เมื่อคุณชายสามยืนยันจะเป็ผู้ป้อนข้าวและยานางเองหงซือซือจึงได้แต่ ยกส้นมือขึ้นทุบที่ขมับสองสามที“เ้าทำท่านี้อีกแล้ว!” เขาจำได้ว่าตอนที่ดื่มสุราจนเริ่มเมานางก็ยกมือขึ้นทำเช่นนี้
“ท่านทำให้ข้าปวดกบาลนี่นา!” นางแหวใส่เขาจึงทำหน้าเจื่อนเล็กน้อย
“ข้าเป็คนมีจิตสำนึกรู้จักคุณคนจึงอยากจะทดแทนเ้า เห็นว่าเ้าเป็คนดีที่พึ่งพาได้หากเ้ามีน้องสาวก็คงจะดีข้าจะได้ขอไปเป็ภรรยาเราจะได้เป็ครอบครัวเดียวกัน”ใบหน้าของเขายิ้มน้อยๆ เมื่อสบตานางขณะยกช้อนข้าวต้มที่เป่าแล้วจนจรดริมฝีปากสีผลอิงเถาหงซือซือได้ยินก็แทบจะสำลักข้าวต้ม
“แค่กๆพี่สามท่านจะบ้าหรือไร ข้าแค่ไปช่วยท่านมิได้อยากให้ท่านมาเป็คนในครอบครัวเสียหน่อย”
“เ้าอย่าเพิ่งหงุดหงิดดื่มน้ำเสียก่อน” เขารีบกุลีกุจอยกจอกน้ำชาให้นางดื่มก่อนลูบหลังให้อย่างถือวิสาสะ“หรือว่าเ้ามีน้องสาวจริงๆ”
“ข้าไม่มีน้องสาวข้ามีแต่พี่ชาย” น้ำเสียงของนางดูหงุดหงิด
“อืม...เช่นนั้นข้าก็คงได้แต่เป็พี่น้องกับเ้า”น้ำเสียงเขาเจือความเสียดายในขณะที่พยายามสบตานาง หงซือซือเสมองถ้วยข้าวต้ม
“ท่านมีภรรยาเยอะแล้วจะเอาน้องสาวข้าไปอีกวุ่นวายด้วยอีกทำไม?”
“ข้าเคยเล่าให้เ้าฟังแล้วนี่สตรีรอบกายข้าหากไม่หวังทรัพย์ก็หวังอำนาจ ข้าอยากมีภรรยาเพียงร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างแท้จริงสักคน”เขาสบตานางนิ่งจมูกคมสันนั้นยื่นเข้ามาใกล้จนนางต้องผงะออกเล็กน้อย
“อืม...ข้ารู้แล้ว”
เห็นสีหน้าขัดเขินของนางฮ่องเต้ก็อดยิ้มไม่ได้ “ประเดี๋ยวเ้ากินยาแล้วก็พักผ่อนเถิดข้าจะต้องกลับไปจัดการธุระหลายอย่างนัก” เขาเอาแต่ยิ้มตอนที่ป้อนข้าวต้มให้นางแล้วก็ตามด้วยป้อนยา“ข้าอยากเช็ดตัวให้เ้า แต่คงไม่เหมาะให้สาวใช้ของเ้าทำให้ดีกว่า”นางเงยหน้าขึ้นมองเขาดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ฮ่องเต้ยิ้มน้อยๆแล้วหันไปเรียกสาวใช้เข้ามา เมื่อสั่งให้พวกนางดูแลหัวหน้าหงเสร็จเขาก็หันไปจับมือนางขึ้นมาแล้วตบมือหนึ่งบนหลังมือของนางเบาๆ“ข้าคงไม่ได้ออกมาเยี่ยมเ้าอีก แต่จะให้คนเอาของบำรุงมาให้เ้าก็แล้วกัน”
เมื่อออกจากคฤหาสน์หงส์ไฟได้ไม่ไกลนักฮ่องเต้ก็สั่งให้องครักษ์เงาออกไปสืบเื่ครอบครัวเ้าของสำนักคุ้มภัย “ไปหาคำตอบให้ข้าโดยเร็วที่สุด”สิ่งที่ฮ่องเต้ทรงสงสัยเริ่มชัดเจนขึ้นมาก “อีกอย่างแบ่งคนมาคอยติดตามความเคลื่อนไหวของสำนักคุ้มภัยอย่างใกล้ชิดด้วย”องครักษ์เงานับว่าเป็จอมยุทธ์ที่ฝึกได้ยากยิ่งฮ่องเต้เป็ผู้มีองครักษ์เงาสูงสุดถึงยี่สิบห้าคน รองลงมาคือชินอ๋องมีถึงยี่สิบคนเหล่าองค์ชายก็จะได้รับพระราชทานองครักษ์เงาตามความสำคัญโดยส่วนใหญ่องครักษ์เงาทั้งหมดจะคอยอารักขาฮ่องเต้และสืบในเื่เร่งด่วนที่สำคัญจนไม่อาจจะให้ผู้ใดล่วงรู้
ผ่านไปสิบวันองครักษ์เงาที่วูบลงมาจากเพดานก็ยืนคารวะอยู่ตรงหน้า “ถวายบังคม พะยะค่ะ”
“ได้เื่หรือไม่?”
“บิดามารดาของนางอยู่ในแคว้นเว่ยพะยะค่ะ แต่ว่าไม่มีผู้ใดบอกใบหน้าได้แน่ชัดเท่าที่เคยมีผู้วาดรูปของพวกเขาทั้งคู่ไว้กระหม่อมก็พบว่ามิใช่หน้าตาที่บ่าวรับใช้ในคฤหาสน์ของพวกเขายืนยัน พะยะค่ะ”
“เราคงจะเจอครอบครัวนักแปลงโฉมเข้าให้แล้วเื่ของหงอี้เทียนกับหงซือซือเล่า?” ฮ่องเต้ยังมิได้ไปซักไซ้ไล่เลียงอ๋องเก้าแต่เลือกที่จะสืบข่าวให้แน่ชัดเสียก่อนว่าฝ่ายนั้นเป็อย่างที่ตนเองคิดเอาไว้
“่นี้คุณชายใหญ่หงเดินทางไปแคว้นผิงและแคว้นเหลียนบ่อยพะยะค่ะ เห็นว่ากำลังจะก่อตั้งสาขาใหญ่ที่เมืองผิงกับเมืองเหลียน คุณหนูหงเดินทางไปมาระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นิแต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือทั้งครอบครัวล้วนไม่มีผู้ใดระบุใบหน้าได้แน่ชัด พะยะค่ะ”
“หัวหน้าหงล่ะ?”
“หัวหน้าหงไม่เคยมีผู้ใดรู้จักชื่อพะยะค่ะจะออกมาสั่งงานเป็บางครั้ง อ้างกันว่าเป็ญาติของเ้าของสำนักคุ้มภัยแต่คนผู้นี้จะมีใบหน้าเดียวที่ทุกคนรู้จักกันดี”องครักษ์เงาวางรูปวาดของคนในครอบครัวหงซือซือทั้งสี่คนซึ่งมีคนละ 4-5 รูปลงบนโต๊ะเมื่อฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรแล้วก็รู้สึกทันทีว่าใบหน้าที่องครักษ์ได้มาทั้งหมดนั้นอาจจะยังมิใช่ใบหน้าจริงของพวกเขา
“ลึกลับยิ่งนักบางทีเซียนพันหน้าที่ข้าอยากเห็นนักหนาอาจจะเป็คนในครอบครัวนี้ก็เป็ได้” เมื่อมีหลักฐานชัดเจนแล้วฮ่องเต้จึงรับสั่งให้ท่านอ๋องเก้ามาเข้าเฝ้าและเอารูปเ่าั้ให้พระอนุชาได้ทอดพระเนตรเช่นกัน
“ขออภัยที่หม่อมฉันมิได้ทูลเสด็จพี่ในครานั้น”
“มิเป็ไรหากเื่ไม่มาถึงขั้นนี้ข้าก็คงไม่สืบสาวเกี่ยวกับพวกเขาเช่นกัน”
“หงอี้เทียนซึ่งเป็สหายของกระหม่อมจะปรากฏตัวด้วยใบหน้าแบบนี้”ท่านอ๋องเก้าชี้ไปที่รูปวาดที่สองของคุณชายหง “ส่วนน้องสาวของเขากระหม่อมเคยพบหน้าเพียงครั้งเดียวแต่ในนี้ไม่มีใบหน้าที่นางแปลงมาพบกระหม่อม คราวนั้นนัดพบกันที่ภัตตาคารบึงหงส์ภายหลังจึงมารู้ว่านางเป็สหายสนิทของลี่เอ๋อร์แม้แต่ลี่เอ๋อร์เองก็ยังไม่แน่ใจว่าใบหน้าใดเป็ใบหน้าที่แท้จริงของหงซือซือผู้นี้เช่นกัน”
“อืม....ถ้าหากพวกเขาแปลงได้เป็พันหน้าก็ย่อมไม่ให้ผู้ใดจดจำเขาได้อยู่แล้ว”ฮ่องเต้ทรงกังวล ‘แล้วข้าจะได้รู้จักใบหน้าที่แท้จริงของหงซือซือผู้นี้ได้อย่างไรกัน?’
“เสด็จพี่หม่อมฉันเองก็สงสัยว่าครอบครัวนี้อาจจะมีความหลังที่ซับซ้อนจึงใช้วิธีแปลงโฉมทั้งครอบครัวซ้ำยังแปลงตลอดเวลาด้วยซ้ำ” เมื่อเห็นพระเชษฐาให้ความสนใจในตระกูลหงเขาเองก็นึกย้อนไปถึงสิ่งที่ตนเองสงสัยด้วยเช่นกัน
“นั่นสินะ!หากเป็อย่างที่เ้าว่าพวกเขาอาจจะเกี่ยวพันกับคนในราชวงศ์ ิอย่างที่นักเล่านิทานเล่าของเป็ได้”
“ตระกูลิเองก็มีหลายอย่างที่ยังคงเป็ปริศนาท่านคิดว่าหากพวกเขาเป็คนในราชวงศ์เราจริง น่าจะเป็สายใด?”
“ข้ากำลังตามสืบอยู่กรณีหนึ่งหากสามารถหาร่องรอยนี้อาจจะไขปริศนาในรัชกาลก่อนได้”
“ท่านหมายถึงเื่ใด?”
“ไฟไหม้ที่วังชงหยวนเมื่อครั้งเสด็จพ่อขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานคนในตำหนักนั้นเสียชีวิตทั้งหมด ศพคนทั้งหมดยากจะแยกแยะได้ว่าใครเป็ใครเพราะไหม้ดำเป็ถ่านไปหมดแต่ข้าอดสงสัยไม่ได้ว่าบางทีพวกเขาอาจจะมีคนรอดชีวิต หากมีคนหลบหนีจากเหตุการณ์ครั้งนั้นไปได้ก็คงคิดซ่อนตัว”
“เหตุใดท่านจึงคิดว่าจะมีคนรอดชีวิตไปได้? มือปราบก็ตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุอย่างดีและลงบันทึกจำนวนศพไว้ครบแล้วนี่”
“เพราะหลายปีต่อมาข้าได้ยินนางกำนัลสองคนคุยกันเื่นี้”
*********************
