1
ตึกคอนโดสวยตั้งตระหง่านท่ามกลางเมืองหลวง วิวทิวทัศน์สวยงามในยามกลางวัน แต่ยิ่งชวนน่าหลงใหลในยามกลางคืน ภายในห้องคอนโดห้องหนึ่ง มีหญิงสาวที่กำลังยืนมีความสุขข้างหน้าต่าง เธอเป็นักธุรกิจสาวอายุสามสิบปี
ดวงตากลมโตสวยได้มองเห็นฉากที่ไม่น่าภิรมย์ใจเท่าไหร่ขัดอารมณ์ความสุขของเธอ ตามถนนด้านล่างเต็มไปด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง เธอจับจ้องมองแล้วจึงละความสนใจไป
ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้น เธอจึงรีบเดินไปหยิบ มองชื่อและกดรับสายด้วยการเปิดสปีคเกอร์โฟนรับสาย
“วาดฝันครับ วันนี้ตอนบ่าย พวกเราสองคนเดินทางไปเที่ยวภูเก็ตนะครับ ไม่ได้ลืมใช่ไหมครับ”
เสียงชายหนุ่มที่ปลายสายทักถามขึ้น วาดฝันยกยิ้ม
“ริวค่ะ วาดฝันไม่ใช่คนขี้ลืมนะคะ รู้แล้วค่ะ วาดฝันเตรียมของเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวไปทาน่เช้าเสร็จแล้ว วาดฝันจะเอารถไปจอดที่บ้านของริวนะคะ”
วาดฝันพูดยาว เธอมองไปยังกระเป๋าสัมภาระสองสามใบ ปลายสายตอบกลับด้วยเสียงในลำคอแล้วจึงพูดตอบ
“โอเคครับ ผมกำลังรออยู่นะครับ ทริปเที่ยวที่วางไว้ของเรา”
ริวพูดขึ้น เสียงของเขาดูร่าเริงและมีความสุข วาดฝันยิ้มกลับเขาแล้วจึงตอบกลับ
“ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ” วาดฝันพูดบอก ปลายสายตอบกลับ ทั้งสองคนวางสาย
วาดฝันเตรียมตัวเก็บข้าวของภายในห้องตัวเองให้เรียบร้อย เพราะเธอจะไม่อยู่หลายวัน หลังจากนั้นจึงไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วจึงทยอยขนสัมภาระออกมานอกห้อง
เธอนึกได้ว่าลืมเรียกบริการขนของจากพนักงานในโรงแรม เธอจึงติดต่อเข้าไปที่เคาน์เตอร์ สักพักหนึ่งพนักงานจึงขึ้นมาช่วยเธอขนของ
เมื่อลงมาถึงข้างล่างแล้ว พนักงานตามเธอลงไปยังชั้นจอดรถใต้ดิน เพื่อขนสัมภาระทั้งหมดใส่ท้ายรถของเธอ หลังจากเสร็จแล้ว เธอขอบคุณพวกเขาแล้วจึงขับรถออกไป
การจราจรติดขัดถือเป็เื่ปกติ แต่สำหรับการที่วาดฝันขับรถออกมาไม่ถึงสามนาที รถของเธอได้ติดอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้ชุมนุมประท้วงที่เดินไปมา วาดฝันกังวลใจ เธอจึงปรับเกียร์รถให้อยู่นิ่ง แล้วจึงมองหาช่องทางที่รถจะออกได้
“ให้ตายสิ ฉันมีงานต้องทำนะ”
เธอบ่นอุบอิบ แล้วจึงมองไปรอบ ๆ แทบมองไม่เห็นทางที่จะไปได้เลย
วาดฝันตัดสินใจปลดสายคาดเอวออกแล้วเปิดประตูออกไปเดินกับเหล่าผู้ชุมนุมประท้วง เพื่อบอกกับพวกเขาว่าตรงนี้เป็ถนนรถวิ่ง เพราะไม่ได้มีเพียงรถของเธอที่ไม่สามารถวิ่งออกไปจากตรงนี้ได้ มีบางคนที่ลงมาบอกเหมือนกับเธอ
่ที่เดินไป วาดฝันได้มองเห็นรถวิ่งมาแต่ไกลจากทางอีกฝั่ง ตอนนั้นเองที่มีเด็กสาวกำลังวิ่งไปเพื่อเก็บของอะไรบางอย่าง แล้วเธอก็ยืนอยู่ตรงนั้น วาดฝันเห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งเข้าไปหาเธอโดยไม่ทันคิด
“น้อง! ระวัง!” วาดฝันวิ่งไปและะโให้เด็กสาวได้ยิน
เมื่อเธอได้ยิน เด็กสาวยืนใค้างอยู่ตรงนั้น วาดฝันรีบกอดร่างของเด็กสาวไว้ ร่างกายที่รับแรงกระแทกจากรถโดยตรงของวาดฝัน ทำให้เธอกระอักเืและกระเด็นไปพร้อมกับเด็กสาวที่กอดไว้
ทั้งสองคนนอนกองกับพื้นเือาบทั้งคู่ วาดฝันพยายามลืมตาเพื่อครองสติ แต่เธอก็คุมไม่อยู่ จนนอนหมดสติไป
ท่ามกลางผู้ชุมนุมและกลุ่มคนมากมาย เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่ชวนสะพรึงต่อหน้า พวกเขารีบสาละวนเรียกตำรวจ รถพยาบาลและกู้ภัยจนวุ่นวาย เ้าของรถที่ชนรีบเดินลงมาด้วยอาการใ
ไม่นานเสียงไซเรนดังฝ่าทุกการจราจรเข้ามาและจอด เ้าหน้าที่ลงมาจากรถพยาบาล เ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาสอบถามเ้าของรถที่ชนพร้อมกับถามหาพยาน การทำงานต่าง ๆ วุ่นวาย จนวาดฝันได้ยินเสียงที่อื้ออึง
เธอลืมตาขึ้นมาโดยไม่รู้สึกเ็ปอะไร แต่เด็กสาวที่เธอช่วยไว้นั้น ไม่ได้อยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว วาดฝันยืนขึ้นกลางถนน เธอมองไปรอบตัว ด้วยอาการประหลาดใจ
“อะไรเนี่ย เรายังไม่ตายเหรอ”
วาดฝันตรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียด เมื่อไม่เห็นทั้งเืและาแ เธอก็ใ เธอมองไปที่กลุ่มฝูงชนซึ่งกำลังมองอะไรบางอย่างอยู่
“หรือว่าเด็กคนนั้น!?”
วาดฝันนึกขึ้นได้ จึงรีบวิ่งไปดู แต่กลับพบร่างของตัวเองกำลังนอนกลางกองเื วาดฝันใจนช็อก เธอยกมือขึ้นจับหัวจนผมที่ทำมายุ่งเหยิง
“เกิดอะไรขึ้น หรือว่าิญญาเราออกจากร่าง” วาดฝันพูดด้วยอาการใกลัว เธอกลัวที่ตัวเองจะต้องตาย
“ไม่นะ ชีวิตของฉัน ยังใช้ไม่คุ้มเลย แล้วเด็กคนนั้นล่ะ เธออยู่ไหน”
เธอรีบมองหาพร้อมกับพยายามจะฝ่าฝูงชนเข้าไปกลางวง แต่ถูกดันออกมา เธอใและเริ่มหวาดกลัว
วาดฝันมองหารถตัวเอง เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ครอบครัวของเธอกำลังรอเธออยู่ คนรักและเพื่อนของเธอ งานของเธออีกล่ะ ไม่ได้นะ เธอจะมาตายตอนนี้ไม่ได้ เธอรีบวิ่งมาที่รถและพยายามจะทะลุรถเข้าไป แต่กลับถูกกันไว้
“อะไรกันเนี่ย เป็ิญญามันทะลุสิ่งของได้ไม่ใช่รึไง ทำไมในหนังมันทำได้ล่ะ” วาดฝันเริ่มโวยวาย เธออยู่ไม่สุข
จนกระทั่งมีมือเย็นแตะเข้าที่บ่าของเธอ มันไม่สะท้อนในกระจกรถ ทำให้เธอต้องหันมอง ร่างของหญิงสาวสวยปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม แสงสว่างจ้าจากตัวของเธอทำให้วาดฝันต้องเขยิบตัวออก
“นี่เธอ! เป็ใครเนี่ย” วาดฝันะโถามขึ้น หญิงสาวตรงหน้ายิ้มให้เธอ
“ไม่ต้องกลัว เรามาพาเ้าไปหาพระเ้า อย่ากังวลเกี่ยวกับโลกนี้เลย”
หญิงสาวคนนั้นพูด วาดฝันงุนงงสงสัยจนเธอยกมือขึ้นมากุมหัวไว้
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! พระเ้าไหน พระเ้าอะไร ไม่เห็นเข้าใจเลย”
วาดฝันรู้สึกว่าตัวเองรับไม่ได้ หญิงสาวตรงหน้ายิ้มให้เธอราวกับไม่เหนื่อยที่จะยิ้ม
“เราคือทูต์ของเธอ ตอนนี้เวลาของเธอใกล้จะหมดแล้ว ถ้าอยากจะขออะไรหรือเล่าอะไร ขึ้นไปหาพระเ้ากัน แล้วเธอจะได้พูดทุกอย่าง”
หญิงสาวที่อ้างตนว่าเป็ทูต์บอกขึ้น พร้อมกับยื่นมือมารับเธอ วาดฝันลังเลใจพักหนึ่งแล้วจึงยื่นมือตัวเองไปหาหญิงสาวคนนั้น เพียงแปบเดียวเท่านั้น วงแหวนสีทองได้มาล้อมรอบร่างเธอไว้
่เวลาเพียงเสี้ยววินาที เท้าของเธอได้แตะพื้นที่ไร้รูปร่างและใสราวกระจก แสงประกายเจิดจ้าจากเบื้องบนส่องลงมาจนวาดฝันต้องยกมือขึ้นปิดตา
“วาดฝัน เ้ามาแล้วหรือ” เสียงดังกังวานราวกับเสียงสะท้อน ทำให้วาดฝันล้มตัวลงนั่งกับพื้น เธอหวาดกลัวเสียงนี้
“ใคร คุณคือใคร” วาดฝันเอ่ยถาม เสียงหัวเราะดังขึ้นจากข้างบนที่ห่างไกล
“วาดฝันเอ๋ย เ้าไม่รู้จักเราผู้เป็พระเ้าของเ้าได้อย่างไร” เสียงดังสะท้อนกล่าวขึ้น วาดฝันขมวดคิ้วหมุ่น
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้จริง ๆ” วาดฝันตอบกลับไป
ไม่นานนักได้มีเงาดำทะมึนมาโผล่ข้างหลังของเธอ วาดฝันมองมันอย่างหวาดกลัว มันค่อยๆกลายเป็รูปร่างขึ้นมา ชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดสีดำ โทนสีดำน่าหลงใหลปรากฏขึ้น หญิงสาวที่เป็ทูต์รีบมาพยุงวาดฝันให้ไปยืนอยู่ใกล้เธอ
“เ้าผู้ทรยศ เ้าขึ้นมาที่นี่ระหว่างการพิพากษาได้อย่างไร” ทูต์สาวเอ่ยถามขึ้นดัง ชายหนุ่มหัวเราะ
“ข้าแค่ขึ้นมาเพื่อจะให้พระเ้าได้เห็นสิ่งไม่ดี ที่เธอผู้นี้เป็คนทำ เพื่อตัดสินโทษว่านางไม่สมควรอยู่บนแผ่นดิน์”
ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจและเ้าเล่ห์ วาดฝันเริ่มกังวล เธอจึงจับแขนของหญิงสาวที่เป็ทูต์ไว้ ชายหนุ่มส่งเสียงในลำคอแล้วจึงเดินไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าพระเ้า ควันสีดำลอยขึ้นพร้อมกับสมุดเล่มหนึ่งที่กำลังเปิดอยู่
“ข้าแต่พระเ้าผู้ทรงสร้าง ข้าเป็หนึ่งในทูต์ที่ประท้วงต่อพระองค์ ั้แ่ในกาลก่อน พระเ้า หญิงสาวผู้นี้ไม่สนใจพระองค์ นางได้รับการอวยพรนั้นก็มาจากคนรักของนางที่อธิษฐานเพื่อนาง คนแบบนางไม่มีคุณสมบัติที่จะก้าวเท้าเข้าไปในแผ่นดิน์ของพระองค์”
ชายหนุ่มพูดขึ้นยาว วาดฝันมองและฟังสิ่งที่เขาพูด คนรักของเธอ หมายถึงริวอย่างนั้นเหรอ จริงสิ ริวเข้าโบสถ์เพื่อนมัสการพระเ้ามาหลายปีแล้ว แต่เธอ ถ้าจำไม่ผิด เข้าไปไม่กี่ครั้งเอง อย่าบอกนะว่า นี่คือ พระเ้าตัวจริงน่ะ
วาดฝันตาโต เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา ทูต์จับมือของเธอไว้
“จริงอยู่ที่นางไม่รู้จักพระเ้า แต่การอวยพรที่นางได้รับนั้น พระเ้าทรงอวยพรนาง เพราะสิ่งดีที่นางทำ”
หญิงสาวเริ่มตอบโต้กลับ วาดฝันมองพวกเขา ชายหนุ่มหันมาและค้อนสายตาใส่เธอ
“เ้าอยากรู้หรือไม่ว่านางทำผิดตามบัญญัติของพระเ้าในข้อใดบ้าง ให้บันทึกไว้ทั้งหมด มากพอที่พระเ้าจะพานางไปยังดินแดนแห่งความตายกับข้า”
ด้วยรอยยิ้มที่แสนน่ากลัวนั้น วาดฝันรีบปล่อยมือจากหญิงสาวแล้วลงไปนั่งคุกเข่าหัวติดพื้นกับพระเ้าในทันที
“พระเ้า หากท่านเป็พระเ้า ได้โปรดให้โอกาสกับฉันเถอะค่ะ ได้โปรดให้ฉันได้มีชีวิตอีกสักครั้ง ฉันไม่อยากไปแดนความตายนั่น ได้โปรด ได้โปรด!”
วาดฝันร่ำร้อง ต่อให้ต้องตายก็ไม่ขอลงไปในดินแดนที่เหมือนนรก วาดฝันก้มหัวติดพื้นอยู่แบบนั้น จนกระทั่งเสียงกระดิ่งดังขึ้นจากบนท้องฟ้าสีทอง
“วาดฝันเอ๋ย ด้วยเราเป็พระเ้าที่เต็มไปด้วยความรัก เราจะให้โอกาสเ้า มันจะเป็ครั้งเดียวเท่านั้น ที่เราจะให้เ้า เ้าจะได้รับชีวิตใหม่ เราจะดูแลเ้าและเราจะทำให้เ้าเผชิญกับความเ็ป ตามแต่สิ่งที่เ้ากระทำ ไปเถิด จงตามทูต์ไป เราจะอยู่กับเ้า คอยดูเ้า ปกป้องเ้า และมอบบทเรียนให้กับเ้า”
สิ้นเสียงนั้น แสงสีทองวาบได้หายไปพร้อมกับเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจของชายหนุ่ม ทูต์สาวมองไปทางเขา
“ได้ยินแล้วสินะ เ้าไปเสียเถอะ” ทูต์สาวเอ่ยขึ้น
“อย่าได้วางใจ ข้าจะตามนางไปแน่”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับหมอกควันสีดำเข้มที่หมุนวนรอบตัวเขาแล้วจึงค่อยหายไป วาดฝันพ่นลมหายใจโล่งอกออกมา เธอมองไปทางหญิงสาว แล้วจึงยิ้มให้
“ขอบคุณนะคะ ที่คอยดูแลฉัน” วาดฝันพูดกับเธอ หญิงสาวยิ้มให้เธอ
“ด้วยความยินดี พระเ้าส่งเราให้มาดูแลเธออยู่แล้ว เอาล่ะ เราจะพาเธอไปที่ประตูชะตาชีวิตของิญญา”
วาดฝันลุกขึ้นยืนจากพื้นแล้วจึงเดินตามหญิงสาวไป ระหว่างที่เดินไปเธอได้สังเกตเห็นประตูเมฆที่มีกำแพงหินหนาตั้งอยู่ พร้อมกับร่างของทูต์ที่มีปีก ในมือทั้งสองข้างมีโล่ทองและดาบเพลิงไฟลุกไหม้อยู่ วาดฝันจับจ้องมัน
“นั่นคือสวนเอเดน เป็สถานที่แรกที่พระเ้าทรงสร้างมนุษย์ เธอคงได้รู้จักอดัมกับเอวา ถ้าไม่ใช่เพราะพวกทรยศนั่น เธอก็คงจะได้อยู่อย่างมีความสุขในสวนนี้”
ทูต์สาวเอ่ยขึ้น วาดฝันตั้งใจอยากจะถามแต่ดูเหมือนหญิงสาวตรงหน้าเธอคงจะไม่ตอบอะไรอีก ระหว่างที่เดินผ่านมาเรื่อย ๆ วาดฝันได้เห็นทูต์มากมายกำลังบินไปมาราวกับตรวจตรา ไม่นานเธอก็ได้มาถึงหน้าประตูเมฆที่กำลังหมุนวนอยู่
“นี่คือประตูชะตาชีวิต มันจะพาเธอไปเกิดอีกครั้ง ซึ่งจะเกิดที่ไหน ชีวิตจะเป็อย่างไร ต้นตระกูลจะเป็แบบไหน เราจะได้รู้ในตอนนี้ แต่เมื่อเธอข้ามประตูนี้ไป เธอก็จะลืมทุกอย่าง” วาดฝันตาเบิกกว้าง
“ลืมทุกอย่างอย่างนั้นเหรอ! หมายความว่าอย่างไง” วาดฝันท้วงถาม หญิงสาวยกมือขึ้นเล็กน้อย
“อย่ากังวล ด้วยจิติญญายังคงเป็จิตเดิม ิญญาเดิม เธอจะจำเื่ของโลกที่เธออยู่ได้ แต่ความทรงจำบางส่วนอาจจะหายไป เพื่อที่เธอจะไม่เอาแต่นึกถึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว”
หญิงสาวได้พูดอธิบาย วาดฝันมองเข้าไปยังภาพตรงหน้าที่กำลังแสดงอยู่ มันแสดงให้เห็นทั้งหมดใน่ชีวิตของเธอ ทูต์สาวสวยยิ้มให้เธอพร้อมกับมองไปยังตึกนาฬิกาสวยที่กำลังบอกเวลา
“เอาล่ะ ถึงเวลาแล้ว เดินเข้าไปสิวาดฝัน ต่อไปเธอจะมีตัวตนใหม่ ชื่อใหม่ ชีวิตแบบใหม่ ไม่ต้องห่วง ความทรงจำเดิมของเธอบนโลกจะยังคงอยู่ แต่จงอย่ายึดติดกับสิ่งที่ล่วงไปแล้ว”
วาดฝันตั้งใจฟัง เธอเดินไปยังหน้าประตูชะตาชีวิต วาดฝันลองเอื้อมมือไปแตะมันแต่กลับทะลุไปข้างใน จนวาดฝันสะดุ้ง เธอกลัวที่จะตกลงไป จึงขยับขาถอยหลัง
“อย่ากลัวเลย เดินเข้าไปสิ” ทูตวรรค์สาวบอกขึ้น วาดฝันจับมือเธอไว้
“ไปกับฉันหน่อยได้ไหมค่ะ”
วาดฝันถามขึ้น เธอกลัวที่จะต้องเข้าไป ทูต์สาวได้ยิ้มให้เธอแล้วส่ายหน้า
“ขอโทษ แต่ว่าเราไม่ใช่ิญญาที่พระเ้าสร้าง เราเป็เพียงพลังของพระเ้าที่เกิดเป็รูปร่างเท่านั้น หากเข้าไป เราก็จะสลายกลายเป็ผง”
ด้วยคำตอบของทูต์สาว ทำให้วาดฝันรู้ตัวว่า เธอต้องกล้าที่จะทำเองคนเดียว วาดฝันนึกย้อนถึงคำพูดของพระเ้า เธอได้โอกาสมาแล้ว จะมัวแต่ลังเลไม่ได้ วาดฝันยิ้มให้หญิงสาวแล้วจึงหันไปที่ประตูที่มีเมฆวนไปมา เธอจับจ้องมันแล้วหลับตาวิ่งเข้าไปทันที
วาดฝันรู้สึกชัดเจนว่าเธอกำลังร่วงหล่นลงไปข้างล่าง เธอไม่ได้ลืมตาและความรู้สึกของเธอได้เริ่มเบาบางลงจนแทบไม่รู้สึกถึงอะไร รวมถึงความทรงจำที่กำลังเลือนหายไปทีละเหตุการณ์