บทที่ 20 ถูกบังคับให้รับงาน
“พี่มาสายงั้นเหรอคะ รถติดหรือเปล่า… ยังไม่คุ้นเส้นทางละสิ”
น้ำเสียงอันอ่อนหวานของจวีซือเฝยทำให้จวีซือหนานรู้สึกกังวลใจ เธอชายตามองน้องสาวด้วยสายตาเ็า และตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย
“ฉันไม่อยากจะอ้วกแต่เช้าหรอกนะ เดี๋ยวรอให้กินข้าวก่อนค่อยว่ากัน!”
“นี่… พี่…”
ดวงตาสดใสของจวีซือเฝยพลันฉายแววของความหงุดหงิดขึ้นมาทันที จวีซือนานเห็นท่าทางเสแสร้งของเธอแล้วก็เอือมระอา ไม่อยากจะใส่ใจ จึงเดินไปนั่งประจำที่ของตน
ผู้เป็น้องรู้สึกโกรธแค้นจวีซือหนานมากกระทั่งด่าในใจไปหลายพันครั้ง
เมื่อแหงนหน้ามองผู้อำนวยการ จวีซือเฝยก็ยิ้มอ่อนหวานและยื่นเอกสารให้ และเมื่อผู้อำนวยการเปิดดูโครงการแรกแล้ว ก็หันมามองหน้าจวีซือหนานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “โครงการ TW ของตระกูลกงเป็ยังไงบ้าง?”
จวีซือหนานขมวดคิ้วเรียวด้วยความรู้สึกผิด “ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าไหร่ค่ะ แต่ฉันจะพยายามทำให้สำเร็จ ผู้อำนวยการวางใจได้ค่ะ”
เธอไม่พลาดโอกาสที่จะพูดให้ตัวเองดูดีขึ้นมา จวีซือหนานพลันมองน้องสาวด้วยสายตาเยือกเย็น
“นี่เป็โครงการสำคัญที่สุดในตอนนี้ คุณต้องรีบดำเนินการแล้วนะ ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้ ก็รีบบอกมาตามตรง เราจะได้ช่วยกันคิดวิธีแก้ไข เพราะนี่เป็โครงการใหญ่ และเราก็เป็พาร์ตเนอร์กับตระกูลกงอีกด้วย”
ก่อนที่จวีซือหนานจะได้พูดอะไร จวีซือเฝยก็รีบแทรกขึ้นมาทั้งรอยยิ้ม “ผู้อำนวยการคะ พี่ของฉันเป็คนที่สำนักงานใหญ่ส่งมา คุณต้องเชื่อมั่นในความสามารถของเธอนะคะ เธอจะต้องทำโครงการนี้ให้สำเร็จอย่างแน่นอนค่ะ”
จวีซือหนานหัวเราะเบา ๆ
คำพูดนั้นก็เหมือนการบังคับให้เธอรับงานนี้นั่นแหละ! แต่ในเวลานี้ เธอจะไม่ยอมแพ้จวีซือเฝยอย่างเด็ดขาด!
จวีซือหนานแสร้งยิ้ม ขณะเดียวกันก็มองจวีซือเฝยด้วยสายตาดูถูก
“น้องพี่พูดถูกแล้ว แน่นอนว่าพี่ไม่เหมือนใครบางคนที่พอทำไม่ได้ก็ชอบผลักภาระออกไป แถมยังแกล้งทำเป็หวังดีให้คนอื่นรับงานนั้นแทน!”
จวีซือหนานไม่ชอบจวีซือเฝยที่มักเสแสร้งทำดีต่อหน้า แต่คนในบริษัทไม่รู้เื่นี้ จึงอดไม่ได้ที่จะนินทาถึงจวีซือหนานที่พูดจาเสียดสีน้องสาวไปแบบนั้น
ในใจพวกเขารู้สึกสงสารจวีซือเฝยเป็อย่างมาก
“พี่… ฉัน… ฉันไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นจริง ๆ นะ ฉันคิดว่าพี่มีความสามารถ และ้างานนี้เพื่อพิสูจน์ฝีมือของพี่น่ะ!”
จวีซือเฝยกัดริมฝีปาก และเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“เอาละ พอแค่นั้นแหละ อย่าทะเลาะกันอยู่เลย ในเมื่อโปรเจ็กต์นี้มอบหมายให้ซือหนานแล้ว… ซือหนาน เธอก็รีบจัดการเวลาให้ดีก็แล้วกัน การประชุมวันนี้พอแค่นี้ เลิกประชุมได้!”
ผู้อำนวยการลุกขึ้นยืน คำพูดของเขาช่วยผ่อนคลายบรรยากาศอันตึงเครียดไปได้บ้าง
เมื่อเดินออกจากห้องประชุม และจวีซือเฝยเห็นว่าไม่มีใครอยู่ จึงเอื้อมมือไปคว้าแขนจวีซือหนานเอาไว้ “พี่พูดจาเด็ดเดี่ยวแบบนั้น คงมั่นใจว่าจะสามารถทำโครงการนี้ได้สินะ”
จวีซือหนานยิ้มอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงยียวน
“ในเมื่อน้องสาวมีความเชื่อมั่นในตัวพี่ขนาดนี้ ถ้าพี่ทำไม่สำเร็จ น้องคงผิดหวังในตัวพี่มากเลยสินะ”
สีหน้าจวีซือเฝยแปรเปลี่ยนเป็ความเกลียดแค้นขึ้นมาในทันที “อย่าคิดว่าตัวเองเอาชนะใจกงเจ๋ออวี้ได้ก็จะจัดการกับโปรเจกต์นี้ได้นะ กงเจ๋ออวี้เป็คนที่จริงจังกับงานมาก…”
“งั้นเหรอ ดูเหมือนจะรู้จักแฟนฉันดีพอสมควรเลยนะ!”
จวีซือหนานกระตุกรอยยิ้มอีก ท่าทางของเธอไม่ได้สนใจเลยว่าน้องสาวจะรู้สึกอย่างไร
“แก…”
หึหึ!
จวีซือเฝยจ้องมองเธอด้วยสายตาดูถูก “เธอคิดว่ากงเจ๋ออวี้จะคว้าเธอมาเป็แฟนเหรอ คิดเอาเองเถอะว่าเธอมีคุณค่ามากพอไหม… คนที่มีประวัติหมั้นหมายมาแล้วอย่างเธอน่ะ ชาตินี้ไม่มีวันได้ก้าวเข้าบ้านตระกูลกงหรอก ฉันจะรอวันที่กงเจ๋ออวี้ทิ้งเธอไป มาดูกันหน่อยสิว่าจะยังมีหน้ามาอวดดีอย่างนี้อีกหรือเปล่า!”
“ก่อนที่ฉันจะถูกทิ้ง…” จวีซือหนานตั้งใจหัวเราะออกมา “ฉันจะพูดหว่านล้อมให้เขาจัดการหานเกาอี้ให้ได้ซะก่อน!”