“อือ…”
เสียงคำรามครางครืนจากอีกฝ่าย บ่งบอกว่าเขากำลังมีอารมณ์สวาทในปากของผม รสชาติของชายชาตรี ที่ไม่คิดว่าจะต้องมาัั ตอนนี้กลับอัดแน่นอยู่ปาก ท่อนเนื้อหนารูดเข้ารูดออก ก่อนจะะเิน้ำใคร่เต็มลำคอ
“อึก อึก อึก!”
เพทายถูกกดหัวรองรับน้ำกามทุกหยาดหยด สองมือสั่นสะท้านจับสะโพกแกร่งกร้าน ออกแรงดันให้ร่างสูงถอดถอนสิ่งนี้ ไม่อย่างนั้นอาจจะตายเพราะหายใจไม่ออก
“อ่าาา!”
เส้นน้ำลายเหนียวไหลเยิ้ม ผสมปนเปกับน้ำกามสีขาวขุ่น ใบหน้าอ่อนระทวยที่ก้มมองพื้นถูกเชยคางให้เงยหน้าขึ้นไปสบตา แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ก็ถูกตบเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง โทษฐานที่กล้ามองตอบ พร้อมกับโดนทึ้งหัวให้พลิกร่างลงไปนอนคว่ำแนบพื้นปูนเย็นเฉียบ จากนั้นเขาก็ใช้ฝ่ามือหยาบใหญ่ ไล่ฟาดไปตามผิวกายไร้อาภรณ์ จนความนวลเนียนเกิดเป็รอยแดงซ่าน
เพียะ เพียะ เพียะ!
บั้นท้ายถูกฟาดซ้ำไปซ้ำมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง คนที่ถูกฟาดได้แต่นอนน้ำตาคลอเบ้า เพราะมือทั้งสองข้างถูกจับไปไขว้หลังด้วยมือแกร่งที่ล็อกเพียงข้างเดียว ก่อนที่เขาจะถ่มน้ำลายใส่รูร่อง ให้ความฉ่ำแฉะ ชโลมทั่วบริเวณรูจีบ
“ยะ อย่าเลียตรงนั้น อือ!”
ผมขัดขืนในตอนที่ชายฆาตกรเริ่มกลางร่อง แต่เรี่ยวแรงที่ผมมีอยู่ ไม่สามารถเอี้ยวตัวไปปฏิเสธเขาได้ มิหนำซ้ำยังถูกใช้เท้ากดบริเวณกลางลำตัวให้ผมนอนโก่งบั้นท้าย ในขณะที่เขากำลังแยงลิ้นเข้าไปในส่วนลึกของผม
“อะ อึก”
รองเท้าหนังอย่างดีที่เขาสวมใส่ เลื่อนขึ้นมาเหยียบหัวของอีกฝ่ายให้แนบลงพื้นปูน ก่อนที่เขาจะยกบั้นท้ายลอยเหนือพื้น แล้วแยงสองนิ้วเข้าไปกวัดไกวเอาน้ำในรูนั้น
“แฉะขนาดนี้แล้ว จะดิ้นไปทำไม”
“อะ อือ ผมกลัว ผะ ผมไม่ชอบ”
“เดี๋ยวนายก็ชอบเองแหละ”
พูดจบเขาก็สอดนิ้วที่สามเข้าไปขยายรูจีบแดงก่ำ ให้น้ำเมือกในรูนั้นเคลือบเงาเต็มข้อนิ้ว ก่อนจะเอื้อมไปหยิบด้ามมีดที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมาเสียบแทนนิ้วทั้งสามข้อ
“อ๊ากกก!”
เด็กหนุ่มร้องลั่น เมื่อสิ่งแปลกปลอมถูกยัดเยียดเข้ามาในกาย ด้ามมีดที่เคยอมตอนนี้ถูกดันเข้ามาเกือบครึ่ง ผนังเนื้อที่กำลังตอดรัด กำลังขยายกว้างในคราวเดียว
“ดูสิ รูของนายแหกหมดแล้ว”
แทบสิ้นสติ น้ำหูน้ำตาไหลพราก ความรู้สึกเจ็บถาโถมเข้ามาโดยที่ผมยังไม่ทันได้เตรียมใจ ใบหน้าแดงก่ำที่ตอนที่ถูกฝ่าเท้ากดหัวให้นอนจ้องมองไปที่ถุงดำห่อชิ้นส่วนศพ เป็บรรยากาศที่ผมไม่รู้ว่าจะทำใจยอมรับกับมันยังไงดี รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ เขากำลังสนุกกับการทรมาน
“อะ อ๊าก อะ อ๊าก อะ อ๊าก!”
ทุกการเคลื่อนไหวของด้ามมีดสีเงิน เสียงร้องครวญครางอย่างทรมานจะตามมา เขาทำอยู่อย่างนั้นหลายนาที จนรูจีบขยายตามขนาดตามมีด จากนั้นก็กดบั้นท้ายลง ให้รูแดงก่ำท่อนเนื้อหนาที่ผงาดแข็ง
“อะ อ๊ากกก!”
ทันทีที่ท่อนเอ็นใหญ่ยาวเบียดเสียดเข้ามา เขาก็จับสะโพกบางกระแทกขึ้นลงไปอย่างรุนแรง ผมอยากจะดิ้นให้หลุดพ้น ทว่าศีรษะก็ยังถูกเท้าเหยียบอยู่ ทำให้ต้องนอนโก่งในท่านี้ ซึ่งเป็ท่าที่พิสดารและทรมานกว่าครั้งแรก ความดิบเถื่อนของฆาตกรไม่มีวี่แววจนลดทอนลงเลย
พรึบ!
เขาอุ้มผมขึ้นทั้งที่ยังเสียบคาอยู่อย่างนั้น ฝ่ามือหนาประคองกลางอกให้ผมย้ายไปยืนเกาะเครื่องบด ก่อนที่เขาจะกระหน่ำแทงในท่ายืน พร้อมกับสอดกล้ามแขนกำยำยกขาข้างขวาขึ้น ให้เนื้อกระทบเนื้อต่อหน้าเหยื่อไร้ร่าง หัวของไอ้มอสวางอยู่ใต้ขา ก่อนที่เขาจะใช้เท้าแตะไปไกลๆ แล้วยกสะโพกบาง กระแทกซอยถี่จนน้ำแตก
“ซี้ดดด!”
เสียงซี้ดซ๊าดมาจากคนด้านหลัง ผิดกับผู้ถูกกระทำที่ยืนตัวสั่นเป็เ้าเข้า ท่อนเนื้อแข็งปั๊กยังคงเต้นตุบตับอยู่ในรูจีบแดงเถือก พอเขาดึงออก น้ำกามสีขาวก็ไหลพรวดออกมา เปรอะเปื้อนพื้นปูนที่ยังมีคราบเืเก่าเกรอะกรัง
ครืนนน!
ระหว่างที่กำลังยืนเกาะเครื่องบดเป็ที่ยึด เครื่องนั้นก็ถูกเปิดทำงาน ก่อนที่ชายฆาตกรจะฉีกถุงดำ หยิบหัวของไอ้มอสที่ดวงตาถล่นข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งไม่มีลูกกะตา โยนลงไปในเครื่องบด ตามด้วยลูกกะตาที่ยังเหลือติดถุงดำ ภาพที่เห็นเป็ภาพบดหัวมนุษย์อันน่าสยดสยอง เืสีแดงสดซาดกระเซ็นเต็มใบหน้า จนเด็กหนุ่มยืนช็อก
“งานของนาย เสร็จแล้ว”
เสียงสั่นประสาทกระซิบข้างใบหู ราวกับว่าเขาชอบอกชอบใจที่ทำให้ผมได้เห็นภาพเเบบนี้ เืที่ติดอยู่บนใบหน้าอีอนเยาว์ ถูกลิ้นสากโลมเลียก่อนที่เขาจะดันแก้มให้ผมหันไปจูบปาก ซึ่งผมควรจะรู้สึกสะอิดสะเอียน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผมกลับจูบตอบอย่างดูดดื่ม ลิ้นของเราเกี่ยวพัลวัน ก่อนที่เขาจะอุ้มผมขึ้นเหมือนอุ้มผู้หญิงตัวเล็ก
อื้อ จ๊วบ!
ฝ่ามือสั่นระริกประคองใบหน้าหล่อคม ริมฝีปากนุ่มหยุ่นถูกบดขยี้อย่างร้อนแรง อะดรีนาลีนในกายเริ่มพลุ่งพล่าน ไม่นานนักท่อนเอ็นใหญ่ยาวก็ถูกเสียบกลับเข้ามาอีกครั้งในท่าอุ้มแตง เด็กหนุ่มกลายเป็ของชายฆาตกรโดยสมยอมไร้การขัดขืนปราศจากความรู้สึกกลัวก่อนหน้า
“พี่ชื่อจิตเหรอครับ?”
เด็กชายวัยสิบขวบเอ่ยถามคนข้างกาย ขณะที่กำลังตวัดลิ้นโลมเลียไอศกรีมรสโปรด ที่ชายคนนี้นำมาให้ ใบหน้าอวบอ้วนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ผมชื่อ…”
“เพทาย”
“โอ๊ะ! พี่จิตรู้จักชื่อผมด้วยเหรอครับ?”
เด็กชายเอียงคอ ด้วยความประหลาดใจ
“ต้องรู้สิ นายเป็คนช่วยชีวิตฉันเอาไว้นะ”
ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาใสซื่อ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองขึ้นมาให้เพทายเช็ดปาก
“ขอบคุณครับ ผมดีใจนะครับที่พี่ยังมีชีวิตอยู่”
“นาย…ไม่รังเกียจฉันใช่ไหม?”
“ไม่ครับ ผมไม่รังเกียจพี่เลย พี่โดนทำร้าย พี่น่าสงสาร” เพทายส่งยิ้มสดใสปราศจากความกลัวผู้ชายคนนี้
“ฉันน่าเกลียด”
“ทำไมพี่ถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ?”
“นายดูหน้าตาฉันสิ มันน่าเกลียด”
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อน ไล่มองรูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายก่อนจะส่ายหน้าแล้วเอื้อมมือเล็กไปจิ้มแก้มยุ้ย
“แต่พี่น่ารักสำหรับผมนะครับ”
ประโยคเชยชม ทำให้ฝ่ายหน้าตาขึ้นสีแดงซ่าน
“นาย…อยากถามไหม เื่เหตุการณ์ในวันนั้น”
ประโยคถูกเปลี่ยน เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
“อยากถามครับ แต่รอให้พี่สบายใจที่จะเล่าดีกว่า”
“ฉันเผาพวกมันเอง”
คำตอบมาพร้อมกับสีหน้านิ่งเรียบ เด็กชายที่กำลังทานไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อยหยุดชะงักแล้วหุบยิ้มในทันที
“นายกลัวใช่ไหม…”
เพทายส่ายหน้าปฏิเสธ
“ผมกลัวว่าพี่จะถูกตำรวจจับไปลงโทษต่างหาก พี่เทียร์บอกว่าใครที่ฆ่าคนอื่น จะต้องถูกจับไปอยู่ในกรงขัง แล้วก็ต้องถูกตำรวจลงโทษ โทษหนัก ก็อาจจะถูกฆ่าตาย”
“นายกลัวว่าฉันจะตายงั้นเหรอ?”
“ครับ ผมกลัว เพราะพี่ไม่ได้ผิด”
“นายคิดอย่างนั้นเหรอ?”
เพทายพยักหน้าแทนคำตอบ
“ฉันไม่ถูกจับหรอกนะ”
ฝ่ามืออวบอ้วนวางลงบนเส้นผมหยักศก
“แล้วพี่จะหนีไปเหรอครับ?”
“ฉันไม่หนี เพราะไม่มีใครทำอะไรฉันได้”
เด็กชายกระพริบตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจ
“ฉันมาหานายทุกคืนได้ไหม?”
“ได้สิครับ พ่อแม่ผมไม่ว่า ถ้าพวกท่านไม่เห็น”
ชายอ้วนท้วนระบายรอยยิ้ม แล้วลูบหัวเอ็นดู
“ไปนั่งชิงช้าไหม เดี๋ยวฉันแกว่งให้”
เพทายแหงนคอมองบ้านหลังใหญ่ที่ตอนนี้มืดสนิท ป๊าม๊าไปดูงานต่างประเทศ ส่วนพี่เทียร์ก็น่าจะกลับไปแล้ว
“ไปครับ”
เด็กชายตอบรับก่อนจะรีบทานไอศกรีมให้หมดแท่ง จากนั้นก็จับมืออ้วนท้วน เดินตามไปนั่งชิงช้าที่ตั้งอยู่กลางสวนหย่อม เด็กชายยิ้มร่าขณะที่ชายหนุ่มแกว่งชิงช้าให้ ทั้งสองหัวเราะประสานเสียงกันอย่างสนุกสนาน ตามประสาเด็กสิบขวบที่มีคนมาเล่นด้วย เล่นเสร็จก็ส่งขึ้นนอน
“พรุ่งนี้พี่มาหาผมอีกนะครับ”
“ได้สิ” เด็กอ้วนยิ้มจนตาหยี่
“เวลาพี่ยิ้ม พี่น่ารักมากเลย”
“เหรอ นายชอบที่ฉันยิ้มงั้นเหรอ?”
เพทายจิ้มแก้มยุ้ย แล้วพยักหน้าหงึกๆ
“ผมชอบที่พี่เป็แบบนี้ เป็ตัวของตัวเอง”
“นาย…” ดวงตาสองคู่จ้องมองกันในมุมมืด
“แผลเป็บนหน้า เดี๋ยวผมขอยารักษาจากพี่สาวมาให้นะครับ คืนนี้ผมต้องไปนอนก่อนแล้ว ฝันดีล่วงหน้าครับ” เพทายยิ้มร่าโบกมือล่ำลาชายหนุ่ม ก่อนจะปิดประตู
“ฝันดี”
ชายร่างท้วน บอกฝันดีพร้อมกับเก็บมีดในมือ
“อือ~”
เสียงอื้ออึงในลำคอ ดังมาจากเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง ทว่าแทนที่ตะเป็เตียงเหล็กในห้องเชือด กลับเป็เตียงนุ่มคิงไซส์ ภายในห้องมีกลิ่นเทียนหอมตลบอบอวล ไร้กลิ่นอับชื้น หรือกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ มิหนำซ้ำความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ ก็ทำให้เด็กหนุ่มได้นอนพักร่างกายอย่างเต็มอิ่ม เหมือนตอนที่อยู่บ้าน
“ซี้ดดด~”
ถึงแม้ว่าตามเนื้อตัวจะมีรอยช้ำ รอยกัดเพิ่มขึ้น แต่การตื่นมาเจอสภาพห้องนอนสวยๆ ที่ไม่ใช่ห้องเชือดก็ทำให้ความรู้สึกเจ็บเบาลง ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนไล่มองการตกแต่งห้องนี้อย่างละเอียด
เตียงสีดำถูกจัดวางอยู่กลางห้อง ที่ตีเป็วงกลมดูแปลกตา ด้านหน้ามีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ ด้านซ้ายมีจอคอมพิวเตอร์ คล้ายของสตีมเมอร์ที่ชอบเล่นเกม ด้านขวามีเครื่องเล่นชกมวย กับนวมชกแขวนอยู่ แสดงไฟในห้องเป็แสงสลัวสีแดง แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกหวั่นกลัว เพราะไม่มีอะไรที่จะทำให้รู้สึกอย่างนั้น
ไม่มีมีด ไม่มีเครื่องบด ไม่มีเชือกรัดคอ
กรึบ~
ประตูมุมห้องถูกเปิดออก พอมองเข้าไปผมเห็นเป็ห้องน้ำสีขาวสะอาดสะอ้าน พร้อมกับปรากฏตัวชายฆาตกรในชุดคุมอาบน้ำสีดำ เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แถมยังไม่ใส่ผ้าปิดปาก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รีบหลบตาไม่กล้ามอง
“อาบน้ำไหม?”
คำถามแสนธรรมดา กลับทำให้ผมสะดุ้งเฮือก
“หึ…” เขาเค้นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินมานั่งบนเตียง แล้วยื่นใบหน้าหล่อคมที่มีกลิ่นครีมอาบน้ำหอมกรุ่น มาซุกไซ้ซอกคอที่เต็มไปด้วยรอยกัด จากนั้นก็โลมเลียรอยแผล แล้วกดไหล่บาง ลงไปนอนราบบนเตียงสีเข้ม
“อยากโดนฉันจับกินอีกรอบไหม?”
เสียงกระเส่ากระซิบถามข้างใบหูแดงซ่าน
“มะ ไม่ครับ ผะ ผมอยากไปอาบน้ำมากกว่า”
ผมปฏิเสธเสียงสั่น ก้อนเนื้อในอกก็สั่นไหวไปด้วย
“งั้นก็รีบไปอาบ แล้วไม่ต้องใส่เสื้อผ้า ฉันไม่ชอบ”
สิ้นสุดประโยคนั้น เขาก็ยอมปล่อยตัวผมให้ไปอาบน้ำ แล้วก็ไม่อนุญาตให้ปิดประตู ถ้าจะอาบก็ต้องอยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา ซึ่งผมอยากจะถามว่าที่นี่ที่ไหน แต่ปากก็ดันแข็ง ไม่ยอมถามทั้งที่ความสงสัยมีเต็มไปหมด
สิบนาทีผ่านไป เพทายยืนจ้องมองตัวเองในกระจก หลังจากอาบน้ำสระผมจนตัวหอมกรุ่นแล้ว สิ่งแรกที่เห็นได้ชัด คือกล้ามเนื้อที่สั่นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่องขาที่ยืนทรงตัวนานๆ ไม่ค่อยจะได้ ต้องใช้มือยันกำแพง หรือเท้าอ่างล้างหน้าเอาไว้ อาจจะเป็เพราะมีเพศสัมพันธ์นานจนกล้ามเนื้ออ่อนแรง และยอมให้เขาทำ จนตัวเองหมดสติไป
“ออกมาได้แล้ว”
เสียงทุ้มต่ำออกคำสั่งให้ผมเดินออกไปหา เขาสวมใส่กางเกงยีนสีดำตัวเดียว มือทั้งสองข้างใส่นวมสีแดง แล้วยกหมัดชี้ไปที่เครื่องเล่นชกมวยติดอยู่ตรงผนังมุมห้อง
“ฉันจะเล่นมัน นายอยากดูไหม?” ผมพยักหน้ารับอย่างไม่มีทางเลือก แล้วเดินตามไปยืนดูทั้งที่ไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ จากที่ขาสั่นอยู่แล้ว ตอนนี้กลับสั่นสะท้านไปทั่วตัว เพราะต้องยืนเปลือยกายล่อนจ้อน ตากแอร์สิบเจ็ดองศา
“คะ คุณ…”
ผมกำลังจะบอกว่าผมหนาว แต่เขากลับเปิดเพลงเสียงดังขึ้นมาก่อน แล้วหันไปตั้งการ์ด เตรียมชกเครื่องเล่น
เมื่อเกมชกมวยเริ่มขึ้น ชายร่างใหญ่กำยำก็ปล่อยหมัดใส่เครื่องเล่นเต็มแรง ตามจังหวะเพลงที่ปลุกเร้าให้เขาปลดปล่อยพลัง จะบอกว่ามันเป็เครื่องเล่นสำหรับคนรวยที่เท่มากแต่ตอนนี้ผมหนาวไง หนาวจนตัวหดหมดแล้ว
เด็กหนุ่มที่ยืนสั่นเป็เ้าเข้า มองไปที่เตียงก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มผืนใหญ่มาห่มร่าง แต่พอชายฆาตกรเห็นแบบนั้น เขาก็รีบปิดเพลงด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แล้วเดินตรงเข้ามากระชากผ้าห่มออกจากร่างกายเปลือยเปล่า
“ผะ ผมหนาว”
“อย่ามาอ่อนแอ”
“ผมไม่ได้อ่อนแอ ทีคุณยังใส่กางเกงได้เลย”
“กล้าเถียงนะ เดี๋ยวจะโดนตบเืกบปาก”
เขาง้างมือเหมือนจะทำตามคำขู่ แต่กลับดันตัวผมเข้าไปซุกกลางอกล่ำสันที่เต็มไปด้วยรอยสัก แล้วกอดแน่น
“หายหนาวหรือยัง?”
“ยะ ยังเลยครับ”
ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองหน้าร้อนฉ่า ทั้งที่ยังตัวสั่น
“งั้นมานี่”
เขาคลายอ้อมกอด ก่อนจะถอดนวมสีแดงมาสวมใส่ให้ผมแล้วดันแผ่นหลังให้ผมไปยืนอยู่หน้าเครื่องชกมวย
“เล่นเป็ไหม?”
“เคยเห็นในอินเทอร์เน็ตครับ แต่ยังไม่เคย…”
“เดี๋ยวสอน”
พูดยังไม่ทันจบประโยค ก็ชิ่งเป็ครูสอนซะแล้ว
ร่างสูงใหญ่เอื้อมมือไปกดเปิดเพลงอีกครั้ง ก่อนจะโอบร่างบาง แนบชิดแขนเรียวให้ปล่อยหมัดไปที่เป้าหมาย เครื่องเล่นเป็ลักษณะวงกลม เป้ามีประมาณหกเป้าให้ปล่อยหมัดตามสีนีออนที่ขึ้นว่าควรชกอันไหน เมื่อเปิดเพลงประกอบจังหวะ จะทำให้เมามันไปกับเครื่องเล่นชิ้นนี้
“ต่อยแรงๆ มันไม่เจ็บหรอก”
ริมฝีปากร้อนผ่าวพูดพร่ำแนบใบหูขาวสะอาด ให้คนด้านหน้าปล่อยหมัดเต็มแรง แรกๆ เขาก็จับมือผมเล่น หลังๆ ผมจับทางได้ ก็เริ่มออกหมัดตามจังหวะเพลงที่เร้าใจ รอยยิ้มเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในขณะที่คนด้านหลังกำลังพรมจูบไหล่บางอย่างคลั่งใคร่ พอจบเพลงแรก เขาก็กดเปิดเพลงต่อไป ให้ผมจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น ส่วนเขาจดจ่ออยู่กับร่างกายของผม ไม่ว่าจะเป็จุดไหนลิ้นสากก็โลมเลียไปเสียทุกส่วน โดยเฉพาะบั้นท้าย ที่เขาเลียมันไม่หยุด
“คะ คุณครับ ผมเล่นจนจบเพลงแล้ว”
“อือ” เขาชันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วจับมือผมให้เดินไปนั่งบนเก้าอี้สำรองข้างเตียง ก่อนจะหยิบเชือกผ้าสีแดงสด กับสายโซ่รัดข้อมือออกมาจากลิ้นชัก ชิ้นสุดท้ายทำให้ผมเบิกตาโตเพราะมันเป็ปลอกคอล่ามสุนัข
“ไม่ใส่ได้ไหม ผมกลัว”
“กลัวอะไร?”
“ผะ ผม…” ใจสั่นไปหมด
“มันไม่ทำให้นายตายหรอก”
“แต่ผมไม่ชอบถูกรัดแบบนี้”
“แต่ฉันชอบ” เขาเอาตัวเองเป็ใหญ่ ก่อนจะพันธนาการเด็กหนุ่มให้อยู่ในท่าทางพิสดารตามที่้า แล้วไม่ลืมที่จะใส่ปลอกคอสีแดงสด ให้หมาน้อยน่ารักตัวนี้
“นายชอบให้ฉันเลียก้นไหม?”
“ผะ ผมไม่ชอบครับ”
“โกหก เพียะ!”
ฝ่ามือหยาบฟาดบั้นท้ายเต็มแรง
“นายชอบมัน ดูสิ นายเริ่มแฉะแล้ว”
เขาใช้นิ้วกลางรูดไปตามรูจีบแดงซ่าน
“นายมีความสุขใช่ไหม ที่โดนข่มขืนแบบนี้?”
ผมส่ายหน้าระรัว พลางกัดปากจนห้อเื เพราะเขากำลังแยงนิ้วกลางเข้ามาในรูจีบ พร้อมกับเคล้นคลึงบริเวณจุดที่เสียวกระสัน กระตุ้นให้ผมเกิดอารมณ์ทางเพศ
“นายมี ฉันรู้ว่านายมีความสุข” ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้มโรคจิต ก่อนจะรีดน้ำลายขาวข้นชโลมรูจีบสีสวย
“อย่ามอง เพียะ!”
ใบหน้าแดงซ่านหันไปตามแรงตบ ก่อนที่เขาจะใช้มือที่ยังว่างล้วงเข้ามาในโพรงปาก ล้วงลึกไปจนถึงคอหอย
“อ๊อก!”
เด็กหนุ่มโก่งคอเมื่อฝ่ามือหนาล้วงลึกจนเกินไป
“เพียะ!”
ตบหน้าซ้ำแล้วเร่งนิ้วกลางที่แยงรูจีบให้เร็วขึ้น
“อะ อ๊ะ อ๊ะ พอแล้ว อือ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ!”
“นายจะเสร็จไหม ใกล้จะเสร็จหรือยัง?”
“ผมยัง อ๊ะ อ๊ะ โอ๊ย อ๊า ขอร้อง อ๊ะ อ๊ะ โอ๊ย!”
“รัดแน่นเชียว ต้องอีกนิ้วสินะ นายถึงจะเสร็จ”
นิ้วยาวเหยียดยัดเข้าไปเป็สองนิ้ว แยงรูจีบเข้าออกจนเนื้อปลิ้นตามจังหวะแยงรู ความรู้สึกเสียวกระสัน แล่นขึ้นสมอง ไม่คิดว่าถูกกระทำในสภาพนี้ จะยังรู้สึกดีได้
“คะ คุณครับ อ๊ะ ผมไม่ไหวแล้ว อ๊ะ ผมจะเสร็จ”
“นายเป็หมาร่านของฉันแล้ว เพียะ เพียะ!”