วันที่สาม
เช้าตรู่วันที่สาม ยังไม่ทันที่แสงอาทิตย์แรกจะทอประกาย ร่างของไป๋จิ้งก็เกิดอาการสั่นเทิ้มขึ้นมาเองกะทันหันทั้งที่ยังหลับใหล เปลือกตาของเขาปิดสนิทแต่ลูกตากลับกลอกไปมาราวกับฝันร้าย ริมฝีปากเขาเผยอออกเล็กน้อยมีเสียงครางอืออาอย่างคนเสียสติ
ไป๋หลันที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งคืนสะดุ้งตื่นทันที นางรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าพิษส่วนที่เหลือกำลังสำแดงฤทธิ์ขั้นสุดท้าย นางรีบผุดลุกขึ้น จุดไฟเร่งต้มน้ำยาสมุนไพรสำหรับแช่ตัวเป็ครั้งที่สาม ควันต้มยาและไอสมุนไพรคลุ้งไปทั่วห้องภายในไม่กี่อึดใจ
ระหว่างนั้น อาการของไป๋จิ้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาพลิกตัวเกร็งกระตุกบนเตียงอย่างน่ากลัว จนไป๋หลันต้องเข้าไปช่วยพยุงไม่ให้เขาตกเตียง จังหวะนั้นเองไป๋จิ้งก็ลืมตาขึ้น ดวงตาที่เคยแจ่มใสบัดนี้แดงก่ำขุ่นมัวเต็มไปด้วยความเ็ปรวดร้าว ทันใดนั้นเสียงกู่ร้องด้วยความทรมานก็หลุดจากปากเขา “โอ๊ย! พี่หลัน…ข้า…ข้าทนไม่ไหวแล้ว!” เสียงนั้นดังก้องในเรือนเล็กกลางหุบเขาจนะเืใจผู้เป็พี่แทบขาด
“ไป๋จิ้ง! อดทนอีกนิดเดียว…พิษใกล้หมดแล้ว!” ไป๋หลันะโบอกน้องทั้งน้ำตาคลอเบ้า นางรู้ดีว่า่เวลาวิกฤตนี้หากใจน้องชายยอมแพ้ ทุกอย่างอาจสูญเปล่า นางจึงต้องพยายามปลอบประโลมให้เขาสู้ต่อไป
น้ำสมุนไพรในอ่างเดือดได้ที่พอดี ไป๋หลันจึงรีบประคองน้องชายลงอ่างอีกครั้ง คราวนี้ร่างของไป๋จิ้งดิ้นพล่านอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างบิดเกร็งผิดรูป เส้นเอ็นปูดโปนใต้ิัเป็ระลอกๆ ให้เห็นชัด ทุกข์ทรมานของเขาส่งผ่านมายังเสียงร้องครวญครางโหยหวนที่แทบไม่เป็ภาษา
ขณะที่ไป๋หลันพยายามยึดร่างน้องชายไว้แน่น สายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างใต้ิัต้นแขนของไป๋จิ้ง สิ่งนั้นดูคล้ายเส้นเืสีดำเส้นใหญ่ที่กำลังเลื้อยขยับอย่างรวดเร็ว! นางเบิกตากว้างด้วยความตระหนก สิ่งที่เห็นไม่ใช่เส้นเืธรรมดา หากแต่คือหนอนพิษเส้นใหญ่ตัวหนึ่งที่ยังตกค้างอยู่ มันกำลังเร่งเคลื่อนตัวไปตามแนวเส้นลมปราณและกระดูกเพื่อหนีออกจากร่างน้องชายนาง
“ไม่นะ!” ไป๋หลันอุทานลั่น นางเห็นหนอนเส้นยาวนั้นเลื้อยจากต้นแขนไป๋จิ้งผ่านหัวไหล่เข้าสู่หน้าอก ลำตัวของน้องชายสะท้านเฮือกอย่างแรงเมื่อสิ่งแปลกปลอมเคลื่อนลึกเข้าไปภายใน ทันใดนั้น ไป๋จิ้งก็กระอักออกมาอย่างรุนแรง เขาสำลักเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะพ่นเอาก้อนเืดำใหญ่ทะลักออกมาทางปาก
ไป๋หลันเห็นดังนั้นก็รีบประคองน้องขึ้นจากน้ำเล็กน้อย พอให้ส่วนศีรษะพ้นขอบอ่าง เศษพิษก้อนใหญ่ขนาดกำมือพุ่งออกจากปากไป๋จิ้ง เปรอะเปื้อนลงบนผ้าขนหนูที่นางเตรียมรองไว้ ลิ่มเืและเมือกพิษสีดำคล้ำกระจายเต็มผืนผ้า พร้อมกันนั้นก็มีบางสิ่งตกลงมากระแทกพื้นดังฉ่อก
ในกองเมือกสีดำที่พื้นผ้านั้น มีบางสิ่งกำลังกระดุกกระดิกอยู่ ไป๋หลันจ้องมองด้วยความใ พบว่ามันคือหนอนพิษตัวใหญ่ขนาดยาวเกือบนิ้วมือ สัตว์นรกตัวสีดำมะเมื่อมนั้นกำลังบิดตัวน่าขยะแขยงอยู่ท่ามกลางคราบพิษเหนียวข้นของมัน!
ไป๋หลันใจหายวาบ แม้จะกลัวแต่นางต้องกำจัดมันให้สิ้นซากตามที่หมอภูติสั่งไว้ นางตัดสินใจสะบัดผ้าขนหนูผืนนั้นอย่างแรง ส่งให้ซากพิษและหนอนร้ายหลุดกระเด็นตกลงไปในอ่างสมุนไพรที่อยู่ข้างๆ ทันทีที่แตะน้ำยา สมุนไพรก็ออกฤทธิ์เล่นงาน หนอนพิษตัวนั้นดิ้นพล่านชั่วครู่ก่อนจะแน่นิ่งไป สุดท้ายร่างอ่อนนิ่มของมันก็ลอยเคว้งอยู่ในน้ำสีดำมืด ไม่ไหวติงอีกเลย
ทันใดนั้น ร่างของไป๋จิ้งที่เกร็งแข็งก็ค่อยๆ คลายลง เขาทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของพี่สาวอย่างคนหมดแรง “ไป๋จิ้ง! ไป๋จิ้ง!” ไป๋หลันเรียกชื่อน้องชาย เขาไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากลมหายใจแ่รวยรินเท่านั้น นางรีบตรวจชีพจรที่ข้อมือ ก็ยังััได้ถึงจังหวะชีพอ่อนๆ ที่สม่ำเสมอ หัวใจนางค่อยกลับมาเต้นเป็จังหวะปกติอีกครั้ง
นางเหลือบมองน้ำในอ่าง เห็นมันดำปี๋และนิ่งสนิทไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ สันนิษฐานว่าหนอนพิษตัวสุดท้ายถูกขับออกมาจนหมดสิ้นแล้ว ความหวังพลันสว่างวาบขึ้นในอกไป๋หลันว่าในที่สุดพิษร้ายในกายของน้องชายก็ถูกกำจัดแล้วจริงๆ
ไป๋หลันรีบช้อนร่างน้องชายที่หมดสติขึ้นจากอ่าง วางเขาลงบนเตียงอย่างเบามือ ร่างของไป๋จิ้งบัดนี้ผ่ายผอมและอ่อนแรงจนแทบไร้น้ำหนัก นางจัดแจงเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอย่างรวดเร็ว ขจัดคราบพิษที่หลงเหลือให้หมดสิ้น แล้วห่มผ้าหนาให้เขาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นตามเดิม
จากนั้นนางหันไปจัดการสิ่งสกปรกที่เหลืออยู่ นางกวาดสายตามองหาซากหนอนพิษในอ่าง พบร่างสีดำของมันลอยนิ่งปนอยู่กับน้ำสมุนไพรสีคล้ำ นางจึงยกอ่างนั้นออกไปนอกเรือน ขุดหลุมฝังน้ำพิษและซากหนอนทั้งหมดไว้ใต้ดินตามคำแนะนำของหมอภูติ เพื่อป้องกันไม่ให้พิษแพร่กระจายหรือเป็อันตรายต่อสิ่งใดอีก
กลับเข้ามาภายในห้อง ไป๋หลันก็ตรงรี่ไปยังเตียงน้องชาย นางพบไป๋จิ้งยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัว ดวงหน้าของเขาที่เคยแสดงความเ็ปบัดนี้ดูผ่อนคลายและสงบลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อวางมือแตะหน้าผากก็พบว่าไข้อันร้อนผ่าวลดลงจนเหลือเพียงไออุ่นระเรื่อ ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวคล้ำม่วงก็ค่อยๆ เปลี่ยนกลับเป็สีปกติ
ไป๋หลันถึงกับทรุดนั่งลงข้างเตียง น้ำตาเอ่อคลอด้วยความปิติยินดี นางประนมมือขึ้นพร้อมกับเงยหน้ามองเพดานเรือน น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยขอบคุณฟ้าดินและดวงิญญาบรรพบุรุษที่คุ้มครองให้น้องชายของนางรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช และในใจนางก็ไม่ลืมขอบคุณหมอหลี่ิ ผู้มอบยาวิเศษและชี้แนะวิธีรักษาจนสำเร็จ
เมื่อคลายความตื่นเต้นลงได้ ไป๋หลันจึงรีบไปต้มยาและอาหารอ่อนบำรุงร่างกายเตรียมไว้สำหรับน้องชาย นางชะโลมน้ำแกงโสมอุ่นๆ ลงบนริมฝีปากที่แห้งแตกของไป๋จิ้ง ให้เขาได้ดูดซึมไออุ่นของโอสถบำรุงเข้าไปในร่างที่อ่อนล้า แม้เขาจะยังไม่รู้สึกตัว แต่แก้มของเขาก็ดูมีสีเืฝาดขึ้นเล็กน้อย
คืนนั้นเป็คืนแรกที่ไป๋หลันเอนกายนอนหลับได้จริงๆ ดวงดาวพราวฟ้าเหนือหุบเขาดูสดใสขึ้นเป็พิเศษ สายลมกลางคืนพัดแ่เบาเย็นสบาย นางขยับเก้าอี้ตัวหนึ่งมาไว้ข้างเตียงน้องชาย จับมือเขามากุมไว้ดังเดิมแล้วจึงหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า ทว่าสีหน้าในยามหลับของนางครั้งนี้นิ่งสงบ แววกังวลที่เคยฉายชัดพลันจางหายไป เหลือเพียงความหวังที่วันรุ่งขึ้นจะได้ยินเสียงเรียก “พี่หลัน” จากน้องชายสุดที่รักอีกครั้ง