บทที่ 7 งานประมูล
คนอื่นๆที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็ซุบซิบเกี่ยวกับการมาถึงของพี่น้องสกุลหลี่ พวกเขาได้ยินชื่อเสียงของคุณชายหลี่คนเล็กมาอยู่บ้างแล้ว ดังนั้นในงานประมูลนี้...หากพวกเขาจะกลัวผู้ประมูลคนไหน เห็นทีจะเป็สกุลหลี่คนน้องนี่แหละ
หลี่ชิงหมินนั่งมองดูสินค้าระดับต่ำที่วางแสดงอยู่รอบๆ สินค้าพวกนี้จะนำประมูลก่อนเพื่อเรียกน้ำย่อย แต่มันไม่ได้สลักสำคัญอะไร ไม่มีคนสนใจมากนัก ส่วนใหญ่ผู้ประมูลก็จะเหมารวมหลายๆอย่างด้วยกันแล้วเคาะทีเดียว เพราะราคาของพวกมันจะเริ่มต้นที่ 10 เหรียญอยู่แล้ว
ขณะที่เขากำลังให้ความสนใจอย่างอื่นอยู่นั้น จู่ๆชิงหมินก็รู้สึกขนลุกชันขึ้นมา เขาไม่ได้หันหน้าไปมองก็ยังรับรู้ได้ว่าเป็ผู้ใดที่ปล่อยพลังอันน่าอึดอัดใจได้ขนาดนี้
“อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น เ้าใช้ผ้าคลุมสักหน่อยเถอะ ร่างกายของเ้าไม่ค่อยดีมาั้แ่เด็กแล้ว” หลี่ตงหลินผู้เป็พี่ชายใหญ่กล่าวขึ้น เขานำผ้าผืนหนามาั้แ่เมื่อไรก็ไม่ทราบได้ ห่มที่ไหล่ของน้องชายคนเล็กทันที
หากเป็สตรีที่ได้รับการดูแลเช่นนี้ก็คงจะหัวใจละลายกันไปหมดแล้ว แต่มันไม่เหมือนกัน...เมื่อเขาใช้ความอบอุ่นกับน้องชายที่อายุก็ไม่ได้น้อยๆแล้วของตน
“พี่ใหญ่กังวลเกินไปแล้ว อากาศเย็นเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ไม่ทำให้ข้าป่วยหรอกขอรับ”
“ถึงอย่างนั้นก็ใช้มันไปเถอะ ข้าเองก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วเช่นกัน”
“โถ่...”
ชิงหมินแสร้งบ่นพึมพำออกมา แต่สุดท้ายแล้วผ้าผืนนี้ก็มีประโยชน์อยู่บ้าง พลังหยินที่อยู่รอบๆทำให้เขาไม่สบายใจเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะเขาหวาดกลัวผีสาง ทว่ามันเป็เพราะชิงหมิน้าเวลาคิดกับตนเองบ้าง
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่คุ้นกับเหตุการณ์นี้ในนิยายมาก่อน ผ่านไปยังไม่ถึง 1 เดือน พ่อพระเอกคนดีก็กล้าเข้าร่วมงานประมูลแล้วหรือ? ไม่ใช่ว่าเขาต้องเก็บตัวและตรวจสอบเื่ของเมืองนี้อีกหน่อยหรืออย่างไร? การกระทำของเขามันรวดเร็วเกินกว่าเนื้อหาในนิยายไปหลายส่วนแล้วเสียนี่...
ชิงหมินจำบทที่พระเอกและเขาปะทะกันในงานประมูลได้ แต่นั่นเป็่เวลาหลังจากที่พระเอกมายังเขตนี้ 4-5 เดือน ระหว่างนี้เขาจะค่อยๆรวบรวมคนและสืบเสาะข้อมูลไปเรื่อย ทั้งยังใช้เวลากับนางเอก ช่วยเหลือหญิงสาวให้หลุดพ้นจากครอบครัวปลิงที่คอยจ้องทำร้ายไม่ปล่อย
ดังนั้นเนื้อหา่แรกจะไม่ได้เข้มข้นทางฝั่งพระเอกมากนัก ไม่แม้แต่จะพูดถึงความเป็มาที่พระเอกเคยเป็ลูกของแม่ทัพใหญ่เลย ให้ความสนใจกับชีวิตที่ยากลำบากของนางเอก และพระเอกก็ช่วยเหลือเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ทางนั้นเคยช่วยชีวิตเอาไว้ ไหนเลยจะมีเวลามาเข้าร่วมงานประมูลเช่นนี้
“แต่มันก็แปลกไปหน่อย ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามีพลังหยินค่อนข้างมากที่นี่เลย” เนื่องจากตงหลินก็เป็ผู้ปลุกพลังเช่นกัน เขาและหลายคนที่นี่ย่อมััได้ถึงมันไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วพระเอกของเื่จะพยายามปิดบังความสามารถนี้เอาไว้ มันเป็เื่น่าแปลกที่เขาจะปล่อยให้ออร่าพลังหยินเข้าปกคลุมทั้งห้องโถงการประมูลในครั้งนี้
“หรือว่าจะมีของดีที่เป็วัตถุดิบในการปรุงยาธาตุพลังหยิน?”
ตงหลินกล่าวอย่างตื่นเต้น สำหรับผู้ที่ใช้พลังหยินเช่นนี้ไม่ได้มีน้อย แต่การจะปล่อยให้พลังหยินปกคลุมทั้งห้องก็ยังเป็เื่ยากอยู่ดี
มีสิ่งที่จะคิดได้ก็คือ การที่งานประมูลนี้มีวัตถุดิบล้ำค่าที่ให้พลังหยินเป็จำนวนมากร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นมันก็จะไม่ใช่เื่แปลกอีกต่อไปหากจะมีพลังงานไม่บริสุทธิ์ปล่อยออกมาให้คนได้ัักัน
“ถ้ามีวัตถุดิบพลังหยินดีๆ บางทีอาจจะนำไปขายให้สำนักเหมันต์ก็ได้ ไม่สิ...ที่สำนักกระเรียนวารีเองก็อาจจะ้าด้วย พวกเราคงจะทำกำไรได้มากเลยทีเดียว” ตงหลินวาดฝันถึงความสำเร็จหลังจากงานประมูลของตน
แน่นอนว่าผู้ที่คิดเช่นนี้ได้คงจะไม่ใช่แค่ตงหลินเท่านั้น ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆที่ััถึงพลังหยินได้ก็คิดเห็นเหมือนกันทั้งหมด มีเพียงชิงหมินเท่านั้นที่ไม่ได้คิดตามคนอื่นๆ
ตอนนี้ชิงหมินคิดได้ก็แค่การที่ “ว่านกิเลนหมอก” ถูกนำออกมาก่อนกำหนด พวกมันเป็ว่านพิเศษที่จะช่วยให้ผู้ใช้พลังธาตุอันไร้ตัวตนพัฒนาขึ้นไปอีกระดับโดยง่าย
ตามเนื้อเื่ในนิยายแล้ว พระเอกจะเจอกับถ้ำที่มีว่านกิเลนหมอกอยู่มากมาย เขานำมันออกประมูลก็จริง แต่เป็การนำออกประมูลที่เมืองหลวงต่างหาก
ราคาเริ่มต้นของสมุนไพรระดับ 6 ดาวก็คือ 1 ล้านเหรียญไปแล้ว ในขณะที่อาหารชาวบ้านธรรมดาๆต่อมื้อมีราคาเพียง 0.1 เหรียญเท่านั้น ไม่แปลกที่จะเข้าใจได้ว่ามันเป็มูลค่าสูงขนาดไหน
เหมือนกับที่ปรากฏในตอนนี้ ว่านกิเลนหมอกปรากฏตัวขึ้น พระเอกก็กระตุ้นความสนใจด้วยการปล่อยพลังหยินไปรอบๆเพื่อให้ผู้คนคาดหวังเกี่ยวกับมันมากขึ้น หลังจากนั้นเขาก็ได้เงินไปจำนวนมาก
ในขณะเดียวกันก็ได้ทำความรู้จักกับหมอเทวะที่สามารถปรุงว่านกิเลนหมอกเป็ยาได้ เสริมทักษะของเขาในการใช้ภูตผีเพิ่มขึ้นไปอีกเป็เท่าตัว
ชิงหมินไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าของล้ำค่าถูกนำประมูลออกมาในตอนนี้ ผลลัพธ์ของมันจะเป็อย่างไร
ว่านกิเลนหมอกเป็ที่รู้จักกันดีก็จริง แต่ผู้ที่จะมีเงินมากกว่าล้านเหรียญสำหรับการลงทุนคราวเดียว ก็คงจะเป็พวกตระกูลใหญ่ในเมืองเท่านั้น ทรัพย์สินรวมของทั้งตระกูลหลี่อาจจะเพียงพอสำหรับได้มันมา กระนั้นก็หมายถึง “ทรัพย์สินทั้งหมด” ของพวกเขา รวมขายจวนทั้งหลังทิ้งไปด้วยล่ะนะ...
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นและคาดหวัง งานประมูลก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง ผู้นำการประมูลอย่างตระกูลฟ่งมีความสุขมากกว่าใครๆ
เห็นได้ชัดว่าเขาดีใจและภูมิใจกับงานประมูลของตนเองในครานี้อย่างมาก ถึงกับให้ผู้นำตระกูลเป็คนออกมาพูดต้อนรับแเื่และเปิดงานด้วยตนเองเลย
“พี่ใหญ่ สมุนไพรดอกหางฟ้านั่นค่อนข้างดีนะขอรับ หากเก็บอย่างเหมาะสมอีกสัก 1 เดือน มันก็จะกลายเป็ดอกหางฟ้าระดับ 4ดาวครึ่งแล้ว เราจะทำกำไรได้เกือบ 5,000 เหรียญต่อดอก หมายความว่าในกล่องที่ใส่ไว้ 12 ดอกนั้น พวกเราจะได้กำไร 60,000 เหรียญขอรับ”
ชิงหมินบอกต่อพี่ชายใหญ่ สินค้านี้สมควรจะซื้อมาทำกำไรจริงๆ ในขณะที่คนอื่นเข้าใจว่ามันเป็สมุนไพรระดับ 4 ดาวเท่านั้น แต่ความสามารถของเขาทำให้รู้ว่าขาดอีกเพียงก้าวเดียว ขอแค่ทำให้ดอกหางฟ้าได้ตากน้ำค้างอย่างดีอีกแค่ 1 เดือนเท่านั้น มันก็จะยกระดับของตนเองแล้ว
อย่างไรก็ตาม ท่าทางของตงหลินไม่เหมือนกับที่เขาคาดการณ์เอาไว้เลย คนเป็พี่ชายรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เขามองน้องที่กำลังคาดหวังด้วยความรู้สึกผิด
“เอ่อ ชิงหมิน....ข้ากำลังตัดสินใจว่าจะประมูลสินค้า 4-5 ชิ้นเช่นที่พูดคุยกัน หรือจะเก็บเงินเอาไว้ประมูลสมุนไพรพลังหยินดีน่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ชิงหมินก็เข้าใจทันทีว่าพี่ใหญ่้าจะคว้าโอกาสทองเอาไว้ให้ได้ เพียงแต่....สุภาษิตที่ว่า “โลภมากลาภหาย” นั่นอาจจะยังใช้ได้กับสถานการณ์นี้จริงๆ
“พี่ใหญ่ ส่วนมากสมุนไพรธาตุหยินรุนแรงเช่นนี้ ราคาเริ่มต้นของมันไม่ควรจะต่ำนัก หากพี่รอจนถึงตอนนั้นแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย อาจจะเป็การมาเสียเที่ยวแล้วก็ได้นะขอรับ”
“ถึงอย่างไร พวกเราก็มาเพื่อให้หน้าสกุลฟ่งเท่านั้น ลองเสี่ยงโชคดูก็ไม่เป็ไร” ตงหลินตัดสินใจเสียแล้ว ชิงหมินทำได้แค่ถอนหายใจก็เท่านั้น
สุดท้ายแล้วเมื่อผลลัพธ์ออกมาให้เห็น เขาเชื่อเลยว่าพี่ชายที่มั่นใจอยู่ตอนนี้คงจะน้ำตาตกในเป็แน่
“ถ้าพี่ไม่เอากำไรนี้ เช่นนั้นข้าขอได้หรือไม่”
“หืม?”
“ข้าจะใช้เงินส่วนตัว กำไร 60,000 เหรียญนี้เป็ของข้านะ”
“ฮ่าๆ ตามใจเ้าเถอะ อย่างไรสายตาของเ้าก็ไม่เคยพลาดอยู่แล้ว” ตงหลินลูบหัวน้องชาย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจอีกฝ่ายว่าจะทำกำไรไม่ได้ แต่เขาแค่กำลังเสี่ยงโชคครั้งใหญ่อยู่ก็เท่านั้น
สุดท้ายแล้วเงินประมูล 66,000 เหรียญก็คือเงินที่ชิงหมินต้องจ่ายออกไป ราคาของดอกหางฟ้าเป็ 5,500 เหรียญ ก็ไม่มีใครประมูลแข่งอีก
ยังมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันอีก 2 ครั้ง กลายเป็ชิงหมินได้ประโยชน์ในครั้งนี้ไป เขาได้รับ “แร่ิญญา” ที่ยังไม่เจียระไนมาในราคา 12,000 เหรียญ และยังมี “หัวใจของวิหคเหินหางแดง” อีก 21,000 เหรียญ
ซึ่งแร่ิญญานี้ถูกนำออกมาประมูลในราคาที่ถูกเกินจริงไปมาก เมื่อได้เห็นของชิ้นนี้ ชิงหมินก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าใครๆ หากบอกว่าสมุนไพรดอกหางฟ้าจะทำกำไรได้หกถึงเจ็ดหมื่นเหรียญ เช่นนั้นแร่ิญญาเดียวนี้สามารถทำกำไรให้เป็แสนเหรียญในคราเดียว
จริงอยู่ที่การประเมินเบื้องต้น พลังงานด้านในไม่ควรจะมากกว่าระดับ 4 ดาวครึ่งไปเท่าไรนัก ของเหล่านี้สามารถประเมินได้จากไอพลังงานที่แผ่ออกมา
ทว่า....หลายครั้งเช่นกันที่การเล่นพนันเช่นนี้จะทำให้ขาดทุน ไม่ก็ได้กำไรเป็อย่างมาก นั่นเพราะแร่ิญญาล้วนมีคุณสมบัติต่างกัน ประเมินพลาดเพียงเล็กน้อย พลาดจุดสำคัญเพียงน้อย ก็จะทำให้ประเมินระดับผิดไปได้
ชิงหมินแสร้งแสดงออกว่านี่เป็เพียงแร่ิญญาทั่วไป เขาไม่ได้เสนอเงินมากมายนัก และทำเหมือนว่าหากไม่ได้ในราคา 12,000 ก็จะหยุดการประมูลเสีย เพราะราคา 12,000 นี้เกินจากราคาระดับ 4 ดาวครึ่งไปแล้ว ดังนั้นผู้อื่นจึงไม่ได้คิดจะแย่งเขาประมูลแค่อย่างใด
ทว่าในความเป็จริง ภายใต้หน้ากากไม่สนใจใยดีนั้น เขารู้ดีว่าพลังงานด้านในกำลังถูกปิดกั้นและกักเก็บเอาไว้อย่างสมบูรณ์ต่างหาก มันเป็แร่ิญญาที่สมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นคงจะทำให้พลังงานแผ่กระจายออกมาเป็จำนวนมาก และจะเสียความแข็งแกร่งนี้ไปในไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น
พลังงานธาตุระดับ 5 ดาวนี้ ถ้าเขาเจียระไนแล้วนำออกขายก็จะทำกำไรให้คราวเดียวเกือบ 100,000 เหรียญ แต่ถ้าเขานำไปเป็วัตถุดิบให้ตระกูลหลี่ขายต่อไปที่วังหลวง เชื่อได้เลยว่าคงจะทำกำไรได้มากกว่า 150,000 เหรียญแน่
ถึงอย่างนั้น ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลี่ เขาก็คงไม่คิดว่าจะปรับเปลี่ยนให้มันเป็พลังงานธาตุที่พร้อมใช้ด้วยตนเองหรอก เื่นี้คงต้องดูว่าเขาจะขายให้ตระกูลหลี่ต่อไปได้หรือไม่ หากตระกูลหลี่รับซื้อ เช่นนั้นก็คิดเสียว่าเป็การปลอบประโลมพี่ชาย และแบ่งกำไรให้สัก 50,000 เหรียญก็แล้วกัน
ส่วนหัวใจของวิหคเหินหางแดงนั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 21,000 เหรียญ ถึง 25,000 เหรียญนี่แหละ เริ่มต้นราคาประมูลเพียง 10,000 เหรียญ จึงมีผู้เข้าร่วมเพื่อความสนุกอยู่มาก จนกระทั่งชิงหมินปิดจบที่ 21,000 เหรียญ ซึ่งหมายความว่าจะได้กำไรก็ต่อเมื่อนำไปปรุงยาต่อ ดังนั้นผู้คนจึงเลิกที่จะสนใจทำกำไรจากมัน
ชิงหมินก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะสู้ไปมากกว่านี้แล้วเหมือนกัน วัตถุดิบชิ้นนี้เป็เพียงวัตถุดิบหายาก เขาแค่คิดว่ามันอาจจะจำเป็ในสักวันหนึ่งเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ หากองค์ชายใหญ่เกิดธาตุไฟปะทุขึ้นมาแล้ว้า ตระกูลหลี่ของพวกเขาจะได้รับใบหน้าบ้าง ที่มีสินค้าหายากอยู่ในคลัง
ก็นะ....บางครั้ง การทำกำไร ไม่จำเป็ต้องให้ออกมาเป็ตัวเงินในทันทีเหมือนกัน
องค์ชายใหญ่เป็พวกมีเส้นสายมาก ถ้าเป็ผู้ช่วยชีวิตพระองค์แล้ว หนทางการทำมาหากินก็คงจะง่ายขึ้น บางทีอาจจะได้ยกระดับจากตระกูลหลี่เขตส่งสินค้า กลายเป็ตระกูลหลี่พ่อค้าสมุนไพรหลักของวังหลวงไปเลยก็เป็ได้....
…………………………………………………