โทรศัพท์มือถือเครื่องบางเฉียบส่งเสียงอยู่นานแต่เ้าของมือถือยังจดจ่ออยู่หน้าจอโน้ตบุ๊คซ้ำยังใส่หูฟังทำให้ไม่ได้ยินเสียง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาแตะไหล่ลูกสาวเบาๆทำให้หญิงสาวรู้สึกตัว
“มือถือดังนะลูก”
“อุ้ยขอบคุณค่ะพ่อ”
พลอยดาวยิ้มให้พ่อแล้วรีบถอดหูฟังออกหยิบมือถือขึ้นมาดู แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้พ่อ “ยัยมุกโทรมาค่ะพ่อพ่ออยากคุยกับน้องไหมคะ”
“ถ้ามุกอยากคุยกับพ่อคงโทรหาพ่อเองแหละ”พ่อยื่นมือไปลูบผมเบาๆ แล้วเดินออกมาจากห้องหนังสือที่ลูกสาวยึดเป็ห้องทำงาน
หญิงสาวเห็นพ่อหันหลังเดินออกไปแล้วจึงกดรับสายของ‘พราวมุก’ น้องสาวฝาแฝดของเธอเอง
“ว่าไงยัยมุก”
“รับสายช้ามากถ้ามุกเป็อะไรไปจะทำยังไง”
“ถ้าด่วนขนาดนั้นมุกก็โทรหาพ่อสิ”
“ไม่เอา! พ่อไม่ชอบหน้ามุก”
“จะเป็ไปได้ไงหน้ามุกกับหน้าพลอยเหมือนกันเป๊ะ ขนาดไปทำงานแทนมุกคนที่บริษัทยังไม่รู้เลย” พลอยดาวหัวเราะเสียงใสแล้วมองไปทางประตูอีกครั้งให้มั่นใจว่าพ่อไม่อยู่บริเวณนี้แล้วจริงๆ
“งั้นมาช่วยมุกอีกครั้งนะ”
“อีกแล้วเหรอ” พลอยดาวทำหน้ามุ่ยแล้วใช้ปลายนิ้วดันแว่นตาขึ้นอย่างเคยชิน
“น่านะพี่สาวคนดีของพราวมุก” ปลายสายออดอ้อน
“พี่สาวอะไรกัน เกิดก่อนแค่สิบนาทีเอง”
“มุกมาทำงานที่นี่ยังไม่ครบสามเดือนมุกไม่อยากเสียประวัติ อีกอย่าง วันเสาร์ทำงานครึ่งวัน พลอยแค่มาตอกบัตรแทนมุกนั่งสวยๆ หน้าคอมพ์ก็พอ มุกทำทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว”
ก็เพราะแบบนี้ไงพลอยดาวถึงได้แอบไปทำงานแทนพราวมุก
“แล้วทำไมคราวนี้หยุดงานล่ะ” ครั้งก่อนที่เธอเข้าบริษัทแทนพราวมุกก็เพราะน้องติดงานอื่นพราวมุกเป็คนแอคทีฟ มีกิจกรรมให้ทำมากมายนับไม่หวาดไม่ไหวเธอยังแปลกใจที่พราวมุกตัดสินใจไปทำงานประจำในบริษัทแห่งหนึ่ง
“ไปช่วยเป็ล่ามภาษามือค่ะ”พราวมุกตอบไปตามตรง
“อ้อ...” พลอยดาวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ พราวมุกเรียนภาษามือและยังเป็จิตอาสาทำกิจกรรมกับผู้พิการอยู่บ่อยๆ
“วันเสาร์นี้ใช่ไหม”
“จ๊ะ”
“ได้ ถ้าอย่างนั้นพลอยไปทำงานแทนให้ครึ่งวัน”
“น่ารักที่สุดวันศุกร์มาค้างกับมุกเลยนะ แล้วพลอยทำคุกกี้มาฝากมุกด้วยนะที่ห้องมุกไม่มีขนมแล้ว”
“เห็นพลอยเป็ร้านค้าเหรอ” พลอยดาวหัวเราะ
“ที่อื่นไม่อร่อยเหมือนที่พลอยทำนี่คุ้กกี้ของพลอยกินกับกาแฟเข้ากันที่สุด”
“คราวที่แล้วทำให้ตั้งกล่องใหญ่หมดแล้วจริงๆ เหรอ” พลอยดาวถามอย่างไม่เชื่อนัก
“ก็ทำงานใช้พลังงานเยอะก็เลยกินเยอะไง”
“ได้ๆเอาอะไรอีกไหม”
“ก็แล้วแต่พลอยเลย”
“เข้าใจแล้วงั้นเจอกันเย็นวันศุกร์นะ”
“มารอที่คอนโดเลยก็ได้นะมานั่งๆนอนๆรอมุกได้เลย”
“รู้แล้ว”
พลอยดาวคุยกับพราวมุกอีกนิดหน่อยแล้ววางสายเธอมองดูภาพบนหน้าจอโน้ตบุ๊คครู่หนึ่ง จัดการเซฟงานแล้วพับหน้าจอลงลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมาแล้วเดินออกมาที่ห้องรับแขกซึ่งไม่มีแขกมาหานานแล้วกลิ่นกาแฟทำให้เธอรู้ว่าพ่อนั่งอ่านหนังสือที่โซฟาตัวนั้น
“กินกาแฟตอนสองทุ่มจะไปหลับตอนไหนคะพ่อ”
คุณวิทยาหน้าแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว“มันชินแล้ว”
“พลอยบอกพ่อหลายครั้งแล้วนะคะพ่อต้องดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ พลอยไม่ได้ให้พ่อเลิกดื่มกาแฟนะคะแต่อยากให้ลดลงหน่อย”
“จ๊ะๆพ่อเชื่อลูก” พ่อหัวเราะในลำคอแล้ว“น้องมีเื่อะไรหรือเปล่า”
พ่อหมายถึงพราวมุก
พ่อกับแม่แยกทางกันั้แ่ลูกอายุได้สิบขวบพลอยดาวแฝดพี่มาอยู่กับพ่อ ส่วนพราวมุกแฝดน้องไปอยู่กับแม่พ่อของเธอเป็อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก ตอนที่เธอยังเด็กกว่านี้พ่อเป็วิทยากรเดินทางไปบรรยายตามมหาวิทยาลัยหลายจังหวัดทุกครั้งที่เดินทางก็มักจะพาเธอไปด้วยเธอจึงชินกับการเดินทางกับพ่อและใช้ชีวิตสายนักวิชาการ พ่อทุ่มเทกับพลอยดาวมาก ไม่มีผู้หญิงคนใหม่ในขณะที่แม่แต่งงานใหม่หลังจากหย่ากับพ่อได้สามปีและย้ายไปต่างประเทศกับสามีใหม่
แม้ว่าพลอยดาวกับพราวมุกจะไม่ได้ใช้ชีวิตพี่น้องร่วมกันแต่ตลอดเวลาที่ผ่าน ทั้งสองไม่เคยขาดการติดต่อทุกครั้งที่พราวมุกกับแม่กลับมาเยี่ยมคุณยายที่เมืองไทยเธอก็ได้ไปพบแม่ด้วยทุกครั้ง เธอรู้ว่าพ่อกับแม่จบไม่สวยนักแต่ก็ไม่เคยเอาเื่ที่ผู้ใหญ่ผิดใจกันไปลงที่เด็กไม่เคยห้ามปรามถ้าเธอจะมาเจอแม่ รวมทั้งแม่ก็อนุญาตให้พราวมุกมาเยี่ยมพ่อแต่นิสัยของพราวมุกตรงข้ามกับพลอยดาวทุกอย่างหลายครั้งที่พลอยดาวคิดว่าพราวมุกได้ความกล้าหาญ มั่นใจในตัวเองไปหมดสิ้นตัวเธอขี้อายไม่กลายตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง
“วันศุกร์นี้พลอยไปค้างกับมุกนะคะพ่อ” พลอยดาวขออนุญาตพ่อไว้ก่อนเกรงว่าพ่อมีงานให้เธอช่วยแล้วจะปลีกตัวมาไม่ได้
“ทำไมไม่ชวนน้องมาค้างที่บ้านนี้บ้านนี้ก็เป็ของมุกเหมือนกัน” คุณวิทยาถอนหายใจเบาๆ“พ่อน่าจะรับลูกทั้งสองคนมาเลี้ยงเอง”
“โธ่พ่อค่ะแม่ก็เหงาเหมือนกันแหละค่ะ”
พลอยดาวหัวเราะเสียงใสเื่พ่อแม่แยกทางมันไม่ใช่ปัญหาของเด็ก ยิ่งเติบโตขึ้นเธอก็พอจะเข้าใจว่าทำไมแม่เลิกกับพ่อพ่อเป็พ่อที่ดีแต่อาจไม่ใช่สามีที่เอาใจภรรยาพ่อทำงานเก่งแต่ไม่ใช่คนที่จะดูแลใคร เป็เธอเสียอีกที่ดูแลงานบ้านทุกอย่างแทน แรกๆพ่อจ้างแม่บ้านมาทำงานเป็รายวันแต่พอเธอโตขึ้นหน่อยก็รับผิดชอบเื่ในบ้านได้เอง ทั้งซักเสื้อผ้า รีดเสื้อแต่ถ้าเป็ชุดสูทก็ส่งร้านซักรีด อาหารก็หัดทำง่ายๆ จนทำเองได้คล่องค่อยดูแลพ่อที่ทำงานจนลืมเวลากินข้าวเสมอ
“พ่อคงลืมไปแล้วนะคะว่าลูกสาวพ่ออายุยี่สิบสองแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้ว”
คราวนี้พ่อถอนหายใจอีกระลอก“แป๊บเดียวเอง ลูกก็โตเป็สาวแล้ว”
“พ่อก็เลิกเป็ห่วงพลอยกับมุกได้แล้วค่ะพ่อน่าจะ...”
“ไม่เอาล่ะพ่ออยู่แบบนี้ดีแล้ว” พ่อตัดบททันทีเพราะรู้ว่าลูกสาวจะพูดเื่อะไรเขารู้ว่าลูกเป็ห่วงไม่อยากให้เขาใช้ชีวิตคนเดียวไปจนแก่แต่เคยแต่งงานแล้วและทำชีวิตครอบครัวพังมาแล้ว เขาอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรได้มองดูลูกสาวเติบโตขึ้นทุกวัน เขาก็มีความสุขมากแล้ว
“มุกยังอยู่ที่ไทยอีกนานค่ะพ่อเอาไว้คราวหน้าเราไปกินข้าวนอกบ้านกันดีไหมคะ่นี้ทางการก็ให้ร้านอาหารเปิดขายปกติแล้ว หรือจะไปหาอาหารทะเลอร่อยๆแถวบางปูกันดีไหมคะ ไปครั้งล่าสุดนี่น่าจะห้าปีที่แล้ว”
ห้าปี...คราวนี้พ่อนิ่งไปครู่หนึ่งนี่เขาไม่ค่อยได้พาลูกเที่ยวเลยสินะ
เพราะรู้ว่าพ่อคิดเื่อะไรอยู่พลอยดาวขยับไปนั่งข้างๆ เอนศีรษะพิงไหล่
“พ่ออย่าคิดมากสิพลอยก็ไม่ได้อยากไปไหนอยู่แล้ว อ้อ! ที่พ่อให้ลองแปลบทความเป็ภาษาอังกฤษ พลอยทำเสร็จแล้ว พ่อลองตรวจดูไหม”
“อืม”
พลอยดาวเห็นพ่อกลับมาเป็ปกติก็ลอบถอนหายใจเบาๆเธอลุกขึ้นเดินกลับไปหยิบโน้ตบุ๊ตเพื่อ กลับมาเปิดงานให้พ่อตรวจดู
แวบหนึ่งในใจพลันปรากฏใบหน้ามึนตึงของผู้ชายที่เธอไม่อยากคิดถึงได้เจอแค่ครั้งเดียวแต่เขาทำหน้าดุจนเธอไม่กล้าสบตาหวังว่าไปทำงานแทนพราวมุกครั้งนี้จะไม่ต้องเจอผู้ชายคนนั้นอีกนะ.