ถ้าคืนนั้นพ่อของเธอไม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนนี้เธอคงไม่ต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่ มนินพัทธ์รู้สึกว่าตัวเองเป็ส่วนเกินของครอบครัวนี้มาตลอดและเธอก็อยากหนีไปให้พ้นๆเสียที
“ถึงนพจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของแก แต่เขาก็ส่งเสียให้แกได้เรียนจนจบมหาลัยนะมิวบ้านที่แกอยู่ทุกวันนี้ก็บ้านเขา หัดสำนึกบุญคุณของเขาไว้บ้างนะ”
สำนึกบุญคุณอะไรกัน..
ถึงเื่ที่มารดาพูดมาจะเป็เื่จริงแต่ก็ไม่ใช่เื่จริงทั้งหมดเงินส่วนหนึ่งที่เอามาจ่ายค่าเรียนค่ากินค่าอยู่ก็เป็เงินประกันชีวิตของพ่อเธอทั้งนั้นและเงินก้อนนั้นก็หมดไปในเวลารวดเร็วเพราะแม่กับพ่อเลี้ยงช่วยกันผลาญจนเกลี้ยง ั้แ่มาอยู่ที่นี่เธอต้องทำงานและเรียนไปด้วยดิ้นรนด้วยตัวเองมาตลอด เหนื่อยหนักแค่ไหนก็สู้จนผ่านจุดนั้นมาได้กระทั่งเรียนจบมหาลัย
แม้ในใจลึกๆจะโหยหาความรักความอบอุ่นจากแม่แท้ๆ แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความรักจากผู้เป็แม่เลยด้วยซ้ำ
เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นในเวลาเดิมปลุกคนนอนหลับให้ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ มือเล็กปิดเสียงนาฬิกาปลุกในมือถือเสร็จก็ขยับตัวลุกออกจากเตียงนอน พลันสายตาก็สังเกตเห็นคราบขาวแห้งกรังติดที่เส้นผมและชุดนอนของตัวเองอยู่ ยกเสื้อขึ้นมาดมดูก็พบว่ากลิ่นมันแปลกๆ ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร มนินพัทธ์มองอย่างไม่ใส่ใจนักเพราะต้องรีบเข้าห้องน้ำไปจัดการอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเหมือนทุกๆวัน
ทันทีที่หมุนลูกบิดประตูก็พบว่ามันไม่ได้ล็อกทั้งที่เธอมั่นใจว่าล็อกมันเรียบร้อยดีแล้ว เพ่งมองตรงรูกุญแจลูกบิดก็เห็นเป็รอยขูดขีด ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็แทบมองไม่เห็นรอยเล็กๆนั่น หญิงสาวชาวาบไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอกเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างบ้านแล้วเห็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จอดอยู่ สิ่งที่เคยหวาดกลัวมาตลอดกำลังกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง
“ไง จะไปทำงานแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำทักขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวออกมายืนมองสำรวจหญิงสาวั้แ่หัวจรดเท้า
มนินพัทธ์รู้สึกเหมือนกับถูกสายฟ้าผ่ากลางวันแสกๆร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อเห็นหน้าของคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุด ‘ชวินทร์’ ลูกชายของพ่อเลี้ยงเธอเอง
“…” เธอเกลียดสายตาหยาบโลนกักขฬะที่ผู้ชายคนนี้ใช้มอง เกลียดจนอยากควักั์ตาคู่นั้นออกมา
“ดูเธอไม่อยากคุยกับฉันเลยนะ”ชวินทร์ยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นหญิงสาวยังคงนิ่งเงียบเหมือนเดิม พอเห็นอีกฝ่ายเดินหนีก็ก้าวเดินตามหลังไปติดๆ
“มิว ฉันจะกลับมาอยู่บ้านแล้วนะ เราคงได้เจอหน้ากันทุกวัน อืม...จะได้สนิทสนมกันเหมือนเมื่อก่อนไง..”
‘ ใครไปสนิทกับนายตอนไหนไม่ทราบ ’
มนินพัทธ์ตวัดสายคาขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจหญิงสาวไม่ตอบโต้อะไร ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายให้เสียเวลารีบเดินจ้ำอ้าวออกประตูหน้าบ้านไปทันที ชวินทร์หัวเราะออกมาเบาๆ มองตามหลังลูกสาวของแม่เลี้ยงไปจนสุดสายตา
“เกลียดกูมากใช่ไหมมิว หึ..คราวนี้มึงไม่รอดมือกูแน่ ”
KT Medical Corporation Public Co., Ltd.
“มิวเตรียมเอกสารผลิตภัณฑ์ใหม่ไว้ให้พี่ด้วยนะ ขอก่อนเข้าประชุมตอนบ่ายสองนะ”นิษฐามองสาวรุ่นน้องที่นั่งเงียบราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เธอบอก
“ มิว ได้ยินที่พี่พูดไหม ”
“คะเอ่อ..เมื่อกี้พี่ออมพูดอะไรนะคะ”คนใจลอยเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้างานที่ยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธออยู่มือเล็กขยับกรอบแว่นตาใสเล็กน้อย
“ก็เอกสารรายละเอียดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทจะนำเข้ามาขายไงมิว”นิษฐาถอนหายใจออกมาเบาๆ มองอีกฝ่ายนิ่ง
“เดี๋ยวมิวจะรีบเตรียมไว้ให้นะคะ”โชคดีที่เธอเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใหม่ที่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศไว้ล่วงหน้าแล้วเหลือแค่ตรวจเช็กข้อมูลอีกรอบก็เป็อันเสร็จเรียบร้อย
วันนี้เธอแทบไม่มีสมาธิในการทำงานเลยด้วยซ้ำเพราะเื่ที่เจอเมื่อเช้ามันรบกวนจิตใจเธอตลอดทั้งวันแล้วยังผู้ชายที่เธอเกลียดกำลังกลับมาอยู่บ้านเดียวกันอีก มันทำให้เธอรู้สึกเครียดจนปวดหัวปวดท้องไปหมด
“ ดีจ้ะ อ่อ..วันนี้คุณธาริกากับคุณลีเดียก็เข้าประชุมด้วยนะ เพราะงั้นอย่าให้เอกสารผิดพลาดเด็ดขาดนะมิว ”
“ ค่ะพี่ออม เอ่อ..คุณลีเดียกลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอคะ”คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน มองหน้านิษฐาด้วยแววตาสงสัย
“ใช่เพิ่งกลับมาเมื่อวันก่อนนี้เองประชุมวันนี้ก็เกี่ยวกับเื่ผลิตภัณฑ์ออแกนิกใหม่ที่จะนำเข้ามาขายเดือนหน้าก็เอกสารที่พี่ให้มิวเตรียมไว้ไงล่ะก่อนบ่ายโมงครึ่งเอาเอกสารพวกนั้นมาให้พี่ที่โต๊ะทำงานด้วยนะ”สั่งงานเสร็จนิษฐาก็เดินอาดๆกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง
บริษัทKTMedical เป็บริษัทชั้นนำของประเทศที่ผลิตและนำเข้าเครื่องสำอางยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่นี่ให้เงินเดือนสูงและมีสวัสดิการดีเยี่ยม เป็บริษัทที่ใครๆก็อยากเข้ามาทำงานทั้งนั้นรวมถึงมนินพัทธ์ด้วย เธอเคยฝึกงานที่บริษัทนี้มาก่อน ประวัติการฝึกงานของเธออยู่ในคะแนนที่ดีมาก มนินพัทธ์เป็คนหัวไว ขยัน มีความรับผิดชอบและตั้งใจทำงาน รวมกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่ดีเลยทำให้บริษัทตอบรับเธอเข้าทำงานทันทีโดยที่ไม่ได้สัมภาษณ์งานเหมือนกับคนอื่นๆ
หญิงสาวไม่ได้สนใจว่าตอนนี้จะเลยเวลาเลิกงานไปนานแค่ไหนแล้ว ในขณะที่พนักงานคนอื่นทยอยกลับบ้านหลังจากเลิกงาน มนินพัทธ์ยังนั่งจดจ่อกับเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานเงียบๆงานที่ได้รับมอบหมายในส่วนของวันพรุ่งนี้เธอทยอยทำเสร็จไปหมดแล้ว
ในสายตาของบรรดาเพื่อนร่วมงานรวมถึงหัวหน้างานพวกเขาคิดว่าเธอเป็คนขยันและทุ่มเทให้กับงานเป็บ้าเป็หลัง ที่จริงมนินพัทธ์ไม่ได้ขยันไปกว่าพนักงานคนอื่นๆหรือขยันมากมายอะไรเพียงแค่เธอยังไม่อยากกลับบ้านต่างหากเลยนั่งทำงานฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ เกือบทุ่มถึงออกจากบริษัทไปหาอะไรทานแล้วก็เดินเตร็ดเตร่ตามห้างสรรพสินค้าสักพักก่อนจะนั่งรถเมล์กลับบ้าน
หญิงสาวเสิร์ชหาข้อมูลพวกคอนโดหอพักหรืออพาร์เม้นท์ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ทำงานหาอยู่นานก็เจอแต่ที่พักราคาแพงๆบริษัทที่เธอทำงานตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ราคาที่ดินแถวนี้แพงหูฉี่ไม่แปลกที่คอนโดกับอพาร์ทเม้นท์แถวนี้จะราคาแพงแทบทั้งนั้น พยายามหาที่ไกลออกไปก็พอจะมีห้องพักราคาที่เธอพอจะเช่าไหว แต่ก็ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น
ริมฝีปากบางพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ