The Possible Man

    ตอนที่ 2 : โชคดี ?

    ‘แ​ฮก แฮก’
    เสียงหอบดังขึ้นจากหนุ่ม​ ม.ปลาย​ คนหนึ่ง​ซึ่งกำลังวิ่ง​ที่เขื่อน​ในยามหัวค่ำ​ แม้มันจะมืดแต่แสงไฟจากหลอดไฟที่ส่องออกมาตามแต่ละช่วงของระยะทางก็พอจะทำให้มองเห็นถนนหนทางได้
    โดยปกติแล้วเขื่อนเล็กๆนอกเขตชุมชนนี้จะมีคนเยอะในช่วงเย็นๆ​ แต่ในช่วงหัวค่ำเป็นต้นไปแทบจะไม่มีคนเลย
    ตรู๊ด​ ตรู๊ด
    เสียงเพลงถูกกลบไปด้วยเสียงสายเรียกเข้า​ซึ่งดังขึ้นเพียงไม่กี่อึดใจเจ้าของสายเรียกเข้าก็กดรับสายทันที
    “ สวัสดีครับ​ ​”
    “ฮัลโหล​ หิน​ นี่ฟ้าเองนะ​ ”
    เมื่อหินรู้ว่านี่คือเสียงของหวานใจตัวเองก็รู้สึกกระช่ำกระชวยขึ้นมาทันที
    “ อ้าวฟ้าเหรอ​ นี่หินกำลังวิ่งอยู่เลย มีอะไรเหรอ​ ​”
    เสียงปลายสายเงียบไปซักพักก่อนจะตอบกลับมาว่า
    “ หินเราเลิกกันเถอะ​ ฟ้าขอโทษนะ​ ทั้งที่หินก็พึ่งเจอกับเรื่องร้ายๆมาแท้ๆ​ แต่ว่าเราคงไปกันไม่รอดหรอก…”
    เท้าที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าของผมมันหยุดลง​ ความกระชุ่มกระชวยเมื่อซักครู่หายไปจนหมด
    ฟ้าเธอเป็นแฟนของผม​ เธอสวยมากๆ​ จนได้เป็นดาวประจำโรงเรียน​ นอกจากนั้นเธอยังเรียนเก่งเป็นอันดับต้นๆของห้องและครอบครัวมีฐานะดี​ เทียบกับผมแล้วก็แค่​ผู้ชายบ้านๆธรรมดา​ ส่วนความฉลาดก็อันดับต้นๆถ้านับจากท้าย​ ครอบครัวก็ฐานะปานกลาง​
    แต่สุดท้ายด้วยความพยายามอย่างหนัก​และความช่วยเหลือจากไอกรเพื่อนสนิทของผมเอง​ ผมก็ได้เด็ดดอกฟ้าได้สำเร็จ
    “ เพราะไอกรใช่ไหม​ ​” ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าผมพูดอะไรออกไป​ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร​ เศร้า​ เสียใจ​ แค้น​หรือเจ็บปวดผมก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าสองคนนี้แอบมีใจให้กัน​
    ผมรักทั้งสองคนนี้มากจริงๆ​ แต่ตอนนี้ผมกำลังโดนคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง​ เพื่อนสนิท​กับคนที่ผมรัก
    ‘......’​ ไม่ได้มีเสียงตอบรับจากปลายสาย
    “ ไม่ไปไม่ได้เหรอ​ ”
    ‘ ฮึก.. ฮึก​’
    ผมได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ​ เธอจะร้องไห้ทำไมหล่ะ​ เธอไม่ได้รักผมแล้วนี่​ เธอคงสงสารและสมเพชผมละมั้ง
    “ ขอบคุณนะฟ้า​ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา​ เราขอให้ฟ้าโชคดีกับทางที่ฟ้าเลือกนะ​”ทำไมเสียงของผมมั่นสั่นซะหล่ะ
    “หิน... ฟ้าขอโทษ..ฮือๆๆ” นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ผมจะตัดสายไป
    ตอนนี้ความรู้สึกผมมันแย่สุด​ๆ​ มันเจ็บจนพูดไม่ออก​ถ้าจะให้บอกว่ารู้สึกยังไงตอนนี้ก็คงรู้สึกว่า​ จิตใจแตกสลาย​ ผมรู้สึกว่าขอบตาของผมมันเริ่มอุ่นๆและเปียกขึ้นมา หยดน้ำตามันไหลออกมาเอง​
    ตึก​ ตึก​ !!
    เจ็บ​ เจ็บที่หัวใจ​ ผมรู้สึกได้​ เหมือนมีคนมาบีบหัวใจของผม
    “ ใคร​ ใครก็ได้​ ช่วยด้วย.. ​ ” หินใช้มือซ้ายจิกอกซ้ายและมือขวาจิกไปที่พื้น​ พยายามที่จะหายใจเข้า​ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ
    ตึง​!
    หินล้มลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับหัวใจที่หยุดเต้นในทันที​
    ในขณะเดียวกันนั้น​ไฟตามเสาไฟระแวกนั้นก็เริ่มติดๆดับๆและอยู่ดีๆก็เกิดฝนฟ้าคะนองขึ้นอย่างกระทันหัน​
    ฝนที่สาดลงมาอย่างหนัก​ พายุที่กระหน่ำพัดพร้อมๆกับฟ้าที่ผ่าลงมาไม่ขาดสาย​จนทำให้พื้นแฉะเปียกและเกิดน้ำท่วมขังที่พื้นอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันนั้นเองได้มีสายฟ้าเส้นหนึ่งได้ผ่ามาใกล้ๆกับร่างของหิน​ ปล่อยประจุสายฟ้านับพันล้านโวลต์และให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าหลายหมื่นแอมแปร์ เหตุการนี้ได้ส่งผลทำให้หัวใจของหินกลับมาเต้นอีกครั้ง
    หลังจากนั้นพายุฝนฟ้าที่กระหน่ำก็สลายหายไปเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กลับมาสู่ความเงียบสงบในยามค่ำคืนอีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่นาที เหลือทิ้งไว้ก็เพียงพื้นที่เปียกแฉะอันเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเหตุการณ์เมื่อซักครู่นี้ได้เกิดขึ้นจริงๆ
    ‘ เฮือก !!!’
    “ เกิดไรขึ้น ที่นี่ที่ไหน ” หินลุกพรวดพลาดขึ้นมาพลางสำรวจไปรอบๆด้วยความสงสัย ว่าทำไมเขาถึงมานอนกองที่พื้นที่เปียกแฉะได้
    ความทรงจำสุดท้ายที่จำได้คือ ถูกดูดเข้าไปในหลุมมิติและหลังจากนั้นก็เสียสติไปรู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาที่นี่แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนปวดเมื่อยไปทั้งตัว
    “เอ๊ะ ! ทำไมฉันตัวเล็กลงและผิวพันธ์ดูเด็กขึ้นแบบนี้ ” หลังจากได้สติคืนมา ดอกเตอร์บลูก็เริ่มสำรวจร่างกายตัวเอง ถึงจะมืดหน่อยแต่ก็พอจะมองออกว่าชุดที่ตัวเองสวมใส่ก็ไม่ใช่ชุดตอนที่อยู่ในแล็บและเมื่อได้สังเกตุสิ่งรอบๆด้วยความตั้งใจ
    “ เดวิด ได้ยินฉันรึเปล่า” ดอกเตอร์บลูเอ่ยขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
    “ ได้ยินครับดอกเตอร์ ” เสียงเดวิดดังขึ้นในหัว
    ดอกเตอร์บลูถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะคิดว่าไอเหตุการณ์ประหลาดนี้อาจจะทำให้ AI เดวิด ขาดการเชื่อมต่อกับตนเองไป
    “ เดวิด ประเมินสถานการณ์ตอนนี้ ฉันอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ” เสียงดอกเตอร์บลูเอ่ยสั่งขึ้น
    ผ่านไปซักครู่ เดวิดจึงได้ตอบกลับมา
    “ ดอกเตอร์ครับ คาดว่านี่จะไม่ใช่ดาวของเราครับ จากการตรวจสอบเมื่อซักครู่ ผมได้ตรวจพบคลื่นสัญญาณที่ไม่ปรากฏในดาวของเรา ”
    “ แน่ใจเหรอลองตรวจสอบใหม่อีกทีซิ”
    ผ่านไปไม่กี่อึดใจเดวิดจึงได้ตอบกลับมาด้วยความตื่นเต้น
    “ หลังจากผมได้ลองตรวจสอบอย่างละเอียด คลื่นสัญญาณนี้มันคล้ายๆกับคลื่นสัญญาณสมัยโบราณของดาวเรา ซึ่งเป็นคลื่นสัญญาณที่เกิดขึ้นก่อนที่ยุค AI จะเกิดขึ้นซะอีกครับดอกเตอร์และผมได้ลองตรวจเช็คสภาพร่างกายของของดอกเตอร์ดูจึงได้รู้ว่านี่ก็ไม่ใช่ร่างกายของดอกเตอร์ครับ ”
    “ว่ายังไงนะ” ดอกเตอร์บลูอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
    “ และเมื่อซักครู่ผมได้ลองส่งสัญญาณ Simple Space Signal ออกไปเพื่อตรวจสอบ ทำให้ผมสามารถยืนยันได้ว่านี่เป็นจักรวาลที่เราไม่รู้จัก ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นอีกมิติครับดอกเตอร์ ”
    มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่ในที่สุดความพยายามอย่างหนักก็สำเร็จผล มิติโลกคู่ขนาดมีอยู่จริง และนี่คือการค้นพบที่ใหญ่ยิ่งกว่าการค้นพบจักรวาลไหนๆ แต่ประเด็นคือนอกจากตัวเองกับเดวิดแล้วก็ไม่มีใครทราบมันจะเรียกว่าการค้นพบได้หรือไม่ ตอนนี้ดอกเตอร์บลูก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะรู้สึกยังไง ดีใจ เศร้าใจ ตกใจหรือประหลาดใจ
    ผ่านไปหลายนาทีหลังจากทำใจได้แล้วดอกเตอร์บลูจึงได้เอ่ยขึ้นมา
    “ เดวิด ถ่ายโอนข้อมูลจากระบบความทรงจำของร่างนี้มาที่ฉัน ”
    “ รับทราบครับดอกเตอร์ เริ่มกระบวนการถ่ายโอนข้อมูล”
    สิ้นเสียงเดวิดความทรงจำทั้งหมดของหินตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ถูกถ่ายโอนมาที่ดอกเตอร์บลูหลังจากที่ได้อ่านความทรงจำทั้งหมดของหินก็ทำให้ดอกเตอร์บลูอดรู้สึกเวทนาหินไม่ได้
    “ เด็กคนนี้น่าสงสารจริงๆ พ่อกับแม่พึ่งเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ก็มาถูกคนรักอกหัก เพื่อนสนิททรยศ แถมหัวใจวายในวันเดียว นี่ต้องซวยขนาดไหน ” สิ้นเสียงของดอกเตอร์บลูเสียงของเดวิดก็ดังขึ้นมาทันที
    “ เราก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาหรอกครับดอกเตอร์ ดูสิพยายามอย่างหนักจนสามารถสร้างวอยเกจได้ แถมโอกาสที่จะสำเร็จในการเปิดประตูมีตั้ง 99.99% แต่ไอ้ 0.01% ดันเกิดขึ้น แล้วเราก็ได้ค้นพบมิติใหม่ซึ่งมันเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาตแด่ก็ดันรู้แค่ 1 คนกับอีก 1 AI ไม่ได้มีโอกาสจะประกาศให้โลกรู้ด้วยซ้ำ ดอกเตอร์นี่สุดยอดจริงๆ คนอะไรโครตซวย ”
    “ เดวิด ระบบทำลายตัวเองของ AI ยังทำงานได้อยู่ใช่ไหม ” ดอกเตอร์บลูถามขึ้นน้ำเสียงเรียบเฉย
    เดวิด “ …. ”
    ดอกเตอร์บลู “...”
    “ อะแฮ่ม ดอกเตอร์ครับจริงๆแล้วผมว่าพวกเราโชคดีมากๆตั้งหาก ดูสิ โอกาส 0.01% ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆนะครับ แถมเรายังมีโอกาสได้ข้ามมาอีกมิติ มองไปทั่วทั้งจักรวาลก็มีแค่พวกเราทั้งนั้น พวกเรานี่โชคดีจริงๆ ”
    “ใช่ไหม ฉันก็คิดอย่างนั้นแหละ” ดอกเตอร์บลูตอบขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เราจะทำยังไงต่อครับดอกเตอร์” เดวิดหัวเราะกลบเกลื่อนพลางถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ชวนสยองแปลกๆนี้
    “ ก่อนอื่นก็กลับบ้านก่อนตอนนี้มืดมากแล้ว ร่างกายนี้ก็เหนื่อยเพราะวิ่ง ดังนั้นวันนี้ควรกลับไปพักผ่อนและพนค่อยคิดกันว่าจะทำยังไงต่อไป...ว่าแต่ทำไมไอหนูนี่ถึงได้วิ่งมาไกลขนาดนี้ กว่าจะกลับถึงบ้านก็เหนื่อยตายกันพอดี”
    พูดจบดอกเตอร์บลูก็เริ่มออกเดินทันที