ฤดูฝน
เขตที่อยู่อาศัย ZG6
เวลา 20.34 น.
“วันหยุดนี้เราไป ZE4 กันเถอะ ไปรับบรรยากาศดีๆ กับอากาศบริสุทธิ์กัน”
ZE บ้านคาร์ลก็อยู่เมืองนั้น
“กว่าโปรเจกต์นั่นจะจบ พี่เกือบตาย ถือว่าฉลองการกลับไปทำงานแบบสถานการณ์ปกติสักที”
นี่มันผ่านมากี่เดือนแล้วนะหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น เฉินรุ่ยลองคำนวณดูนี่ก็เข้าเดือนที่สามแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนกัน ถ้าตามเนื้อเื่หลังจากโปรเจกต์ใหญ่นี้อเล็กเซย์จะได้รับความไว้วางใจมากขึ้นในการเป็ส่วนหนึ่งของผู้บริหาร ปูทางให้สืบทอดตำแหน่งหลังจากคาร์ลจากไป เฉินรุ่ยมองไปที่แคคตัสต้นอวบผิวมันเงา มันออกดอกแล้ว ดอกสีขาวตรงกลางเป็วงรอบเกสรเป็สีส้ม
“เธอลองมาดูรีสอร์ตสองที่นี้ ชอบที่ไหนมากกว่ากัน” เมิ่งเซียนกวักมือเรียกให้เขาเข้าไปดู เขาเดินเข้าไปหา มองดูหน้าจอแล็ปท็อปของเมิ่งเซียนก่อนจะจิ้มไปยังรีสอร์ตซึ่งบริหารด้วยคนตระกูลรองของโกลเดนเบิร์ก
“ตาถึงนี่ ที่นี่ฉันได้ส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์” พอตัดสินใจได้เมิ่งเซียนก็ทำเื่จองผ่านเว็บไซต์
เฉินรุ่ยหันไปมองแคคตัสที่วางห่างออกไป เขาลุกขึ้นไปยืนหน้าชั้นวางแล้วยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนจะเปิดแอปพลิเคชันสำหรับการสนทนา มองดูช่องสนทนาล่างสุดที่ไม่เคยกดเข้าไปสามเดือนแล้ว เขาส่งรูปที่เพิ่งถ่ายไป
‘ของผม’
เสร็จแล้วก็ออกจากช่องการสนทนา จากนั้นก็เปิดแอปพลิเคชันอีกอันหนึ่งขึ้นมา มองดูพิกัดที่ขึ้นในนั้นระบุว่าอีกฝั่งยังคงอยู่ใน ZG6 เขาก็กดปิด เป็แอปพลิเคชันที่เขาเขียนขึ้นมาเพื่อตามสัญญาณโทรศัพท์ของหลายๆ คน การใช้งานไม่ได้ยากเพียงแค่ใส่ข้อมูลเป็เบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางการติดต่ออื่นที่ผ่านเครือข่ายสัญญาณดาวเทียมเท่านั้น
แอปพลิเคชันนี้จะระบุตำแหน่งของเครื่องมือเป็จุดสีที่ได้กำหนดไว้ตลอดเวลา แน่นอนการกระทำนี้เรียกได้ว่าผิดกฎหมายเพราะละเมิดความเป็ส่วนตัว แต่ในโลกที่เขียนมาให้เขาต้องตายอย่างตัวร้ายราคาถูก และเขาก็ทำมันกับฝั่งตัวร้ายด้วยกัน เฉินรุ่ยเองไม่ได้รู้สึกผิดเท่าไหร่ ขอแค่ไม่ได้ยกปืนใส่พระเอกของเื่อย่างสามภพแบบครั้งนั้น เขาไม่คิดว่าเขาจะตายได้ง่ายๆ
เสียงข้อความตอบกลับดึงความสนใจเฉินรุ่ยกลับไปที่มือถือ
ข้อความที่ส่งกลับมาเป็รูปภาพของต้นแคคตัสอีกต้นที่ซื้อมาพร้อมกัน สภาพภายนอกไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก ที่ต่างไปน่าจะเป็การจัดตกแต่งให้เหมือนสวนถาดบริเวณรอบกระถาง เฉินรุ่ยมองตุ๊กตาดินเผาที่ยืนเฝ้ากระถางสองตัวนั้น รู้สึกว่ารูปลักษณ์คุ้นตามาก ข้อความถูกส่งมาอีก
‘ของฉัน’ เฉินรุ่ยเลิกคิ้ว
“ระเบียงเราค่อนข้างโล่งนะ ถ้ายังไงขากลับเราก็เเวะตลาดต้นไม้สักหน่อย” เมิ่งเซียนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเฉินรุ่ยเอาแต่ยืนอยู่หน้าชั้นวาง จ้องมองเ้าพืชอวบน้ำต้นนั้น
“ผมอยากได้ลิลลี่ ไฮเดรนเยียกับฟิโลเดนดรอน” เฉินรุ่ยหันกลับไปหาเมิ่งเซียน
“ดูเหมือนจะเจอทาสต้นไม้เข้าอีกคนหนึ่งแล้วนะเนี่ย”
เฉินรุ่ยไม่ได้ชอบความสวยงามของพวกมัน เขาชอบพิษของพวกมัน แม้ไม่รู้ว่าในอนาคตจะได้มีโอกาสใช้มันไหมแต่ในตอนนี้ที่เขายังคงดำเนินชีวิตอยู่ในเส้นเื่ของเมิ่งเมิ่ง ความเสี่ยงต่อการตายด้วยปลายปากกานั้นสูงมาก ถึงวันนั้นเขาจะลองสู้ดูสักตั้ง
เขาเบนสายตากลับไปมองเ้าพืชอวบน้ำอีกครั้ง เฉินรุ่ยแตะลงบนกลีบดอกเบาๆ มือถือสั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขายกมือถือขึ้นดู ยังคงเป็ข้อความจากคาร์ล
“ผมเข้านอนก่อนนะครับ”
“อืม ฝันดี”
“พี่ก็ฝันดี”
เขาเข้าห้องนอน ล้มตัวลงบนเตียง ก่อนจะกดตอบข้อความนั้น
⚖️
คาร์ลยืนมองต้นแคคตัสในห้องนอน เป็เวลาเกือบ 3 เดือนที่ไม่ได้ติดต่อกันเลย เขาเองไม่สามารถหาเหตุผลที่จะเข้าใกล้เฉินรุ่ยได้ แล้วก็เป็เขาเองที่ผลักให้อีกฝ่ายออกไป เขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรเพียงพอมารองรับในการเริ่มต้นพูดคุยกับอีกฝ่าย
เสียงข้อความที่ดังขึ้นมาเมื่อเขากดอ่านก็ทำให้อดแปลกใจไม่ได้ คาร์ลยิ้มออกมาทันที เขายอมรับว่ารู้สึกชอบเฉินรุ่ย และเด็กคนนั้นก็เด็กกว่าเขามากเกินไป เขาอยากให้เฉินรุ่ยปลอดภัยจากใครก็ตามที่คุกคามตนเองอยู่ แต่ใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ หากว่าเขาเก็บอีกฝ่ายซ่อนไว้กับตัวเองจะเป็อย่างไร
อย่างไรก็ตามหากเป็ความชอบของเขาฝ่ายเดียว เขานั้นไม่อาจหาญพอจะกลายเป็คนเห็นแก่ตัว
‘เธอเป็อย่างไรบ้าง’ นี่ดูเป็คำถามทั่วไปเหมาะสมในการใช้ทักทายสำหรับคนที่ไม่พูดคุยกันมานาน
‘ผมสบายดีครับ เรียนทำอาหาร กลับบ้าน ทำงานฟรีแลนซ์ทั่วไป กิน นอน เล่น ผมเลยมีเวลาค่อนข้างมากในการดูแลต้นไม้ของผม’
อาจเป็ข้อความที่ยาวที่สุดแล้วเมื่อไล่ดูบทสนทนา้า คาร์ลชอบคำว่า ‘ของผม’
‘คุณเป็อย่างไรบ้าง’ ข้อความต่อมาห่างกันไม่มากนัก เขามีเื่ให้จัดการมากมาย แม้บางเื่จะกำจัดออกไปไม่ได้ แต่เขาไม่คิดว่าอนาคตอันใกล้จะมีปัญหาอะไร
‘ฉันก็สบายดี’
ถ้าหยุดบทสนทนาลงไปแบบนี้ ด้วยอุปนิสัยของเฉินรุ่ยอาจจะไม่ต่อความอีก เขามองข้อความที่ถูกส่งมาก่อนหน้า ทำอาหาร ที่ลาออกเพื่อไปเรียนสินะ ปีนี้ไม่สามารถสอบเข้ามหาลัยได้ทัน เลยไปเรียนพวกวิชาชีพแทน เขาเองก็อยากลองทานอาหารพวกนั้นบ้าง นึกถึงเครื่องชงกาแฟที่อีกฝ่ายสามารถใช้งานได้จนคล่องแคล่ว เขาเคยได้เพียงกาแฟไม่กี่แก้วจากอีกฝ่ายเท่านั้นเอง
‘เธอเรียนทำอาหาร ทำอะไรได้แล้วบ้าง’
ข้อความถูกอ่านแต่ไม่ตอบกลับในทันที คาร์ลขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะคลายออก เมื่อมีอัลบั้มถูกสร้างขึ้นมา รูปอาหารนับสิบอยู่ในนั้น
‘อาหารของผม’ คาร์ลหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นการตั้งชื่อที่เรียบง่ายเหลือเกิน
‘เธอมีฝีมือ’ เขาชม
‘ขอบคุณครับ’
‘แล้วงานที่เธอทำล่ะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่’
‘คอนเทนต์คลีเอเตอร์ กราฟิกดีไซเนอร์ แล้วก็พัฒนาเว็บไซต์ครับ’
พอได้เห็นคำตอบของอีกฝ่าย คาร์ลก็หยุดคิด เพียงครู่เดียวเขาก็ออกจากโปรแกรมสนทนา โทรติดต่อเมิ่งเซียน
“คะ เ้านาย”
เมิ่งเซียนที่กำลังช้อปออนไลน์สำหรับไปเที่ยวในวันหยุดขมวดคิ้ว แม้ว่าเธอจะดีใจที่ได้กลับไปทำงานกับคาร์ล แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอพร้อมเริ่มงานั้แ่คืนนี้หรอกนะ สัปดาห์นี้ไหนว่าเป็่เปลี่ยนผ่าน ให้เข้าไปแค่แผนกเลขาไง ถึงอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกดรับสาย ตอบรับอีกฝั่งด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“ผมอยากเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์ของบิลลิเกน”
บิลลิเกนที่กล่าวถึงคือบริษัทในเครือที่บริหารด้วยคนจากบิลลิเกน ซึ่งเป็สกุลรองของโกลเดนเบิร์กผลิตและพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนโดยเฉพาะ
“ได้ค่ะ ฉันจะถ่ายทอดคำสั่งไปที่บิลลิเกนทันที”
“ผมอยากได้ฟรีแลนซ์”
“คะ? แต่เรามีทีม...”
“เฉินรุ่ยเขาน่าจะทำให้ได้ คุณลองติดต่อเขาดู ถ้าเขาตกลง คุณช่วยติดต่อกับทางบิลลิเกนให้เขาอีกที ส่วนข้อมูลที่อยากเปลี่ยนแปลงให้เขามาคุยกับผมโดยตรง” แล้วก็วางสายไป
เมิ่งเซียนมองมือถือสลับกับประตูห้องของเฉินรุ่ย มองสลับไปมาอยู่สองสามครั้งก่อนจะส่ายหน้าหวือ ไม่มีอะไรหรอกน่า พวกเขาเคยพบกันไม่กี่ครั้งเท่านั้น แถมยังไม่ติดต่อพบปะกันมานานมากแล้ว ไม่มีทาง ว่าแต่เ้านายเธอรู้ได้อย่างไรว่าเฉินรุ่ยทำงานพวกนี้ได้ นี่เธอพลาดอะไรไปหรือเปล่า หลังจากกีดกันหลานชายกับญาติผู้น้องของเธอ ไม่ใช่ว่าเขาดันตกลงหลุมเองหรอกนะ แต่การกระทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าชัดเจนมากหรอกหรือ ให้ตายเธอพลาดอะไรไปแน่ๆ
เมิ่งเซียนคิดว่าเฉินรุ่ยเข้านอนแล้ว เธอจึงยังไม่ได้บอกอะไรเด็กคนนั้น ได้แต่ครุ่นคิดเื่เ้านายกับเฉินรุ่ยและตกผลึกความคิดบางอย่างออกมา ส่วนคาร์ลหลังจากวางสายก็เปิดโปรแกรมสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง
‘จะว่าไปแล้ว เว็บไซต์บริษัทในเครือของโกลเดนเบิร์กเองก็มีหลายอย่างต้องพัฒนาปรับปรุง เธอสนใจรับรายได้ระยะยาวจากฉันไหม’
เฉินรุ่ยที่ทักไปหาคาร์ลในตอนแรกมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับอีกฝ่าย หากวันหนึ่งที่โอเดนบรู๊คลงมือ เขาไม่ลังเลที่จะก้าวเข้าไปวุ่นวายแน่ หากคาร์ลไม่ตาย โอเดนบรู๊คก็เข้าแทรกแซงโกลเดนเบิร์กไม่ได้ แม้แต่หัสดินทร์ก็ไม่ใช่คู่ต่อกร หากเขายังอยู่ในประเทศนี้ เขาจะปล่อยให้เกิดเื่แบบนั้นขึ้นไม่ได้แน่ แต่จู่ๆ จะเดินเข้าไปยื่นเท้าขวางั์สองตัวที่กำลังตีกันอยู่ มันน่าสงสัยเกินไปหน่อย
แค่ทักไป ไม่คิดว่าประสิทธิภาพในการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นจะดีขนาดนี้ เฉินรุ่ยอดทึ่งไม่ได้ เขากรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด หรือว่าเขาหลุดจากบทบาทตัวร้ายทุนต่ำแล้วนะ ดูเหมือนว่าเขาจะโชคดีขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด
‘ผมต้องเคลียร์งานหลักจากที่อื่นให้หมดก่อนสำหรับเดือนนี้ หากต้องรับงานของคุณ คุณให้เดดไลน์ถึงเมื่อไหร่’
‘เธอสะดวกโทรคุยกันไหม’ เฉินรุ่ยมองหน้าจออยู่นาน เขาคุยไม่เก่ง แถมล่าสุดที่เขารู้สึกว่าได้พูดออกไปมากที่สุดในชีวิต ก็ดูเหมือนว่าจะเป็การทะเลาะกับอีกฝ่ายอยู่กลายๆ แม้บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยในเช้าวันต่อมาก็ตาม ส่วนเื่งานเขาก็ถนัดแต่รับคำสั่ง
คาร์ลที่รอข้อความตอบกลับอยู่นานถอนหายใจออกมา วางมือถือไว้ข้างตัว เอนหลังพิงโซฟาอย่างหมดแรง หรือว่าจะดูเข้าหามากเกินไป เด็กคนนั้นปกติก็พูดน้อยอยู่แล้ว บางทีวันนี้เขาควรพอแค่นี้ คาร์ลยกมือถือขึ้นมาพิมพ์เพื่อบอกว่าไม่จำเป็ต้องคุยกันวันนี้ ระหว่างที่พิมพ์ก็มีสายเข้าพอดี
“เฉินรุ่ย”
“ครับ” คาร์ลยกมือข้างนึงขึ้นปิดหน้า คิดมากแทบตาย อีกฝ่ายดันโทรหาเสียนี่
“ฉันเห็นเธอเงียบไป คิดว่าเธอคงเข้านอนแล้ว”
“ปกติผมนอนดึกครับ”
“นอนดึกมากไปก็ไม่ดี” นี่คาร์ลกำลังจะเปิดหลักสูตรสั่งสอนกันอีกหรือเปล่า เฉินรุ่ยคิด
“คุณเองก็ยังไม่นอน” เด็กดื้อก็ยังคงเป็เด็กดื้ออยู่วันยังค่ำสินะ
“ฉันอยากคุยกับเธอก่อน”
“ผมก็เหมือนกัน” หัวใจคาร์ลเหมือนเต้นผิดจังหวะไป
“...”
“บริษัทในเครือที่คุณว่าคือที่ไหนครับ ผมจะได้ดูข้อมูลไว้คร่าวๆ” อยากคุยเพราะเื่งานนี่เอง คาร์ลหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เฉินรุ่ยเลิกคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น เหมือนว่าอีกฝั่งจะกำลังอารมณ์ดีมากอยู่เลยนะ
“บิลลิเกนน่ะ เคยได้ยินหรือเปล่า”
“ครับ”
“เป็บริษัทที่ผลิตและพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน รูปลักษณ์เรียบง่าย เน้นประสิทธิภาพการใช้สอย และราคาง่ายต่อการเข้าถึง ฉันจะส่งลิงก์ไปให้เธอลองดูก่อน ถ้าเธอมีไอเดียอะไรก็สามารถคุยกันได้ตลอด”
“โอเคครับ อืม ลืมถามคุณเลยว่าอยากได้ตัวอย่างผลงานก่อนหน้านี้ของผมไหม”
“ผลงานของเธอ?” เห็นปกติเขาก็ดูกันก่อนไม่ใช่หรือ เฉินรุ่ยคิด เขาคว้าแล็ปท็อปขึ้นมาเปิดหน้าจอ
“เผื่อคุณจะอยากเห็นขอบเขตการทำงานของผม” พอเป็เื่งาน การพูดของเฉินรุ่ยก็ดูรื่นไหลดี
“เอาสิ เธอส่งมาได้เลย”
“ผมขอเมลล์คุณหน่อยได้ไหม”
คาร์ลพิมพ์กลับมา เฉินรุ่ยซึ่งมีไฟล์เก็บไว้อยู่แล้วส่งตัวอย่างงานไปให้อีกฝั่งทันที
“ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่”
“ผมนอนบนเตียง คุยกับคุณ กำลังปิดแล็ปท็อป”
“พรุ่งนี้เรียนกี่โมง”
“เข้าเรียนเก้าโมงครับ คุณ ผมถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม”
“ได้สิ” ตอบออกมาแบบไม่คิดเลยใช่ไหมเนี่ย
“ผมจะถามเื่อุบัติเหตุวันนั้น ผมยังสามารถถามได้อยู่ไหม”
คาร์ลเงียบไปเพียงอึดใจ เขาตัดสินใจเดินเข้าห้องนอน เอนตัวลงบนเตียง คิดถึงเื่วันนั้นขึ้นมา เขายอมรับว่าปฏิกิริยาของเฉินรุ่ยเหนือความคาดหมายเขาไปมาก ถึงอย่างไรก็ตามในเื่รายละเอียดความปลอดภัยของเขากลับมาก่อนความปลอดภัยของตัวเอง เสื้อสูทของเขาซึ่งถูกอีกฝ่ายจับยึดไว้แน่นยังคงอยู่ในสภาพเดิม แม้รอยจะคลายลงบ้างเล็กน้อย มันถูกพับวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง
“เธออยากรู้เื่อะไรล่ะ ถ้าตอบได้ฉันจะตอบเธอ”
“ผมแค่อยากรู้ว่าเื่ทั้งหมดคลี่คลายลงแล้วใช่ไหม”
“คลี่คลายในส่วนหนึ่ง” คาร์ลเงียบไปก่อนจะพูดขึ้นมาอีก “เธอเป็ห่วงหรือ”
“ใช่ แต่ว่าคลี่คลายในส่วนหนึ่งแปลว่าโอเคหรือไม่โอเค” คาร์ลยิ้ม
เขาจินตนาการถึงสีหน้าอีกฝ่ายตอนถามคำถามนี้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แต่กิริยาท่าทางของอีกฝ่ายมักมีส่วนที่ต่างออกไป นิ้วอาจจะกำลังเคาะถี่ขึ้นจากปกติ ร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดอาจแสดงท่าทางคล้ายรอคำตอบ
“แปลว่าโอเค” เสียงทุ้มตอบกลับ
“ถ้าคุณโอเคก็ดีแล้ว”
เฉินรุ่ยได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ไม่ว่าการที่คาร์ลเข้าใจว่าเื่ความขัดแย้งนั้นสามารถอยู่ในการควบคุมของเขาเป็ความคิดเขาจริงหรือไม่ แต่สถานการณ์จริงไม่ได้เป็แบบนั้น
การที่ ‘นิค คัทมานส์’ คนที่ถูกเทรนมาจากโอเดนบรู๊คอยู่ข้างกายอีกฝ่าย แต่ภาพเหตุการณ์จาก่ชีวิตก่อน คนคนนั้นยังคงรับใช้โอเดนบรู๊คจนถึงวันที่เฉินรุ่ยตาย แม้ไม่รู้ว่าจุดประสงค์คืออะไร แต่การเกี่ยวพันกับตระกูลนั้นก็ทำให้ให้เฉินรุ่ยต้องจับตาดูนิคไปด้วย เขาพบว่าการเดินทางไป ZE2 ในเดือนที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับสองเดือนก่อนหน้า ความถี่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เฉินรุ่ยที่มองฝ่ายนั้นผ่านอคติ จึงอดสงสัยไม่ได้เลยว่าโอเดนบรู๊คอาจกำลังเตรียมการทำอะไรบางอย่างอยู่ หรือไม่ก็เป็เฉินรุ่ยที่คิดมากจนเกินไป
“คาร์ล ผมจะนอนแล้วครับ”
“...” คาร์ลไม่ได้ตอบ เขากำลังอึ้งกับการถูกเรียกชื่อออกมาตรงๆ
“ฝันดีครับ” ประโยคตัดบทของเฉินรุ่ยที่เขาเรียนรู้ผ่านหนังสือของเมิ่งเมิ่งเพื่อตัดไปยังตอนต่อไป
⚖️