ไป๋ชิงอวิ๋นถือตำราหยินหยางฟ้าดินโกลาหลในมืออย่างทะนุถนอม สายตาของเขามุ่งมั่นพรางสาวเท้าเดินออกไป เมื่อมาถึงหน้าเก้าอี้ไม้ไผ่ไป๋ชิงอวิ๋นก็โค้งกายคารวะแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"ผู้าุโข้าเลือกตำราได้แล้วขอรับ"
ชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำค่อยๆลืมตาขึ้น สายตาของเขากวาดมองอย่างช้าๆไปที่หนังสือในมือของไป๋ชิงอวิ๋น ชายชราขมวดคิ้วเข้าหากันสังเกตดูหนังสือเล่มนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"วิชานี้ฝึกฝนได้ยากยิ่ง ผู้ที่คิดค้นวิชานี้ขึ้นมาเดินไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น ในตอนท้ายร่างกายของเขาะเิออกิญญาแตกสลาย ไม่สามารถกลับคืนสู่วัฏสงสารได้ ฝึกฝนวิชานี้เป็ตายเท่ากัน อีกทั้งยังมีเพียงแค่บทเดียว" น้ำเสียงของชายชราเต็มไปด้วยความห่วงใยและกังวล "เ้าไม่ลองหาดูเคล็ดวิชาใหม่จริงๆหรือ?"
ไป๋ชิงอวิ๋นอึ้งงันไป เขาก้มลงมองดูหนังสือในมืออย่างละเอียด แต่แววตาของเขายังคงสงบนิ่งแน่วแน่แล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง
"เคล็ดวิชานี้ผู้อื่นฝึกฝนไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะฝึกฝนไม่สำเร็จ การที่ผู้คิดค้นฝึกฝนล้มเหลวจนร่างกายะเิออก ข้าเชื่อว่าเขายังมีความรู้ไม่เพียงพอและวิสัยทัศน์ในการมองโลกยังแคบเกินไป อ้างอิงจากเคล็ดวิชาฝึกฝนที่ได้อ่านใน่ที่ผ่านมานี้ ข้าเชื่อว่าวิสัยทัศน์ของข้ากว้างไกลมากพอ มีโลกหนังสือนี้เป็พื้นฐานความรู้ หากข้ายังฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ไม่สำเร็จ นั่นไม่เท่ากับว่าข้าไร้ความสามารถจริงๆหรอกหรือขอรับ"
ชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำค่อยๆหลับตาลงหวนคิดรำลึกถึงอดีต 'นายท่านเขาช่างเหมือนท่านจริงๆขอรับ มีความดื้อรั้นของคนวัยเยาว์และความกล้าหาญดั่งวีรบุรุษ หากท่านได้เห็นเขาท่านคงจะพูดว่ายอดเยี่ยมเป็แน่'
"เมื่อตัดสินใจแล้วไม่อาจย้อนกลับ" เสียงของชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำเคร่งขรึมขึ้น "การบำเพ็ญตนมีแต่ต้องเดินไปข้างหน้าเท่านั้นจึงจะมีชีวิตรอด คนที่หยุดอยู่กับที่ทำได้เพียงรอความตาย วิชาที่เลือกตัดสินเส้นทางในอนาคตไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนเ้าต้องกัดฟันแล้วเดินไปข้างหน้า อย่าท้อถอยหรือท้อแท้มันจะทำให้รากฐานของเ้าสั่นคลอน"
กล่าวจบชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำก็คว้ามือออกไปกลางอากาศ ในมือของเขาถือขวดแก้วใสขนาดเล็กเอาไว้หนึ่งขวด ด้านในขวดแก้วบรรจุของเหลวสีรุ้งเอาไว้มันส่องสว่างและเปล่งประกายประหนึ่งแก้วมณี
"กินนี่ซะ มันคือน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตมันสามารถชำระล้างร่างกายและิญญาของเ้าได้" ชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำส่งมอบขวดแก้วให้กับ
ไป๋ชิงอวิ๋น
ไป๋ชิงอวิ๋นรับมาแล้วพิจารณาดู แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่ก็เปิดฝาขวดออก ทันทีที่จมูกปะทะเข้ากับกลิ่นที่โชยออกมาร่างทั้งร่างของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง รูขุมขนทุกจุดเปิดออก ประสาทััที่เกี่ยวกับการรับรสถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันร่างจิติญญาของเขาในตอนนี้ก็เกิดความกระหายอยากต่อของเหลวด้านในขวดอย่างห้ามไม่ได้
ไป๋ชิงอวิ๋นพยายามรวบรวมสติยับยั้งอาการหิวกระหายที่ร่างจิติญญาแสดงออกมา แต่ก็ไม่เป็ผลเขาไม่สามารถพิจารณามันต่อได้ ทำได้เพียงยกขึ้นกระดกลงคอไปอย่างรวดเร็ว เมื่อน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตไหลผ่านลงไปในลำคอของไป๋ชิงอวิ๋น ร่างจิติญญาได้รับการกระตุ้นจนเปล่งประกายแสงสีขาวนวลออกมา
ด้านนอกโลกหนังสือร่างจริงที่กำลังถือคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งอยู่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ร่างกายของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง สายธารของพลังที่บริสุทธิ์และมีชีวิตชีวาเปล่งประกายออกมาจากร่างของเขา แสงสีขาวสาดส่องไปทั่วทั้งถ้ำ ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าในถ้ำเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการเจริญเติบโตนี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แสงสีขาวนี้สาดส่องสว่างไปที่ไหน ที่แห่งนั้นก็จะเต็มไปด้วยไอทั้งแห่งชีวิต ร่างโปร่งแสงมองร่างของไป๋ชิงอวิ๋นด้วยแววตาสงบนิ่ง มีน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตอยู่ในร่างกายก็ไม่ต้องกลัวว่าเ้าของร่างนี้จะตายก่อนวัยอันควร ด้วยพลังในการฟื้นฟูของน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ที่สุดในจักรวาลหากไม่ใช่การโจมตีที่ทำให้ร่างของเขาแหลกสลายไปทั้งหมด ก็ไม่สามารถฆ่าเขาให้ตายได้
น้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตไหลเข้าไปในไขกระดูกของไป๋ชิงอวิ๋น ทำให้โลหิตทุกหยดภายในร่างมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ขณะเดียวกันมันก็ช่วยขับสิ่งสกปรกในร่างของไป๋ชิงอวิ๋นออกมาทั้งหมด กลิ่นเหม็นเน่าเหม็นขืนของสิ่งสกปรกที่ถูกขับออกมาจากร่างทำให้ต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก
แต่ผ่านไปไม่นานกลิ่นเหม็นเน่าทั้งหมดก็ถูกกำจัดออกไป ร่างโปร่งแสงเพียงแค่สะบัดมือเบาๆสิ่งสกปรกและกลิ่นเหม็นเน่าทั้งหมดก็อันตรธานหายไปทันที
ตอนนี้ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นมีผิวพรรณเรียบเนียนอวบอิ่มบวกกับใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา ตอนนี้ไป๋ชิงอวิ๋นเรียกได้ว่าอ่อนเยาว์และหล่อเหลาอย่างถึงที่สุด มันดูมีเสน่ห์ในแบบลึกลับน่าค้นหา หล่อเหลาประหนึ่งเทพบุตรจุติลงมายังโลก ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคี และนี่เป็เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงจากภายนอก
ส่วนการเปลี่ยนแปลงจากภายในนั้น น้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตช่วยให้อวัยวะภายในทั้งหมดของเขาแข็งแรงขึ้น ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ตอนนี้ร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับจะลอยได้
ส่วนร่างจิติญญาในโลกหนังสือก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ััทางิญญาเฉียบคมขึ้นและิญญายังได้รับการเลื่อนระดับเข้าสู่ผู้ฝึกฝนิญญาอีกด้วย และด้วยการเกื้อหนุนของน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตจิติญญาของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นถึงระดับที่สิบเอ็ด ระดับที่สิบเอ็ดเทียบได้กับจอมยุทธที่ฝึกฝนร่างกายก็มีพลังในระดับก่อกำเนิดขั้นที่หนึ่ง
แม้จิติญญาจะเลื่อนระดับพลังมาเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อมีน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตเป็รากฐาน ก็เท่ากับว่าจิติญญาของเขาจะไม่มีวันแตกสลาย เป็ิญญาที่สามารถฟื้นฟูอาการาเ็ได้ด้วยตนเอง ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ผู้ที่ได้รับาเ็ทางิญญาน้อยมากที่จะรักษาให้หายขาดได้ เพราะเมื่อิญญาได้รับความเสียหายก็ต้องใช้ต้นกำเนิดิญญามารักษา แต่ต้นกำเนิดิญญาในโลกหาได้ยากยิ่ง มันคือสมบัติของฟ้าดินยากนักที่จะมีไว้ใน
ไป๋ชิงอวิ๋นมองดูมือทั้งสองข้างของเขาอย่างละเอียด จากนั้นก็หลับตาลงพิจารณาดูร่างกายของตนเอง ตอนนี้ร่างจิติญญาของเขาแจ่มใสขึ้นมากมันมั่นคงและหนักแน่น ตอนนี้ััทางิญญาของเขาเฉียบคมขึ้นมาก มันแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เขาลืมตาขึ้นจากนั้นเพ่งมองออกไปด้านหน้า
ไม่ผิดจากที่คาดไว้สายตาของเขามันมองได้ไกลขึ้นจริงๆ ในระหว่างที่กำลังสงสัยและอยากจะทดลองอีกหลายอย่าง ร่างของชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่แล้วพูดขึ้นว่า
"ใช้น้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตเป็พื้นฐานในการหล่อเลี้ยงร่างกายและิญญา จะทำให้เ้าเดินไปได้ไกลกว่าจอมยุทธ์คนอื่นๆ และได้เปรียบจอมยุทธ์คนอื่นๆ ของสิ่งนี้ช่วยชำระล้างร่างกายและิญญาให้บริสุทธิ์ ต่อไปเมื่อดูดซับพลังฟ้าดินเข้าสู่จุดตันเถียน เ้าจะพบว่าพลังฟ้าดินที่ดูดซับมามีความบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด ลำดับต่อไปคือสิ่งนี้"
วูบ!
ขวดแก้วขนาดเล็กปรากฏขึ้นในมือของชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำ เขายื่นมันให้กับไป๋ชิงอวิ๋นแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมว่า
"ของในขวดนี้ คือโลหิตต้นกำเนิดของนายท่าน ภายในโลหิตนี้มีพลังเวทย์จำนวนมหาศาลอัดแน่นอยู่ นายท่านหลงเหลือเอาไว้เพียงส่วนน้อยก่อนที่เขาจะจากไป เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะฉะนั้นเขาจึงทิ้งโลหิตต้นกำเนิดเอาไว้ให้กับผู้สืบทอดในอนาคต นายท่านฝากความหวังทั้งหมดไว้กับผู้สืบทอด ก่อนที่เ้าจะรับโลหิตนี้ เ้าต้องให้คำมั่นสัญญากับข้ามาหนึ่งข้อ นั่นก็คือในภาคหน้าเ้าต้องสังหารตัวตนที่เป็ศัตรูกับนายท่าน วันนี้หากเ้ายินดีตกลงยอมรับข้อเรียกร้องของข้า เช่นนั้นข้าจะยอมเป็ข้ารับใช้ติดตามเ้า จากนี้ไปไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับศัตรูแบบไหน ข้าก็ยินดีที่จะช่วยเ้ากำจัดศัตรูคนนั้น แต่ถ้าว่าเ้าไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของข้า เช่นนั้นวันนี้ก็คือวันตายของเ้า"
ไป๋ชิงอวิ๋นได้ฟังข้อความส่วนแรกก็นิ่งอึ้งตกตะลึงไป แต่พอได้ฟังข้อความ่หลังเขาก็ใจสั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง ด้วยจิติญญาที่ได้รับการยกระดับขึ้นของเขา ตอนนี้เขาััได้อย่างชัดเจนว่าจิติญญาของคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งหรือชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมา ด้วยจิตสังหารที่รุนแรงนี้มันได้เปลี่ยนแปลงบรรยากาศและสีสันในโลกหนังสือออกไปไม่เหมือนเดิม
โลกหนังสือตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็มืดสลัวมัวหม่น ด้วยจิตสังหารที่หนาแน่นและเข้มข้นนี้ ก็ทำให้ไป๋ชิงอวิ๋นหายใจแทบไม่ออก บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นมาในพริบตา ไป๋ชิงอวิ๋นหลับตาลงสงบสติอารมณ์ของตัวเองไม่ปล่อยให้สติปัญญาฟุ้งซ่าน จากนั้นไม่นานก็ลืมตาแล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวว่า
"ก่อนหน้านี้ข้าได้ตายไปแล้ว การได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งก็เป็พวกผู้าุโที่ช่วยเหลือ ท่านขอร้องให้ข้าช่วยท่านหนึ่งข้อข้าไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน ต่อให้ท่านขอมากกว่านี้ข้าก็ยินยอม บุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าไป๋ชิงอวิ๋นจดจำไว้ในใจ จากนี้หากเจอกับคนที่เป็ศัตรูกับนายท่านของผู้าุโข้าไป๋ชิงอวิ๋นยินดีสู้กับเขาอย่างไม่คิดชีวิต หากศัตรูคนนั้นยังไม่ตายข้าไป๋ชิงอวิ๋นก็จะไม่ขอเลิกรา จะสู้ต่อไปจนกว่าจะสังหารศัตรูผู้นั้นได้ แม้กายนี้ต้องแหลกสลายเป็เถ้าธุลี และแม้ิญญานี้ต้องกระจัดกระจายพัดพาย ข้าก็จะสังหารศัตรูของผู้าุโให้จงได้ ข้าไป๋ชิงอวิ๋นขอให้สัญญา"
ชายชราที่สวมอาภรณ์สีดำได้ยินดังนั้นจิตใจก็ผ่อนคลายลง เขาแย้มยิ้มเบาๆเอ่ยขึ้นด้วยความพอใจ
"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก นี่คือคำพูดที่ข้าอยากได้ยิน เช่นนั้นนับจากนี้ไปท่านคือนายท่านคนใหม่ของข้าฮุ่ยเคอ จากนี้ไปข้าจะอยู่ติดตามรับใช้ท่านเป็ตายไม่แยกจาก จนกว่าจะกำจัดศัตรูของนายท่านคนก่อนได้ ข้าจะช่วยเหลือท่านอย่างสุดกำลัง"
กล่าวจบเขาก็กรีดปลายนิ้วของตนเอง สร้างเป็สัญลักษณ์รูปหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่มเขาสะบัดมือเบาๆ ลวดลายนี้ก็พุ่งไปประทับลงที่มือขวาของร่างจิติญญาไป๋ชิงอวิ๋น ขณะเดียวกันร่างจริงที่โลกภายนอกหลังมือขวาก็ปรากฏสัญลักษณ์รูปหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม
"โลหิตนี้ข้าจะช่วยท่านหลอมรวมเอง"
"เช่นนั้นต้องฝากให้ผู้าุโฮุ่ยเคอจัดการแล้ว" ไป๋ชิงอวิ๋นประสานมือคารวะ
ขณะนั้นเองขวดแก้วก็ถูกเปิดออกโลหิตต้นกำเนิดของมหาจอมเวทย์ก็ไหลออกมานอกขวดจนหมด ฮุ่ยเคอที่เป็จิติญญาของคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งวาดมือออกไปกลางท้องฟ้ากว้างใหญ่เบื้องหน้า ทำให้เกิดตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์แน่นขนัดปรากฏขึ้นในโลกหนังสือ ตัวอักษรเ่าั้เปล่งประกายแสงสีทองออกมามันทั้งทรงพลังและดูเก่าแก่
จิติญญาของคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งสะบัดปลายนิ้วเบาๆ โลหิตต้นกำเนิดของมหาจอมเวทย์ก็ไหลเข้าไปตรงกลางหว่างคิ้วของไป๋ชิงอวิ๋น
ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างิญญาของเขามีรอยปริแตก ร่างจริงที่โลกภายนอกตอนนี้สั่นราวกับเ้าเข้า เหงื่อเย็นผุดขึ้นกลางหน้าผาก สีหน้าเผยถึงความเ็ปอย่างถึงที่สุด
ในโลกหนังสือิญญาของไป๋ชิงอวิ๋นที่บอบบางราวกับหยก มีรอยร้าวอยู่เต็มไปหมดเหมือนว่าจะแตกสลายไปได้ตลอดเวลา และใน่เวลาสำคัญแห่งความเป็ความตายนี้แสงสีขาวนวลก็เปล่งประกายออกมาจากจิติญญาของเขา รอยแตกร้าวสมานเข้าหากันจนสนิท แต่จากนั้นไม่นานก็มีรอยแตกร้าวใหม่เกิดขึ้น
และเมื่อมีรอยแตกร้าวใหม่แสงสีขาวนวลก็ปรากฏขึ้นเพื่อสมานรอยแตกร้าวนั้น เป็เช่นนี้วนไปไร้ที่สิ้นสุด ไป๋ชิงอวิ๋นในเวลานี้ทำได้เพียงแค่อดทนอดกลั้นต่อความเ็ปทรมานทางจิติญญาที่เกิดขึ้น กาลเวลาผ่านเลยไปไป๋ชิงอวิ๋นกัดฟันแน่นไม่ยอมร้องออกมาแม้แต่คำเดียว ต่อให้เ็ปแค่ไหนเขาก็ต้องทนให้ได้
ในหนังสือมากกว่าล้านเล่มที่ได้อ่านบอกว่า ต้องใช้จิติญญาที่แข็งแกร่งต้านทานความเ็ป จึงจะสามารถขัดเกลาเจตจำนงขึ้นมาได้ เมื่อเจตจำนงปรากฏคนผู้นั้นจะมีปณิธานไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเดินไปจนสุดทางเขาจะได้พบกับวิถี เมื่อเข้าใจถึงวิถีก็จะสามารถเข้าใจกฎเกณฑ์สูงสุดได้และไม่เพียงแค่นั้นเขายังสามารถใช้วิถีของตนเขียนทับกฎเกณฑ์สูงสุดได้
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานโลกหนังสือก็ผ่านไปแล้วแปดร้อยปี อักษรสีทองในโลกหนังสือก็จางแสงลงแล้ว
เสียงแห่งความปลื้มปิติดังขึ้น "ยอดเยี่ยมมากที่สามารถผ่านความเ็ปเช่นนี้ไปได้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงปณิธานของท่าน สมแล้วที่ได้ถือครองร่างจุดเหนือกฎเกณฑ์ มีปณิธานที่แข็งแกร่งเช่นนี้อนาคตของท่านก็ไร้ขีดจำกัดแล้ว สามารถท่านอดทนต่อความเ็ปมาได้แปดร้อยปีโดยที่ตัวท่านไม่หมดสติไป ถึงข้าจะมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน แต่คนที่มีพลังต่อสู้ไม่สูงและทนต่อความเ็ปได้อย่างท่านข้าเพิ่งจะเคยเห็น"
ไป๋ชิงอวิ๋นร่างจิติญญาอ่อนแรงทรุดตัวลงกับพื้น แปดร้อยปี แปดร้อยปีอย่างนั้นเหรอ? สำหรับเขาความทรมานนี้ยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ เขาไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ทำได้เพียงอดทนต่อความเ็ป แม้จะทุกข์ทรมานแต่ก็ต้องอดทน ที่น่าแปลกก็คือใน่ที่เขาท้อแท้หรือจะหมดสติ กลับมีสิ่งหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของเขา สิ่งนี้ทำให้เขากัดฟันเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สนว่าจิติญญาและร่างกายจะเ็ปเพียงไหน
สิ่งนี้คงเรียกว่าปณิธาน ไม่น่าเชื่อว่าความฝันอยากท่องเที่ยวไปในยุทธภพของเขาจะแรงกล้าขนาดนี้ เมื่อก่อนคิดเพียงว่าตนเองอ่านนิยายกำลังใจมากเกินไปจึงเก็บเอามาคิด แต่แปดร้อยปีที่ผ่านมาหากไม่มีสิ่งนี้คอยค้ำจุน ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"ท่านพักผ่อนให้ดี ในโลกนี้ยังเหลือเวลาอีกสองร้อยปีให้ท่านได้พักรักษาตัว แต่จงอย่าปล่อยให้เวลาสองร้อยปีนี้ผ่านไปอย่างว่างเปล่า ท่านสงสัยหรือข้องใจสิ่งใดสามารถสอบถามข้าได้ ข้าจะคลายข้อสงสัยให้กับท่านเอง"