“หรือจะไปถึงระดับพลังปราณ?”
หลันเฟิงขบคิดอย่างมีแผนการ ก่อนเผยสีหน้าเอาอกเอาใจออกมา“ตาเฒ่า ท่านดูสิ จุดตันเถียนพิษของข้าเสถียรแล้วถึงเวลาสอนขั้นต่อไปให้ข้าได้แล้วกระมัง”
เมื่อได้ยิน ชายชรากลับมองค้อนลอยไปปรากฎตัวข้างกายหลันเฟิงแล้วโคลงศีรษะอย่างจริงจัง “ยามนี้ยังไม่ได้”
หลันเฟิงถลึงตาอย่างไม่เข้าใจเล็กน้อย“เพราะเหตุใด”
ชายชรามองใบหน้าหมดจดที่ดูร้อนใจของชายหนุ่มแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า“ก่อนที่จะเรียนขั้นต่อไป เ้ายังมีเื่สำคัญที่ต้องทำก่อน”
“เื่สำคัญที่ต้องทำก่อน?”เขากะพริบตาปริบๆ แววตาดูฉงนสงสัย
ชายชราพยักหน้าอย่างแช่มช้าแล้วชี้ไปที่เตาไฟ“เ้าต้องเรียนทักษะการรควบคุมไฟก่อน”
ทักษะการควบคุมไฟเป็ทักษะปราณพิเศษและเป็เงื่อนไขพื้นฐานของการปรุงยาหรือการหลอมอาวุธ ซ้ำยังใช้ในการต่อสู้ได้อีกด้วย
หลักการของทักษะการควบคุมไฟก็คือใช้จิตััเชื่อมโยงกับไอปราณที่อยู่รอบตัวเมื่อกระตุ้นมัน ไอปราณในจุดตันเถียนจะถูกเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง ทำให้อยู่ในสภาวะลุกไหม้
ขอแค่รู้ทักษะการควบคุมไฟก็ไม่จำเป็ต้องอาศัยพลังของเปลวเพลิงจากภายนอกอีกสามารถหลอมวัตถุดิบได้โดยอาศัยเพียงพลังของตัวเอง
เมื่อหลันเฟิงถูกชายชราเตือนก็ถึงได้ตระหนักดูเหมือนว่าตนจะยังขาดทักษะการควบคุมไฟอยู่
ไม่เพียงแค่ทักษะการควบคุมไฟทักษะปราณอื่นๆ ก็เช่นกัน เขายังไม่เคยฝึกฝนทักษะใดๆ มาก่อน และตอนนี้เขาอยู่ในระดับไอปราณจึงมีคุณสมบัติและเงื่อนไขในการร่ำเรียนทักษะปราณแล้วหากเรียนทักษะปราณสำเร็จ พลังต่อสู้ของเขาก็จะพัฒนาอย่างก้าวะโแน่นอน
หลันเฟิงตั้งตารอคอยหลังจากที่เรียนรู้ทักษะปราณได้แล้ว พละกำลังจะเพิ่มขึ้นถึงขั้นไหนกันนะ
“ทักษะปราณในหอคัมภีร์ของตระกูลมีอยู่มากมายหลายชนิดหนึ่งในนั้นน่าจะมีทักษะการควบคุมไฟ และข้าเองก็ยังไม่เคยไปหอคัมภีร์เลย หลังจากเลือกทักษะการควบคุมไฟแล้วก็ถือโอกาสเลือกทักษะปราณสำหรับต่อสู้โดยเฉพาะไปด้วยเลยแล้วกัน”หลันเฟิงนึกถึงหอคัมภีร์ของตระกูลหยางเป็อันดับแรก
เมื่อได้ยินเสียงพึมพำของชายหนุ่มชายชราก็โคลงศีรษะเล็กน้อย“ข้าไม่แนะนำให้เ้าทำเช่นนั้น”
“การล่าประสบการณ์ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วข้าเรียนทักษะปราณเพิ่มอีกหนึ่งชนิดไม่ดีกว่าหรือ” หลันเฟิงย้อนถาม
“ร่างกายของเ้าเปลี่ยนแปลงไปเพราะพิษผีดิบแม้ว่าพิษผีดิบจะถูกหลอมไปแล้ว แต่ร่างกายของเ้ากลับยังมีลักษณะพิเศษของพิษผีดิบหลงเหลืออยู่นั่นก็คือธาตุไฟอันรุนแรง การที่เ้าเรียนทักษะการควบคุมไฟไม่เพียงแต่ใช้ในการตีเหล็กยังใช้ต่อสู้ได้อีกด้วย ซ้ำอานุภาพของมันก็สูงกว่าทักษะปราณในระดับเดียวกันและยิ่งไปกว่านั้นเหมือนดั่งที่เ้าพูด การล่าประสบการณ์ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วเวลาของเ้ามีไม่มากหากเสียเวลาทุ่มเทอยู่กับการเรียนทักษะปราณสองชนิดก็ไม่สู้มุ่งมั่นอยู่กับชนิดเดียวดีกว่า”ชายชราครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากด้วยท่าทางเคร่งขรึม
แม้การกัดเซาะของพิษผีดิบจะทำให้ชายหนุ่มทุกข์ทรมานมาสามปีแต่กลับทำให้เขาได้ประโยชน์จากสิ่งนี้อย่างประเมินค่ามิได้
“จริงหรือ”ใบหน้าของหลันเฟิงดูตื่นเต้นดีใจ พลางถูมือไปมาแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงแ่เบา
“ตาเฒ่าเคยโกหกเ้าหรือไง”ชายชราหัวเราะ
หลันเฟิงสูดลมหายใจลึกเข้าไปเฮือกหนึ่งแล้วพยักหน้า“ก็ได้ ข้าเชื่อท่าน เลือกทักษะการควบคุมไฟอย่างเดียวแล้วกัน”
เมื่อเห็นชายหนุ่มเชื่อมั่นในตนเช่นนี้ชายชราก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและรู้สึกปลื้มใจ
“ทักษะการควบคุมไฟนั้นเพียงพอให้เ้าใช้งานได้แล้วทว่าเพื่อเป็การป้องกัน ตาเฒ่าจะสอนวิชากึ่งสำเร็จรูปให้เ้าวิชาหนึ่งขอแค่เ้าเข้าใจมัน การล่าประสบการณ์ครั้งนี้แม้ว่าจะไม่ได้ที่หนึ่งแต่การติดหนึ่งในสามอันดับแรกก็ไม่ใช่เื่ยาก”น้ำเสียงของชายชราราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความหยิ่งยโสเล็กๆ
สิ่งที่ออกมาจากชายชราล้วนเป็สิ่งยอดเยี่ยม
เพราะของธรรมดาทั่วไปไม่เข้าตาเขาสักนิด
เมื่อได้รับคำสัญญาจากชายชราใบหน้าของหลันเฟิงก็ดูตกตะลึง ดีใจและประหลาดใจ “วิชาอะไรเหรอ ร้ายกายถึงเพียงนั้นเชียว?”
ชายชราเหลือบมองชายหนุ่มอย่างราบเรียบแวบหนึ่งแล้วเอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า“เ้าเรียนทักษะปราณได้เมื่อไหร่ข้าค่อยบอกเ้าอีกที”
ใบหน้าเล็กๆแข็งค้าง คำพูดมากมายติดอยู่ที่ลำคอ
หลันเฟิงเอ่ยถามอย่างไม่พอใจว่า“บอกใบ้สักนิดไม่ได้เหรอ”
“เ้าคิดว่าไงล่ะ”ชายชราจ้องมองชายหนุ่มพร้อมกับอมยิ้ม
ชายหนุ่มสบตากับชายชราชั่วครู่แล้วถึงได้ยอมแพ้อย่างโศกเศร้าแม้ว่าจะผ่านการทุกข์ทรมานมาสามปีจนความอดทนของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปแต่เมื่อเทียบกับชายชราแล้วเขากลับยังเด็กนักถึงอย่างไรเสียชายชราก็เป็บุคคลที่รอดชีวิตจากยุคจั้นกั๋วจนมาถึงทุกวันนี้ความอดทนและความยึดมั่นของเขาไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้
เมื่อสนทนากับชายชราจบชายหนุ่มก็ไปที่หอคัมภีร์อย่างเงียบๆ เพียงลำพัง
หอคัมภีร์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวนหยางติดกับแม่น้ำหยกวารีบรรยากาศรอบๆ เงียบสงบ ไม่ค่อยมีคนมาเยี่ยมเยือนที่แห่งนี้นัก
เมื่อก้าวเข้ามาในกำแพงของหอคัมภีร์ชายวัยกลางคนที่เฝ้าประตูก็เข้ามาขวางหลันเฟิงเอาไว้ทันที“สถานที่ต้องห้ามของตระกูลไม่มีกิจอันใดห้ามเข้า หากอยากได้ทักษะปราณกรุณาแจ้งชื่อ”
แม้หลันเฟิงมีจะชื่อเสียงในตำบลเฟิงไม่น้อยแต่คนทั่วไปก็แค่เคยได้ยินไม่เคยเห็นหน้า
“ชนรุ่นหลังหลันเฟิงขอรับ”แม้ว่าจะมีพร์ใกล้เคียงปีศาจ ประสบความสำเร็จอย่างมากใน่หลายวันที่ผ่านมา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าชายวัยกลางคนที่เฝ้าประตูหอคัมภีร์หลันเฟิงก็ยังคงมีมารยาทเป็อย่างยิ่ง
ชายชราที่เฝ้าประตูมองหลันเฟิงด้วยความประหลาดใจสีหน้าเ็าคลายลง “เ้าคือหลันเฟิง?”
สองสามวันที่ผ่านมาเื่ที่หลันเฟิงบรรลุระดับไอปราณสั่นะเืไปทั้งตระกูลจนเกิดเป็ข่าวลือมากมายหากแค่ทะลวงระดับไอปราณได้ แม้จะได้รับความสนใจแต่ยังไงก็ไม่อาจสร้างความสั่นะเืได้ถึงเพียงนี้
สาเหตุที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าหลันเฟิงสามารถฝึกฝนมาถึงระดับรวบรวมปราณขั้นเก้าได้หลังจากที่พลังยุทธ์หายไปและทะลวงระดับไอปราณได้ในระยะเวลาอันสั้น
อัจฉริยะในวันวานได้แสดงความสามารถที่น่าตกตะลึงและเหนือชั้นออกมาอีกครั้ง!
ไม่ต้องพูดถึงตระกูลหยางแม้แต่ตระกูลจ้าวและตระกูลหวัง รวมทั้งตระกูลและขุมอำนาจน้อยใหญ่ที่เหลือในตำบลเฟิงก็ยังสั่นะเื
ตามตรอกซอกซอยภายนอกในยามนี้มีแต่เื่เล่าของหลันเฟิงเรียกได้ว่าเป็ตัวอย่างในด้านที่ดี!
แต่หลันเฟิงเป็คนที่สันโดษเกินไปไม่ค่อยออกไปให้ใครเห็นจึงมีคนจำเขาได้ไม่มากนัก
เสียงเอะอะและวายุภายนอกราวกับไม่เกี่ยวข้องอันใดกับเขาสักนิด
ไม่หยิ่งยโสไม่ร้อนใจยืนหยัดในความตั้งใจเดิม ความหมายของสองวรรคนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในตัวของหลันเฟิง
แม้ว่าวรยุทธ์ของชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูจะอยู่ในระดับไอปราณเช่นกันและยิ่งไปกว่านั้นยังสูงกว่าหลันเฟิงไม่น้อยแต่ชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูกลับไม่กล้าดูแคลนหลันเฟิงเลยแม้แต่น้อย
ชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูหน้าถอดสีเล็กน้อยพลางใช้สายตาชื่นชมมองไปทางหลันเฟิง“หอคัมภีร์แบ่งออกเป็สองชั้น ชั้นหนึ่งจัดเก็บทักษะปราณสีเขียวขั้นต่ำและทักษะปราณสีเขียวขั้นกลางชั้นสองจัดเก็บทักษะปราณสีเขียวขั้นสูง ทว่าตอนนี้เ้ายังไม่มีคุณสมบัติขึ้นไปชั้นสองเลือกทักษะปราณไม่เกินสามเล่มได้จากชั้นหนึ่งเท่านั้นและไม่สามารถนำมันออกจากหอคัมภีร์ได้ หากฝ่าฝืนจะถูกจัดการตามกฎของตระกูล”
หลันเฟิงย่อมทราบกฎดีทว่าการเตือนของชายวัยกลางคนกลับทำให้เขารู้สึกถึงเจตนาดีจึงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มจางๆ“ขอบคุณท่านลุง”
เมื่อเรียกอีกฝ่ายว่าท่านลุงก็ทำให้รอยยิ้มของชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูกว้างขึ้นกว่าเดิม
เขาตบไหล่ชายหนุ่มเล็กน้อยปากก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เ้าหนู เ้าคิดดีหรือยังว่าจะเลือกทักษะปราณชนิดใดหากคิดออกแล้วก็บอกข้าสักหน่อยเถิด แม้ว่าข้าจะช่วยแนะนำอะไรมากไม่ได้แต่ก็ช่วยบอกทางเ้าได้จะได้ประหยัดเวลา”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูหลันเฟิงก็ดวงตาเป็ประกายแล้วเอ่ยถามว่า“ท่านลุงรู้หรือไม่ว่าทักษะการควบคุมไฟอยู่ทางไหน”
“ทักษะการควบคุมไฟ?”ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วเล็กน้อยมองพิจารณาหลันเฟิงด้วยแววตาสงสัย เขาจำได้รางๆว่าหลันเฟิงเหมือนจะจัดอยู่ในจำพวกธาตุไม้ ไม่อาจเรียนทักษะการควบคุมไฟหากฝืนเรียนเกรงว่าจะเป็การทำให้ร่างกายได้รับาเ็เสียมากกว่า
เมื่อััได้ถึงความสงสัยของชายชราหลันเฟิงก็อธิบายเล็กน้อย “ข้าถูกพิษผีดิบกัดเซาะมาหลายปีหลังจากหลอมพิษผีดิบออกไปได้แล้ว ก็พบว่าธาตุของข้าเกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถเรียนทักษะปราณธาตุไฟได้”
ชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูไม่รู้ว่าสิ่งที่หลันเฟิงพูดเป็ความจริงหรือไม่แต่นี่ก็เป็เหตุผลที่ฟังขึ้นเขาจึงเชื่อ
“ทักษะการควบคุมไฟงั้นหรือ...”ชายวัยกลางคนครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วชี้ไปที่มุมที่ไม่สะดุดตาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหอคัมภีร์ระหว่างที่พูดก็แฝงคำขอโทษเอาไว้ “ทักษะปราณธาตุไฟอยู่ทางนั้นส่วนทักษะการควบคุมไฟ ต้องขออภัยด้วย เพราะมีคนเรียนทักษะนี้น้อยมากข้าจึงไม่ค่อยได้ัักับมันเลยจำไม่ได้ แต่เ้าลองไปหาทางนั้นดูเถิด”
เมื่อได้รับการชี้แนะของชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูหลันเฟิงก็คารวะแล้วกล่าวขอบคุณอย่างไม่รีบร้อนและไม่เชื่องช้า “ขอบคุณท่านลุงมาก”
ชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูโบกมือด้วยรอยยิ้มรู้สึกประทับใจหลันเฟิงมากขึ้น “ไม่ต้องขอบคุณหรอก พูดตามตรง ข้าก็ช่วยอะไรได้ไม่มากน่าละอายใจนัก”
“ท่านลุงช่วยประหยัดเวลาให้ข้าไม่น้อยแล้ว”หลันเฟิงหัวเราะหึๆ ตอบกลับพลางเดินเข้าไปในหอ
ยังไม่รอให้หลันเฟิงหาให้ละเอียดข้างหูก็มีเสียงของชายชราดังขึ้น “ตรงนี้ ข้าหาเจอแล้ว”
ทักษะปราณทุกชนิดล้วนถูกผนึกไว้ในกล่องเหล็กหากหลันเฟิงไปหาเองย่อมต้องยุ่งยากมาก แต่แม้กล่องเหล็กจะขวางหลันเฟิงได้กลับไม่อาจขัดขวางชายชรา แค่ปรายตามองปราดหนึ่งชายชราก็แยกแยะได้แล้วว่าทักษะปราณในกล่องเหล็กคือทักษะปราณใด
ดวงตาสีดำขลับเปล่งประกายวาบวับหลันเฟิงสาวเท้าไปอย่างรวดเร็ว พลันได้ยินเสียงตกตะลึงระคนดีใจของชายชรา“เ้าดวงดีไม่น้อย! คิดไม่ถึงว่าจะมีทักษะปราณธาตุไฟสีเขียวระดับกลางอยู่ซ้ำยังเป็ทักษะการควบคุมไฟพอดีด้วย”
สำหรับหลันเฟิงแล้วแน่นอนว่าย่อมเป็ข่าวที่ดีมาก
เขาเลื่อนกล่องเหล็กบนชั้นสามใบที่หกออกตามคำชี้แนะของชายชรากล่องเหล็กที่ถูกทับเอาไว้ด้านล่างใบหนึ่งจึงเผยออกมา
นิ้วทั้งห้าออกแรงเล็กน้อยกล่องเหล็กหนักร้อยชั่งเศษที่สร้างจากเหล็กกล้าก็ถูกหลันเฟิงยกขึ้นมา
“กล่องนี้หรือ”หลันเฟิงถามยืนยัน
“ใช่แล้วกุญแจแขวนอยู่ที่คันจับ รีบเปิดเร็วเข้า” ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเอ่ยเร่งเร้า
หลันเฟิงหยิบกุญแจมาเปิดกล่องเหล็กม้วนคัมภีร์สีเหลืองกรอบพลันปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของหลันเฟิง
นี่ก็คือคาถาเพลิงคลั่งทักษะการควบคุมไฟสีเขียวระดับกลาง
คาถาเพลิงคลั่งใช้การกระตุ้นไอปราณในจุดตันเถียนทำให้เกิดเปลวเพลิงรุนแรงและยิ่งไปกว่านั้นเปลวเพลิงที่เดือดพล่านลุกโชนก็ไม่ด้อยไปกว่าเปลวเพลิงที่เกิดจากทักษะการควบคุมเพลิงสีเขียวระดับสูงบางทีอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำไป
แต่ข้อเสียคือมันเผาผลาญไอปราณในระดับที่น่าตกตะลึงมันเผาผลาญไอปราณมากกว่าทักษะการควบคุมเพลิงระดับเดียวกันถึงสามเท่าผู้ที่มาเยือนควรพิจารณาให้ดี เพราะนี่ไม่ใช่ทักษะที่ร่ำเรียนได้ง่ายๆ