‘แฮก แฮก’
เสียงหอบดังขึ้นจากหนุ่ม ม.ปลาย คนหนึ่งซึ่งกำลังวิ่งที่เขื่อนในยามหัวค่ำ แม้มันจะมืดแต่แสงไฟจากหลอดไฟที่ส่องออกมาตามแต่ละช่วงของระยะทางก็พอจะทำให้มองเห็นถนนหนทางได้
โดยปกติแล้วเขื่อนเล็กๆนอกเขตชุมชนนี้จะมีคนเยอะในช่วงเย็นๆ แต่ในช่วงหัวค่ำเป็นต้นไปแทบจะไม่มีคนเลย
ตรู๊ด ตรู๊ด
เสียงเพลงถูกกลบไปด้วยเสียงสายเรียกเข้าซึ่งดังขึ้นเพียงไม่กี่อึดใจเจ้าของสายเรียกเข้าก็กดรับสายทันที
“ สวัสดีครับ ”
“ฮัลโหล หิน นี่ฟ้าเองนะ ”
เมื่อหินรู้ว่านี่คือเสียงของหวานใจตัวเองก็รู้สึกกระช่ำกระชวยขึ้นมาทันที
“ อ้าวฟ้าเหรอ นี่หินกำลังวิ่งอยู่เลย มีอะไรเหรอ ”
เสียงปลายสายเงียบไปซักพักก่อนจะตอบกลับมาว่า
“ หินเราเลิกกันเถอะ ฟ้าขอโทษนะ ทั้งที่หินก็พึ่งเจอกับเรื่องร้ายๆมาแท้ๆ แต่ว่าเราคงไปกันไม่รอดหรอก…”
เท้าที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าของผมมันหยุดลง ความกระชุ่มกระชวยเมื่อซักครู่หายไปจนหมด
ฟ้าเธอเป็นแฟนของผม เธอสวยมากๆ จนได้เป็นดาวประจำโรงเรียน นอกจากนั้นเธอยังเรียนเก่งเป็นอันดับต้นๆของห้องและครอบครัวมีฐานะดี เทียบกับผมแล้วก็แค่ผู้ชายบ้านๆธรรมดา ส่วนความฉลาดก็อันดับต้นๆถ้านับจากท้าย ครอบครัวก็ฐานะปานกลาง
แต่สุดท้ายด้วยความพยายามอย่างหนักและความช่วยเหลือจากไอกรเพื่อนสนิทของผมเอง ผมก็ได้เด็ดดอกฟ้าได้สำเร็จ
“ เพราะไอกรใช่ไหม ” ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าผมพูดอะไรออกไป ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร เศร้า เสียใจ แค้นหรือเจ็บปวดผมก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าสองคนนี้แอบมีใจให้กัน
ผมรักทั้งสองคนนี้มากจริงๆ แต่ตอนนี้ผมกำลังโดนคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง เพื่อนสนิทกับคนที่ผมรัก
‘......’ ไม่ได้มีเสียงตอบรับจากปลายสาย
“ ไม่ไปไม่ได้เหรอ ”
‘ ฮึก.. ฮึก’
ผมได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ เธอจะร้องไห้ทำไมหล่ะ เธอไม่ได้รักผมแล้วนี่ เธอคงสงสารและสมเพชผมละมั้ง
“ ขอบคุณนะฟ้า สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา เราขอให้ฟ้าโชคดีกับทางที่ฟ้าเลือกนะ”ทำไมเสียงของผมมั่นสั่นซะหล่ะ
“หิน... ฟ้าขอโทษ..ฮือๆๆ” นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ผมจะตัดสายไป
ตอนนี้ความรู้สึกผมมันแย่สุดๆ มันเจ็บจนพูดไม่ออกถ้าจะให้บอกว่ารู้สึกยังไงตอนนี้ก็คงรู้สึกว่า จิตใจแตกสลาย ผมรู้สึกว่าขอบตาของผมมันเริ่มอุ่นๆและเปียกขึ้นมา หยดน้ำตามันไหลออกมาเอง
ตึก ตึก !!
เจ็บ เจ็บที่หัวใจ ผมรู้สึกได้ เหมือนมีคนมาบีบหัวใจของผม
“ ใคร ใครก็ได้ ช่วยด้วย.. ” หินใช้มือซ้ายจิกอกซ้ายและมือขวาจิกไปที่พื้น พยายามที่จะหายใจเข้า แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ
ตึง!
หินล้มลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับหัวใจที่หยุดเต้นในทันที
ในขณะเดียวกันนั้นไฟตามเสาไฟระแวกนั้นก็เริ่มติดๆดับๆและอยู่ดีๆก็เกิดฝนฟ้าคะนองขึ้นอย่างกระทันหัน
ฝนที่สาดลงมาอย่างหนัก พายุที่กระหน่ำพัดพร้อมๆกับฟ้าที่ผ่าลงมาไม่ขาดสายจนทำให้พื้นแฉะเปียกและเกิดน้ำท่วมขังที่พื้นอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันนั้นเองได้มีสายฟ้าเส้นหนึ่งได้ผ่ามาใกล้ๆกับร่างของหิน ปล่อยประจุสายฟ้านับพันล้านโวลต์และให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าหลายหมื่นแอมแปร์ เหตุการนี้ได้ส่งผลทำให้หัวใจของหินกลับมาเต้นอีกครั้ง
หลังจากนั้นพายุฝนฟ้าที่กระหน่ำก็สลายหายไปเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กลับมาสู่ความเงียบสงบในยามค่ำคืนอีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่นาที เหลือทิ้งไว้ก็เพียงพื้นที่เปียกแฉะอันเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเหตุการณ์เมื่อซักครู่นี้ได้เกิดขึ้นจริงๆ
‘ เฮือก !!!’
“ เกิดไรขึ้น ที่นี่ที่ไหน ” หินลุกพรวดพลาดขึ้นมาพลางสำรวจไปรอบๆด้วยความสงสัย ว่าทำไมเขาถึงมานอนกองที่พื้นที่เปียกแฉะได้
ความทรงจำสุดท้ายที่จำได้คือ ถูกดูดเข้าไปในหลุมมิติและหลังจากนั้นก็เสียสติไปรู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาที่นี่แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนปวดเมื่อยไปทั้งตัว
“เอ๊ะ ! ทำไมฉันตัวเล็กลงและผิวพันธ์ดูเด็กขึ้นแบบนี้ ” หลังจากได้สติคืนมา ดอกเตอร์บลูก็เริ่มสำรวจร่างกายตัวเอง ถึงจะมืดหน่อยแต่ก็พอจะมองออกว่าชุดที่ตัวเองสวมใส่ก็ไม่ใช่ชุดตอนที่อยู่ในแล็บและเมื่อได้สังเกตุสิ่งรอบๆด้วยความตั้งใจ
“ เดวิด ได้ยินฉันรึเปล่า” ดอกเตอร์บลูเอ่ยขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
“ ได้ยินครับดอกเตอร์ ” เสียงเดวิดดังขึ้นในหัว
ดอกเตอร์บลูถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะคิดว่าไอเหตุการณ์ประหลาดนี้อาจจะทำให้ AI เดวิด ขาดการเชื่อมต่อกับตนเองไป
“ เดวิด ประเมินสถานการณ์ตอนนี้ ฉันอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ” เสียงดอกเตอร์บลูเอ่ยสั่งขึ้น
ผ่านไปซักครู่ เดวิดจึงได้ตอบกลับมา
“ ดอกเตอร์ครับ คาดว่านี่จะไม่ใช่ดาวของเราครับ จากการตรวจสอบเมื่อซักครู่ ผมได้ตรวจพบคลื่นสัญญาณที่ไม่ปรากฏในดาวของเรา ”
“ แน่ใจเหรอลองตรวจสอบใหม่อีกทีซิ”
ผ่านไปไม่กี่อึดใจเดวิดจึงได้ตอบกลับมาด้วยความตื่นเต้น
“ หลังจากผมได้ลองตรวจสอบอย่างละเอียด คลื่นสัญญาณนี้มันคล้ายๆกับคลื่นสัญญาณสมัยโบราณของดาวเรา ซึ่งเป็นคลื่นสัญญาณที่เกิดขึ้นก่อนที่ยุค AI จะเกิดขึ้นซะอีกครับดอกเตอร์และผมได้ลองตรวจเช็คสภาพร่างกายของของดอกเตอร์ดูจึงได้รู้ว่านี่ก็ไม่ใช่ร่างกายของดอกเตอร์ครับ ”
“ว่ายังไงนะ” ดอกเตอร์บลูอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
“ และเมื่อซักครู่ผมได้ลองส่งสัญญาณ Simple Space Signal ออกไปเพื่อตรวจสอบ ทำให้ผมสามารถยืนยันได้ว่านี่เป็นจักรวาลที่เราไม่รู้จัก ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นอีกมิติครับดอกเตอร์ ”
มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่ในที่สุดความพยายามอย่างหนักก็สำเร็จผล มิติโลกคู่ขนาดมีอยู่จริง และนี่คือการค้นพบที่ใหญ่ยิ่งกว่าการค้นพบจักรวาลไหนๆ แต่ประเด็นคือนอกจากตัวเองกับเดวิดแล้วก็ไม่มีใครทราบมันจะเรียกว่าการค้นพบได้หรือไม่ ตอนนี้ดอกเตอร์บลูก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะรู้สึกยังไง ดีใจ เศร้าใจ ตกใจหรือประหลาดใจ
ผ่านไปหลายนาทีหลังจากทำใจได้แล้วดอกเตอร์บลูจึงได้เอ่ยขึ้นมา
“ เดวิด ถ่ายโอนข้อมูลจากระบบความทรงจำของร่างนี้มาที่ฉัน ”
“ รับทราบครับดอกเตอร์ เริ่มกระบวนการถ่ายโอนข้อมูล”
สิ้นเสียงเดวิดความทรงจำทั้งหมดของหินตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ถูกถ่ายโอนมาที่ดอกเตอร์บลูหลังจากที่ได้อ่านความทรงจำทั้งหมดของหินก็ทำให้ดอกเตอร์บลูอดรู้สึกเวทนาหินไม่ได้
“ เด็กคนนี้น่าสงสารจริงๆ พ่อกับแม่พึ่งเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ก็มาถูกคนรักอกหัก เพื่อนสนิททรยศ แถมหัวใจวายในวันเดียว นี่ต้องซวยขนาดไหน ” สิ้นเสียงของดอกเตอร์บลูเสียงของเดวิดก็ดังขึ้นมาทันที
“ เราก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาหรอกครับดอกเตอร์ ดูสิพยายามอย่างหนักจนสามารถสร้างวอยเกจได้ แถมโอกาสที่จะสำเร็จในการเปิดประตูมีตั้ง 99.99% แต่ไอ้ 0.01% ดันเกิดขึ้น แล้วเราก็ได้ค้นพบมิติใหม่ซึ่งมันเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาตแด่ก็ดันรู้แค่ 1 คนกับอีก 1 AI ไม่ได้มีโอกาสจะประกาศให้โลกรู้ด้วยซ้ำ ดอกเตอร์นี่สุดยอดจริงๆ คนอะไรโครตซวย ”
“ เดวิด ระบบทำลายตัวเองของ AI ยังทำงานได้อยู่ใช่ไหม ” ดอกเตอร์บลูถามขึ้นน้ำเสียงเรียบเฉย
เดวิด “ …. ”
ดอกเตอร์บลู “...”
“ อะแฮ่ม ดอกเตอร์ครับจริงๆแล้วผมว่าพวกเราโชคดีมากๆตั้งหาก ดูสิ โอกาส 0.01% ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆนะครับ แถมเรายังมีโอกาสได้ข้ามมาอีกมิติ มองไปทั่วทั้งจักรวาลก็มีแค่พวกเราทั้งนั้น พวกเรานี่โชคดีจริงๆ ”
“ใช่ไหม ฉันก็คิดอย่างนั้นแหละ” ดอกเตอร์บลูตอบขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เราจะทำยังไงต่อครับดอกเตอร์” เดวิดหัวเราะกลบเกลื่อนพลางถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ชวนสยองแปลกๆนี้
“ ก่อนอื่นก็กลับบ้านก่อนตอนนี้มืดมากแล้ว ร่างกายนี้ก็เหนื่อยเพราะวิ่ง ดังนั้นวันนี้ควรกลับไปพักผ่อนและพนค่อยคิดกันว่าจะทำยังไงต่อไป...ว่าแต่ทำไมไอหนูนี่ถึงได้วิ่งมาไกลขนาดนี้ กว่าจะกลับถึงบ้านก็เหนื่อยตายกันพอดี”
พูดจบดอกเตอร์บลูก็เริ่มออกเดินทันที