18.30น. ณ เขตชายแดนบลูล็อค-วิลลาซ
“เราไม่รู้ว่าเชื้อนี่มาจากไหน อาจจะเป็อุบัติเหตุจากการะเิของอาวุธเคมี หรืออาจจะเป็การจงใจเพื่อสังหารหมู่ประชากรโลกกันแน่ เราไม่รู้จุดประสงค์ที่แน่ชัด จากการนำตัวอย่างผู้ติดเชื้อมาตรวจสอบ อาการเริ่มแรกก็มีประมาณนี้ ระยะเริ่มแรกสองชั่วโมงหลังโดนกัด ผู้ป่วยจะมีอาการอาเจียนหนัก ท้องร่วงและเริ่มพูดไม่ชัด ระยะที่สอง สี่ชั่วโมงหลังโดนกัด ผู้ป่วยเริ่มชัก หายใจไม่ออก เริ่มมองไม่เห็น เนื่องจากจอประสาทตาถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจากเชื้อที่แพร่เข้าสู่ร่างกาย ระยะที่สาม แปดชั่วโมงหลังโดนกัด ผู้ป่วยจะแยกแยะไม่ออก เขาได้กลายสภาพโดยสมบูรณ์แล้ว จากการวิจัย ไวรัสชนิดนี้เป็สายพันธุ์เดียวกับ Toxoplasma gondii หรือจะเรียกอีกชื่อก็คือปรสิตหนูไม่กลัวตาย พวกมันชอบที่จะยึดร่างของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ควบคุมสมองของเหยื่อ แต่เชื้อที่เราเจออยู่ตอนนี้มันต่างออกไป มันมีขนาดที่ใหญ่มากกว่าเป็สี่เท่า และเมื่อมันเจอกับสารเคมีบางตัว มันจะเกิดการกกลายพันธุ์ เมื่อเข้าระยะที่สี่ เราคงจะไม่เรียกเขาว่าผู้ป่วยแล้วล่ะ การทำลายสมองไม่ทำให้ปรสิตตายเสมอไปหรอกนะ ถ้าอยากจะกำจัดมันจริงจริง ทุบหัวให้เละ! ยิงปอดและหัวใจให้ทะลุ แต่ส่วนมากพวกมันจะอาศัยที่สมอง ทำลายหัวก่อนนั่นคือตัวเลือกแรก! จากที่ได้สังเกตพฤติกรรมพวกมัน พวกมันได้กลิ่นเรา พวกมันไวต่อเสียงมาก และอีกเื่ที่ฉันกังวล ปรสิตมันรับรู้ถึงรังสีความร้อนของร่างกายสิ่งมีชีวิตด้วย! เอาล่ะ เรามาเริ่มคุยเื่กลายพันธุ์กันเลย ฟังไม่ผิดหรอก เหมือนที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ หากร่างกายของผู้ติดเชื้อมีสารเสพติด หรือสารเคมี ยกตัวอย่างเช่นสารเฮโรอีน ปรสิตจะมีปฏิกิริยาทางเคมี มันจะขยายขนาดขึ้น จนทำให้ผู้ติดเชื้อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณสารเคมีที่อยู่ในตัวผู้ป่วยด้วย ว่าการกลายพันธุ์จะออกมาในลักษณะใด นี้คือข้อมูลทั้งหมดที่เราค้นคว้ามาได้ ดิฉัน ดร.เอมิลี่ ขอจบการรายงานเพียงแค่นี้ค่ะ”
แปะ! แปะ! แปะ! ทีมงานในห้องประชุมลุกขึ้นปรบมือ
“ผมขอจบการประชุมเพียงแค่นี้” นายพลแคร็กกล่าว พร้อมพาร่างที่อ้วนเฟอะฟะของเขาออกจากห้องประชุมไป
ฉันค้นคว้าและวิจัยเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้เรามืดแปดด้าน เราไม่เจอหนทางรักษาเลย ความหวังเริ่มริบหรี่ ฉันเป็แพทย์ทำงานให้หน่วยช่วยเหลือที่มีชื่อว่า DN เราทำการช่วยเหลือผู้คน ทั้งในเมืองวิลลาซและบลูล็อค ทั้งสองเมืองถูกถล่มจนไม่เหลือชิ้นดี ฐานที่มั่นของเราประจำการอยู่ตรงชายแดน เพราะที่นี่น่าจะปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็ในตอนนี้
“เอมิลี่ ผู้ป่วยที่เราช่วยเหลือมา ตอนนี้เหลือรอดกี่คน?” เสียงเข้มขึงนั่นถามฉันด้วยความร้อนใจ
ต้นเสียงคือชายวัยกลางคนหนึ่ง ไว้ผมทรงรองทรงสูง แม้ไร้หนวดเครา แต่สายตาที่บ่งบอกเอกลักษณ์นั้น ฉันจำได้ดี จ่าทอมสัน!
“ตอนนี้เหลือรอดแค่คนเดียวค่ะ ฉันนึกว่าคุณตายไปแล้ว! ” ฉันตอบเสียงสั่นจากความใสุดขีดตอนนี้เปลี่ยนเป็ความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันไม่มาตายในที่แบบนี้หรอก นรกนี่น่ะ ฮ่าฮ่า” จ่าทอมพูดพลางหัวเราะอย่างชอบใจ
เขาเป็ปีศาจหรืออย่างไรกัน เมื่อวานซืนเขาเข้าไปในวิลลาซพร้อมกับหน่วยช่วยเหลือ เพื่อไปช่วยคนที่ยังรอด เราติดต่อพวกเขาไม่ได้หนึ่งวันเต็มเต็ม ฉันไม่คิดว่าเขาจะรอดแล้ว
“พวกเขาล่ะ?” ฉันถามเขาทั้งทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ
จ่าทอมส่ายหัวเบาเบา พร้อมกับสีหน้าที่ตึงเครียดขึ้น
“หลังจากที่เราอพยพผู้คนที่ไม่ติดเชื้อเที่ยวล่าสุด เรากลับออกมาไม่ได้ พวกมันล้อมเราไว้หมด กลินซ์ และโนแลนเสียสละตัวเองเพื่อตรึงพวกมันไว้ ผมรู้สึกผิดจริงจริง พวกเขาได้ให้ชีวิตผมอีกครั้ง ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” เขาพูดทั้งน้ำตา
“คุณทำดีที่สุดแล้ว ไปพักผ่อนเถอะนะ” ฉันบอกเขาพลางตบไหล่เขาเบาเบา