ตอน 7 หัวใจสั่นคลอน
หลี่ฉงปินพูดคุยกับหนิงร่วนผิงเสร็จมุ่งหน้ามาที่เรือนนอนที่เป็เรือนหอของเขากับหลิงเล่อ
เข้าไปในเรือนกะทันหัน....หลิงเล่อกำลังเปลือยกายเปลี่ยนชุดเตรียมเข้านอน....
เสียงฉงปินเดิน กึกๆๆ เข้ามาหลี่ฉงปินเห็นเรือนร่างของภรรยาที่มีผ้าม่านบางๆกั้นอยู่แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้เขาเขินอาย หัวใจเต้นแรง หายใจสั่นกระเส่าตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก
"จิงเป่า... นั่นเ้าใช่ไหมชวนหยิบชุดคลุมมาให้ข้าหน่อยสิ"
ฉงปินมองซ้ายขวา ไม่เห็นจิงเป่า สาวใช้คนสนิทของภรรยาอยู่แถวนั้นกลัวว่าภรรยาจะเปลือยร่างนานเกินไปจะเป็หวัดได้ เอามือหนึ่งข้างปิดตามืออีกหนึ่งข้างเอื้อมไปหยิบชุดคลุมสีขาวของภรรยายื่นให้
หลิงเล่อหันมา ใร้องเสียงดัง
"ว๊ายย นี่ท่าน ท่า ท่านพี่ "
ฉงปินกลัวว่าหากภรรยาส่งเสียงโวยวายกลางดึกเช่นนี้จะทำให้คนทั้งจวนแตกตื่นลืมตัวจากที่เอามือปิดตาอยู่ เปลี่ยนไปปิดปากของภรรยาแทน แน่นอนว่าเมื่อเอามือที่ปิดตาออก เผลอเห็นเรือนร่างเปลือยของภรรยาเต็มสองตา
หลิงเล่อใเหมือนกัน รีบดึงชุดคลุมจากมือฉงปินมาคลุมร่าง
นางสดุดชายเสื้อคลุมด้วยความรีบร้อน ทั้งคู่ล้มลงนางล้มลงทับร่างหลี่ฉงปิน ร่างกายทั้งสองคนกลายเป็เนื้อแนบเนื้อหลี่ฉงปินทำตัวไม่ถูก ร่างกายแข็งทื่อ รวมถึงเ้าน้องชายของเขาด้วยมันแข็งตัวชี้โด่ขึ้นมา นี่เป็เื่ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับชายหนุ่มหลิงเล่อรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทิ่มหว่างขาของเธอ.. ก่อนจะลุกขึ้นจากตัวของฉงปินได้เอามือลงไปจับว่าอะไรที่ทิ้มอยู่.... ทันทีที่หลิงเล่อล้วงมือไปจับสิ่งนั้นฉงปินถึงกับสะดุ้งเฮือก..... สิ่งนั้นมันยิ่งแข็งตัวสู้มือ
"ค่ำมืดขนาดนี้ ทำไมท่านยังพกดาบอยู่อีกไม่ได้ทำงานราชกิจแล้ว ท่านพี่ก็ผ่อนคลายบ้างเถอะ"
ฉงปินกลัวภรรยาเขินอาย ได้แค่คิดในใจว่า นี่มันไม่ใช่อาวุธที่ไว้ทิ่มแทงคนร้ายที่ไหนแต่มันคืออาวุธที่มีไว้ใช้กับสตรี
เขาใจเต้นแรงมาก รีบลุกขึ้นมา
"ขออภัยด้วยฮูหยินข้าไม่ได้มีเจตนาจะมาพบเ้าในสภาพเช่นนี้"
"ท่านพี่บอกกับข้าว่าท่านจะไปอยู่ห้องหนังสือตลอดไปมิใช่หรือวันนี้อากาศเย็นข้าจึงให้จิงเป่าไปเตรียมเตาถ่านส่งมอบให้ท่านพี่ที่ห้องหนังสือข้าอาบน้ำเปลี่ยนชุดรอนางที่นี่"
"พี่ทบทวนแล้วพี่คิดว่าพี่เพิ่งแต่งเ้าเข้าจวนมาได้ไม่นานจะย้ายไปอยู่ห้องหนังสือตอนนี้ก็ถือว่าเป็การเอาเปรียบเ้า"
"ถึงกระนั้น พี่จะอยู่ที่นี่ในเรือนนี้กับเ้าพี่ก็จะไม่ล่วงเกินเ้า ระหว่างเรายังต้องมีระยะห่างกันอยู่ระหว่างชายหญิงให้แน่ชัดเพราะเราสองคนต่างรู้ดีว่าแต่งงานกันแค่ในพิธี ในนามเท่านั้นนอกเหนือจากนี้ปล่อยให้เป็ธรรมชาติเถอะ คืนนี้เ้าเข้านอนก่อนเถอะข้าจะอ่านหนังสือราชการสักหน่อย..."
"แล้วท่านพี่จะนอนที่แท่นพิงเหมือนเดิมหรือไม่"
ฉงปินกลัวว่า หนิงร่วนผิงจะแอบติดตามดูพวกเขา จึงบอกว่า
"ต่อไปนี้ข้าจะนอนข้างเ้าบนเตียง....เมื่อคืนข้าเห็นว่าเ้าหลับไปแล้วยังนอนละเมอ เ้านอนด้านในเถอะข้าจะนอนริมเตียงเอง "
"งั้นหลิงเล่อจะให้จิงเป่าไปจัดเตรียมชุดเครื่องห่มมาให้ท่านพี่อีกหนึ่งชุด"
"ไม่เป็ไร ข้าจะใช้ร่วมกับเ้า จะเรียงเคียงหมอนห่มผ้าผืนเดียวกับเ้า"
หลิงเล่อทำหน้าแปลกใจ คิดในใจ สามีของข้าป่วยหรือไม่ หรือว่าเขาโดนพิษบางชนิด ทำให้เพี้ยนไปมากเช่นนนี้
แต่ช่างเถอะ ข้าเข้านอนดีกว่า ไม่จำเป็ต้องสนใจเ้าทึ่มแบบเขา
หลิงเล่อขึ้นไปนอนบนเตียง นางตั้งใจจะนอนหลับเวลาผ่านไปหลายชั่วยามนางกลับนอนไม่หลับ กลิ้งไปมา....
ฉงปินอ่านหนังสือราชการที่โต๊ะหนังสือ...แต่จริงๆเขาไม่ได้ตั้งใจอ่านหรอกเป็แค่ข้ออ้างที่จะยังไม่ไปร่วมเตียงกับภรรยาตอนนางยังไม่หลับเพราะเขากลัวว่านางจะเขินอาย ทำตัวไม่ถูกจนนอนไม่หลับ
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม นางก็ไม่หลับสักที ฉงปินเริ่มจะง่วงจึงถามไปว่า
"เหตุใดเ้าไม่นอนหลับ"
หลิงเล่อลุกขึ้นนั่งทำหน้าตางอแง
"ท่านจุดเทียนสว่างทั่วเรือนเปิดหนังสือราชการเสียงดัง ครืดๆ ข้าจะหลับได้อย่างไร"
ฉงปินอมยิ้มเล็กน้อย มองดูเปลวเทียนที่จุดไว้สว่างทั่วห้อง
"มันจริงของเ้านะ งั้นเพื่อให้เ้าหลับไปข้าจะดับไฟทั้งหมด "
"อ๊ะ แต่ท่านไม่มีแสงไฟท่านจะอ่านหนังสือราชการได้อย่างไร "
"ไม่เป็ไรหรอกข้ากลัวว่าเ้าจะไม่ได้พักผ่อนมากกว่า งั้นข้าจะเลิกอ่านขึ้นเตียงพร้อมเ้าตอนนี้"
ฉงปินยอมขึ้นไปนอนบนเตียงพร้อมนางคราวนี้ เพราะเห็นว่านางง่วงนอนมากกว่าที่จะมีท่าทีเขินอาย
พูดจบฉงปินเดินมาที่เตียง สบัดมือขวา 1 ครั้งใช้พลังลมปราณดับเทียนทั้งหมดในเรือน
หลิงเล่อที่กำลังง่วงนอนใ
"ท่านทำแบบนั้นได้อย่างไร "
"เ้ารีบนอนเถอะมีหลายสิ่งที่ข้าทำได้แต่เ้ายังไม่รู้"
เพียงชั่วครู่หลิงเล่อก็หลับไปคืนนี้เป็คืนแรกที่ฉงปินนอนร่วมเตียงเดียวกันกับหญิงสาว ทำให้เขานอนไม่หลับ
แคว่ก เสียงมือของหลิงเล่อเข้ามาสวมกอดตัวฉงปิน ฉงปินพยายามขยับตัวเอามือของนางออกไปให้ห่าง นางนอนละเมอพูดพึมพำออกมาจับใจความไม่ได้ฉงปินจึงคิดว่าภรรยาของเขากำลังฝันร้าย
คิดในใจ ตอนนี้นางหลับอยู่... ให้นางกอดสักหน่อยคงไม่เป็ไรตลอดทั้งคืนนั้นฉงปินนอนไม่หลับเลย กระทั่งรุ่งสางฉงปินค่อยๆหยิบมือขาของนางออกจากตัวเอง
ฉงปินหลุดจากอ้อมกอดของนางได้ ลุกขึ้นมายืนมองนางที่กำลังนอนหลับฝันดีบิดตัวไปมา
"ข้าไม่คิดเลยว่าสาวงามร่างเล้กเช่นเ้ามือเท้าจะหนักเช่นนี้"
เช้าตรู่ แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในเรือนจิงเป่าเห็นว่าหลิงเล่อยังนอนอยู่
"องค์หญิง องค์หญิงตื่นได้แล้ว สายแล้ว"
หลิงเล่อรู้สึกตัวบิดี้เี อืม...คืนนี้เป็ครั้งแรกที่ข้านอนหลับสบายขนาดนี้ ในวังข้านอนหลับแบบหวาดระแวง เมื่อข้ามาที่จวนคืนแรกกลับนอนหลับๆตื่นๆตลอดทั้งคืน ... ดีจริงๆที่วันนี้ข้าหลับได้นานขนาดนี้
จิงเป่าอมยิ้ม แซวหลิงเล่อ ...*หรือว่าจะเป็เพราะข้างกายท่านมีผู้ตรวจการหลี่เคียงหมอน
หลิงเล่อยิ้มเขิน บิดไปมา
"อย่าพูดอะไรซี้ซั่วนะ เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดีว่าสาวใช้นินทานายท่าน"
"จิงเป่าทราบแล้วองค์หญิง..แต่ว่าตอนนี้รีบลุกขึ้นแต่งตัวเถอะผู้ตรวจการหลี่รอท่านอาหารเช้าพร้อมท่านที่ลานบ้าน ผู้ตรวจการให้ข้ามาตามท่านเพราะต้องรีบไปสำนักลงทัณฑ์ "
หลิงเล่อยิ้ม อะไรนะ เขารอข้าหรือ งั้นเร็วเข้าสิเ้ารีบไปเอาน้ำมาให้ข้าล้างหน้า อย่าให้ท่านพี่รอนาน เอาชุดที่สวยที่สุดมา
ฉงปินเห็นว่าภรรยาไม่ออกมาทานอาหารเสียทีใกล้ถึงเวลาที่ไปทำงานราชกิจแล้วจึงเดินเข้ามาหาภรรยาที่เรือน
พบว่าหลิงเล่อกำลังเขียนคิ้วอยู่หน้ากระจก
"จิงเป่า รีบสาวผมให้ข้าเร็ว นายท่านจะรอนาน"
ฉงปินที่ยืนอยู่หน้าเรือนอมยิ้ม เดินเข้ามาเบาๆหยิบหวีมาสางผมให้ภรรยา พร้อมกับพูดว่า เ้าไม่ต้องรีบร้อนแล้วข้าจะรีบไปราชการตอนนี้ เมื่อคืนหลับสบายใช่ไหม
หลิงเล่อรู้สึกเขินอาย ที่สามีเข้ามาและสางผมให้นาง
"ท่านรู้ไหมว่า หากสามีสางผมให้ภรรยาเช่นนี้หมายความว่าเช่นไรตามธรรมเนียมโบราณ"
"ขออภัยด้วย ข้าไม่รู้ธรรมเนียมของบ้าน"
"มันหมายถึงว่าจะขออยู่เคียงคู่กันไปชั่วชีวิตดั่งหงส์ทอง"
ฉงปินเมื่อได้ยินความหมายลึกซึ้งเช่นนั้น กลัวว่าภรรยาจะเข้าใจผิดรีบวางหวี และก้าวถอยหลังออกมา รีบพูดว่า
ข้าจะไปราชกิจก่อน งั้นให้จิงเป่าสางผมให้เ้าต่อเถอะ
เมื่อฉงปินออกจากเรือน ถึงโอกาสที่หลิงเล่อเื่ค้นหาสิ่งของภายในจวนเพื่อสืบสาวคดีการตายเผยซู่จวินฮูหยินคนแรกที่จะแต่งเข้าจวน.....เขาไปพบหนังสือจดบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดที่ฉงปินเก็บเอาไว้ในห้องหนังสือ
นางจึงเริ่มสืบสาวเื่ราวจาก ห้องลับที่เก็บยาพิษชนิดนั้นแต่นางย่อมไม่เชื่อหลักฐานทั้งหมดเสมอไปนางคิดว่าหลักฐานพวกนี้อาจถูกสร้างขึ้นก็ได้ สิ่งเดียวที่จะสืบหาความกระจ่างได้คือออกไปตามหาแม่นางหงอวี๋ตาชื่อที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนั้นว่านางคือคนลงมือ