EP.1/1
เสียงพนักงานในออฟฟิศสูงยี่สิบชั้นยังคงดังคลอเคล้าไปกับเสียงคีย์บอร์ดและการกดเมาส์
่เวลาเที่ยงวันควรจะเป็่พักแต่ในแผนกออกแบบกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชวนอึดอัด
“จะไปกินข้าวกันแล้วเหรอ?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมโต๊ะเงาของพนักงานหญิงคนหนึ่งเหลือบไปทางประตูบานหนึ่งที่ปิดสนิทก่อนจะย้ายสายตามามองคนอื่น
“นี่มันเลยเวลาเที่ยงมาตั้งสิบนาทีแล้วนะพวกเธอจะยืนเฝ้าประตูแบบนี้ไปทั้งวันเลยหรือไง?”
“ก็...จะไม่ให้เฝ้าได้ยังไงล่ะดูหัวหน้าสิ วันนี้ดูเอาจริงเอาจังแบบผิดปกติเลย”
“สงสัยครั้งนี้แซนจะรอดไหม?”
“ว่าแต่...แบบแปลนนั่นลูกค้าอนุมัติแล้วไม่ใช่เหรอทำไมถึงอยากให้แก้อีกล่ะ?”
“ใครจะไปรู้ล่ะหัวหน้าเราไง จะคิดยังไงก็ได้”
เสียงซุบซิบค่อยๆจางลงเมื่อบานประตูเปิดออกและหญิงสาวในประเด็นของทุกการสนทนากก็เดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ไม่เหลือคราบของความหวั่นไหวหรือคำอธิบายใดๆ นอกจากสายตาที่กวาดมองพนักงานทุกคนที่จ้องมาที่เธอ
แซนถอนหายใจยาวอย่างคนหมดแรงไม่ใช่เพราะวันนี้เธอโดนดุ แต่เพราะสองปีที่ผ่านมา เธอทนมามากพอแล้ว
ทำงานหนักจนแทบไม่ได้หยุดพัก
ลางานแทบไม่มีแม้แต่จะป่วยก็ยังรู้สึกผิด
หัวหน้าที่เอาแต่สั่งพอพลาดก็โทษเธอ พอสำเร็จก็รับเครดิตไปคนเดียว
ความฝันในการเป็สถาปนิกมันยังอยู่แต่เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ที่นี่ใช่ที่ของเธอจริงๆ หรือเปล่า
“ยัยแซน!เธอกำลังทำอะไรน่ะ?”
เพื่อนร่วมงานสาวเดินเข้ามาด้วยความใเมื่อเห็นแซนกำลังเก็บของใส่กล่องอย่างไม่รีบร้อน
“ก็เก็บของไง”
“เก็บของทำไมหรือว่าเธอได้งานนอกสถานที่อีกแล้วเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอกฉันจะลาออก”
“ลาออก!?”
เสียงะโดังลั่นทำให้ทั้งแผนกหันขวับมาทันที
แต่แซนกลับไม่สนใจสายตาเ่าั้เลยเธอมีคำตอบของตัวเองแล้ว และไม่มีอะไรต้องลังเลอีกต่อไป
ต่อให้ตอนนี้งานจะหายากแต่ถ้าต้องทนอยู่ในที่ที่ไม่เห็นคุณค่าเธออีก เธอก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้วเหมือนกัน
ในที่สุดแซนก็เดินไปยื่นใบลาออกให้หัวหน้า
ไม่มีคำห้ามไม่มีคำถาม ไม่มีแม้แต่แววเสียดาย
มีเพียงแค่คำพูดประโยคเดียวที่แทงลึกเข้าไปถึงใจ
“บริษัทไม่มีเธอก็ยังมีคนอีกมากมายอยากทำงานที่นี่ไปแล้วอย่ามาคิดเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
แซนไม่ตอบโต้อะไรเธอเพียงยกกล่องของขึ้นแนบอก แล้วก้าวขาเข้าไปในลิฟต์โดยไม่หันหลังกลับไปมองอีก
ลิฟต์ค่อยๆเคลื่อนไปยังชั้นล่าง
เธอมองออกไปนอกกระจกเห็นตึกที่เธอเคยภูมิใจเมื่อได้เข้ามาทำงาน สองปีที่เคยอดทนกลับรู้สึกว่างเปล่ากว่าที่คิด
“ก็ดีแล้วนี่ไม่ใช่เหรอ”
เธอจะได้เป็อิสระเสียที
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทันทีที่แซนเดินพ้นประตูสำนักงาน
ชื่อที่กระพริบบนหน้าจอทำให้เธอต้องหยุดกึก
“ป้าอร”
เธอเม้มปากแน่นก่อนเลี่ยงฝูงชนที่เดินขวักไขว่ไปยังเงาสลัวใต้ป้ายรถเมล์วางกล่องของลงอย่างเงียบเชียบ แล้วหยิบมือถือขึ้นมา
นิ้วเธอสั่นน้อยๆอยู่เหนือปุ่มรับสายเกือบนาที ก่อนที่จะกดลงไป
“ฮะฮัลโหลคะ”
เสียงแหลมบาดหูดังแทรกมาทันทีไม่มีแม้แต่คำทักทาย
“แกยังไม่จ่ายค่าไฟอีกงั้นเหรอ!?”
แซนกะพริบตาช้าๆพยายามไม่ให้เสียงตัวเองสั่น
“ยังค่ะหนูยังไม่มีเงิน”
“แล้วแกจะรอให้ไฟถูกตัดก่อนหรือไง!?แกมันโง่! อกตัญญู!หาเงินเองได้แล้วไม่รู้จักส่งกลับบ้าน! ต้องให้ฉันโทรเตือนแกอีกกี่ครั้ง ห๊ะ!”
คนแถวนั้นเริ่มหันมามองด้วยความสนใจแต่แซนหันหน้าหนี รักษาน้ำเสียงให้นิ่งที่สุด
“หนูเพิ่งลาออกค่ะเงินเดือนยังไม่ออก หนูมีค่าเช่าห้องกับค่ากินอีก...”
“ข้ออ้าง!ฟังแล้วอยากจะถุย! แค่พันสองพันยังไม่มีปัญญาหานี่แกคิดจะตัดญาติแล้วใช่มั้ยนังแซน!?”
“ไม่ใช่ค่ะหนูแค่ขอเลื่อนสองวัน”
“เลื่อนบ้าอะไร!วันนี้! ตอนนี้! แกไม่จ่ายก็อย่ากลับมาบ้านหลังนี้อีก!”
แซนหลับตาแน่นความเ็ปแผ่ซ่านไปทั้งอก
“บ้านหลังนั้นมันเป็ของหนูค่ะ”
เสียงปลายสายชะงักไปวูบหนึ่งก่อนคำพูดที่ทำให้หัวใจแซนแทบกระตุกจะถูกพ่นออกมา
“ของแกเหรอ?อย่ามามั่ว!มันเป็ของน้องสาวฉันต่างหาก! แกมันก็แค่เด็กเก็บมาเลี้ยง! น้องสาวฉันเลี้ยงแกจนโตส่งเรียนจนจบ แกควรตอบแทน ไม่ใช่หนีหน้าหนีตาแบบนี้!”
แซนกัดฟันแน่นหัวใจของเธอเต้นแรง สั่นด้วยความเสียใจปนโกรธ
ั้แ่แม่ผู้หญิงที่รักเธอเหมือนลูกแท้ๆ เสียไปป้าอรก็ไม่เคยทำอะไรเลยนอกจากกอบโกยทุกอย่างจากเธอ
ยึดบ้าน
ใช้ชื่อเธอขึ้นทะเบียนทรัพย์สิน
บีบบังคับให้เธอออกไปทำงานส่งเงินกลับให้ป้าอรทุกเดือน
ทำตัวเป็เ้าหนี้ทั้งที่ไม่เคยลงแรงอะไรเพื่อเธอเลยสักครั้ง
“หนูไม่มีเงินให้ป้าอีกแล้วค่ะ”
เสียงเงียบไปครู่เดียวก่อนมันจะพุ่งกลับมาอย่างกราดเกรี้ยว
“นังแซน!!!”
“และต่อไปหนูก็จะไม่ให้ด้วยบ้านหลังนั้นหนูจะขายทิ้งเสีย”
“...อะไรนะ!? แกพูดใหม่สิ!!!”
“ใช่ค่ะบ้านหลังนั้นเป็ชื่อหนู หนูมีสิทธิ์ และหนูจะขายมันเพราะหนูไม่ใช่เครื่องจักรหาเงินให้ใครอีกโดยเฉพาะคนที่ไม่เคยมีบุญคุณกับหนูเลยสักครั้ง”
“แกกล้าเถียงฉันเหรอนังเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า!ถ้าไม่มีน้องสาวฉัน แกคงไปขอทานตายั้แ่ห้าขวบแล้ว!”
แซนแค่นหัวเราะในลำคออย่างเ็า
ตอนนี้เธอหมดแล้วทั้งความหวังและความกลัว
“งั้นต่อไปคนที่จะต้องไปขอทาน อาจเป็ป้ากับครอบครัวป้าก็ได้นะคะ”
เสียงกรีดร้องและคำด่าหยาบคายพรั่งพรูเข้ามาอีกระลอก
แต่แซนไม่ฟังอีกแล้วเธอกดวางสายอย่างนิ่งที่สุดในชีวิต
ครอบครัว?ไม่มีแล้ว
คนที่เคยรักจากไปหมด
ส่วนคนที่เหลือก็แค่คนที่เอาแต่ดูดเืเธอจนหมดตัวเท่านั้น
แซนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีซีด
ไม่มีบ้านไม่มีที่ไป แต่เธอยังมีตัวเอง ยังมีชีวิต
เธอจะเริ่มใหม่ได้ไม่ว่าจะต้องนับหนึ่งจากศูนย์อีกสักกี่ครั้งก็ตาม
เธอยกกล่องของขึ้นหันไปโบกมือเรียกแท็กซี่อย่างใจเย็น
แต่วินาทีนั้นเอง...
“หลบเร็ว!!”
“กรี๊ดดดด!!”
เสียงแหลมดังแหวกอากาศแซนหันขวับตามเสียง
และทันใดนั้นรถบรรทุกคันใหญ่พุ่งตรงเข้าหาเธอด้วยความเร็ว
โครมมมม!!!
โลกพลิกคว่ำในพริบตา
ร่างของเธอลอยขึ้นก่อนกระแทกลงพื้นอย่างรุนแรงเสียงโกลาหลดังขึ้นรอบตัว แต่ทุกอย่างของเธอกลับเงียบงัน ชั่วขณะก่อนสติจะดับวูบเธอเห็นแสงอุ่นเลือนลางรอบตัว
เหมือนเธอกำลังฝัน...
เธอเห็นพ่อเห็นแม่ ถึงจะไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ แต่คือคนที่รักเธอที่สุดบนโลกใบนี้
พวกเขากำลังยิ้มให้เธอดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขนอีกครั้ง มือของพวกท่านลูบหัวของเธออย่างอ่อนโยนไม่มีคำปลอบใจแต่เธอกลับรู้สึกอบอุ่น
เธอมีพ่อมีแม่ พวกเขาทั้งสองคนคือโลกทั้งใบของเธอ
ถ้าชาติหน้ามีจริงเธออยากเกิดเป็ลูกแท้ๆ ของพวกท่านได้ตอบแทนบุญคุณของพวกท่านที่ในชาตินี้ไม่มีโอกาสได้ทำ!