ภายในเมืองอสูรหมีเพลิง
“นายท่านขอรับ สองคนนั้นยังอยู่หรือไม่ขอรับ” เฟิงเป้าในร่างราชาแมวป่าอสูรวายุ ได้กล่าวถามหวังเหว่ย พร้อมกับตั้งท่า เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้ “อยู่ทางนั้น” หวังเหว่ยได้ชี้ไปทางด้านหน้าของคฤหาสน์หลังใหญ่หลังหนึ่ง ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากจุดที่หวังเหว่ยและเฟิงเป้าอยู่ราว 200เมตร “เข้าใจแล้ว ขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้เดินไปตามเส้นทางที่หวังเหว่ยบอก เพื่อไปยังที่อยู่ของชายวัยกลางคนทั้งสอง ที่แอบสะกดรอยตามหวังเหว่ย “พวกท่านทั้งสองตามข้ามาเพราะเหตุใดรึ” หวังเหว่ยได้กล่าวถามชายวัยกลางคนทั้งสอง ชายวัยกลางคนทั้งสองได้หันมามองหวังเหว่ยในทันทีเมื่อได้ยินเสียงของหวังเหว่ย “พ่อหนุ่มในที่สุดพวกข้าก็หาเจ้าพบ เจ้าหายไปอยู่ไหนมา ?” หนึ่งในชายวัยกลางคนได้กล่าวถามหวังเหว่ย พร้อมกับทำหน้าแปลกใจ เมื่อได้เห็นหวังเหว่ยกำลังขี่หลังสัตว์อสูรตนหนึ่ง ที่ดูเหมือนแมวตัวใหญ่ สัตว์อสูรประเภทแมวตนนี้มีขนสีขาวลายดำ และมีสายตาที่ดูหยิ่งยโสขณะกำลังมองดูชายวัยกลางคนทั้งสอง ซึ่งพวกเขาทั้งสองไม่เคยพบเห็นสัตว์อสูรประเภทแมวที่มีลักษณะแบบนี้มาก่อน “อืม ข้าจะไปที่ไหนก็เป็นเรื่องของข้า พวกท่านต้องการอะไรถึงได้สะกดรอยตามข้ามา” หวังเหว่ยได้กล่าวถามชายวัยกลางคนทั้งสอง “โปรดใจเย็นก่อนพ่อหนุ่ม ข้ามีนามว่าลู่หลิน ส่วนน้องชายของข้ามีนามว่าลู่เจ๋อ พวกข้าเพียงแค่ต้องการขอแลกเปลี่ยนสิ่งของบางอย่างที่เจ้าได้ประมูลมาจากโรงประมูลสินค้าในวันนี้” ลู่หลินได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกับนำสิ่งของสิ่งหนึ่งออกมาจากชายเสื้อ “นี่คือแก่นอสูรของสัตว์อสูรหมีป่าระดับเลเวล42 ที่ข้าเคยได้รับมาเมื่อหลายปีก่อนหลังจากสังหารมัน พวกข้าพึ่งออกมาจากหุบเขาจึงยังไม่มีเวลานำมันไปขาย ข้าขอนำแก่นอสูรหมีป่าแลกกับผลึกหินลึกลับที่เจ้าประมูลได้มา ได้หรือไม่ ?” หน้าตาของลู่เจ๋อ ได้เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองในทันที เมื่อเห็นพี่ชายของเขาตัดสินใจนำแก่นอสูรที่พวกเขาเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี ออกมาแลกเปลี่ยนกับผนึกหินลึกลับที่ท่านอาจารย์ต้องการ “อืม... ข้าขออภัยพวกท่านทั้งสอง ข้าไม่ต้องการแลกเปลี่ยนผนึกหินลึกลับกับแก่นอสูรของพวกท่าน หากพวกท่านไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน” หวังเหว่ยได้กล่าวกับชายวัยกลางคนทั้งสองคน ทำให้ชายวัยกลางคนทั้งสองรู้สึกแปลกใจ เมื่อหวังเหว่ยไม่ต้องการแลกเปลี่ยนผลึกหินที่ดูไร้ค่ากับแก่นอสูรที่หาพบได้หายาก “เจ้าออกเดินทางไปยังป่าสัตว์อสูร ที่เจ้าเคยบอกข้าเอาไว้ได้เลย” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเฟิงเป้าด้วยการสื่อสารทางจิต “ขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้ตอบรับหวังเหว่ยด้วยการสื่อสารทางจิต “ช้าก่อนพ่อหนุ่ม พวกข้ามีความจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์ ผลึกหินลึกลับก้อนนั้นไม่ว่าอย่างไร พวกข้าก็ต้องทำกลับไปให้ท่านอาจารย์ให้ได้” ลู่หลินได้กล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นชายวัยกลางคนทั้งสองได้ตั้งท่าเพื่อเตรียมพร้อมแย่งชิงผลึกหินลึกลับจากหวังเหว่ย “หืม? หมายความว่าหากข้าไม่ยอมแลกเปลี่ยน พวกท่านก็จะใช้กำลังแย่งชิงผลึกหินลึกลับไปจากข้าสินะ” หวังเหว่ยได้ลงจากหลังของเฟิงเป้าทันทีหลังจากกล่าวจบ เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้ด้วยด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองในใจ “พวกข้าจำเป็นจริงๆ พ่อหนุ่ม ผลึกหินก้อนนั้นสำคัญกับท่านอาจารย์ของพวกข้ามาก ท่านกำชับให้พวกข้านำกลับไปให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม” ลู่หลินได้กล่าวกับหวังเหว่ย “แอบสะกดรอยตามข้ายังไม่พอ พวกท่านยังมาบีบบังคับ เพื่อนำผลึกหินลึกลับไปจากข้าอีก เอาสิหากพวกท่านคิดว่ามีความสามารถพอ ก็ลองแย่งชิงมันไปจากข้าได้เลย” หวังเหว่ยกล่าวกับชายวัยกลางคนทั้งสอง ด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองที่ถูกเก็บสะสมมาตั่งแต่ตอนที่ถูกหลี่เม่าแย่งซื้อแหวนมิติไป ชายวัยกลางคนทั้งสองเมื่อเห็นหวังเหว่ยท้าทายพวกตน จึงได้ตัดสินใจพุ่งเข้าไปโจมตีหวังเหว่ยเพื่อสั่งสอนหวังเหว่ย ฟู่ ฟู่ ฟู่ ตุบ ตุบ “หืม? สัตว์อสูรตนนี้มีทักษะท่าไม้ตาย หรือว่า! สัตว์อสูรของเจ้าเป็นสัตว์อสูรระดับราชา” ลู่หลินได้กล่าวถามหวังเหว่ย ขณะที่ถูกเฟิงเป้าใช้ทักษะท่าไม้ตาย "ทักษะขนฟูวายุ" ขวางทางทั้งสองคนเอาไว้ เพื่อไม่ให้ทั้งสองคนเข้าไปโจมตีหวังเหว่ย “พวกท่านอย่าได้เสียใจภายหลัง ที่เลือกลงมือกับข้าในวันนี้” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเย็นชา จากนั้นจึงได้ปลดผนึกระดับเลเวลของตน ทำให้เกิดการปะทุของพลังปราณอสูรอย่างรุนแรงตรงเบื้องหน้าของชายวัยกลางคนทั้งสอง สร้างความตกตะลึงให้กับชายวัยกลางคนทั้งสอง ที่ได้เห็นระดับเลเวลของหวังเหว่ยค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่ระดับเลเวล34 ทำให้ยอดฝีมือภายในเมืองอสูรหมีเพลิงสามารถสัมผัสได้ถึงพลังปราณอสูรที่รุนแรงและไม่คุ้นเคย จึงได้พากันเดินทางไปยังจุดที่มีพลังปราณอสูรปะทุขึ้น “ความรู้สึกนี้มัน ช่างเป็นพลังปราณอสูรที่รุนแรงและไม่คุ้นเคย !” หลี่ซั่วได้กล่าวเสียงดังออกมา “มีอะไรหรือขอรับท่านพ่อ” หลี่เม่าได้กล่าวถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นหลี่ซั่วกล่าวเสียงดังออกมา “เจ้าอยู่รอพวกนางทั้งสามคนอยู่ที่นี่ไปก่อน ข้าจะไปตรวจดูอะไรบางอย่าง” หลังจากกล่าวจบหลี่ซั่วและผู้ติดตามได้เดินทางไปยังจุดที่มีพลังปราณอสูรปะทุขึ้นในทันที เหล่ากลุ่มคนที่มารอพบหญิงสาวทั้งสามส่วนใหญ่มีระดับเลเวลไม่ถึง20 จึงไม่สามารถรับรู้ได้ถึงการปะทุของพลังปราณอสูรที่รุนแรง จึงมีเพียงบางคนในแต่ละกลุ่มที่รับรู้ได้ถึงการปะทุที่รุนแรงของพลังปราณอสูร คนที่สามารถรับได้รู้ถึงพลังปราณอสูรที่รุนแรง จึงได้ตัดสินใจตามเจ้าเมืองหลี่ซั่วออกไป เพื่อตรวจสอบดู “นี่มัน... เป็นไปไม่ได้ เด็กหนุ่มที่มีอายุไม่น่าจะเกิน15ปีเช่นเจ้า กลับ... กลับมีระดับเลเวลที่สูงเช่นนี้ นี่เจ้าเป็นใครกันแน่” ลู่หลินได้กล่าวถามหวังเหว่ย “ข้าจำเป็นต้องตอบคำถามนี้ด้วยงั้นรึ” หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะวิชาตัวเบาอสูรเหินเวหา" พุ่งเข้าไปหาทั้งสองคน จากนั้นได้ใช้ "ทักษะสามกระบวนท่าหมัดพิฆาตอสูร" กระบวนท่าที่สาม "ทักษะพิฆาตอสูร" โจมตีไปที่ชายวัยกลางคนทั้งสองอย่างรุนแรง ตูม! ตูม! ทำให้ชายวัยกลางคนทั้งสองได้รับบาดเจ็บภายในเล็กน้อย “นี่เจ้า... เจ้ามีระดับเลเวลเพียง34 แต่กลับมีทักษะที่น่ากลัวถึงขนาดทำร้ายพวกข้าให้ได้รับบาดเจ็บได้ หรือว่า! เจ้าคือหนึ่งในสามสุดยอดอัจฉริยะของเมืองหลวง” “ข้าจะเป็นใคร สำคัญด้วยงั้นรึ พวกท่านอยากได้ผลึกหินลึกลับมิใช่รึ พวกท่านก็เข้ามาแย่งชิงเอาไปสิ ข้ากำลังรออยู่” “นี่เจ้า... เจ้าอย่าได้คิดว่าพวกข้าสองพี่น้อง ลู่หลิน ลู่เจ๋อ แห่งหุบเขาอสูรหมีทองคำจะอ่อนแอ พวกข้าจะให้เจ้าได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของพวกข้า” ชายวัยกลางทั้งสอง ได้ปลดปล่อยพลังปราณอสูรที่รุนแรงของระดับเลเวล40 ออกมาเพื่อสยบพลังปราณอสูรที่กำลังปะทุขึ้นอย่างรุนแรงของหวังเหว่ย แต่กลับทำได้ไม่สำเร็จเนื่องจากพลังปราณอสูรของหวังเหว่ยมีความหนาแน่นและทรงพลังมากกว่าของชายวัยกลางคนทั้งสองเป็นอย่างมาก “นี่เจ้า... เจ้ามีระดับเลเวล34 แน่รึ ทำไมพลังปราณอสูรของเจ้าถึงได้ทรงพลังถึงเพียงนี้ !” ลู่หลินได้กล่าวถามหวังเหว่ย “เฟิงเป้า เจ้าจัดการเด็กน้อยลู่เจ๋อ ข้าจะจัดการเด็กน้อยลู่หลินเอง” หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาเสียงดัง “ขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้ตอบรับหวังเหว่ยด้วยการสื่อสารทางจิต ชายวัยกลางคนทั้งสอง หลังจากได้ยินที่หวังเหว่ยเรียกตนเองว่าเด็กน้อยอย่างชัดเจน จึงได้รู้สึกโกรธหวังเหว่ยที่ดูถูกพวกตนจนเลือดขึ้นหน้า จากนั้นชายวัยกลางคนทั้งสองได้พุ่งตัวเข้าไปโจมตีหวังเหว่ยและเฟิงเป้า ด้วยทักษะต่อสู้ประจำตัวในทันที “ฮ่า ฮ่า ทำได้แค่นี้เองรึเจ้าเด็กน้อยลู่หลิน” หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะสามกระบวนท่าหมัดพิฆาตอสูร" ทั้งสามกระบวนท่า โจมตีกดดันลู่หลินที่มีระดับเลเวล40 ได้อย่างไม่ยากเย็นนักจากความสามารถในการต่อสู้อันยอดเยี่ยมของเขา ลู่หลินซึ่งกำลังตกตะลึงกับความสามารถของหวังเหว่ย จึงทำให้เสียสมาธิจนพลาดท่าถูกกระบวนท่าโจมตีของหวังเหว่ยเข้าอย่างจัง ตูม! “อ๊ากกก” โครมมม ลู่หลินได้กระแทกเข้ากับกำแพงของคฤหาสน์ และได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกระอักเลือดออกมา “ไม่! พี่ใหญ่” ลู่เจ๋อ ได้ตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก หลังจากที่เห็นพี่ชายของตนกระอักเลือดออกมา เฟิงเป้าเมื่อเห็นลู่เจ๋อที่กำลังต่อสู้กับตน เสียสมาธิในการต่อสู้ เฟิงเป้าจึงได้ใช้ทักษะเฉพาะตัว "ทักษะลูกเตะวายุแห่งราชาแมว" กระบวนท่าที่สาม "กระหน่ำเตะไร้ปราณี" กระหน่ำเตะไปที่ลู่เจ๋ออย่างไร้ความปราณี “อ๊ากก อ๊ากกกก” ได้โปรดเมตตาข้าด้วย หวังเหว่ยเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้ยกมือให้สัญญาณเฟิงเป้า เพื่อให้เฟิงเป้าโจมตีปิดฉากการต่อสู้ เฟิงเป้าเมื่อได้รับสัญญาณจากหวังเหว่ย จึงได้ถีบเข้าที่หน้าอกของลู่เจ๋ออย่างรุนแรง ตูม! “อ๊ากกกกกก” โครมมม ทำให้ลู่เจ๋อกระแทกเข้ากับกำแพงของคฤหาสน์ในจุดที่อยู่ไม่ห่างไกลกับลู่หลินมากนัก “เฮ้อ เด็กน้อยลู่ทั้งสอง พวกเจ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้ แต่กลับคิดอยากจะแย่งชิงสิ่งของจากข้างั้นรึ” “เจ้า... เจ้า... ” ลู่หลินได้พยายามที่จะกล่าวบางอย่างกับหวังเหว่ย แต่ก็ไม่กล้าที่จะกล่าวออกมา ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังจะกล่าวบางอย่างเพิ่มเติม "ทักษะตรวจจับระยะไกล" ของหวังเหว่ย ได้ตรวจพบยอดฝีมือระดับเลเวล30ถึง40 จำนวนนับร้อยคนกำลังพุ่งตรงมายังสถานที่ ที่เขากำลังยืนอยู่ หวังเหว่ยจึงได้ขึ้นขี่หลังเฟิงเป้า จากนั้นได้กล่าวกับชายวัยกลางคนทั้งสองว่า “เห็นแก่ที่พวกเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเดียวกับข้า ในครั้งข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า จงกลับไปรายงานอาจารย์ของพวกเจ้าว่า หากยังไม่อยากถูกข้าสังหาร จงอย่าได้คิด อยากได้ผลึกหินลึกลับของข้าอีกเป็นอันขาด” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ผนึกระดับเลเวลของตนเองลงมาอยู่ที่ระดับเลเวล13ตามเดิม จากนั้นหวังเหว่ยได้สื่อสารทางจิตกับเฟิงเป้า “มียอดฝีมือนับร้อยคนกำลังจะมาที่นี่ เจ้ารีบใช้ความเร็วสูงสุดของเจ้า เดินทางออกไปจากเมืองอสูรหมีเพลิงทางด้านประตูหลังของเมืองอสูรหมีเพลิง” “ขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้ตอบรับหวังเหว่ยด้วยการสื่อสารทางจิต จากนั้นเฟิงเป้าได้เริ่มวิ่งด้วยความเร็วในระดับสูงสุด โดยใช้ทักษะเฉพาะตัวช่วยทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเฟิงเป้ารวดเร็วราวกับสายลม และได้ออกไปจากเมืองอสูรหมีเพลิงทางประตูหลังอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความงุนงง ของเหล่าทหารรักษาเมือง ที่ได้เห็นเงาร่างสีขาวๆขนฟูๆ พุ่งผ่านพวกเขาออกไปจากเมืองอย่างรวดเร็ว “นั่น... สิ่งนั้นคืออะไร ทำไมมันถึงได้รวดเร็วนัก” “ข้าเห็นเพียงแค่เงาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างเท่านั้น ภายในเมืองของเรามีสิ่งมีชีวิตที่รวดเร็วเช่นนี้อาศัยอยู่ด้วยงั้นรึ” “บางทีอาจจะมีเรื่องบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นภายในเมือง พวกเจ้าเฝ้าประตูกันให้ดีข้าจะไปรายงานเรื่องนี้ให้ท่านเจ้าเมืองทราบ” เหล่าทหารรักษาเมืองได้พูดคุยกัน หลังจากที่หวังเหว่ยและเฟิงเป้าได้ออกไปเมืองจากอสูรหมีเพลิงแล้ว เวลาผ่านไปสามนาที เหล่ายอดฝีมือระดับเลเวลมากกว่า30 นับร้อยคนได้เดินทางมาถึงยังบริเวณที่มีการต่อสู้เกิดขึ้น ซึ่งยอดฝีมือเหล่านี้มาจากทุกขุมกำลังภายในเมืองอสูรหมีเพลิงแห่งนี้ “นั่น ท่านลูหลินและท่านลู่เจ๋อ แห่งหุบเขาอสูรหมีทองคำใช่หรือไม่ ?” เหล่ายอดฝีมือที่มาถึงยังบริเวณที่มีการต่อสู้ได้พูดคุยกัน “ใช่แล้ว ข้าจำพวกท่านทั้งสองได้ พวกท่านทั้งสองมีระดับเลเวล40 อีกทั้งยังมีฝีมือรวมถึงทักษะในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมใครกันที่สามารถทำให้พวกท่านทั้งสองเป็นเช่นนี้ได้” “ชายหนุ่ม... เป็นชายหนุ่มที่มีอายุราว15ปี ที่ทำให้พวกข้าเป็นเช่นนี้ พวกท่าน... ท่านพวกพอจะรู้จักชายหนุ่มคนนี้หรือไม่ ?” ลูหลินได้กล่าวถามเสียงดังไปทางเหล่ายอดฝีมือของเมืองอสูรหมีเพลิง “อะไรนะชายหนุ่มอายุราว15ปี สามารถทำให้พวกท่านบาดเจ็บสาหัสได้ถึงเพียงนี้ พวกเจ้ารีบพาท่านทั้งสองไปรักษาตัว ข้าต้องไปรายงานเรื่องนี้ให้กลุ่มกองกำลังของเราทราบ !” เหล่ายอดฝีมือจากขุมกำลังต่างๆ ภายในเมืองอสูรหมีเพลิง ได้รีบพากันกลับไปรายงาน เรื่องที่ลู่หลินและลู่เจ๋อ จากหุบเขาอสูรหมีทองคำ ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากชายหนุ่มที่มีอายุเพียงแค่ 15ปี ให้ทางกลุ่มกองกำลังของตนเองทราบอย่างรวดเร็ว เวลาผ่านไปสองนาที หลี่ซั่วและผู้ติดตามรวมถึงกลุ่มคนจากหลายกลุ่มที่ติดตามมา ได้มาถึงยังบริเวณที่มีการต่อสู้เกิดขึ้น แต่กลับไม่ได้พบเห็นผู้ใด นอกจากกำแพงของคฤหาสน์ร้างที่พังเสียหายไปบางส่วนจากการต่อสู้