บทที่ 87 พี่ใหญ่
หลังจากเหตุการณ์ที่สร้างความอึดอัดใจให้กับผู้คนผ่านไป ชิงหมินและฝูเซ่าก็อยู่ในบ้านพักของตนเองตลอด 2 วันที่ผ่านมา ทางชิงหมินนั้นเข้าใจได้...ตัวเขาใช้พลังงานไปมากแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อชดเชย 3 วันที่ทำงานหนัก ชิงหมินจึงเอาแต่กินและนอนเท่านั้น
ในขณะที่ฝูเซ่ากำลังตรวจสอบลาดเลาบนภูเขานี้ เผื่อว่ามีเส้นทางหลบหนีให้กับคุณชายได้ อีกอย่าง....เขาก็กลัวเกินไปที่จะเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ในกองทัพ ดังนั้นจึงแอบซ่อนอยู่ด้านหลังภูเขานี้กับเจ้านายเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่ฝูเซ่าหวาดกลัวไม่ได้เกิดขึ้น
หลังจากผ่านไปเพียงวันเดียว ผู้ที่ควบคุมพลังของตนเองได้เป็นอย่างดีก็สามารถกลับคืนสู่ปกติได้ ไม่สิ! ต้องบอกว่าเขาไม่เหมือนกับปกติอีกต่อไป ยกตัวอย่างคนแรกที่สามารถควบคุมพลังที่ถูกกระตุ้นได้ จากเดิม...เขาเป็นผู้ใช้โล่น้ำที่แข็งแกร่ง โดยสามารถป้องกันการโจมตีของศัตรูได้เป็นวงกว้าง
หลังจากที่เขาสามารถรักษาพลังให้มีเสถียรภาพได้แล้ว เขาก็เรียกพลังโล่ของตนเองออกมา จากเดิมที่เป็นโล่น้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ป้องกันการโจมตีได้หนึ่งด้าน ก็เปลี่ยนเป็นโล่ครึ่งวงกลม ซึ่งสามารถปกป้องอันตรายได้มากกว่า อีกทั้งความแข็งแกร่งของโล่ก็เพิ่มขึ้นด้วย
ไม่ใช่แค่เขาเพียงคนเดียวที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ ทุกคนที่ค่อยๆฟื้นตัวก็สามารถแสดงความสามารถที่น่าตื่นตาตื่นใจให้ได้เห็นเช่นกัน พวกเขาจึงได้รู้ว่ายาระดับ 10 ที่ดูอันตรายนั้น แท้จริงแล้วเป็นยาระดับ 10 ที่เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาจริงๆ
เมื่อผ่านไป 3 วัน ทุกคนก็มีอาการคงตัวแล้ว แม้แต่ผู้ที่หมดสติก็ตื่นขึ้นมา ถึงจะยังมีอาการตัวร้อนอยู่ แต่ก็เห็นสัญญาณที่ดีจากพวกเขาแล้ว นอกจากนี้..ผู้ป่วยที่ดิ้นรนทรมานในครั้งแรกก็กำลังพยายามที่จะควบคุมพลังเหมือนกับคนกลุ่มแรกแล้วเช่นกัน
หลังจากที่พวกเขาได้เห็นขั้นตอนนี้ ทุกคนก็รู้ว่าตนเองได้คิดผิดไป น้ำยาของคุณชายหลี่ได้ช่วยให้ชีวิตใหม่แก่พวกเขา ความสงสัยในตอนแรกก็เป็นแค่เรื่องที่น่าขบขันเท่านั้น
หลายคนรอที่จะกล่าวขอบคุณและรับผิดต่อคุณชายหลี่ด้วยตนเอง แต่ผ่านไป 2 วันแล้ว คุณชายหลี่ยังไม่ออกมาจากบ้าน ถึงคุณชายหลี่จะชอบเก็บตัวเงียบเป็นทุนเดิม แต่หัวใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของพวกเขาก็เหมือนกับโดนโจมตี
จะสังเกตได้ว่าสองวันที่ผ่านมา สีหน้าของทหารหลายคนก็เศร้าหมอง หัวหน้าของพวกเขาไม่ได้ตำหนิอะไรออกมาตรงๆ แต่สายตาของหัวหน้าเหมือนต้องการจะบอกว่าเขารู้ทุกอย่างว่าแต่ละคนกำลังคิดอะไรอยู่ กระทั่งที่กล่าวหาว่าเขาหลงบุรุษจนเลอะเลือนก็คงจะถูกรับรู้ด้วย
ไม่แปลกที่ทุกคนจะชดเชยด้วยการฝึกที่หนักขึ้น จนกระทั่งโรงหมอมีผู้บาดเจ็บเข้ามาเพิ่มจำนวนมาก โดยกลุ่มคนเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกหนักนั่นเอง
“ฝูเซ่า วันนี้ข้าจะไปทำงานที่โรงหมอ เจ้าไม่ออกไปไหนหรือ?” ชิงหมินเลิกคิ้วถาม เมื่อเช้าวันที่ 3 มาถึง ชิงหมินก็รู้สึกสดชื่นและได้พลังกลับคืนมาแล้ว
เขาลูบแผงคอของเจ้าสิงโตน้อย ปล่อยให้มันได้หมุนตัวเล่นอยู่บนตักเช่นนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะประเมินทักษะของเจ้าหนูนี่แล้ว แต่ชิงหมินก็ยังสงสัยว่าเจ้าตัวน้อยของเขารู้วิธีการต่อสู้จริงหรือไม่
กระทั่งตอนจับปลา สิงโตน้อยของเขาก็ทำเพียงกระโดดลงน้ำแล้วใช้ความเร็วของตนเองเพื่อคว้าจับเท่านั้น ไม่เคยมีครั้งไหนที่หลุดใช้พลังของมันออกมาเลย
เอาเถอะ ชิงหมินเองก็ไม่ได้รีบร้อนให้มันแสดงพลังเหมือนกัน เขาไม่ได้วาดฝันว่าจะได้เจ้าสิงโตน้อยมาเป็นผู้ปกป้องตั้งแต่แรก ดังนั้นหลังจากวันนี้ไป เมื่อกลับจากโรงหมอ...เขาจะปรุงยาพิษเตรียมเอาไว้ให้มากๆ อย่างน้อยๆ...เขาก็ควรจะมีมันมากพอสำหรับหยุดศัตรู 50 คนให้ได้
ฝูเซ่าไม่คิดว่าคุณชายของเขาจะออกไปข้างนอกเร็วเช่นนี้ เขาอยากจะขัดขวางไม่ให้คุณชายเอาชีวิตไปเสี่ยง เนื่องจากยังไม่รู้สถานการณ์ข้างนอกนั่น ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจริงๆ...คุณชายของเขาคงจะกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งค่ายแน่ แทนที่จะพาตนเองไปเสี่ยงเช่นนั้น สู้รอที่นี่แล้วเตรียมหนีไปไม่ดีกว่าหรือ?
ชิงหมินไม่รู้ความคิดของผู้ติดตาม ฝูเซ่าเองก็ไม่กล้าพูดสิ่งอัปมงคลเหล่านั้น สุดท้ายแล้วทั้งสองคนจึงเดินออมาจากบ้าน โดยคนหนึ่งมีสีหน้าสดใส อีกคนมีสีหน้ามืดมนตามมา
“คุณชายหลี่...”
“คุณชายหลี่...” น่าแปลกที่ระหว่างทางเดิน ผู้คนพากันทำความเคารพเขาอย่างจริงจังเหมือนกับตอนที่ทักทายหัวหน้าของพวกเขา
ปกติแล้ว ทหารเหล่านี้จะหลบเลี่ยงแล้วไปยืนนิ่งทำความเคารพ ทว่าเวลานี้...พวกเขาเรียกชื่อ “คุณชายหลี่” แล้วก็ยังก้มหัวให้ด้วย นี่ไม่ใช่ท่าทางที่แสดงให้เห็นว่าเกิดปัญหาเลย ดังนั้นฝูเซ่าจึงค่อยๆกลับมายืนหลังตรงได้อีกครั้ง
“คุณชาย ดูเหมือนว่ายานั้นจะได้ผลดี...” ฝูเซ่าหน้าตา ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วย
ความกดดันในช่วงสองสามวันนี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง ชิงหมินเหลือบมองคนพูดด้วยคิ้วขมวด เดิมทีเขาคิดว่าฝูเซ่าน่าจะมาตรวจสอบสถานการณ์ข้างนอกแล้วเสียอีก ปรากฏว่าเจ้าตัวก็เพิ่งรู้ว่ายานี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรือ?
ช่างผิดวิสัยของฝูเซ่าผู้ชอบหาข่าวจริงๆ ดูท่า...คนคงจะกลัวว่าปัญหาจะเกิดมากเป็นแน่
“คุณชายหลี่ ขอบคุณขอรับ” ชิงหมินเดินไปใกล้จะถึงโรงหมอแล้ว เขาก็ถูกเรียกเอาไว้ทันที
ทหารผู้นั้นวิ่งเข้ามาเหมือนกับเสือตัวใหญ่ ก่อนจะคุกเข่าลงดัง “ปึก” ต่อหน้าของชิงหมิน เขาส่งสายตาเทิดทูนที่น่าขนลุกมาให้จนชิงหมินต้องขยับเท้าหนีไปสองก้าว
“คุณชายหลี่ ตัวข้าเดิมทีมีพลังธาตุน้ำในการทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวได้ช้าลง เป้าหมายของธาตุน้ำที่ข้าใช้ได้มากสุดแค่สองคนต่อครั้ง ดังนั้นจึงไม่ถือว่ามีประโยชน์อะไรกับสหายร่วมรบ เพียงแต่...ด้วยความช่วยเหลือของคุณชาย ตอนนี้พลังของข้าทรงพลังมาก หากมีศัตรูไม่เกิน 20 คน ข้าสามารถทำให้พวกเขาเคลื่อนไหวเหมือนเต่าได้”
“ด้วยความสามารถนี้ หัวหน้ายกระดับให้ข้ากลายเป็นหัวหน้ากองย่อยที่ควบคุมทหาร 50 คนแล้วขอรับ ข้าจะสามารถใช้พลังนี้เพื่อช่วยเหลือให้การโจมตีกองย่อยของข้าจัดการศัตรูได้ง่ายขึ้น และจะช่วยกองทัพอิสระให้ได้รับชัยชนะ แบ่งเบาภาระของผู้แข็งแกร่งได้”
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่านขอรับ เป็นเพราะคุณชายหลี่ทั้งหมด จากนี้ไป...ข้าจะนับถือคุณชายหลี่เหมือนกับพี่ใหญ่ของข้า ในขณะที่หัวหน้าเป็นดั่งบิดาผู้ให้กำเนิด โปรดรับการคารวะจากข้าด้วยขอรับ”
ทหารผู้น้อยคนหนึ่งได้รับเลื่อนยศในกองทัพของตนเอง วิ่งมาคุกเข่าให้กับชิงหมินโดยไม่อาย คำกล่าวเยินยอทุกประเภทที่เขาจะสรรหามาได้ทำให้ชิงหมินรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง
เขาจะคิดได้อย่างไรว่าการช่วยทหารยกระดับความสามารถของพวกเขาจะทำให้ได้กลายเป็น “พี่ใหญ่” ของพวกเขาไปเสียอย่างนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว...ชิงหมินไม่ได้รู้เลยว่าฐานะพี่ใหญ่เป็นแค่การเรียกปลอมๆของพวกเขา ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งหมด ตัดสินใจที่จะปฏิบัติต่อคุณชายหลี่เช่น “มารดา” ของพวกเขาเอง ในขณะที่ “บิดา”ก็คือหัวหน้า
คนหนึ่งให้ชีวิตใหม่ อีกคนสั่งสอนให้กลายเป็นบุรุษที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานะนี้....ชิงหมินจะได้รับการปกป้องให้อยู่ในตำแหน่ง “ฮูหยิน” อย่างเต็มภาคภูมิ นี่ก็เพราะเขามีลูกๆในกองทัพมากมายเหลือเกิน
“เจ้าลุกขึ้นได้แล้ว บุรุษไม่คุกเข่าให้ผู้ใดง่ายๆ”
“ข้าไม่ถือขอรับ ท่านเป็นพี่ใหญ่ ข้าย่อมคุกเข่าให้ได้”
“เอ่อ เช่นนั้นก็พอได้แล้ว เจ้าคุกเข่านานเกินไปแล้ว” ชิงหมินไม่คิดว่าคนจะดื้อด้านขนาดนี้ เขารีบให้อีกฝ่ายลุกขึ้นทันทีด้วยใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
ผู้คนมากมายเริ่มที่จะมองมาทางนี้แล้ว ตัวของชิงหมินเมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว เหมือนเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของร่างกายกำยำที่น่าอิจฉาก็เท่านั้นเอง เหมือนกับว่าตอนนี้เขากำลังรังแกบุรุษตัวโต มันน่าอายเกินไป
“เป็นคุณชายหลี่จริงๆ”
“คุณชายหลี่ ในที่สุดท่านก็มาที่นี่”
ความวัวยังไม่ทันหาย ความวอดวายก็เข้ามาแทรก สำนวนในชีวิตก่อนของชิงหมินสะท้อนขึ้นในใจของเขาทันที หลังจากที่ชิงหมินสังเกตเห็นกลุ่มผู้ใช้พลังธาตุน้ำสามสี่คนเดินมาทางนี้
“พวกเขามากันแล้ว” สีหน้าของคนที่คุกเข่าอยู่เปลี่ยนเป็นยินดี ส่งสายตาเรียกให้พวกพ้องรีบมาทางนี้โดยพร้อมเพรียง แล้วเหตุการณ์ที่เหมือนกันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“คุณชายหลี่”
“คุณชายหลี่ ได้โปรดรับการคารวะจากพวกเรา”
“คุณชายหลี่ นับจากนี้ไป ท่านคือคนที่ข้านับถือที่สุดรองจากหัวหน้า ท่านจะเป็นพี่ใหญ่ของข้าตลอดไป” น้ำเสียงที่เคร่งขรึมของพวกเขาดังขึ้น พร้อมกับเสียงคุกเข่าที่ทำให้พื้นดินสะเทือนเล็กน้อย
ชิงหมินกระอักกระอ่วนเป็นที่สุด เขามองไปรอบๆเพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะเห็นชายชราโรงหมอยืนมองมายังเขา
“ท่านหมอเทวดา” ชิงหมินเอ่ยเรียกเขา ต้องการให้เขาเข้ามาจัดการสถานการณ์เช่นนี้ให้ที แต่ชายชราไม่สนใจ...เขาเพียงหันหลังกลับไปทั้งอย่างนั้น ปล่อยให้เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง มองตามอย่างไม่เข้าใจ
ปรากฏว่าชายชราได้งอนชิงหมินไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเขาทำให้ทุกคนต้องเสี่ยงอันตราย แต่นี่เป็นเพราะหลังจากเกิดเรื่อง ชิงหมินไม่เพียงแค่หายตัวไปเท่านั้น เขายังทำให้โรงหมอวุ่นวายเพราะมีพวกบ้าคลั่งฝึกซ้อมอย่างหนักอีกด้วย
“.............” เมื่อไม่มีคนที่ช่วยได้อยู่รอบๆแล้ว ชิงหมินก็หันกลับมาหาคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ เขาไม่คุ้ยเคยกับสถานการณ์เหล่านี้มากนัก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังพูดออกไปสองสามคำ
“เอาล่ะ ที่จริงเรื่องสมุนไพรระดับ 10 นี้ก็เป็นของพวกเจ้ากองทัพอยู่แล้ว ข้าเพียงนำมันไปต้มมั่วๆให้พวกเจ้ากินเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมาขอบคุณอะไร” ชิงหมินโบกมือให้พวกเขา
แต่ละคนมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อถือ สมุนไพรระดับ 10 ที่ไม่มีใครประเมินได้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร คุณชายหลี่ก็เอามันมาต้มมั่วๆจนกลายเป็นยาวิเศษก็ได้หรือ? คิดว่าคำพูดเช่นนี้พวกเขาจะเชื่อได้อย่างไร
“ชิงหมิน” ในขณะที่พวกเขาอยากจะโขกหัวอีกสักสองสามครั้งเพื่อขอบคุณและขอให้ชิงหมินยอมรับพวกเขา เสียงที่มืดมนก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้พวกเขาทุกคนต้องเด้งตัวลุกหนีหลบทางให้ทันที
“เจ้ามีอะไรหรือ?”
“วันนี้จะมาชงชาให้ข้าหรือไม่”
“หือ? ข้านำผงชาสำหรับหนึ่งเดือนให้เจ้าแล้วนะ” ชิงหมินเลิกคิ้ว หรือว่าเจ้าบุรุษน่าตายคนนี้จะดื่มชาพวกนั้นหมดแล้ว? นี่มันจะไม่สิ้นเปลืองเกินไปหรือ?
“อะไรกัน เจ้าจะไม่มาชงชาให้ข้าด้วยตัวเองแล้วหรือ? ไม่ใช่ว่าข้าทำงานหนักมากขนาดนั้นไปแล้วหรือไร?”
“อ่า....” ชิงหมินมองคนไร้ยางอายตรงหน้า ตอนนี้เขาไม่มั่นใจเลยว่า การรับมือกับทหารดื้อด้านตรงหน้า หรือการรับมือกับคนแปลกๆอย่างซีเฉิง อะไรจะน่ากลัวกว่ากัน
“อีกสองวัน ข้าจะต้องออกไปต่อสู้เขตใต้ พวกต่างแดนต้องการจะลอบเข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้ากันที่นั่น ข้าคงไม่ได้อยู่นี่ไปอีกหลายสิบวัน” ซีเฉิงกล่าว
จากที่นี่ไปเขตใต้นั้นใช้เวลาเดินทางมาก นอกจากนี้ก็ยังอันตรายมากด้วย เขาอยากจะใช้เวลาไม่กี่วันนี้เพื่อพูดคุยกับชิงหมินให้หายคิดถึง อีกอย่าง...ระหว่างการเดินทางก็ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เกรงว่าถ้ามีปัญหาเขตเหนือกับเขตกลางที่ตรึงกำลังดูทีท่ากันอยู่ ทหารในค่ายของเขาทั้งหมดอาจจะถูกส่งออกไป
ซีเฉิงสามารถทิ้งคนดูแลเขาได้สองสามคนเพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยมากขึ้น ทว่า...เขาก็ยังเป็นห่วงเด็กน้อยของตนเองอยู่ดี
“ข้า...ช่วงนี้ข้าไม่สะดวก ข้ายังต้องเตรียมปรุงยาพิษด้วย” ชิงหมินซึ่งตัดสินใจว่าจะอยู่ให้ห่างจากซีเฉิงผู้ทำให้เขาหวั่นไหวได้ทุกครั้งปฏิเสธออกมาโดยตรง ทว่า...ซีเฉิงจะยอมง่ายๆได้อย่างไร
“ถ้าเจ้าไม่มา ข้าจะไปพบเจ้าที่บ้าน ไม่ว่าจะทางไหน...เจ้าก็ต้องชงชาให้ข้าในสองวันนี้”
คนพูดอย่างเอาแต่ใจก่อนจะส่งสายตาพิฆาตไปหาลูกน้องที่อยู่รอบๆ
“ยังไม่ไปฝึกฝนอีก? ถ้าใครทำให้เขาลำบากใจอีก ข้าจะส่งไปเก็บขยะ”
คำพูดของซีเฉิงทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว หน้าที่เก็บขยะนั้นคืออะไร? พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ย่อมต้องการทำงานที่สมกับความสามารถ ถ้าถูกส่งไปเก็บขยะ ซึ่งเป็นแค่การเก็บกวาดสถานที่หลังสงคราม ไม่ว่าจะสงครามของพวกเขา หรือสงครามของผู้อื่น ทำหน้าที่ขโมยสิ่งของผู้ตายอย่างไร้ยางอาย นั่นไม่ใช่วิถีที่พวกเขาอยากจะรับไว้เลย
“จะไปฝึกซ้อมจนกว่าจะหมดแรงเดี๋ยวนี้ขอรับ” พวกเขารีบวิ่งกันออกไปทันที ทิ้งให้ชิงหมินมองตามหลังไปเช่นนั้น
…………………………………………..