้านล้วนเป็นสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เช่น ดอกกุหลาบ ผ้าคลุมไหล่ผ้าเช็ดหน้าเป็นต้น สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่ว่าที่ไหนล้วนมีหากไม่ใช่ร้านค้าที่ตนเองซื้อเอาไว้ เป็นการยากนักที่จะหาเงินได้ ดังนั้นร้านค้าทั้งสองแห่งนี้ล้วนทำเงินไม่ได้

              ร้านนี้ดูแลรับผิดชอบโดยจี้ซิ่น บุตรชายของพ่อบ้านจี้ หลี่ลั่วไม่คุ้นเคยกับจี้ซิ่นผู้นี้ในเวลาปกติไม่ค่อยได้พบเขา เมื่อเห็นหลี่หยางซื่อ หลี่หง และหลี่ลั่วมา จี้ซิ่นจึงรีบออกมาต้อนรับ“เหล่าฮูหยิน โหวเหฺย คุณชายใหญ่”

              หลี่หยางซื่อพยักหน้า “วันนี้พาเสี่ยวโหวเหฺยมาดูร้านค้าที่นี่เป็นร้านค้ากองกลางของจวนโหว ต่อไปยกให้เสี่ยวโหวเหฺยดูแล”

              เรื่องนี้จี้ซิ่นทราบแล้ว เมื่อวานหลี่หยางซื่อได้เรียกตัวเขาไปและได้แจ้งกับเขาแล้ว ปัญหาคือที่นี่ยังมีผ้าและเครื่องประดับตกค้างอยู่อีกมากมายเงินทุนที่จมอยู่นี้มีประมาณราวๆ หนึ่งพันตำลึง ไม่ใช่น้อยๆ เลย

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247