บ้านของเมย์เป็บ้านสองชั้นสีขาว อยู่แถบชานเมืองทำให้มีเนื้อที่กว้างขวาง ข้างหลังบ้านมีศาลานั่งเล่นกับบ่อปลาเล็ก ๆ ที่สำคัญที่บ้านมีต้นไม้เยอะทำให้บรรยากาศร่มรื่นไม่ร้อน
“เดี๋ยวมานั่งกินกันที่ศาลานี่แหละเนอะ” พอมาถึงศาลาคุณแม่ก็บอก
“ได้ค่ะ”
“งั้นเมย์ไปยกกับข้าวที่แม่วางไว้ในครัวมา”
“เดี๋ยวหนูไปช่วยค่ะ” หนูนารีบเอ่ย
“คุณแม่นั่งดูมาลีเลยค่ะ เดี๋ยวพวกหนูสามคนจัดการเอง” ฉันบอกคุณแม่
“เอาอย่างนั้นก็ได้” ฉันกับหนูนาเลยตามเมย์เข้าไปหยิบของในครัว
“ว้าววว” หนูนาอุทานขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นกับข้าว
“น่ากินมาก” ฉันบอกเมย์
“พอพวกแกจะมาแม่ก็รีบเตรียมไว้เลย” พวกฉันสามคนช่วยกันยกกับข้าวไปกินที่ศาลา พวกเรานั่งคุยกันไปกินกันไปอย่างมีความสุข มาลีก็กินไปเยอะเพราะคุณแม่ทำกับข้าวไว้ให้โดยเฉพาะ พอกินเสร็จไม่นานตัวป่วนก็ได้เวลานอน พวกเราเลยเปลี่ยนไปนั่งกันที่ห้องรับแขก คุณแม่จัดเบาะให้มาลีนอนอย่างดี กล่อมสักพักก็หลับปุ๋ย ฉันเลยลุกไปช่วยเมย์ล้างจาน ให้คุณแม่กับหนูนาอยู่เฝ้ามาลีแทน
“นีนบริษัทที่ฉันยื่นเื่ติดต่อมาแล้วนะ”
“ดีใจด้วย บริษัทนี้ไม่ค่อยรับเด็กฝึก แกเก่งมาก” ฉันเอ่ยชมเพื่อน
“ฉันก็ดีใจ แต่อยากให้แกไปฝึกด้วยกันอะ”
“ฉันฝึกที่เอ็มจีนั่นแหละ อาจารย์อุตส่าห์เสนอชื่อให้ ถ้าเปลี่ยนใจจะน่าเกลียด”
“ก็จริงของแก แต่มีอะไรแกรีบบอกฉันเลยนะ” เมย์กำชับ
“รู้แล้ว แกมีอะไรก็บอกฉันเหมือนกัน”
“ฉันไม่ค่อยมีอะไรหรอก ว่าแต่...” เมย์ดูอ้ำอึ้ง
“ว่าไง”
“พ่อแกไม่ได้ติดต่อมาเลยเหรอ” ฉันส่ายหน้า เคยบังเอิญเจออยู่รอบหนึ่งที่ห้าง คุณพ่อเดินอยู่กับน้าทิพย์พอเห็นฉันท่านก็เดินผ่านไปเหมือนไม่รู้จัก
“ไม่เป็ไรนะนีน ฉันก็ลองถามดู เพราะนี่แกก็ใกล้จบแล้ว แถมยังได้จบพร้อมเพื่อน ๆ เผื่อพ่อแกจะหายโกรธบ้าง”
“อืม คงโกรธมากนั่นแหละ ช่างเถอะ”
“นั่นสิ ช่างเถอะ รีบล้างให้เสร็จแล้วออกไปดูหนังกับกินขนมกันเถอะ” เมย์เปลี่ยนเื่คุย ฉันอดคิดถึงคุณพ่อไม่ได้ เคยคิดอยากจะพามาลีไปหาท่านเหมือนกัน แต่ก็เปลี่ยนใจ ในเมื่อท่านตัดสินใจจะตัดขาดแล้ว ไปเจอจะยิ่งไม่สบายใจเปล่า ๆ
พอล้างจานเสร็จพวกเราก็ดูหนังกันต่อ รอจนมาลีตื่นคุณแม่ก็สั่งขนมหวานมานั่งกิน เป็เวลาบ่ายเกือบเย็นฉันถึงได้ขอตัวกลับ เพราะหนูนาก็มีนัดกับที่บ้าน
“ไม่ค้างเหรอนีน” เมย์ถาม
“ไม่ได้เตรียมของเลย ครั้งหน้านะ”
“ก็ได้ เดี๋ยวฉันอุ้มมาลีไปส่งที่รถ” ฉันปล่อยให้เมย์อุ้มมาลี ส่วนตัวเองเดินไปกอดขอบคุณคุณแม่
“ขอบคุณมากนะคะ วันนี้นีนอิ่มมาก ๆ”
“อิ่มก็ดีแล้ว เอาให้อ้วนกว่านี้หน่อย เดี๋ยวก็อุ้มลูกไม่ไหว”
“เริ่มจะไม่ไหวแล้วค่ะแม่ มาลีกลายเป็ลูกหมูไปแล้ว”
“อย่างนั้นแหละน่ารัก ไว้มานอนที่บ้านนะ”
“ได้ค่ะ” ฉันเอ่ยก่อนจะยกมือไหว้ลา หนูนาก็เดินตามมาลาคุณแม่เหมือนกัน
“ขับรถปลอดภัยนะ อย่าขับเร็วล่ะ” คุณแม่เอ่ยกำชับ
“ได้ค่ะ หนูจะขับแค่ห้าสิบ ใครจะแซงก็แซงไปเลย” หนูนาพูดเสียงทะเล้นก่อนจะเดินไปที่รถ ฉันเอามาลีขึ้นมาอุ้ม ไม่ลืมให้ลูกไหว้คุณแม่กับเมย์ที่ยืนส่งแล้วขึ้นรถมา
“ฉันไม่ได้ขึ้นห้องแกนะ” ตอนที่เลี้ยวเข้าคอนโดหนูนาก็พูดขึ้น
“โอเค ขอบคุณที่ขับมารับแล้วก็ส่ง”
“ไม่เป็ไร” แล้วหนูนาก็เอามือของมาลีไปหอม
“ไว้เจอกันนะคะแมวเหมียวของน้านา”
“ขับรถปลอดภัย ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย” พอลงจากรถฉันก็เอ่ยกำชับ
“ได้ค่ะคุณแม่ ไปแล้ว บ๊ายบาย” ฉันยืนส่งจนรถของหนูนาขับออกไปถึงได้เดินเข้าคอนโด ระหว่างรอลิฟต์เหมือนมีสายตาจ้องมองเลยหันกลับไปดู แต่ก็ไม่เห็นใคร ฉันหันกลับมาพอดีกับที่ลิฟต์เปิดออกเลยเดินเข้าไป คงคิดมากไปเอง
เมื่อเข้าห้องเรียบร้อย ฉันก็ให้มาลีเล่นตัวต่อ ส่วนตัวเองก็ไปเปลี่ยนชุดก่อนจะออกมาจัดการเก็บกวาดห้องให้สะอาด พอเก็บกวาดเรียบร้อยก็ไปทำอาหารเย็นต่อ จนได้เวลาอาหารเย็นก็พามาลีกินข้าว พอกินข้าวเสร็จต้องให้มาลีนั่งย่อยสักพักถึงพาไปอาบน้ำ มาลีชอบอาบน้ำมากฉันปล่อยให้ลูกเล่นเป็ดเหลืองในอ่างอย่างมีความสุข หลังจากอาบเสร็จก็จับเช็ดตัวห่อผ้าออกมาแล้วแต่งตัวโดยเลือกชุดนอนลายผึ้งน้อยสีเหลืองสดใส
มองมาลีที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงอย่างมีความสุขแล้วถอนหายใจออกมา หมดแรงเหมือนกัน
“แม่ไปอาบน้ำนะคะ หนูนอนเล่นอยู่บนเตียงห้ามไปไหนนะ เข้าใจมั้ยคะ” ฉันเอ่ยกำชับลูก
“เ้าจัยย”
“ดีมากค่ะ” ลูบหัวกลม ๆ แล้วเดินไปอาบน้ำสระผมให้สดชื่น ตอนที่ออกมามาลีก็นอนเล่นของเล่นอยู่บนเตียงเหมือนเดิม ฉันเดินไปแต่งตัวแล้วมาเป่าผม เมื่อผมแห้งก็ขึ้นเตียงมาอ่านหนังสือให้มาลีฟัง
“มีกระต่ายตัวหนึ่งอยู่ในป่าใหญ่ กระต่ายตัวนี้เป็เพื่อนกับนกแล้วก็ผีเสื้อ” มาลีนอนฟังที่ฉันเล่าไปเรื่อย ๆ จนหลับ ฉันจัดผ้าห่มให้เรียบร้อยแล้วเริ่มทำงานเหมือนทุกคืน นี่เพิ่งสองทุ่มครึ่ง คืนนี้น่าจะนอนเร็วเพราะหนังสือที่แปลใกล้จะจบแล้ว ฉันนั่งทำงานไปสักพักก็รู้สึกคอแห้งเลยเดินออกมาหาน้ำเย็น ๆ ดื่ม
ตอนที่กำลังจะกลับเข้าห้องเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น ฉันยืนนิ่งอย่างไม่แน่ใจ แล้วเสียงกริ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง ฉันวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปส่องตาแมวหน้าประตูที่หน้าประตูห้องเป็ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ ฉันไม่แน่ใจว่ามีอะไรเลยเลือกจะเปิดประตูแง้มแต่ยังคงคล้องสายโซ่เอาไว้
“มีอะไรรึเปล่าคะ” ถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ ผู้หญิงคนนั้นส่งยิ้มให้ฉันก่อนจะพูดขึ้น
“คุณนีนนาราใช่มั้ยคะ” ฉันไม่ได้ตอบ ผู้หญิงคนนั้นเลยพูดต่อ
“พอดีมีคน้าคุยกับคุณน่ะค่ะ”
“คุยกับฉัน?” ถามออกไปอย่างสงสัย ใคร้าคุย แล้วผู้หญิงคนนี้รู้ห้องฉันได้ยังไง ฉันมองอย่างไม่ไว้วางใจ โชคดีที่ไม่ได้ปลดโซ่ออก
“ใครจะคุยกับฉันคะ”
“ผมเอง” หลังเสียงถามของฉันเสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น ฉันมองคนที่ปรากฏตัวออกมาจากด้านข้างประตู มือจิกขอบประตูไว้เมื่อได้เห็นหน้าชัด ๆ
“คุณคนหาผิดคนแล้วค่ะ ฉันไม่มีอะไรจะคุยด้วย” ตอบเสียงสั่นแล้วรีบปิดประตู แต่มือหนาก็ดันประตูเอาไว้ก่อน
“ผมว่าไม่ผิดคนนะ” ฉันพยายามผลักประตู แล้วตอนที่ประตูกำลังจะปิดเขาก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมาที่ทำให้ฉันใจนเผลอผ่อนแรง
“ผมอยากคุยเื่ลูกของเรา”
“ลูกอะไร คุณเข้าใจผิดแล้ว” ฉันะโกลับไป เขารู้เื่ลูกได้ยังไง
“ผมว่าเรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่านะ คุณคงไม่รู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นคืนนั้นน่ะ...” ร่างสูงเว้นไปก่อนจะพูดต่อ
“มันโดนถ่ายคลิปเอาไว้” ฉันปล่อยมือที่ดันประตูลงอย่างหมดแรง ผู้ชายตรงหน้าจ้องฉันนิ่งผ่านรอยแยกของประตู ฉันมองกลับไป รู้โดยสัญชาตญาณว่าผู้ชายคนนี้พูดความจริง
***
มาแล้วววว และเค้าเจอกันแล้วค่ะะะ จะเป็ยังไงต่อไปน้ออ หากเจอคำผิดหรือประโยคแปลกๆ บอกได้เลยนะคะ จะรีบแก้ไขให้ค่าา ถ้าหากชอบสามารถคอมเม้นต์ติชมได้เลยยย หรือจะติดตามไปพูดคุยได้ที่
:องศาเดียว