ห้องโถงอันโอ่อ่า ถูกประดับประดาไปด้วยแจกันดอกไม้ใบโตที่มีเหล่าดอกไม้หลากหลายสีถูกจัดวางเอาไว้ โต๊ะกลางตัวใหญ่มีอาหารจานเล็กใหญ่เรียงลายกันจนดูละลานตา มองเพียงแวบแรกก็น่าจะรู้ในทันทีว่าโต๊ะอาหารและบ้านที่มีขนาดห้องโถงที่ใหญ่เกือบเท่าสนามบาส ไม่ใช่บ้านของคนธรรมดาๆ ทั่วไป
มุมหนึ่งของห้องโถงมีต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ขนาดเท่าต้นจริงวางตระหง่าน ตามกิ่งก้านถูกประดับตกแต่งด้วยกระดิ่งสีทอง ลูกบอลหลากสี และที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็เหล่ากล่องของขวัญใบโตซึ่งวางอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนี้
“คุณพ่อคะ”
เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดกระโปรงตัวเล็กแสนน่ารัก เดินตรงเข้ามาหาชายสูงวัยซึ่งยืนเด่นอยู่ตรงหัวโต๊ะ
“มีอะไรหรือจ๊ะ”
“เมื่อไหร่หนูถึงจะได้เปิดกล่องพวกนั้นคะ”
เขาใช้มือลูบศีรษะเด็กสาวเบาๆ อย่างรักใคร่
“เราจะเปิดกันเดี๋ยวนี้เลยจ้ะ พ่อเตรียมของขวัญที่ลูกเห็นแล้วต้องดีใจมากๆ แน่ไว้ให้ด้วย”
“หนูอยากเห็นแล้ว” เธอทำท่าทางออดอ้อนตามประสาเด็กตัวเล็กๆ “เรารีบไปเปิดกัน ไปกันค่ะคุณพ่อ”
“จ้าๆ”
ภายใต้ต้นคริสต์มาสมีกล่องของขวัญหลากหลายขนาดวางทับซ้อนกันไว้ แต่ละชิ้นก็มีของขวัญด้านในต่างกันออกไป
นี่เป็เทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสอีฟ ซึ่งเป็สิ่งที่คนบ้านนี้จัดขึ้นทุกปี เ้าของบ้านหลังโตจะแจกของขวัญให้กับคนในบ้านทุกคน ไม้เว้นแม้แต่คนสวน หรือ แม่บ้านตัวเล็กๆ ทุกคนล้วนได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากเ้านายแสนใจดีกันถ้วนหน้า ฟังดูแล้วมันเป็เื่ราวแสนสวยงามราวกับเทพนิยายใช่ไหมล่ะ การที่ได้ทำงานดีๆ มีเ้านายที่เมตตา และแถมเ้านายคนนั้นยังปฏิบัติกับเราเปรียบเสมือนดังเราเป็คนในครอบครัวของเขาอีกด้วย
แต่สำหรับฉัน มันช่างน่าสมเพชสิ้นดี
ในระหว่างที่ทุกคนดีอกดีใจไปกับของขวัญในวันคริสต์มาสอีฟ ฉันคงเป็เพียงเด็กคนเดียวที่ยังรู้สึกว่าของขวัญเ่าั้ มันไม่ได้มีค่าควรแก่ความดีใจใดๆ เลย ฉันอยากได้อะไรที่มันมากกว่าข้าวของนอกกายพวกนี้ นั่นก็คือสิ่งที่เด็กผู้หญิงอีกคนในบ้านหลังนั้นอยู่
“คุณพ่อคะนี่มันตุ๊กตาที่หนูเจอในห้างวันนั้นนี่คะ”
“แล้วลูกชอบไหมล่ะจ้ะ”
เธอยิ้มจนแก้มเกือบจะฉีก สองพวงแก้มโตๆ นั่นดูน่าหยิกยิ่ง
“หนูชอบมันมากๆ เลยค่ะ” เธอะโเข้าหาคนเป็พ่อด้วยความดีใจ “หนูรักคุณพ่อนะคะ” เด็กสาวหอมแก้มคนเป็พ่อฟอดใหญ่ ทั้งสองคนพ่อลูกดูมีความสุขกันเป็อย่างดี
มีความสุขกันมาก จนทำให้เด็กหญิงอีกคนที่เอาแต่ยืนมองสองคนนั้นผ่านทางช่องหน้าต่างกระจกบานใหญ่เริ่มรู้สึกน้อยใจ
“แอบมาอยู่นี่เอง”
“แม่” ฉันหันไปมองแม่ตัวเองที่ดูโล่งใจเล็กน้อย “มีอะไรหรือคะ”
“ยังจะมาถามอีก แม่ตามหาลูกให้ทั่วไปหมด ทุกคนเขากินมื้อค่ำกันหมดแล้ว”
“แต่หนูไม่หิวนิคะ” สายตาทั้งสองยังคงจับจ้องสองพ่อลูกซึ่งกอดหอมกันอย่างมีความสุขอยู่ด้านใน “อยากได้แบบนั้นบ้าง”
แม่ฉันมองเข้าไปด้านในห้องโถงใหญ่ ก่อนจะจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันออกแรงหมุนร่างฉันให้หันหลังกลับมาประจันหน้ากัน
“แม่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเรา...”
“เป็แค่คนใช้”
“แม่รู้ว่าลูกน้อยใจ แต่เราไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้มากไปกว่ามีที่หลับนอน มีข้าวกิน และมีเงินส่งลูกเรียน” เธอลูบศีรษะน้อยๆ ก่อนจะพูดต่อ “แม่ขอโทษที่แม่ทำได้เพื่อลูกแค่เท่านี้ แม่ขอโทษนะ”
สีหน้าของแม่มีแววหม่นลง ฉันโผล่เข้ากอดร่างสูงใหญ่ที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากอ้อมกอดนั้นไป ฉันรู้ว่าสมองของฉันสั่งให้เดินถอยห่างออกจากประตูบานใหญ่ แต่ใจฉันกลับตอบกลับมาตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มือเล็กๆ ผลักประตูออกด้วยเรี่ยวแรงเท่าที่เด็กอายุสิบขวบจะมี ประตูบานใหญ่เปิดอ้าออก ฉันเดินแทรกตัวเข้าไปโดยทันทีแบบไม่ต้องคิดอะไรอีก
“ศากลับออกมานะลูก!”
เท้าทั้งสองข้างพาร่างเล็กๆ เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของผู้ที่เป็พ่อ ใช่แล้ว... ฉันมีชายคนนี้เป็พ่อแท้ๆ ของฉัน ชายคนที่กำลังอุ้มเด็กผู้หญิงอีกคนหรือพี่สาวต่างแม่แท้ๆ ของฉัน ผู้ชายที่เป็เ้าของบ้านหลังนี้ ผู้ชายที่เป็สามีของแม่ฉัน แต่เขากลับไม่ได้้าเราสองคนแม่ลูกในฐานะนั้นเลย เท่าที่ฉันโตมาและจำความได้ เขาไม่เคยเรียกฉันว่าลูกเลยสักครั้งเดียว ขนาดฉันเข้าโรงพยาบาลเป็ตายเท่ากัน ผู้ชายคนนี้ยังไม่เคยแม้แต่จะไปเยี่ยม
ฉันยังจำได้แม่น ฉันที่อายุแค่สิบขวด นั่งรอผู้ชายคนนี้มาเยี่ยมที่ห้องสีขาวเล็กๆ รอจนมารู้ตัวอีกที ฉันก็กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว สำหรับเด็กคนหนึ่ง ไม่ได้้าอะไรไปมากกว่าความรักจากผู้เป็แม่และ...พ่อ
“หนูอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น” นิ้วชี้เล็กๆ ชี้ไปยังตุ๊กตาตัวที่พี่สาวของฉันกอดเอาไว้ในอ้อมแขน แน่นอนว่าตอนที่ฉันพูดประโยคนั้นออกไป พี่สาวของฉันกอดตุ๊กตาตัวใหม่ของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม “ขอหนูได้ไหมคะ คุณพ่อ!”
“ออกไป! ใครปล่อยแกให้เข้ามา”
“หนูขอตุ๊กตาตัวนั้นได้ไหมคะ?”
“คุณพ่อคะ” พี่สาวของฉันกอดตุ๊กตาในมือแน่น
“ไม่เป็ไรนะลูก” พ่อลูบศีรษะพี่สาวของฉันด้วยความอ่อนโยน “ส่วนแกออกไปได้แล้ว” แตกต่างจากฉัน แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
และไม่มีวันเหมือนกันเลย
ห้องทำงานผู้บริหาร…
บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่ดูหรูหรา มีป้ายเหล็กสีทองเขียนเอาไว้ว่า ‘ผู้บริหาร’ ฉันยืนมองตัวอักษรพวกนั้นนิ่ง
“ใครใช้ให้แกเข้ามาทำงานที่นี่”
“ทำไมศาจะเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ไม่ได้คะ” สายตาของฉันเปลี่ยนเป้าหมายมองสบตาคู่เดียวกันกับเมื่อสิบสองปีก่อน สายตาคู่ที่ไม่เคยมองมาที่ฉันด้วยความอ่อนโยนเลย ไม่เคยสักครั้งเดียวที่ผู้ชายคนนี้จะมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น “ถ้าคุณพ่อคิดว่าศาแอบอ้างใช้ชื่อคุณพ่อเพื่อเข้ามาทำงานที่นี่ คุณพ่อสามารถตรวจสอบได้นะคะ เพราะศาเดินเข้ามาสมัครแล้วก็เข้าสัมภาษณ์งานถูกต้องตามกฎทั้งหมด”
“ฉันไม่สน แกต้องเขียนใบลาออกสะ!”
“ศาขอตอบว่าไม่ค่ะ ศาไม่ลาออก และมันก็ไม่มีเหตุผลที่ศาจะต้องลาออกด้วย” นี่สินะที่เขาเรียกว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน “คุณพ่อเป็ถึงผู้บริหารระดับสูง อายุงานก็เยอะเท่ากับอายุตัวเอง คุณพ่อไม่คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลไปหน่อยหรือคะ ที่คนคนหนึ่งสมัครเข้ามาทำงาน ได้ทำงานแค่วันเดียวก็ต้องลาออกไปแบบนี้ ถึงคุณพ่อจะมีตำแหน่งเป็ถึงเ้าของบริษัทแต่เล่นมาสั่งเด้งพนักงานคนหนึ่งออกดื้อๆ กลางคันแบบนี้ ไม่คิดหน่อยหรือคะว่าบอร์ดบริหารเขาจะคิดว่ามันไม่ปกติที่พ่อไล่ลูกออกไปแบบนี้”
“คนแบบแกจะรู้อะไร”
“ถึงศาจะเรียนจบแค่ปริญญาตรี ไม่ได้เรียนจบมาจากเมืองนอกเมืองนาเหมือนคุณพ่อ แต่คุณพ่อคิดหรือคะว่าคนอื่นเขาจะโง่กว่าคุณพ่อทุกคน” ฉันเดินมาหยุดข้างหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะใช้มือลูบขอบโต๊ะแ่เบา “ไตรมาสที่แล้วบริษัทถูกผู้ถือหุ้นหลักเทไป เอะเดี๋ยวนะเหมือนจะมีข่าวว่าลูกค้าร้องเรียนเยอะด้วยนิคะ บริษัทเองก็มีปัญหาเื่การเงินมาสักพักใหญ่แล้ว ทั้งที่ตลอดระยะเวลากว่าสิบปี บริษัทคุณพ่อไม่เคยมียอดกำไรสุทธิที่น้อยกว่าร้อยล้าน บริษัทนายหน้าส่งของออกรายใหญ่แบบนี้ทำไมสองสามปีนี้ถึงดูเหมือนจะแย่ลงๆ ล่ะคะ”
“แกหุบปากไปเลยนะ”
“คุณพ่อไม่คิดบ้างหรือคะว่า หลังบ้านเรามีคนกินนอกกินใน ตอนนี้ในระหว่างที่เราสองคนยืนคุยกันในห้องห้องนี้ อาจจะมีใครบางคนในนี้กำลังขายลูกค้าของคุณพ่อให้กับคู่แข่งอยู่ก็ได้”
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้ทุกคำ ทุกประโยคที่ฉันพูดออกไป พ่อฉันก็แอบคิดอยู่ในใจลึกๆ มานานแล้ว เพียงแต่ท่านไม่คิดจะไว้ใจใครในบริษัทนี้อีกแล้ว ยกเว้นแต่...ผู้หญิงคนนั้น
“ขออนุญาตค่ะ”
“มีอะไรหรือคุณแขไข”
ยกเว้นแต่ผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนที่ทำงานทั้งนอกและในแทนคุณพ่อเกือบจะทั้งหมดคนนี้แหละ คนที่เขาไว้ใจที่สุด
“แขจะเข้ามาเตือนนัดลูกค้าวันนี้ตอนสิบโมงเช้าค่ะ”
“ผมจำได้ ขอบคุณนะครับ ยังไงผมขอเวลาสักครู่”
“รับทราบค่ะ”
ประตูห้องทำงานถูกปิดลง ภายในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง
“แก้าอะไร”
“ศา้าให้แม่ย้ายเข้ามาอยู่ยังบ้านหลังใหญ่”
“ไม่มีทาง แกก็รู้ว่าแม่แกเป็...”
“คนรับใช้” ฉันต่อท้ายประโยคเสียงเข้ม “ศารู้ว่าแม่ของตัวเองเป็อะไร แต่คนบางคนในนี้เมื่อไหร่จะยอมรับสักทีว่ามีเมียเป็คนใช้”
“นี่แก!”
คุณพ่อง้างมือขึ้นตั้งท่าจะตบลงมายังบนใบหน้าของฉัน
“ตบสิคะ จะได้มีหลักฐานชัดเจน” ฉันมองไปยังกล้องวงจรปิด “ถ้าคุณพ่อยังอยากจะบริหารบริษัทนี้ต่อไป และไม่ทำให้ลูกสาวที่คุณพ่อรักต้องอับอายขายหน้าเพื่อนๆ ไฮโซพวกนั้น คุณพ่อคงรู้ว่าควรจะต้องทำยังไงต่อไปกับบริษัทนี้ ใช่ไหมคะ?”
“ถ้าฉันให้ในสิ่งที่แก้า แล้วแกจะทำอะไรให้ฉันเป็การแลกเปลี่ยนได้”
“ศาจะลากคนที่มันกำลังทำลายบริษัทนี้อยู่ให้คุณพ่อยังไงละคะ”
สายตาของสองพ่อลูกสบประสานกัน เป็ครั้งแรกที่ฉันเห็นั์ตาของคุณพ่ออ่อนลงตอนมองมายังฉัน ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นผ่านกลางหัวใจซึ่งแห้งเหือดราวกับทะเลทรายอันแห้งแล้ง มันทำให้ฉันใเล็กน้อย
“ตกลง ฉันตกลง”
โปรดติดตามตอนต่อไป