ยามบ่ายที่แดดแผดเผาบรรยากาศหน้าร้าน "บัวการค้า" ค่อนข้างเงียบเหงาบัวกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดตู้กระจกหน้าร้าน ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งก้าวโซเซเข้ามาก่อนจะทรุดฮวบล้มลงเป็ลมคากองไม้หน้าร้านอย่างน่าสงสาร
"พี่คะ! พี่!" บัวรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของหญิงสาวคนนั้นบอบช้ำและผอมเกร็ง เมื่อบัวช่วยพยุงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยรอยเขียวคล้ำและาแสดๆ ก็เผยให้เห็นเต็มแผ่นหลังและใบหน้า... ทั้งรอยบุหรี่จี้รอยกรงเล็บ และรอยฟกช้ำจากการถูกกระทืบอย่างหนักหน่วง
บัวรีบพากลับเข้ามาพักหลังร้านใช้น้ำเย็นล้างหน้าและช่วยประคบาแให้ หญิงสาวร้องไห้โฮออกมาด้วยความสิ้นหวังละล่ำละลักเล่าเื่ราวทั้งน้ำตาว่าเธอคือ "เมียไอ้วุฒิ" ชายสันดานดิบประจำซอยที่ไม่เคยทำงานทำการ เอาแต่กินเหล้า เล่นการพนันพอเมากลับบ้านเมื่อไหร่ ถ้าไม่กระทืบลูกให้ผวาก็จะตบตีเธอจนแทบกระอักเืวันนี้เธอทนาแไม่ไหวจนต้องหนีตายออกมา
บัวนั่งฟังด้วยั์ตาเรียบเฉยทว่าลึกล้ำไปด้วยความมืดดำ...ภาพของแม่ตาบอดที่เคยถูกสังคมและผู้ชายเลวๆกลั่นแกล้งทับซ้อนขึ้นมาในหัวความสงสารเมียไอ้วุฒิตกผลึกกลายเป็ "คำตัดสินความตาย" ให้แก่ผู้ชายคนนั้นในทันที ‘คนชั่วที่ไม่เคยสร้างประโยชน์ให้ใครแถมยังทำร้ายผู้อื่น... เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะกลายเป็วัตถุดิบ’ บัวคิดในใจ พลางยกหูโทรศัพท์หาเพลงทันทีเพื่อวางแผนล่า"วัตถุดิบชิ้นใหม่" ในคืนนี้
ค่ำคืนอันเงียบสงัดถนนฝั่งตรงข้ามบาร์เหล้าในซอยลึก ไอ้วุฒิ ชายวัยกลางคนรูปร่างท่วมในสภาพเมาแอ๋เดินเป๋ไปเป๋าก่อนจะถูกการ์ดร่างใหญ่สองคนของบาร์กระชากคอเสื้อแล้วเหวี่ยงออกมาล้มไถลกับพื้นถนนอย่างไม่แยแส
“อีพวกหมา! กูมีเงินนะโว้ย!” วุฒิะโโวยวายเสียงอ้อแอ้พยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ก็สลบสไลโอนเอนสภาพของมันไม่ต่างจากสัตว์ป่าหยาบช้าที่กลับบ้านไปวันๆ ก็มีแต่กระทืบลูกและตบตีเมียจนผวา มันไม่รู้เลยว่า...ในมุมมืดของตรอกอับสายตาใกล้ๆ มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมันอยู่
ร่างเพรียวบางของ เพลง ในชุดสีดำมิดชิด สวมหมวกปิดบังใบหน้าหลบอยู่ในเงามืดผลจากการเข้ายิมและซ้อมศิลปะการต่อสู้ตลอดหลายเดือนทำให้ท่วงท่าของเธอแ่เบาและเด็ดขาดเพลงรอจนกระทั่งไอ้วุฒิเซซังเข้ามาในระยะประชิดเธอพุ่งตัวออกจากมุมอับอย่างรวดเร็วไร้เสียง!
หมับ!
แขนเรียวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนล็อกเข้าที่ลำคอหนาของไอ้วุฒิจากด้านหลังอย่างแม่นยำ (Rear-NakedChoke) น้ำหนักและแรงบิดอันมหาศาลกดทับเส้นเืใหญ่ที่คอทันที!ไอ้วุฒิดิ้นกุกกัก ตาเหลือกค้าง พยายามจะใช้นิ้วแกะแขนของเพลงออกแต่ไร้ประโยชน์... เพียงไม่ถึงสิบวินาทีร่างท่วมของชายขี้เมาก็หมดสติทอดร่างนิ่งสนิทลงกับพื้น
เพลงยิ้มมุมปากภายใต้หน้ากากก่อนจะส่งสัญญาณให้บัวขับรถกระบะแวนมารับเพื่อย้าย 'วัตถุดิบ'ชิ้นใหม่เข้าสู่โกดังหลังร้านอย่างเงียบเชียบ
ฉับ... ฉับ...
เสียงมีดสับปังตอกระทบกับเขียงไม้เนื้อแข็งดังกึกๆเป็จังหวะสม่ำเสมอในห้องชำแหละหลังร้านไอเย็นพุ่งออกจากถังแช่แข็งปะทะกับกลิ่นคาวเืที่เคล้าคลออยู่ในอากาศบัวและเพลงสวมผ้ากันเปื้อนพลาสติกกำลังช่วยกันหั่นแยกส่วนชิ้นเนื้อของไอ้วุฒิอย่างช่ำชองท่วงท่าของทั้งสองคนดุจดังการเต้นรำที่สอดคล้องกันมากกว่าการหั่นชิ้นส่วนมนุษย์ด้วยซ้ำ"เนื้อของคนประเภทนี้...มีไขมันแทรกเยอะทีเดียวค่ะพี่บัว"เพลงเอ่ยพลางใช้มีดแล่กรีดผ่านชั้นไขมันอย่างประณีต ั์ตาฉายแววพึงพอใจ"ถ้าเอาไปหมักกับไวน์แดงและสมุนไพรสูตรพิเศษ กลิ่นคาวเหล้าพวกนี้จะหายไปหมดเหลือแต่ความนุ่มลิ้น... ท่านรัฐมนตรีกับเสี่ยอมรต้องชอบแน่ๆ"
บัวยิ้มรับพลางจรดมีดเล่มโตตัดข้อต่ออย่างแม่นยำ "คิดถูกจริงๆ ค่ะที่เลือกมัน...อย่างน้อยวันนี้ ชาตินี้ มันก็ได้ทำประโยชน์ให้คนอื่นบ้างก่อนจะกลายเป็เศษเนื้อที่ไม่เหลือแม้แต่ชื่อ"
เสียงมีดกระทบเขียงดังขึ้นเป็ท่วงทำนองอันเยือกเย็นต่อไปตลอดทั้งคืน...ท่ามกลางความสะใจและความสุขมืดดำของสองสาวที่ได้พิพากษาชายชั่วและแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็เมนูเลิศรสในโลกของพวกเธอ
.
.
แอดดดดดดดด...
เสียงบานประตูไม้ด้านหลังที่เชื่อมกับตัวบ้านพักเลื่อนเปิดออกช้าๆทั้งบัวและเพลงชะงักมือทันที! ั์ตาของฆาตกรสาวทั้งสองเบิกกว้างด้วยความใเมื่อเห็นร่างหญิงชราสวมชุดนอนเดินถือไม้เท้าค้ำยันก้าวเข้ามาในโซนหลังร้าน
แม่ของบัว ผู้พิการทางสายตาทั้งสองข้าง...
“บัวเหรอลูก? ทำไมป่านนี้ยังไม่ไปนอน...”น้ำเสียงแหบแห้งของหญิงชราเอ่ยถามพลางหันหน้าไปมาในความมืดที่เธอคุ้นเคย
“แม่นอนไม่หลับเลย...สงสัยบัวจะลืมจัดยารอบค่ำไว้ให้แม่ใช่มั้ยลูก? พอได้ยินเสียงดังกึกๆแม่เลยลองเดินตามเสียงมาดู...”
บัวรีบวางมีดลงบนโต๊ะสแตนเลสหัวใจเต้นระทึก เธอพยายามทำเสียงให้เป็ปกติที่สุด “ค่ะแม่...พอดีบัวยุ่งๆ กับการคัดเนื้อรอบดึกน่ะค่ะ ขอโทษทีนะคะที่ลืมเื่ยาเดี๋ยวบัวพาแม่กลับไปนอนนะคะ”
บัวกำลังจะก้าวขาเดินเข้าไปหาแม่แต่หญิงชรากลับหยุดชะงัก จมูกของเธอเชิดขึ้นเล็กน้อย พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“บัว... ไม่ได้อยู่คนเดียวใช่ไหม?” หญิงชราถามขึ้นเบาๆประสาทััอันเฉียบแหลมทดแทนดวงตาที่มืดบอดทำงานทันที “มีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ด้วย...”
เพลงที่ยืนนิ่งเกร็งอยู่ข้างเขียงชำแหละ กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“อ๋อ... พนักงานใหม่น่ะค่ะแม่ บัวให้มาช่วยงาน” บัวรีบแก้ตัว
หญิงชราหมุนใบหน้าไปทางทิศที่เพลงยืนอยู่จมูกของเธอกระพือเบาๆ ขณะดมกลิ่นในอากาศ “ไม่ใช่คนงานเขียงหมูหรอก...กลิ่นตัวเขาไม่ใช่กลิ่นคาวหมู” หัวใจของเพลงกระตุกวูบเมื่อแม่ของบัวพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนขนลุก
“กลิ่นน้ำมันเนย... กลิ่นเครื่องเทศหอมๆแล้วก็กลิ่นไหม้เบาๆ เหมือนกลิ่นของคนที่ทำงานอยู่ในครัวร้านอาหารหรูๆ ...”หญิงชราเอียงคอเล็กน้อย หูฟังเสียงลมหายใจสั้นๆ ของเพลง “และเสียงหัวใจกับลมหายใจนั้น... เป็ของผู้หญิงใช่ไหมลูก?”
ความเงียบปกคลุมห้องชำแหละจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นบัวและเพลงสบตากันในความมืดมิด... ความลับสีเืของพวกเธอกำลังถูกท้าทายด้วยประสาทััของแม่แท้ๆ ที่มองไม่เห็น