ออกัสกล่าวตอบอย่างหนักอกหนักใจ เขายังไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำว่าจะสามารถหาเงินมาคืนลูกสาวของเขาได้ แต่ต่อให้ต้องเสียศักดิ์ศรีเพื่อร้องขอ และพึ่งพาลูกสาวของตัวเองแล้วล่ะก็ เขาก็ยอม เพื่อที่จะให้ทหาร และเพื่อดินแดนผืนนี้ที่บรรพบุรุษมอบสืบต่อกันมา เขา้าที่จะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างที่สมควรปกป้อง..
“อื้มม เื่เงินนั้นลูกสามารถสนับสนุนท่านพ่อได้.. เพียงแต่ระยะเวลาที่ท่านพ่อจะคืนเงินให้กับลูกนั้น ต้องใช้เวลานานเพียงเท่าใดหรือเ้าคะ.. ถ้าให้ลูกคาดเดาคงจะนานหลายปีจึงจะคืนเงินในส่วนนี้ได้ทั้งหมดจริงหรือไม่เ้าคะ..” คาเรนกล่าวเชิงเชิญชวนให้คิดตาม
“จริงอย่างที่ลูกพูดมา.. 5,000 เหรียญทองกว่าที่พ่อจะสามารถคืนจนครบได้ คาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปีเลยทีเดียว..” ออกัสกล่าวด้วยความสัตย์จริง ถึงดินแดนของเขาจะสามารถเรียกเก็บภาษีที่มากขึ้นกว่าในภาวะาได้ แต่มันก็สามารถเก็บได้ไม่ถึง 1,000 เหรียญทองเลยด้วยซ้ำ ไหนจะค่าบำรุงกิจการบ้านเมือง ไหนจะเงินชดเชยทางการทหารให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอีก..
“ท่านพ่อ.. ลูกขอกล่าวตามตรง จำนวนเงิน 5,000 เหรียญทองนั้นไม่ใช่จำนวนที่เล็กน้อย ถ้าหากลูกใช้เงินในส่วนนี้ไปกับการาของท่านพ่อ บริษัทคาเพนส์ของลูกก็จะหยุดเติบโตเช่นกัน เกิดภาวการณ์เงินในบริษัทอาจจะถึงขั้นล้มละลาย.. ลูกมีคำถามอยากจะถามท่านก่อนที่เราจะกลับมาคุยเื่นี้กันต่อสองถึงสามคำถามได้หรือไม่เ้าคะ..” คาเรนกล่าวตามหลักเหตุผล แม้เื่ของการล้มละลายจะเป็เื่ที่กุขึ้นมาก็ตาม แต่เพื่อเป้าหมายของเธอ เธอจำเป็ต้องเอ่ยสิ่งนี้ออกไปก่อน..
“เฮ้ออ.. ลูกถามมาได้เลย” ออกัสกล่าวพรางถอนหายใจ
“คำถามแรก.. ในสภาวะเช่นนี้เมืองหลวงของอาณาจักรได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออาณาเขตของเราอย่างไรบ้าง และท่านพ่อได้มีแผนการใช้เงินของตระกูลเราเท่าใด ใช้เพื่อสิ่งใดบ้างเ้าคะ..” คาเรนกล่าวถาม
“..ถ้าเป็คนอื่นพ่อจะไม่บอกอะไรให้ฟังเลยจะดีกว่า.. แต่ก็ช่างเถอะ! พ่อจะบอกให้เ้าฟัง รวมถึงพวกเ้าด้วย หากทราบแล้วก็จงอย่าแพร่วพรายเื่นี้ออกไปสู่สาธารณชน.. ทางราชวงศ์ ‘ฟาราซิม’ และเมืองหลวง จะสนับสนุนเราด้วยการส่งอัศวิน 50 นาย ทหารม้า 100 นาย ทหารรบ 500 นายมาช่วยรบในครั้งนี้ แต่ทว่าทางเมืองหลวงบอกให้ทางเราเลี้ยงดูพวกเขาด้วยตัวเอง.. นอกจากเงินเดือนที่ทางเมืองหลวงจะเป็ผู้ออกให้แก่พวกเขา พวกเราตระกูลคาเพนเธียร์จะต้องรับผิดชอบในส่วนที่เหลือทั้งหมด..” ออกัสกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจ
“ห๊ะ!.. ท่านดยุคขอรับ.. นี่มันคือการช่วยเหลือจริงๆอย่างนั้นหรือขอรับ ข้าศึกมีนับหลายหมื่นนาย แม้แต่นักเวทย์สักคนก็ยัง.. ทำไมพวกเขาถึงสนับสนุนเราได้แค่นี้ล่ะขอรับ..” วอล์ตันกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย ในฐานะที่ต้องนำทหารลงสู่สมรภูมิรบ เื่ที่ได้ยินตอนนี้มันช่างขัดต่อความหวังของเหล่าทหารเสียจริง
ตามกฎของราชอาณาจักรแล้ว ดยุคผู้ครองดินแดงทางทิศต่างๆไม่สามารถมีทหารในได้เกิน 20,000 นาย ถ้ามากกว่านั้นจะถูกหาว่าตั้งใจทำการฏ ด้วยความสงบที่ผ่านของเขตทางเหนือ ทำให้ทหารในสังกัดมีเพียงแค่ 13,000 นายเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็เป็ทหารที่ยังไม่เคยออกรบมาก่อน เช่นนี้จะเอาอะไรไปสู่กับกองทัพหลายหมื่นนาย ความหวังเพียงหนึ่งเดียวก็คือกองหนุนที่มาจากเมืองหลวง แต่เท่าที่ฟังมันช่างน้อยแสนจะน้อยนิด บางทีถ้าให้เปรียบเทียบความคุ้มค่าแล้ว สู้ไม่ต้องส่งมาเลยยังจะดีกว่า..
“ทางเมืองหลวงแจ้งกับเราว่าภาวะเศรษฐกิจของพวกเขาไม่ค่อยจะดีมากนัก.. ภาษีที่เก็บได้ปีก่อนนับว่าได้น้อยกว่าที่จ่าย ทำให้เวลานี้ราชวงศ์มีการเงินที่ติดตัวแดงอยู่.. เฮ้อ! ก็เพราะองค์ราชินีนั้น เอาแต่ใช้เงิน เงิน และก็เงิน.. มันน่าสาปแช่งนัก สิ่งของในยามจำเป็ไม่ยอมใช้ แต่สิ่งของในความฟุ่มเฟือยกลับใช้เอาใช้เอา”
ออกัสกล่าวพร้อมกับทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจ ั้แ่องค์ราชินีผู้นี้ได้มีเอี่ยวกับทางราชวงศ์ การเงินการคลังของอาณาจักรกับลดลงทุกปีๆ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งน่าเหนื่อยใจจริงๆ คาเรนที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็พอรู้มาบ้าง การเงินของราชอาณาจักรนั้นเหลือน้อยเต็มทน ราชินีผู้นั้นจึง้าให้องค์รัชทายาทอภิเษกกับเ้าหญิงอาณาจักรข้างเคียงเพื่อใช้ให้การเงินของราชอาณาจักรกลับมาดีดังเดิม
ตอนนั้นตระกูลคาเพนเธียร์ก็เข้าข่ายเช่นกัน องค์ราชินีจึงเห็นดีเห็นงามกับเื่การอภิเษกของเลดี้คาเรนกับองค์รัชทายาท แต่ทว่าเื่มันก็มาโป๊ะแตกเมื่อองค์ราชินีทรงสืบทราบมาว่าครอบครัวตระกูลคาเพนเธียร์กำลังถังแตก ประกอบกับตัวนางเอกที่ดูใสๆนั้นองค์ราชินีบังเอิญสืบทราบอีกว่าเธอคนนั้นเป็เ้าหญิงลำดับที่ 3 ของอาณาจักรที่ร่ำรวยมากพอดี..
คาเรนในตอนนั้นจึงถูกตั้งข้อหาหลายข้อหาด้วยกัน เช่น ฏ หลอกลวงเบื้องสูงบ้างล่ะ สุดท้ายก็ต้องถูกตามล่าเพื่อจับมาปะาชีวิต แล้วในที่สุดเ้าหญิงนางเอกของเื่ก็ช่วยให้วิกฤตทางการเงินของราชอาณาจักรผ่านพ้นไปได้ด้วยดี องค์าาจึงจัดงานอภิเษกนั้นด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามีองศ์ราชินีควบคุมาาอยู่เื้ัอีกทีหนึ่ง นับว่าเื่ราวพวกนี่มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนจริงๆ..
“คำถามที่ลูกอยากรู้ก็คือท่านพ่อได้ตกลงที่จะรับทหารพวกนั้นมาแล้วหรือยัง.. อีกอย่างหนึ่งท่านยังไม่ตอบคำถามในส่วนที่เหลือเลยนะเ้าคะ..” คาเรนกล่าว และย้ำเตือนท่านพ่อของตนอีกครั้ง เื่แค่นี้สำหรับเธอแล้วมันมีทางแก้ไขเสมอ เพียงแค่เธอ้าให้คนที่อยู่ภายในห้องรู้สึกผิดหวังให้มากที่สุด และเธอจะเป็นางฟ้าแห่งความหวัง และมีความชอบธรรมที่จะทำอย่างที่เธอคิดได้..
“เฮ้ออ ตอนนี้พ่อยังไม่ได้ตอบรับความช่วยเหลือนั้น ขืนรับมามั่วๆพวกนั้นจะกลายเป็ภาระเสียเปล่า.. แต่ถ้าสถานการณ์มันย่ำแย่จริงๆก็คงต้องฝืนรับพวกนั้นมาในอนาคตเช่นกัน.. ส่วนคำถามที่พ่อยังไม่ได้ตอบลูกเื่เกี่ยวกับการเงิน.. ตระกูลของเรามีเงินเก็บสะสมหลายชั่วอายุคนกว่า 10,000 เหรียญทอง แม้ว่ามันจะดูเยอะ แต่เมื่อเทียบกับอาวุธที่ต้องสั่งแล้ว จำนวนเท่านี้สามารถสั่งได้ไม่ถึงครึ่งกองทัพเลยด้วยซ้ำ นั่นจึงเป็เหตุผลที่พ่ออยากจะร้องขอให้ลูกช่วยสนับสนุนการเงินในครั้งนี้..” ดยุคออกัสกล่าว
“ลูกเข้าใจแล้ว แต่ลูกก็อยากจะถามคำถามให้หมดก่อน จึงจะตัดสินใจได้ว่าลูกจะสนับสนุนท่านหรือไม่.. หรือบางทีอาจจะมีวิธีช่วยเหลือทางอื่นที่ดีกว่าหากได้ฟังเื่ราวทั้งหมดเ้าค่ะ..” คาเรนกล่าว
“เอาอย่างนั้นก็ได้.. ลูกอยากถามอะไร อยากรู้อะไร พ่อจะบอกกับลูกทั้งหมดเอง..” ออกัสกล่าว
หลังจากนั้นคาเรนก็ไม่รอช้าถามถึงจำนวนทหารของดินแดนทางเหนือว่ามีพร้อมรบเท่าใด ซึ่งคำตอบที่ได้ก็ได้จากท่านวอล์ตันเป็คนตอบ หน้าสนามรบจะสามารถใช้ทหารได้เพียง 8,000 นายเท่านั้น เพราะจำเป็ต้องให้ทหารประจำการเมืองสำคัญๆเอาไว้ด้วย เช่นเมืองของออกัสนั้นจะเหลือทหารเพียง 2,000 นายเพื่อป้องกันเมือง ส่วนที่เหลืออีก 3,000 นายจะประจำการอยู่ที่เมืองหน้าทางด้านตอนเหนือ 1,000 นาย และเมืองทางทิศตะวันออก และตะวันตกอีกเมืองละ 1,000 นายเช่นกัน..
หรือสรุปก็คือ 8,000 นายจะต้องต่อสู้กับทหารมากกว่า 30,000 นาย ซึ่งแน่นอนว่าดูอย่างไรก็ไม่น่าจะชนะได้เลย และยิ่งคาเรนถามคำถามมากขึ้นมันก็ยิ่งทำให้เหล่าทหารกล้าทั้งสามคนที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ถึงกับโมโหมากขึ้น ตอนนี้พวกเขาขาดทั้งอุปกรณ์ อาวุธ และอาหาร ถ้าหากทหารในสังกัดของพวกเขารับรู้ล่ะก็ ใครมันจะอยากออกไปรบกัน..
คาเรนมองดูสีหน้าของทั้งสามทหารเสือของท่านพ่อ ซึ่งประกอบไปด้วย เซอร์วอล์ตัน รองผู้บัญชาการรบ, ไวเคานต์เอดิสัน ผู้ครองดินแดงทางตะวันตก และสุดท้ายคือเคานต์โรแลนด์ ผู้ครองเมืองหน้าด่านทางตอนเหนือนั่นเอง แน่นอนว่าเสียหน้าของพวกเขาดูสิ้นหวังสุดๆ และเมื่อเป็อย่างนั้นก็ถึงเวลาที่นางฟ้าแห่งความหวังจะปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวังนี้แล้ว คาเรนยิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวกับทุกคนที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้..
“ท่านพ่อ.. ทุกท่านเ้าคะ.. ข้ามีความคิดดีอยู่หลายอย่าง พวกท่านสนใจที่จะฟังความเห็นของข้าหรือไม่เ้าคะ..” คาเรนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม และแน่นอนว่าทั้งสี่คนก็หันมาที่คาเรนอย่างพร้อมเพรียงกัน
“จริงหรือลูกพ่อ.. มันยังมีวิธีการอื่นอีกอย่างนั้นรึ.. ลูกว่ามาได้เลย พ่อ และคนอื่นๆพร้อมจะรับฟัง” ออกัสกล่าวด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
“ก่อนอื่นเลยก็ต้องเรียกตัวของนาธานเข้ามาภายในห้องแห่งนี้ก่อน.. ขออนุญาตนะเ้าคะ เมร่า!! เ้าตามนาธานมาพบข้าที..” คาเรนกล่าวพร้อมกับหันหน้าไปทางประตู ก่อนจะใช้เสียงดังเรียกเมร่าสาวใช้ของเธอให้ทำงานเรียกตัวนาธานกลับมาทันที แต่ทว่าเธอก็ต้องแปลกใจพร้อมกับขมวดคิ้ว
“กระผมอยู่ที่นี่แล้วขอรับคุณหนู..” นาธานกล่าวขานรับก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานของออกัส
“หือออ ไม่ใช่ว่าเ้าต้องกลับไปที่โรงงานแล้วไม่ใช่รึ.. ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่อีก” คาเรนกล่าวถาม
“เรียนคุณหนู.. กระผมมีเื่รายงานอย่างเร่งด่วนขอรับ จึงทำการรอคุณหนูอยู่ภายนอกห้อง หวังที่จะรายงานให้ทราบ และขอคำชี้แนะได้ทันท่วงทีขอรับ” นาธานกล่าวตอบ ซึ่งมันยิ่งทำให้คาเรนสงสัยเข้าไปอีก
“ด่วน? ด่วนแค่ไหน..” คาเรนกล่าวถามสั้นๆ นาธานที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ลังเลที่จะตอบกลับ
“ด่วนที่สุดขอรับคุณหนู.. กระผมขอเสียมารยาทเอ่ยบอกเลยนะขอรับ.. วัตถุดิบหลักประเภทชา มีปัญหาขอรับ..” นาธานกล่าว และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้กับคุณหนูของเขาฟัง และมันทำให้คาเรนถึงกับอึ้ง แน่นิ่งไปพักใหญ่เลยทีเดียว ท่ามกลางความสงสัยของบุคคลภายในห้องนี้ทุกคน สีหน้าของคาเรนในเวลานี้ไม่สู้ดีนัก เหมือนกับว่ามันมีเื่ใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น..
‘เป็ไปได้อย่างไร.. พวกเขาวางแผนกันมานานแล้วอย่างนั้นรึ.. เป้าหมายล่ะ? ตระกูลคาเพนเธียร์ของเรา?.. ครองราชสมบัติ และดินแดน!.. บ้าน่า! มันเป็เื่จริงหรือเนี่ย ไม่ได้การแล้ว ทุกอย่างมันถูกเซต และวางแผนมาเป็อย่างดี.. ขออย่าให้ฉันคิดถูกเลย..’ คาเรนกล่าวคิดในใจ