ความสงบสุขที่เหมืองชายแดน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังเหตุการณ์ผีเ้าสาว ทุกอย่างที่เหมืองชายแดนเป็ไปได้ด้วยดีอย่างไม่น่าเชื่อ
ภายใต้การดูแลของจื่อหลันและการสวดมหากรุณาธารณีสูตรทุกวัน ทำให้พลังปราณและแสงแห่งธรรมได้ชำระล้างจิตใจของผู้คนในเหมืองจนเกือบจะสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งสถานที่ยังถูกชำระล้างจนเหล่าภูติผีปีศาจชั้นต่ำไม่กล้าเข้าใกล้
จ้าวเฟิงผู้คุมเหมืองดูเหมือนกลายเป็บัณฑิตผู้เมตตา ส่วนผู้คุมคนอื่น ๆก็มีน้ำใจและเริ่มปฏิบัติกับคนงานอย่างเท่าเทียม แม้แต่คนงานเหมืองที่เคยเป็นักโทษร้ายกาจหรืออันธพาลมาก่อนตอนนี้ก็มีนิสัยที่อ่อนโยนและขยันขันแข็งราวกับชาวบ้านทั่วไปที่รู้จักผิดชอบชั่วดี
จื่อหลันใช้แต้มบุญที่เหลืออยู่ในการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์พืชและเครื่องกรองน้ำ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเหมืองแห่งนี้ความสงบสุข และพลังแห่งกุศลที่แผ่ออกมาจากเหมืองแห่งนี้เริ่มเป็ที่กล่าวขานไปทั่วในหมู่ภูติผีปีศาจ ว่าเป็สถานที่ที่มีเซียนพำนักอยู่ หากไม่อยากตายจงอย่าได้ย่างกรายเข้าไป
แต่ทว่า...ความสงบนี้ก็อยู่ได้ไม่นานนัก
ภัยพิบัติจากพรายน้ำ
เช้าวันหนึ่ง หัวหน้าหมู่บ้านผู้ซึ่งเป็ผู้นำขบวนมาขอความช่วยเหลือเื่ผีเ้าสาว ได้พาชาวบ้านกลุ่มใหม่เดินทางมาถึงเหมือง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความทุกข์ระทม
เมื่อสอบถามดูก็ได้ความว่าชาวบ้านกลุ่มนี้มาจากหมู่บ้านว่านเหอ (万河 - หมื่นแม่น้ำ) ซึ่งเป็หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหวังเหอ ทุกคนดำรงชีวิตด้วยการทำประมง และการเกษตรมาหลายชั่วอายุคน
“ท่านเซียนหญิงโปรดช่วยพวกเราด้วย”หัวหน้าหมู่บ้านว่านเหอ คุกเข่าลงต่อหน้าจื่อหลันด้วยน้ำตา
“เกิดอะไรขึ้นหรือ”จื่อหลันถามด้วยความกังวล
“แม่น้ำ...แม่น้ำหวังเหอไม่ปลอดภัยอีกแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ชาวบ้านที่ออกไปหาปลาถูกบางสิ่งที่อยู่ใต้น้ำโจมตีจนจมหายลงไปในแม่น้ำต่อหน้าต่อตา และสามวันให้กลัง ร่างอันซีดเซียวของพวกเขาก็จะลอยขึ้นมาเกยริมตลิ่ง...”
หัวหน้าหมู่บ้านเปิดเผยให้เห็นรอยเขี้ยวสีคล้ำ ที่น่ากลัวบนลำคอของศพที่เขานำมาด้วย
“นี่คือรอยเขี้ยวที่บ่งบอกว่าพวกเขาถูกดูดเื พวกเรามั่นใจว่าในแม่น้ำมีพรายน้ำ หรือปีศาจอาละวาดอยู่ จนพวกเราไม่กล้าออกเรือหาปลาอีกแล้ว ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไป พวกเราจะอดตายกันหมด”
ชาวบ้านเล่าว่าได้พยายามเรียกนักพรตมาปราบหลายครั้ง แต่เหล่านักพรตก็จนปัญญา เพราะพวกเขาไม่สามารถต่อสู้ใต้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลังเต๋าของพวกเขาถูกลดทอนลงเมื่ออยู่ในน้ำและปีศาจก็สามารถหลบหนีไปในกระแสน้ำได้เสมอ
เมื่อผู้นำหมู่บ้านว่านเหอได้ยินเื่ราวของเซียนหญิงที่สามารถกำจัดผีเ้าสาวได้ เขาก็รีบเดินทางมาที่เหมืองแห่งนี้ในทันที
จื่อหลัน ที่ได้ฟังเื่ราวทั้งหมดก็เริ่มคิดหนักการปราบผีเ้าสาวนั้นง่าย เพราะเป็ศัตรูที่อยู่บนบกแต่การต่อสู้กับพรายน้ำที่อยู่ในน้ำนั้นเป็อีกเื่หนึ่ง
[แจ้งเตือนระบบ:ภารกิจหลัก: จับปีศาจปลาทอง]
· คำอธิบาย:ปีศาจที่ก่อความวุ่นวายในแม่น้ำหวังเหอคือ ปีศาจปลาทอง ซึ่งมีพื้นเพมาจากสระน้ำบน์ จงจับตัวมันเพื่อรอส่งมอบให้เ้าของจากแดนเทพมารับกลับไป
· ผลตอบแทน:+120,000 แต้มบุญ (เป็การปราบปีศาจที่มีพลังจาก์)
จื่อหลันนึกถึงเนื้อเื่ในซีรีส์ไซอิ๋ว ที่มีปลาทองจากสระของเ้าแม่กวนอิมหลุดออกมาสร้างความเดือดร้อนในโลกมนุษย์
จื่อหลัน (คิดในใจ) “ปีศาจปลาทอง แม้ในโลกนิยายนี้จะไม่มีพระโพธิสัตว์ แต่ระบบระบุว่ามันมีพื้นเพมาจาก์ นั่นหมายความว่า มีเทพเ้าอยู่จริงในโลกนี้ ฉันต้องมีทิพพโสต และทิพพจักษุแบบถาวร เพื่อที่จะสามารถติดต่อหรือ เชิญเทพเ้าประจำเมืองหรือลูกหลานของเ้าสมุทรที่แม่น้ำให้มาจัดการปีศาจเหล่านี้แทนที่ฉันจะต้องลงมือเองทุกครั้ง”
เธอเหลือบมองแต้มบุญคงเหลือ33,990แต้มบุญ แต้มบุญที่มีอยู่ตอนนี้ไม่พอที่จะแลกทิพพโสต และ ทิพพจักษุแบบถาวรซึ่งมีราคาแพงลิบลิ่ว
“เห็นทีว่าฉันต้องเก็บแต้มบุญอีกจำนวนมากไว้สำหรับทักษะถาวรเ่าั้”จื่อหลันคิด
จื่อหลันตอบตกลงที่จะช่วยเหลือชาวบ้านและขออนุญาตจ้าวเฟิงผู้เป็หัวหน้าผู้คุมเหมืองให้เธอได้ออกนอกเขตไปพร้อมกับชาวบ้าน
“ท่านเซียนหญิง ไม่ต้องเป็ห่วง ท่านไปได้เลย พวกเราจะดูแลเหมืองให้เป็อย่างดี ขอให้ท่านประสบความสำเร็จในการปราบพรายน้ำ”จ้าวเฟิงกล่าวด้วยความเคารพ
นักพรตกับเทียนะเิถ้ำ
เมื่อมาถึงหมู่บ้านว่านเหอ จื่อหลันพบว่ามีนักพรตสามคนกำลังตั้งโต๊ะทำพิธีอยู่ที่ริมตลิ่งของแม่น้ำหวังเหอ
พวกเขาจุดธูปเทียนและมีเทียนไขขนาดใหญ่ั์สามเล่มตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นบูชา พวกเขากำลัง ทำพิธีปลุกเสกเทียนเ่าั้อย่างเคร่งเครียด เพื่อใช้ในการแหวกน้ำออกไปให้ถึงก้นแม่น้ำ เพื่อที่พวกเขาจะสามารถลงไปต่อสู้กับพรายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จื่อหลันอดนึกถึงตำนานพื้นบ้านของไทยไม่ได้: “เทียนะเิถ้ำ” ในเื่ ไกรทอง เป็เทียนที่ถูกปลุกเสกเพื่อใช้แหวกน้ำให้เปิดออกได้ชั่วคราว แสดงให้เห็นว่าแม้ในโลกนิยายนี้จะมีตำนานที่แตกต่างกันแต่หลักการของเวทย์มนตร์ และพลังเต๋าก็ยังคงมีจุดร่วมกันอยู่
จื่อหลันกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้านด้วยรอยยิ้ม
“ท่านหัวหน้า ดูเหมือนว่าจะมีผู้กล้าหาญกำลังจะลงมือจัดการแล้ว ข้าจะขอยืนดูนักพรตเหล่านี้จัดการก่อน ถ้าพวกเขาทำไม่สำเร็จจริง ๆ ข้าถึงจะลงมือเอง”
นักพรตทั้งสามเหลือบมองจื่อหลันด้วยสายตาที่ไม่พอใจนัก เพราะพวกเขาคิดว่าจื่อหลันเป็เพียงสตรีที่คิดจะมาแย่งความดีความชอบและผลงานของพวกเขา
“หึ ไม่ต้องห่วงแม่นางน้อง ด้วยเทียนศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาอู๋ตังของพวกเรา พรายน้ำใต้น้ำไม่สามารถทำอันตรายพวกเราได้แน่นอน”นักพรตคนหนึ่งกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง
หลังจากทำพิธีปลุกเสกเสร็จสิ้น นักพรตทั้งสามก็จุดไฟที่เทียนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามเล่ม
“ได้เวลาแล้ว ปีศาจเอ๋ย จงเตรียมตัวรับโทษทัณฑ์จาก์”
นักพรตทั้งสามโยนเทียนศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังลุกไหม้ลงไปในแม่น้ำหวังเหอทันที
การต่อสู้กลางแม่น้ำ
ครืนนนน
เมื่อเทียนัักับผิวน้ำ พลังเต๋าอันรุนแรงที่ถูกปลุกเสกไว้ก็ะเิออกมา น้ำในแม่น้ำหวังเหอก็ถูก แหวกออกเป็กำแพงน้ำที่ตั้งตระหง่านอยู่ทั้งสองฝั่ง เผยให้เห็นก้นแม่น้ำที่เต็มไปด้วยโคลนและหินอย่างชัดเจน
พรายน้ำ หรือปีศาจปลาทองที่สูญเสียที่ซ่อนตัวก็ปรากฏตัวออกมา มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีผิวสีทองและมีเกล็ดปลาขึ้นตามลำตัว ดวงตาของมันมีสีแดงก่ำและมีปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม
“อ๊ากกก พวกเ้ามันน่ารำคาญยิ่งนัก กล้าดียังไงมาทำลายอาณาจักรของข้า”ปีศาจปลาทองกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น
การต่อสู้เริ่มขึ้นทันที นักพรตทั้งสามร่ายมนต์และใช้อาวุธเต๋าพุ่งเข้าใส่ปีศาจปลาทองอย่างดุเดือด
ปีศาจปลาทองมีความรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ แม้จะไม่มีน้ำให้ว่าย แต่มันก็ใช้ความคล่องตัวของปลา กระโจน เข้าใส่เหล่านักพรตอย่างดุดัน นักพรตแต่ละคนต่างใช้ยันต์ป้องกัน และกระบี่ไม้ท้อที่ปลุกเสกแล้วเข้าฟันต่อสู้
ฉัวะ เพล้ง
ปีศาจปลาทองอาศัยความชื้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามก้นแม่น้ำและไอมารที่มันกักเก็บไว้ในร่างเข้าต่อสู้ แต่มันก็เริ่มเสียเปรียบเพราะพลังเต๋าของนักพรตถึงสามคนแข็งแกร่งมากสำหรับมัน
เมื่อถูกกระบี่ไม้ท้อฟันเข้าที่ไหล่ ปีศาจปลาทองก็รู้ตัวว่าไม่สามารถสู้ได้ในพื้นที่แห้งผากนี้ มันใช้เทคนิคที่น่ากลัวคือการกระโจน เข้าไปยังจุดที่พลังของเทียนศักดิสิทธิ์ไปไม่ถึง
ซวบ
มันกระโจนเข้าไปใน บ่อโคลนดำขนาดเล็กที่อยู่ตรงมุมของก้นแม่น้ำบ่อโคลนนั้นยังคงมีน้ำขังอยู่และไม่ถูกพลังเต๋าแหวกออกไปอย่างสมบูรณ์
เมื่อมันกลับเข้าไปในน้ำพลังของมันก็กลับมาเต็มเปี่ยมทันที าแที่ไหล่ก็ฟื้นฟูอย่างรวดเร็วด้วยพลังจากน้ำ
มันกระโจนออกมาจากบ่อโคลนอย่างดุดันและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดนักพรตทั้งสามต้องใช้พลังเต๋าอย่างมหาศาลเพื่อรักษากำแพงน้ำไว้และต่อสู้กับปีศาจปลาทองที่สามารถฟื้นฟูพลังได้ตลอดเวลา
“แย่แล้ว มันสามารถกลับเข้าไปในที่ที่มีน้ำขังได้”นักพรตคนหนึ่งกล่าวด้วยความเหนื่อยล้า
สุดท้ายพลังเต๋าของนักพรตทั้งสามก็เริ่มหมดลง กำแพงน้ำเริ่มสั่นคลอนและลดระดับลง ปีศาจปลาทองเห็นโอกาส มันพุ่งเข้าใส่นักพรตที่าเ็หนักที่สุด และเปิดปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเตรียมที่จะดูดเื เพื่อฟื้นฟูพลังของตนเอง
โคมดอกบัววิเศษสะกดมาร
ขณะที่นักพรตทั้งสามกำลังจะถูกสังหาร จื่อหลันที่ยืนดูอยู่ริมตลิ่งก็ไม่รอช้าอีกต่อไป
“พอได้แล้ว”
เธอโคจรพลังปราณและเริ่มสวดมหากรุณาธารณีสูตรออกมาด้วยเสียงที่กังวานและบริสุทธิ์
ทันใดนั้น แสงสีทองที่เต็มไปด้วยเมตตาจิตก็พุ่งเข้าใส่ปีศาจปลาทอง ปีศาจรู้สึกราวกับถูกพลังูเาที่ยิ่งใหญ่กดทับให้ขยับตัวได้ลำบาก มันไม่เคยเห็นพลังแบบนี้จากเทพองค์ใด ราวกับมันคือกฎของฟ้าดินที่มิอาจต่อต้านได้
มหากรุณาธารณีสูตรที่ใช้พลังปราณเป็ตัวเสริม จึงมีอานุภาพมากพอที่จะหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของปีศาจตนนี้ได้ในชั่วขณะ
ปีศาจปลาทองตื่นตระหนก มันรู้ตัวว่าสู้พลังนี้ไม่ได้ จึงพยายามหลบหนีกลับไปยังแม่น้ำที่พลังแหวกน้ำกำลังจะหมดลง
แต่จื่อหลันไม่คิดจะปล่อยให้มันหนีไปได้ เธอนำเอาโคมเป่าเหลียนเติง (โคมไฟดอกบัววิเศษ) ที่เพิ่งแลกมาจากระบบ ออกมาจากแขนเสื้อ
โคมไฟนั้นดูเรียบง่ายแต่กลับเปล่งประกายแสงสีทองที่น่าเกรงขาม

“โคมเป่าเหลียนเติง อย่าปล่อยให้ปีศาจตนนี้หนีไปได้ และเผามันจนกว่ามันจะยอมจำนน”จื่อหลันสั่งด้วยเสียงหนักแน่น
โคมเป่าเหลียนเติงลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าปีศาจปลาทองทันที เปลวไฟสีทองอันบริสุทธิ์ที่ลุกโชนออกมาจากโคมพุ่งเข้าใส่ปีศาจปลาทองทันที
ฟู่ววววววว
ไฟจากโคมวิเศษเข้าแผดเผาปีศาจปลาทองอย่างรุนแรง ปีศาจกรีดร้องด้วยความเ็ปจนเสียงแหบแห้ง มันถูกเผาจนกระเด็นกลับมาร้องโอดโอยบนพื้นดิน ไอมารสีดำม่วงที่ปกคลุมร่างถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น
นักพรตทั้งสามที่กำลังจะถูกสังหารและชาวบ้านที่ยืนดูอยู่บนฝั่งต่างก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออกกับอานุภาพของโคมวิเศษที่สามารถปราบปีศาจปลาทองได้อย่างง่ายดาย
การกักขังเพื่อไถ่บาป
จื่อหลันก้าวเข้าไปหาปีศาจปลาทองที่กำลังนอนหมอบอยู่ด้วยความเ็ป เธอไม่ได้ทำร้ายมันซ้ำ แต่เธอนำตะกร้าสานขนาดเล็กที่เธอได้เตรียมการไว้ โดยที่ก้นตะกร้าถูกอุดด้วยขี้ผึ้งจนกันน้ำได้
เธอตักน้ำจากแม่น้ำใส่ลงไปในตะกร้าจนเต็ม ก่อนจะเชื้อเชิญให้ปีศาจปลาทองเข้ามาอยู่ในตะกร้าอย่างสุภาพ
“ปีศาจปลาทอง...หากเ้าไม่เข้าสู่ตะกร้านี้ ไฟจากโคมวิเศษนี้จะไม่มีวันดับและเ้าจะถูกเผาผลาญจน ิญญาแตกสลายไปในที่สุด จงเลือกว่าจะยอมิญญาแตกสลายหรืออยู่ในตะกร้าเพื่อรอเ้าของเ้ามารับกลับไป”
ปีศาจปลาทองรู้ดีว่ามันไม่สามารถสู้กับอาวุธเทวะศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ มันจำใจต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็ปลาทองตัวเล็กที่มีสีทองสุกปลั่งและกระโจนเข้าไปอยู่ในตะกร้าสานนั้นทันที
เมื่อมันเข้ามาอยู่ในตะกร้า ไฟที่เผาไหม้อยู่บนตัวมันก็ดับลง มันจึงคิดที่จะกระโจนหนีออกไปจากตะกร้า
ผัวะ
แต่มันกลับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น จื่อหลันได้ใช้พลังปราณของตนสร้างอักขระธรรมที่มองไม่เห็นปิดผนึกปากตะกร้าเอาไว้แล้ว
“เ้าจะต้องอยู่ในตะกร้านี้และสำนึกผิด เพื่อชดใช้บาปที่เ้าสร้างไว้ในโลกมนุษย์ ข้าจะนำเ้ากลับไปด้วย” จื่อหลันกล่าว
เมื่อจื่อหลันหันกลับมา เธอพบกับสายตาของนักพรตทั้งสามและชาวบ้านที่มองเธอราวกับเธอเป็เทพธิดาผู้จุติลงมาช่วยเหลืุ์
“ข้าไม่้าทำลายชีวิต”จื่อหลันอธิบายอย่างเรียบง่าย “ข้าคิดว่าปีศาจปลาทองนี้มิใช่ปีศาจทั่วไป แต่น่าจะเป็ปลาทองจากสระบน์ที่หลุดออกมา ข้าจึงจะกักขังมันไว้ รอจนกว่าเทพเ้าผู้เป็เ้าของมันจะมารับกลับไป”
กลยุทธ์ผลิตแต้มบุญระยะยาว
จื่อหลันขอให้หัวหน้าหมู่บ้านนำเทียนธรรมดามาหนึ่งเล่ม เธอใช้เปลวไฟที่บริสุทธิ์จากโคมเป่าเหลียนเติงในการจุดเทียนเล่มนั้น
“จงนำเทียนเล่มนี้ใส่ไว้ในโคม เมื่อพวกท่านออกเรือไปหาปลาทั้งกลางวัน และกลางคืน ให้นำโคมนี้ติดเรือไปด้วย แสงจากเทียนเล่มนี้จะสามารถ ขับไล่ปีศาจและิญญาชั้นต่ำได้อย่างดี”
ชาวบ้านดีใจมาก พวกเขารู้ว่านี่คือ ของวิเศษที่จะช่วยให้พวกเขาปลอดภัยเมื่อออกเรือไปหาปลา
นักพรตทั้งสามที่พ่ายแพ้ก็รีบเดินเข้ามาขอไฟจากโคมวิเศษของจื่อหลันด้วยความนอบน้อม
“ท่านเซียนหญิง พวกเราขอไฟจากโคมวิเศษของท่านได้หรือไม่ พวกเราจะนำไฟศักดิ์สิทธิ์นี้ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่อื่น”
จื่อหลัน ยิ้ม...นี่คือ กลยุทธ์การสร้างแต้มบุญที่ดีที่สุด นั่นคือการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้คนโดยไม่ต้องลงมือเอง
“ได้ ข้าจะให้ไฟศักดิ์สิทธิ์นี้แก่พวกท่าน”จื่อหลันเสนอเงื่อนไข “แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า เมื่อพวกท่านช่วยเหลือชาวบ้านได้สำเร็จ ให้ท่านนักพรตช่วยกล่าวถึงข้าผู้เป็เ้าของไฟจากโคมวิเศษนี้ด้วย”
“และสำคัญที่สุด...เงินหนึ่งในสิบส่วน ที่พวกท่านได้รับจากการช่วยเหลือชาวบ้านจะต้องนำไปทำบุญ หากพวกท่านผิดคำพูดหรือไม่ปฏิบัติตาม ไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ไปจะดับลงทันที” จื่อหลันกล่าว
นักพรตทั้งสามต่างตกตะลึงกับเงื่อนไขนี้ แต่เมื่อเห็นอานุภาพของโคมวิเศษ พวกเขาก็ไม่กล้าปฏิเสธพวกเขารีบสาบานว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของจื่อหลันทุกประการ
ด้านชาวบ้าน จื่อหลันก็ได้มอบสำเนาอมิตายุสสูตร และมหากรุณาธารณีสูตรไว้ให้สวดทุกวัน “หากวันใดพวกท่านไม่สวดมนต์ด้วยใจบริสุทธิ์... ไฟจากเทียนก็จะดับลงเช่นกัน สิ่งที่ข้าให้ทำก็เพื่อตัวพวกท่านเอง”
หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านก็รับปากว่าจะปฏิบัติตามด้วยความศรัทธาอย่างแท้จริง
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจื่อหลันก็เดินทางกลับไปยังเหมืองอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับตะกร้าสานที่มีปีศาจปลาทองถูกขังอยู่ข้างใน เธอรู้ว่าโคมเป่าเหลียนเติง และกลยุทธ์การสร้างแต้มบุญของเธอจะนำพาแต้มบุญมาให้เธออย่างมหาศาลในอนาคตอันใกล้นี้