หลังจากการปราบฏภายใต้การมุ่งสังหารฮ่องเต้ของอดีตฮองเฮาของ ชินอ๋องและอ๋องเก้าเมืองหลวงสงบสุขขึ้นมาก ขั้วอำนาจในวังยามนี้ต่างสงบนิ่ง ฮองไทเฮาก็ดูเหมือนจะยอมรามือหันไปสนใจดูแลหลานๆที่เกิดจากชินอ๋องและพระชายาฟ่านซิ่วอิง
ฟ่านหลี่เจี๋ยจับสังเกตได้ว่าฮ่องเต้ยังไม่ไว้วางพระทัยในเื่แย่งชิงราชบัลลังก์เมื่อเลือกเฟ้นและสืบสอบปูมหลังของขุนนางรุ่นใหม่โดยละเอียด ยามนี้ฟ่าน หลี่เจี๋ยจึงได้รับเลือกเป็หนึ่งในเหล่าราชบัณฑิตที่คอยให้คำแนะนำและเป็ที่ปรึกษาของฮ่องเต้
‘ข้าไม่ได้อยากเข้าใกล้ฮ่องเต้ขนาดนั้นผู้ใดกันหวังดีในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรขนาดนี้แทนที่จะได้อยู่อย่างสงบสุขใน่วันหยุดการเป็ราชบัณฑิตต้องพร้อมจะเข้าเฝ้าตลอดเวลา น่าเบื่อยิ่งนัก’
ฟ่านหลี่เจี๋ยนัดแนะกับจินวั่งซูเ้าของฉายาจอมยุแยงประจำเมืองหลวงคุณชายจินผู้นี้เป็ญาติกับจวิ้นอ๋องหรือองค์ชายสิบสองที่อภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่งแห่งแคว้นจินบัดนี้ได้กลับมาพำนักยังเมืองหลวงิแล้ว
นิสัยของจินวั่งซูผู้นี้ถูกน้องสาวของเขาพระชายาฟ่านซิ่วอิงเรียกขานว่า ‘พี่วั่งซูคนโฉดข้างวัง’
“พี่หลี่เจี๋ยสหายของท่านผู้นี้นิสัยเหมือนกับงู ทั้งเ้าเล่ห์และร้ายกาจเขามักจะอยากรู้อยากเห็นเื่ราวของผู้อื่นเป็ที่สุด บางคราก็อาจจะหวังช่วยเหลือหรือบางคราอาจจะหวังกลั่นแกล้ง ยากจะคาดเดา”
สถานที่นิยมชมชอบของจินวั่งซูต้องเป็สถานที่มีผู้คนคึกคักและครึกครื้นไม่ว่าวงสนทนาใดเขาก็จะแวะเวียนไปร่วมฟังเื่ซุบซิบนินทาด้วยเสมอั้แ่เื่ในรั้วในวังจนถึงเื่ชาวบ้านร้านตลาดน่าแปลกที่คนผู้นี้กลับรู้ไปเสียทุกสิ่ง
“ข้าถามจริงๆเถิด เพื่อนของท่านผู้นี้ ไม่ทำมาหากินหรืออย่างไร?”
ฟ่านซิ่วอิงถามด้วยความข้องใจอย่างยิ่งที่เห็นคุณชายจินผู้นี้แต่ละวันไม่นั่งอยู่ที่ร้านน้ำชานกกระจิบหน้าตลาดก็ไปภัตตาคารบึงหงส์ล่าสุดมีร้านขนมเปิดใหม่ที่อยู่ใกล้ท่าน้ำไท่หยาง ผู้คนเข้าไปอุดหนุนกันมากเขาก็ยังไม่วายไปนั่งเล่นที่นั่นได้ค่อนวัน มิรู้ว่าเอาเงินจากที่ใดมาใช้นักหนา
“ตระกูลเขาร่ำรวยยามนี้ยังมีหุ้นส่วนกับกิจการส่งข้าวของจวิ้นอ๋องในแคว้น จินอีก ย่อมมีเงินไม่น้อย” ฟ่านหลี่เจี๋ยอธิบายสั้นๆเขาเองก็เห็นด้วยว่า จินวั่งซูช่างว่างงานเสียจริง เงินทองก็มีใช้ไม่ขาด
จินวั่งซูเป็หนุ่มรูปงามผู้หนึ่งแม้จะติดอันดับเพียงหนึ่งในยี่สิบบุรุษรูปงามในเมืองิปีล่าสุดแพ้พ่ายฟ่านหลี่เจี๋ยที่ขึ้นไปสู่อันดับหนึ่งในสิบ
“เ้ากล้าแซงอันดับข้าไปเช่นนี้เห็นได้ว่า เหล่าคนจัดอันดับผู้นั้น ตาไม่ถึงเป็แน่” คุณชายจินตบพัดงูดำที่ได้รับเป็ค่าจ้างทำงานจากชินอ๋องยืดอกขึ้นด้วยความขัดเคือง ในใจกลับคิดว่าปีหน้าก่อนจัดอันดับเขาจะต้องทำการหาเสียงและบำรุงรักษารูปร่างหน้าตาให้เป๊ะก่อนออกไปปรากฏตัวให้หญิงสาวทั่วเมืองหลวงได้พบ
“เ้าจะสนใจไปไยเื่พวกนี้แต่ละปีล้วนมีบุรุษและสตรีโฉมงามเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็เปลี่ยนอันดับไปทุกปี”ฟ่านหลี่เจี๋ยทำหน้าเหนื่อยหน่ายเพราะรูปร่างหน้าตาของเขาดึงดูดผู้คนให้สนใจมาั้แ่เด็กจนโตหากมัวแต่สนใจสิ่งนี้ เขาคงจะมิมีเวลาว่างทำสิ่งอื่น
“เฮ้อ! เพราะเ้าเป็เช่นนี้สาวงามติดอันดับแต่ละปีที่เคยมาชม้ายตาแลเ้า สุดท้ายก็ทนความเ็าไม่ได้หันไปแต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว คงเหลือแต่เ้าที่ยังเป็โสด”
ฟ่านหลี่เจี๋ยปรายตาอย่างเอือมระอายกสุราขึ้นจิบเล็กน้อย คืนนี้พวกเขาดื่มหมดไปแล้วสี่กา จินวั่งซูดื่มแบบไม่กลัวเมาส่วนเขาค่อยๆ จิบอย่างสุขุม “แล้วเ้าเล่า? ข้าเห็นเ้าเลือกนัก ยามนี้เป็อย่างไร? ยังเป็บุรุษโดดเดี่ยวเช่นข้าเช่นกัน ยังกล้าจะมาเย้ยหยัน”
จินวั่งซูสะอึกเล็กน้อยใบหน้าตึงขึ้น “อย่างน้อยข้ายังเคยมีความรัก แต่ว่าเ้านี่สิ! นอกจากจะไม่มีแล้วยังดูตายด้านเสียอีก”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าตายด้าน?”
“เหอะ! เอาไว้เ้ามีฮูหยินเมื่อใดข้าจะงัดเอาเงินเก็บข้ามาให้เป็ของขวัญแต่งงานเลยเทียว”
“ข้าบอกท่านพี่กับท่านแม่ไปแล้วว่าปีนี้จะหาเ้าสาวสักนาง”
จินวั่งซูตาเหลือก“เอ๋!? เ้าทำเช่นนี้จะกดดันข้าด้วยใช่หรือไม่?” กล่าวจบก็เทสุราขึ้นกรอกลงคออีกสองจอกติด
ฟ่านหลี่เจี๋ยหันมามองเพื่อนด้วยหางตา“กดดันที่ใดกัน ด้วยชื่อเสียงของเ้าคนโฉดข้างวัง ยังมิรู้เลยว่าแม่สื่อที่เก่งที่สุดจะทาบทามสตรีใดให้เ้าได้บ้าง”
จินวั่งซูตบพัดงูดำดังพรึ่บ! “นั่นล้วนเป็ฝีมือน้องสาวเ้า ที่เผยแพร่ฉายานี้จนข้าขายไม่ออก”ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มถมึงทึง
“ใครใช้ให้เ้าอยากไปสนิทกับนางเล่า?” ฟ่านหลี่เจี๋ยหัวเราะหึๆ ในลำคอเขาเองก็เพิ่งรู้ภายหลังว่า น้องสาวคนงามของตนแสบสันต์เพียงใดนางเองก็นับเป็คนโฉดผู้หนึ่งแห่งแคว้นิเช่นกัน
“อ้อ! นี่เ้าเห็นว่าข้าจะหาเ้าสาวไม่ได้สินะ” คุณชายจินจิบสุราไปหลายจอกชักเืขึ้นหน้า “เช่นนั้นเรามาพนันกัน ในปีนี้ เ้ากับข้า ผู้ใดแต่งงานก่อนผู้นั้นถือว่าชนะสามารถขอให้ผู้แพ้ทำสิ่งใดก็ได้ ดีหรือไม่?”
เมื่อเห็นเพื่อนรักจ้องหน้าซ้ำยังยิ้มเยาะ “เ้าไม่กล้าล่ะสิ! คนรังเกียจสตรีเช่นเ้า อาจจะตายด้านไปแล้วด้วยซ้ำ”
“จิน...วั่ง...ซู...”ฟ่านหลี่เจี๋ยลากเสียงเรียกเยือกเย็น “หากเ้าคิดเช่นนั้น ข้ารับคำท้านอกจากจะต้องทำตามที่ผู้ชนะ้าแล้ว ยังต้องเลี้ยงสุราอีกหนึ่งเดือนตกลงหรือไม่?”
“ดี!”จินวั่งซูกระแทกจอกเหล้าลงบนโต๊ะดัง ปั๊ก! “เพื่อมิให้มีผู้บิดพริ้วเรามาเขียนสัญญากันแล้วเอาไปให้พระชายาเป็คนเก็บไว้”
“ได้!”
หลังตื่นนอนวันต่อมาเมื่อทบทวนได้ว่าตนเองได้พนันกับจินวั่งซูไปเช่นนั้นฟ่านหลี่เจี๋ยถึงกับตบหน้าผากตนเองถี่ๆ เขาหยิบสัญญาที่พับไว้บนโต๊ะขึ้นมาอ่าน ส่วนของเขาเขียนไว้ว่าหากเขาชนะจินวั่งซูจะต้องมาเป็ผู้ช่วยเขาทำงานที่สำนักตรวจการเป็เวลาสามเดือน นั่นเป็เพราะเขารู้ว่าจินวั่งซูเกลียดการเป็ขุนนางนัก ส่วนจินวั่งซูเขียนไว้ว่าหากตนชนะฟ่านหลี่เจี๋ยจะต้องติดส้อยห้อยตามเขาไปทุกร้านในเมืองหลวงทุกครั้งที่จินวั่งซู้าเป็เวลาสามเดือน
‘นี่ข้าปากพล่อยเช่นนั้นได้อย่างไรกัน? ถ้าเกิดเ้าวั่งซูแต่งงานก่อนข้ามิต้องตามไปอยู่ในฝูงชนมากมายจนอกแตกตายหรือนี่?’
