เทือกเขาสูงเทียมฟ้าสีขาวโพลนใหญ่ตระหง่าทอดเรียงยาวประดุจดังร่างยักษาที่เอนกายาและที่นี่คือบริเวณที่ผู้เล่นพยายามจะเข้ามาให้ถึงนั่นคือป่าวิญญาณกำแพงด้านหน้าแห่งเขตโอลิมปัสแค่บริเวณเทือกเขานี้สัตว์อสูรระดับต่ำสุดอยู่ที่ราชาระดับสามร้อยทั่วพื้นดินภายในผืนป่าปกคลุมด้วยหิมะขาวสะอาดตาราวกับกระดาษที่รอวันถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงฉานของโลหิต
ฟ้าครามและคณะกำลังย่ามเท้าเดินทอดน่องเหมือนกำลังเสาะหาอะไรบางอย่างทว่าตามพื้นหิมะคล้ายพรมสีขาวกับไม่ปรากฎรอยเท้าของพวกเธอเลยแม้แต่น้อย หากมองดูดีๆจะพบว่าฟ้าครามและทุกคนเดินอยู่ในอากาศเสียมากกว่า
เหตุนั้นเพราะพวกเขาต้องการกลบรอยเท้าของตนเองเพื่อไม่ให้ผู้เล่นที่อาจจะบุกเบิกเส้นทางและตามมาได้พบเจอรอยเท้าของเพวกเขาอย่างที่สองคือหากผู้เล่นจากกิลด์จตุรศาสตราหลงมาพวกเขาจะได้เชือดทิ้งเสียเลย
“แล้วที่อยู่ของมังกรเนออส มันอยู่ตรงจุดไหนหว่า...” ฟ้าครามเปรยออกมากวาดสายตามองทั่วบริเวณ
“นั่นซิ” สัมพาทีพูด “พวกเรายังพอจะไปไกลกว่านี้ได้อีกหน่อย”
“ตกลงงั้นเราลองเดินเข้าไปลึกๆกว่านี้แล้วกัน” ฟ้าครามหันมาบอกก่อนจะออกเดินนำหน้า
ทั้งหมดเดินตัดลึกเข้ามาอีกเล็กน้อยฟ้าครามก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างก่อนจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆและพบว่ามันคือปราสาทสูงใหญ่รูปทรงสถาปัตแบบกรีกโบราณทว่าสิ่งที่ใช้ก่อปราสาทขึ้นมานั่นคือน้ำแข็ง
“พวกเจ้าเป็นใครกัน” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นทั่วบริเวณ
พวกฟ้าครามหันซ้ายขวาหาเจ้าของเสียงก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะพูดขึ้นต่อ
“เจ้ามันนางพญาอสรพิษภุชคินทร์ไม่ใช่หรือ”
ภุชจังขมวดคิ้วเสียงของหญิงสาวที่พูดกับเธอฟังดูคุ้นหูยิ่งนัก “ลิเวียธาน” ภุชจังกล่าวออกมา
“รู้จักกันหรอภุชจัง” ฟ้าครามหันถาม
“นิดหน่อยค่ะนายหญิง”
ฟ้าครามที่ได้ยินแบบนั้นก็หันกลับมองปราสาทก่อนจะพูดขึ้น “พวกเราแค่เดินทางผ่านมาไม่ได้มีเจตนาจะล้วงล้ำเขตของท่าน”
เสียงนั้นนิ่งเงียบ
ตอนนั้นเองเสียงของภุชจังก็ดังขึ้นในหัวของฟ้า “นายหญิงข้าว่าชักจะไม่สวยแล้ว ลิเวียธานคือหนึ่งในปีศาจแห่งบาปทั้งเจ็ด”
“หมายความว่าปราสาทนี้คือที่สถิตของปีศาจแห่งปาบทั้งเจ็ดหรอ”
“อาจจะใช่ค่ะ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังของลูซิเฟอร์ จากข้างในปราสาทและพลังอีกขุมหนึ่งที่มากพอๆกับศิลา เป็นไปได้เราควรถอยขืนปะทะกับปีศาจแห่งบาปทั้งเจ็ดโดยที่ไม่มีศิลาเราจะแย่”
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก” เสียงของลิเวียธานดังขึ้น พร้อมกับปรากฎหญิงสาวในชุดเกราะหนังของมังกรสีฟ้าคล้ายผลึกน้ำแข็งใบหน้าคมผมสีฟ้ายาวค่อยๆเดินออกมาจากปราสาททว่าทั่วร่างกลับแผ่จิตคุกครามจิตสังหารออกมาแสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าต้องการกำจัดผู้ที่บุกลุก
“น่าเสียดายข้าคงปล่อยเจ้าและจันทราเทพไปไม่ได้ รวมถึงเจ้าลิงนั่นด้วย”
ทั้งหมดตั้งท่าเตรียมพร้อมก่อนที่ฟ้าครามจะพูดขึ้น “ทำไมถึงปล่อยพวกเราไม่ได้ หรือว่าพวกเรามาพบที่ซ่อนตัวของพวกแกปีศาจแห่งบาปทั้งเจ็ด”
“ใช่” เสียงของชายหนุ่มทุ้มหนักขรึมดังขึ้นทางด้านหลังของพวกเขา สามพี่น้องหันกลับมามองพบเข้ากลับสิ่งมีชีวิตคล้ายคนทุกประการทว่าไม่สวมเสื้อผ้าผิวสีแดงด้านหลังมีปีกแบบค้างคาวมีเขาสีดำขึ้นบริเวณหน้าผาก
“เจ้าปล่อยให้มีผู้รุกล้ำเข้ามาถึงที่นี่ได้ยังไงซาตาน” ลิเวียธานถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ
“ฮ่า..ฮ่า ข้าเผลอหลับน่ะ แต่ก็ดีไม่ใช่หรอ อีกฝ่ายเป็นถึงอดีตจันทราเทพและซุนหงอคงภุชคินทร์อีกเข้ามาในอาณาเขตของท่านลูซิเฟอร์และท่านโลกิเองแบบนี้หวายเจ๊าะแน่งานนี้” ซานตานยิ้มชั่วร้าย
ฟ้าครามเริ่มหนักใจ
สัมพาทีเหลียวหลังมามองฟ้าครามก่อนจะพูดขึ้น “นายหญิง ข้าว่าแปลกๆน่ะ”
“พวกเจ้าก็รู้สึกซินะ” ฟ้าครามเปรยออกมาสีหน้าเครียด
“ใช่” หงอคงมองลงที่พื้น “เหมือนพลังกำลังถูกพื้นหิมะนี่ดูดออกจากร่างและส่งไปยังใต้ผืนพบ”
“ฉลาดดีนี่” ลิเวียธานพูดด้วยน้ำเสียงท่าทางมั่นใจว่าเหนือกว่าอีกฝ่าย
ภุชจังมองหน้าลิเวียธานเขม็ง “ลูซิเฟอร์ถูกผนึกอยู่ใต้ผืนพบนี่ซินะ”
ฟ้าครามมองภุชจังสีหน้าตลึงเล็กน้อย “มิน่าล่ะพวกมันถึงให้คนที่มาพบที่นี่รอดออกไปไม่ได้” เจ้าหล่อนใช้ความคิด “และพลังเวทมนต์ที่ถูกดูดออกไปก็เพื่อส่งไปให้กับลูซิเฟอร์”
“ไม่รู้ซิ พวกข้าไม่จำเป็นต้องตอบพวกเจ้า” ลิเวียธานตอบเสียงหนัก
ภุชจังได้คุยหว่านล้อมถ่วงเวลาไปเรื่อยๆและในขณะเดียวกันฟ้าครามก็เพ่งสมาธิรีบติดต่อหาศิลาเพราะถ้าลูซิเฟอร์ตื่นขึ้นมาได้จริงอาจจะเกิดสงครามศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอีกรอบและมีความเป็นไปได้ว่าลูซิเฟอร์ตนนี้จะอยู่ขั้นตำนานเทียบเท่ากับซุสร่างโคลนที่เธอเคยเรียกออกมา
“พี่ศิขา...” เจ้าหล่อนรากเสียง “พี่ศิได้ยินไหม”
“ค่ะ... พี่ได้ยินแล้ว”
“พวกเราเจอเข้ากับลิเวียธานและซาตานปีศาจแห่งบาปทั้งเจ็ด เขาอยากให้พี่รีบมาตอนนี้เลย บางทีนี่อาจจะมีอะไรสำคัญก็ได้”
ศิลาหยุดคิดสงสัยเล็กน้อย
สิ้นสุดคำพูดของฟ้าครามไม่ถึงสองวินาทีปรากฎวงเวทมนต์สีทองขึ้นด้านข้างของเธอ
สิ่งนั้นทำเอาลิเวียธานและซาตานตาโตเล็กน้อย
ก่อนจะค่อยๆเผยส่วนหัวของศิลาขึ้นมาจากวงเวทมนต์นั้นและค่อยๆลอยสูงขึ้นจนเขาโผล่ออกมาจากวงเวทมนต์ทั้งร่าง
ศิลาได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าการเคลื่อนย้ายข้ามมิติ สิ่งนี้เขาจะทำได้ก็ต่อเมื่อฟ้าครามหรือสามพี่น้องอยู่ห่างจากเขาในที่ไกลมากจนแทบจะพ้นระยะเรียกง่ายๆก็คล้ายกับเวลาที่พวกฟ้าครามจะกลับเข้าหาศิลาแต่ครั้งนี้แค่กลับกันเป็นศิลาที่กลับเข้าหาพวกฟ้าคราม
กรุ้บ..กรุ้บ เขาเอียงคอคลายอาการปวดเมื้อยเล็กน้อย
‘มันตัวอะไร’ ซาตานหน้าซีด ‘มันตัวอะไร มันตัวอะไร มันเป็นตัวอะไรกันแน่’ มันตัวสั่นมองศิลา
“คุณหรอลิเวียธานบาปแห่งริษยา” เขามองหน้าหญิงสาว ก่อนจะหันหลังกลับอีกด้าน “ส่วนคุณก็ซาตานบาปแห่งความโกรธแค้น”
ซานตานและลิเวียธานซีดเล็กน้อยทั้งสองสัมผัสได้ถึงความผิดแปลกจากบุรุษคนนี้
ศิลาฉีกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ “แล้วแมมมอนปาบแห่งความโลภ แอสโมดิวส์แห่งตัณหา เบลเซบับแห่งตะกละ เบลเฟกอร์แห่งความเกียจคล้าน พวกเขาไปไหนซะล่ะ ทำไมถึงไม่ออกมาต้อนรับภูติของผมและคณะ” เขาพูดเสียงขรึมสายตาเหยียดหยัน “อ่อ....” เขาตาโตคล้ายหยอกล้อ “เทพโลกิหลับอยู่ข้างใต้นี้หรอ แหม่โลกิกับบาปทั้งเจ็ด โลกคงถึงกาลวิบัติแล้วมั้ง”
ทว่าในใจเขากลับกำลังครุ่นคิดว่าทำไมไอ้ตัวพวกนี้ยังไม่ตาย และสงครามศักดิ์สิทธิ์นั่นใช่สงครามแร็คนาร็อคหรือเปล่า
ซาตานกำหมัด “เองอย่าได้ใจนักมนุษย์”
“มนุษย์!?...” ศิลางง ขมวดคิ้วมองหน้าซาตาน “คุณเห็นผมเป็นแบบนั้นหรอ” เขาถอนใจพลางพูดว่าเอาเถ๋อะ
ครื่น.... เสียงของผืนดินสั่นสะเทือนพื้นน้ำแข็งเริ่มแตกร้าวเผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตจำนวนมากกำลังโผล่ขึ้นมาพวกมันมีผิวกายสีฟ้ารูปร่างคล้ายคนมีกล้ามเป็นมัดๆใบหน้าดุร้ายมีคมเขี้ยว
ศิลาใช้เนตรมารตรวจสอบพวกมันทันทีก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจเล็กน้อย “ยักษ์น้ำแข็ง ขั้นราชา ระดับ 300” เขายิ้มก่อนจะถอนหายใจสีหน้าเหนื่อยหนาย ที่เขามีอาการแบบนี้เพราะต่อให้เขาจะฆ่าพวกมันที่เป็นระดับราชาสักร้อยล้านหรือพันล้านตัวเผลอๆเลเวลของเขาจะไม่ได้ขยับเลื่อนขึ้นเลยเพราะเมื่อครู่เชาพึ่งเลื่อนขึ้นมาเป็นขั้นตำนานระดับสองร้อย
“นี่ลูซิเฟอร์ร่วมมือกับยักษ์น้ำแข็งหรอ” ภุชจังเปรยออกมา “แล้วตอนนี้เทพโอดิน ทอร์ อยู่ที่ไหน”
ลิเวียธานหัวเรา “พวกมันตายในสงครามศักดิ์ไปหมดแล้วตั้งแต่ที่เจ้าเข้านิทรานั่นแหละ ไม่ใช่แค่ยักษ์น้ำแข็งหรอกนะแม้แต่ฮาเดสก็ร่วมมือกับท่านลูซิเฟอร์และท่านโลกิ”
“ลิเวียธาน......” ซาตานตะคอก “เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว ไอ้หมอนี่คือศิลาตัวหายนะ แค่ข้อมูลเล็กน้อยที่เจ้าหลุดปากอาจจะนำความวิบัติมาสู่พวกเรา”
ศิลาอมยิ้ม “งั้นหรอ ผมคงต้องขอถามที่อยู่ฮาเดสจากคุณหน่อยแล้ว พอดีว่าผมอยากจะได้กองทัพยมโลกมาสยบแทบเท้าเอามากๆ”
เมื่อเขาพูดจบก็เกิดเสียงดังเปรี้ยงร่างของลิเวียธานปลิวกระเด็นดุจกระสุนปืนกลับไปทางที่เธอเดินมาก่อนที่ร่างจะอัดกระแอกเข้ากับปราสาท
“ล...” ซานตานเหงื่อตก “ลิเวียธาน... หน่อยจันทราเทพ” ซาตานแค้นเสียง
ตรงที่ลิเวียธานเคยยืนอยู่ปรากฎร่างของฟ้าครามแทนก่อนที่เจ้าหล่อนจะหันมามองศิลา “พี่ทำผู้หญิงไม่ลงใช่ไหมล่ะ ฟ้าว่าเรารีบจัดการเถอะค่ะ พี่จะได้ไม่เสียเวลา”
‘เอ๋า...แล้วใครเรียกมากันล่ะ’ ศิลาคิดในใจ
ทว่าเขาต้องสะดุ่งเฮือกเมื่อฟ้าครามพูดว่า “เถียงหนูอยู่ในใจหรอค่ะ”
ศิลารีบโบกไม้ไหวๆสีหน้าซีด “เปล่าจะแม่”
ยักษ์น้ำแข็งคำรามดุร้ายเกรี้ยวกราดพุ่งกรูควบตะบึงเข้าหากลุ่มของศิลาด้วยความกระหายเลือดราวกับว่าร่างกายของพวกมันต้องการปะทะเรียกร้องหาเบตาดีน
ศิลายกมือขวาขึ้นเหนือหัวปรากฎแท่งสายฟ้าสาดกระจายออกมาจากมือของเขาส่งเสียงเสียดสะท้าน
ซาตานตาโตก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตกใจถึงขีดสุด “สายฟ้าของซุส!..”
“เออ....” ศิลาตอบสั้นๆก่อนจะพุ่งแท่งสายฟ้าเข้าใส่ฝูงยักษ์น้ำแข็ง
เกิดเสียงดังเปรี๊ยะเสียดหูก่อนจะตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นสั่นไหวหิมะปลิวกระจายในอากาศผสมกับเกล็ดน้ำแข็งทว่าพวกยักษ์น้ำแข็งก็มีจำนวนมากพวกมันยังคงพุ่งเข้ามาหาพวกเขา
“เดี๋ยวพวกข้าลุยเอง” หงอคงบอกเดินควงกระบองวูบๆ “ที่ให้นายมาก็แค่เป็นไม้กันหมาเฉยๆ” ลิงบอก
ศิลายืนตาปริบๆ มองฉากสงครามพลางคิดว่าแล้วมาทำไมวะเรา
ทั้งสามพี่น้องพุ่งตัวเข้าหายักษ์น้ำแข็งอย่างบ้าบิ่นตามมาด้วยภุชจังที่เข้าไปช่วยฟ้าคราม
“ลิเวียธานถอย...” ซาตานร้องเสียงหลง ทั้งสองรีบพุ่งตัวเข้าไปในปราสาททันทีด้วยความเร่งรีบสุดชีวิตจากนั้นซาตานก็หันมาพูดทิ้งท้าย “พวกข้าทั้งหมดในแดนแอสการ์ดขอประกาศเริ่มสงครามศักดิ์สิทธ์อีกครั้งกับพวกเจ้าเหล่าดวงวิญญาณต่างโลก”
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย ‘แอสการ์ดมันคือแดนของเทพไม่ใช่หรอ หรือตอนนี้ถูกพวกมันยึดครองแล้ว อีกอย่างนี่เขตโอลิมปัส’ เขาหน้าเครียดเล็กน้อย “ว่าแต่เราเข้ามาในโอลิมปัสแล้วใช่ไหม”
“ใช่” หงอคงเดินเข้ามา “ข้าใช้ทางรัดพามาเองแหละ”
ฟ้าครามเดินตามาสมทบ “พี่ศิจะไม่ตามหรอคะ ภายในนั้นมีลูซิเฟอร์ที่หลับไหลอยู่นะ”
ศิลาส่ายหน้า “ไม่ใช่ลูซิเฟอร์ที่หลับไหลอยู่หรอกค่ะ แต่เป็นเทพโลกิตางหาก”
ปราสาทน้ำแข็งสูงใหญ่ตระหง่ากลับจมลงใต้พื้นพบราวถูกหลุมโคลนดูดลงไปไม่มีผิดสิ่งนั้นสร้างความตกใจให้กับศิลาและทุกคนอย่างมาก
ศิลาถอนหายใจก่อนจะหันมาพูดกับหวานใจ “แล้วน้องมาทำอะไรที่นี่คะ”
“อ๋อ กิลด์ยอดยุทธ์ได้มาขอยืมกำลังเพื่อไปล่ามังกรเนออส เค๊าเลยส่งพวกแปดมงกุฎไปช่วยเพราะเห็นว่ากิลด์จตุรศาสตรานำกำลังพลไปล่าเนออสด้วยเช่นกัน แล้วเค๊าก็เป็นห่วงว่าพวกนั้นจะไหวไหม ถ้าแค่ล่าเนออสยังไงก็คงไหวแต่ถ้าต้องสู้กับผู้เล่นด้วยแย่งกันล่าบอสด้วยก็อีกเรื่อง” ฟ้าครามหน้าจ๋อยก่อนจะก้มหน้าเล็กน้อยพูดเสียงแผ่วต่อ “หนูออกคำสั่งมากเกินไปใช่ไหมค่ะ”
ศิลาอมยิ้ม “เปล่าเลยค่ะ” เขาเอามือรูบหัวหญิงสาวด้วยความเอ็นดู “น้องทำถูกแล้วล่ะ ถ้าอะไรที่น้องคิดว่าเป็นประโยชน์กับพวกเราก็สั่งการได้เลยแบบนี้แหละดีแล้ว”
ฟ้าครามเงยหน้ายิ้มร่า
“ว่าแต่ลำพังแค่พวกนี้ไม่เห็นต้องเรียกพี่มาเลยนี่คะ”
สัมพาทีเดินเข้ามาพูดอธิบาย “เมื่อครู่พวกเราสัมผัสได้ถึงมวลพลังเวทมนต์มหาศาลที่มากพอๆกับนายท่าน ภายในปราสาทนั่น”
ศิลาพยักหน้า “คงโลกินั่นแหละ เอาเถอะ แต่ถึงยังไงปัญหาร้ายแรงก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะดูเหมือนว่าหลังจากนี้ผู้เล่นคงจะเป็นฝ่ายถูกสัตว์อสูรล่าบ่างแล้ว”
ที่ศิลาพูดมานั้นคือสิ่งที่คิดมาตลอดเวลาเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงใบปลิวโฆษณาของเกมที่ระบุไว้ชัดเจนว่าสัตว์อสูรรูปแบบปัญญาประดิษฐ์ก็ถือเป็นผู้เล่นและสัตว์อสูรก็สามารถพิชิตเกมได้เช่นเดียวกันเหมือนผู้เล่น
ในขณะที่ศิลากำลัคิดเขาก็เหลือบไปเห็นหนูตะลุงพุกที่กำลังหลบอยู่หลังเท้าขวาของฟ้าครามด้วยอาการสั่นเทาสีหน้าแววตาสั่นกลัวแสดงออกถึงความหวาดกลัวสุดขีด สายตาน้อยๆ ที่อ่อนไหวสั่นมองมาทางเขาก่อนจะหลบหลังเท้าของฟ้าครามและยื่นหน้าแอบมองออกมาอีกครั้ง
ศิลาถอนหายใจ “เก็บตัวพิลึกๆมาเลี้ยงอีกแล้วหรอค่ะ”
ฟ้าครามยิ้มหวานก่อนจะใช้สองมืออุ่มราชาหนูตะลุงพุกขึ้นมาวางบนหัวของสดายุ
“ที่ฟ้าบอกพี่ไงค่ะว่ามาทำภารกิจล่าหนู เจ้าตัวนี้แหละ ตะลุงจังเร็วมากๆเลยนะ” หญิงสาวอวดสรรพคุณ
ศิลาตาโต้เขาใช้เนตรมารอ่านค่าสถานะของตะลุงพุก “น้องจะไปล่าเนออสต่อใช่ไหม”
“ค่ะ” ฟ้าครามบอก
“งั้นทำให้เจ้าตัวนี้วิวัฒนาการด้วยนะ เอาให้เร็วที่สุดเลย ดูเหมือนหมอนี่” เขาชี้ไปที่ตะลุงพุก ซึ่งมันรีบหลบเขาหลังสดายุปั๊บตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า “จะมี Advance skill ที่ยังไม่ได้ปลดล็อคอยู่” เขาพูดก่อนจะถอดแหวนตะกละและแหวนละโมบไปสวมคือของตะลุงพุก “เราต้องใช้เงินในการสร้างสิ่งต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ผ่านสมาพันธ์ไหนให้หมอนี่วิ่งเข้าไปในห้องคลังสมบัติแล้วใช้แหวนตะกละดูดไอเท็มมาให้หมด”
“ศิลาเอ็งชั่วช้ามาก” หงอคงเปรยออกมาสีหน้าคล้ายกำลังคิดอะไรพิเลนๆ
ศิลายิ้ม “ฉันเคยบอกหรอว่าฉันเป็นคนดี”
“ได้ค่ะ”
ศิลาใช้การ์ดวาร์ปกลับมายังที่ฝึกทันทีเช่นเดียวกันพวกฟ้าครามก็ออกเดินทางอีกครั้ง