ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่6 เล่นกับน้องชาย

    หลังจากตรวจเช็คยอดเงินในบัญชีที่ถูกโอนเข้ามา เจมส์ไม่คิดแช่อยู่บนเกาะล้านนาน สืบเนื่องจากนี่ก็สี่โมงเย็นแล้ว กว่าจะขับเรือกลับถึงบ้านคงกินเวลาเป็นชั่วโมงกอปรกับเรือของเขายังเป็นเรือประมงลำเล็ก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ฟ้าฝนกระหน่ำพายุลมแรง ไม่จมลงทะเลหรอกเหรอเจมส์ไม่อยากจบชีวิตตัวเองโง่ๆ กลางทะเลคนเดียว โดยเฉพาะตอนนี้เมื่อมี'ถุงมือฟ้าประทาน'ย่อมเป็นการบ่งบอกว่าอนาคตที่สดใสรออยู่หลังจากเติมน้ำมันบนเกาะเสร็จ เจมส์ติดเครื่องยนต์ ออกเรือทันทีในขณะที่แช่บนเกาะก็กินเวลาไปถึงสามสิบนาทีด้วยกัน สี่โมงเย็นจนเกือบจะครึ่งขนาดนี้ พ่อเต๋าคงไปรับจูเนียร์ น้องชายคนเล็กที่เรียนอยู่ชั้นประถมเจมส์ไม่กลัวพ่อบ่นหากกลับบ้านช้า เพราะก่อนออกจากบ้านเขาบอกไปแล้วว่าอาจกลับช้า แวะไปเอารายงานที่ห้องเพื่อน ทำให้ไม่สามารถไปรับจูเนียร์ได้อย่างทุกวัน ปล่อยให้พ่อเต๋าไปรับอีกสักวันจะเป็นไรไปความจริงเจมส์ไม่ได้มีรายงานหรือโปรเจคงานส่งอาจารย์ช่วงนี้หรอก แต่ที่ต้องโกหกคนในบ้านเป็นเพราะเขาต้องการทดสอบเบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์คันนี้ซึ่งจากผลการทดลอง สรุปมันสามารถใช้งานได้จริง ชนิดที่ว่าเหนือความคาดหมาย ยิ่งกว่าเคยอ่านในหนังสือต้นฉบับอีกแต่ด้วยความที่มีข้อเสีย หากพกพาหรือใช้คันเบ็ดไปนานๆ ก็ยิ่งกระหายน้ำ โดยช่วงหลังเจมส์ยังทำการติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับคันเบ็ด ทำให้ต้องกินน้ำที่นำมาด้วยสองขวดใหญ่จนหมดขับเรือออกจากเกาะล้านมาได้พักหนึ่ง เจมส์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าปลาบนเรือไม่มีแล้ว นั่นหมายความว่าสิ่งที่วาดฝันกับมื้อเย็นวันนี้ คงแคล้วไม่ได้กินครั้นจะตกปลาใหม่ก็กลัวจะกลับถึงบ้านไม่ทัน บวกกับการใช้เบ็ดนานๆ ทำให้ยิ่งกระหายน้ำ เมื่อกี้เติมน้ำมันบนเกาะล้านก็ลืมซื้อน้ำดื่ม ทำให้เจมส์ที่อยากจะตกปลาก็ทำไม่ได้ เพราะจะกระหายน้ำเกินทานทนตะวันสีส้มที่ฉาบลงบนพื้นทะเล กระแสคลื่นบางเบาและลมเอื่อยๆ เหมาะแก่การเดินเล่นชายหาดทะเลยามเย็น โดยเฉพาะช่วงอาทิตย์ใกล้ตกดินแบบนี้ ชายหาดมักจะคึกคักเสมอเจมส์ยังไม่ได้กลับบ้าน หากแต่แวะร้านสะดวกซื้อแถวหาดจอมเทียน มองหาถุงมือสีดำ นำมาปกปิดทับถุงมือฟ้าประทานที่เรืองแสงเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าหากเจ้าน้องชายขี้แย่จูเนียร์มาเห็นเข้า คงร้องไห้โวยวายอยากได้ทั้งน้ำ พอถึงตอนนั้นยังไงก็ต้องหาของเล่นที่เหมือนกันมาให้ได้ ดีไม่ดีถูกที่บ้านบังคับถอดถุงมือดังนั้นก่อนกลับถึงบ้าน เจมส์ต้องอำพรางถุงมือหน่อยนึงหลังจากเดินหาทั่วร้านสะดวกซื้ออยู่นานสองนาน เจมส์พบถุงมือยางราคาคู่ละ 40 บาท เป็นถุงมือไร้คุณภาพโดยแท้ แต่ด้วยความอยู่ติดกับชายหาดของทุกอย่างจึงแพงเป็นเท่าตัวจ่ายเงินเสร็จ กลับไปติดเครื่องเรือยนต์ขับกลับบ้าน ระยะทางจากบ้านเจมส์ไปหาดจอมเทียนใช้เวลาไม่นาน ยิ่งเป็นการขับด้วยเรือซึ่งต่างจากรถบนท้องถนน แค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วกลับมาถึงบ้านเห็นน้องชายคนสุดท้อง จูเนียร์กำลังดึงว่าวหางยาวที่ลอยสูงลิ่วในอากาศเจมส์ผูกเรือไว้ แล้วเดินไปหยุดยืนมองว่าวข้างน้องชายเนื่องจากบ้านเจมส์ติดทะเล สายลมที่พัดผ่านมาจึงได้รับกว่าคนที่อยู่ในเมือง ว่าวขึ้นสูงติดลมบนโดยไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อย แค่ปล่อยเชือกก็โบยบินไปในอากาศ“จะทำอะไรน่ะ จะมาแย่งน้องเล่นเหรอ? ฝันไปเถอะ ถ้าอยากได้ก็ไปซื้อเอง ที่ร้านยายไพรหน้าปากซอย ตัวละ 30 บาท ส่วนเชือกวิ่งว่าวราคา 25 บาท...ส่วนขวดน้ำที่นำมาผูกติดกับเชือก...เก็บเอาแถวถังขยะ”เจมส์เพิ่งจะเดินมาถึงข้างๆ น้องชายจูเนียร์พูดเสียยืดยาว ทำทีเหมือนกับว่ากลัวเจมส์จะแย่งเล่นว่าวในมือจูเนียร์ที่อยู่ในชุดนักเรียนขาดๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง สีหน้าแย้มยิ้ม ผิวดำคล้ำ สูงเพียง 120 เซ็นติเมตร ด้วยอายุเพียง 13 ปีถือว่าค่อนข้างตัวเล็กกว่ามาตรฐานที่ควรเป็น เวลายืนเทียบกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันจึงไม่ต่างจากเด็กชั้นประถมศึกษา“พี่ไม่ได้กะว่าจะแย่งซะหน่อย แค่เข้ามาดูเองว่าน้องเล่นอะไร” เจมส์เอามือลูบศีรษะน้องชายคนสุดท้องฝ่ายที่ถูกลูบหัวรีบถอยออกไป บุ้ยปากว่า “เชอะ ไม่ต้องมาแกล้งเลย อยากเล่นก็บอกมาดีๆ เถอะน่า ไม่ต้องมาทำลูบผมอะไรแบบนี้ให้ยุ่งยาก”เจมส์ส่ายศีรษะ ทีแรกจะไม่แกล้งแล้วเชียวเพราะอยากจะทดสอบถุงมือซักหน่อย แต่เมื่อเห็นว่าน้องชายคนเล็กยังระแวงไม่เลิก กลัวว่าจะเล่นว่าวในมือ เขาจึงทนไม่ไหว ต้องแกล้งด้วยการขโมยว่าวมาเล่นสักหน่อยขวดน้ำเปล่าที่ถูกเก็บมาจากข้างทางพันสายว่าวโดยรอบขวดถูกแย่งไปจากมือเล็กๆ ทำเอาเด็กชายจูเนียร์รีบเขย่งปลายเท้า หวังแย่งชิงขวดมาจากมือพี่ชายคนกลาง“เอาคืนมานะ ฮึ่ม!”“ฮ่าฮ่า ถ้าอยากได้ก็กระโดดมาเอาสิ”“ฮึ่ม คอยดูเถอะ ถ้าโตขึ้นจะกระโดดถีบลงทะเลเลย!”“โห ขนาดนั้นเลยเหรอ”“ใช่แล้ว ถ้าพี่ยังแกล้งไม่เลิกก็เตรียมตัวรอรับลูกเตะได้เลย ถึงตอนที่น้องโตเป็นหนุ่ม พี่คงจะอายุ 30 ปี ตอนนั้นจะเอาแรงที่ไหนมาสู้ คงเป็นตาแก่พุงโตเหมือนลุงกำนันหน้าปากซอย” จูเนียร์พูดรัวเป็นปืนกล ไม่ปล่อยให้พี่ชายคนกลางได้พูดเจมส์เล่นกับจูเนียร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับเข้าไปในบ้านเอาผ้าขนหนู อาบน้ำอาบท่าให้หายเหนื่อยโดยห้องน้ำของบ้านเจมส์อยู่ข้างนอกตัวบ้าน ลงมาจากบันไดจะอยู่ทางซ้ายมือตัวห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประตูทำมาจากพลาสติกราคาถูกที่พบได้ตามปั๊มน้ำมันทั่วไป อิฐบล็อกถูกวางเรียงซ้อนกันเป็นผนังไม่ได้ฉาบ หลังคามุงสังกะสีผุกร่อน เต็มไปด้วยสนิมเขรอะเข้ามาในห้องน้ำจะพบชั้นวางสบู่และเเชมพูผูกติดไว้ด้วยขดรวดกับช่องลมเล็กๆโถส้วมเป็นแบบคอห่าน ไม่ได้มีชักโครกอย่างบ้านอื่น พื้นถูกปูหยาบตกแต่งด้วยก้อนหินที่ได้จากชายทะเล ภายในไม่มีอ่างอาบน้ำหรือฝักบัว หากแต่เป็นถังน้ำพลาสติกใบใหญ่ที่มีขันสีแดงเก่าๆ ลูกละสิบบาทไว้ตักขึ้นมาอาบหลังจากที่เข้ามาในห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าแขวนไว้บนราวไม้จนร่างกายเปลือยเปล่า เจมส์เริ่มเทน้ำรดหัว ครุ่นคิดว่าจะทำยังไงต่อไปดีกับถุงมือที่ได้มา.........อาบน้ำเสร็จแต่งตัวด้วยชุดนอนลายหมีโง่ๆ สีน้ำตาล เจมส์ในสภาพสวมถุงมือสีดำลงมาทานอาหารชั้นล่างพ่อเต๋าเมื่อเห็นเจมส์เดินลงมาในสภาพสวมถุงมือ เกือบจะร้องทักเพราะกลัวลูกชายคนเล็กเห็นแล้วอยากได้ แต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ ก็พบว่ามันเป็นถุงมือธรรมดาต่างจากที่เห็นตอนกลางวัน ซึ่งอันนั้นจำได้ว่ามันเรืองแสงนั่งลงบนแคร่ทานอาหาร มองหน้าน้องชายที่แง่งอนทีหนึ่ง หันไปรับจานข้าวพูนๆ ที่คุณแม่ดวงแก้วตักให้ กล่าวขอบคุณแล้วหันมาจัดการอาหารตรงหน้าเนื่องจากที่บ้านของเจมส์ประกอบอาชีพชาวประมง อาหารโดยหลักๆ ย่อมมาจากทะเล ถึงจะเห็นว่าที่บ้านปล่อยอวนปูหรือดักหมึกสายเป็นหลัก ก็ใช่ว่าจะไม่มีสัตว์ทะเลชนิดอื่นให้กินโดยที่นี่คือหมู่บ้านจันทร์อับแสง เป็นหมู่บ้านของชาวประมงเมืองพัทยา เพื่อนบ้านย่อมเป็นชาวประมงเช่นกัน ดังนั้นจึงมีการแลกเปลี่ยนสัตว์ทะเลที่ถูกจับมาได้เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหารมองดูกุ้งฝอยตัวเล็กที่ถูกทอดจนสุกเป็นแผ่นบางด้วยแป้งและใบมะกรูดซอย ทำให้เจมส์อดจะนึกถึงพี่สาวที่อยู่หอไม่ได้นอกจากกุ้งฝอยตัวเล็กยังมีไข่เจียวเนื้อปูม้าถูกแกะเนื้อโดยคุณแม่ดวงแก้ว ยังมีน้ำพริกกุ้งสูตรพิเศษที่กินแล้วรับรองว่าจะต้องติดใจอาหารสามอย่างกินกันสามคน แม้จะเป็นมื้อเล็กๆ สุดแสนจะธรรมดาแต่สำหรับเจมส์มันวิเศษมาก“แล้วพรุ่งนี้ลูกจะไปเรียนหรือเปล่า” ระหว่างนั่งทานข้าวเย็น พ่อเต๋าเอ่ยปากถามขณะกินน้ำพริกกุ้งเผาสูตรคุณแม่ดวงแก้วก็ไม่รู้หรอกนะว่าถ้าไม่ชอบกินเผ็ด แล้วทำไมถึงชอบบอกให้แม่ทำน้ำพริกบ่อยๆ หรือเป็นเพราะว่ามันทำง่าย เป็นของถนัดของแม่พ่อเลยอยากจะเอาใจ ถึงได้อดทนยอมกินจนหน้าแดง“ไปครับ พรุ่งนี้ผมมีเรียนช่วงเช้า น่าจะเลิกตอนบ่ายสอง ถ้ายังไงพ่อช่วยไปรับน้องตอนเย็นด้วยแล้วกัน”เรียนมหาวิทยาลัยก็งี้แหละ เดี๋ยวเรียนตอนเช้า ตอนบ่าย ตอนค่ำ ต่างจากช่วงเรียนมัธยมที่มีเวลาแน่นอน“ก็ดี บอกแต่เนิ่นๆ พ่อจะได้รู้ว่าลูกไปไหน จะได้ไปรับน้องทัน”“ฮึ่ม เมื่อวานนะพี่ไม่มารับ ปล่อยให้น้องรอตั้งนาน ถ้าไม่เป็นเพราะเพื่อนที่นั่งรอแม่มารับอยู่ข้างๆ ยังไม่กลับบ้านไปน้องคงไม่มีโทรศัพท์โทรมาหาพ่อ” จูเนียร์อดไม่ได้ที่จะเอ็ดพี่ชายคนกลางเนื่องจากบ้านของเจมส์ฐานะไม่ค่อยดี โทรศัพท์เครื่องนึงก็ตกเป็นพัน จะมีเงินที่ไหนซื้อให้ลูกคนเล็กกันเล่าแต่อย่าเห็นว่าเจมส์มีโทรศัพท์แล้วมีตังค์นะ ที่เห็นว่ามีนั่นเป็นเพราะเงินเก็บที่ได้จากการเป็นเด็กเสิร์ฟร้านหมูกระทะในพัทยา“ครับครับ พี่ผิดไปแล้ว คราวหลังพี่จะรีบไปรับน้องเลย โอเคไหม” เจมส์ได้แต่สัญญากับน้องชายคนเล็ก หากไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่ยอม แล้วพูดรัวเป็นปืนกลไม่หยุดหลังจากช่วยแม่ดวงแก้วล้างจานชาม เจมส์ที่ล้างมือจนสะอาดกลับขึ้นไปบนบ้าน นั่งลงบนฟูกตัวเก่าเห่ยๆ ที่ซื้อมาจากตลาดนัดถอดถุงมือสีดำซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ตเช็ดจนแห้งสนิทออก ก่อนจะเริ่มทำการแหย่นิ้วมือข้างซ้ายเข้าไปในเต้ารับปลั๊กไฟบ้าน