บทที่ 16 พ่อค้าหน้าเื
แขนของคนพวกนั้นถูกตัดไปข้างหนึ่ง ในหมู่บ้านมือใหม่ไม่มีโอสถระดับสูงที่จะสามารถรักษาให้หายกลับมาเป็ปกติได้
อีกอย่าง...
สถานะเืไหลไม่หยุดยังคงอยู่ ด้วยพลังชีวิตที่เหลือเพียงน้อยนิดของพวกเขา คร่ำครวญได้ไม่กี่ครั้งก็คงถูกส่งกลับไปเกิดใหม่ที่ดาวสีน้ำเงินแล้ว
ซูเฉินเลเวลสิบแล้ว ไม่จำเป็ต้องออกไปข้างนอกอีก แต่ในเมื่อเห็นแล้ว ก็ไม่อาจปล่อยให้คนกลุ่มนี้มาดักปล้นกลางทางเช่นนี้ต่อไปได้
พวกเขาไม่กลัวความตาย
เพราะเดิมทีก็ไม่มีเลเวลอยู่แล้ว ขอเพียงมีคนมากพอ ต่อให้ถูกฆ่ากลับมาก็ยังสามารถดักปล้นที่หน้าประตูได้เหมือนเดิม จำเป็ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ
หากไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา ซูเฉินมีวิธีสั่งสอนคนพวกนี้อีกเยอะแยะมากมาย
เขาเดินไปตามถนนหินสีเขียวในหมู่บ้าน ไม่นานก็พบร้านค้าที่แขวนหนังสัตว์ไว้เต็มหน้าร้าน
มีผู้เล่นบางส่วนกำลังซื้อขายอยู่ที่หน้าร้าน แต่ด้วยปริมาณหนังสัตว์เพียงน้อยนิดของพวกเขา อย่างมากก็ได้แค่ไม่กี่เหรียญเงิน ไม่ได้ทำให้เสียเวลามากมายนัก
เมื่อซูเฉินเดินเข้าไปใกล้ นายพรานเพิ่งจะจัดการกับผู้เล่นคนก่อนหน้าเสร็จ เขาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง เพียงเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า
"วางของไว้บนโต๊ะ กระต่ายปีศาจสามตัวหนึ่งเหรียญเงิน"
ผ่านไปแค่ครึ่งวัน นายพรานก็เริ่มกดราคาแล้วงั้นรึ?
"หมูป่าเหล็กกล้าราคาเท่าไหร่?" ซูเฉินไม่ได้วางของลงไปทันที แต่กลับเอ่ยปากถามขึ้น
นายพรานขมวดคิ้ว "เ้ามีหมูป่าเหล็กกล้ารึ? เขี้ยวสองเหรียญเงิน ถ้าเป็เนื้อหมูพร้อมหนังครบสมบูรณ์ก็สองเหรียญเงินเหมือนกัน"
ซูเฉินพอได้ยินราคานี้ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เดิมทีราคากระต่ายปีศาจคือสองตัวต่อหนึ่งเหรียญเงิน ส่วนเขี้ยวหมูป่าเหล็กกล้าควรจะได้สามเหรียญเงิน เนื้อหมูก็ควรจะได้สามเหรียญเงินเช่นกัน แต่ตอนนี้กลับถูกหั่นราคาลงไปถึงหนึ่งในสาม
เ้าหมอนี่หน้าเืกว่านายพรานในหมู่บ้านมือใหม่แห่งก่อนเสียอีก
"ราคาต่ำไปหน่อย ถ้ามีเยอะจะเพิ่มราคาให้ไหม?"
ซูเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถามอีกครั้ง
นายพรานเดิมทีคิดจะเงยหน้าขึ้นมาดูว่าอีกฝ่ายมีหมูป่าเหล็กกล้าจริงหรือไม่ แต่พอได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาอีกเลย
"เยอะรึ?"
"ถ้าเ้ามีเยอะจริงๆ ล่ะก็ ทั้งตัวสิบเหรียญเงินข้าก็รับซื้อได้ แต่ประเด็นคือเ้ามีรึเปล่าล่ะ?"
"ไปๆ อย่ามาเกะกะข้าทำมาหากิน!"
ซูเฉินได้ฟังกลับยิ้มออกมา "ทั้งตัวสิบเหรียญเงิน นี่ท่านเป็คนพูดเองนะ! ให้คำตอบที่แน่นอนหน่อยสิ กี่ตัวถึงจะเรียกว่าเยอะ สิบตัวนับไหม?"
นายพรานเห็นอีกฝ่ายพูดอย่างมั่นใจเช่นนี้ ก็พลันเงยหน้าขึ้นมองซูเฉิน ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
เ้าหนูนี่จะมีหมูป่าเหล็กกล้าสิบตัวจริงๆ งั้นรึ?
ถ้ารับซื้อมาคงได้ขาดทุนย่อยยับแน่ ไม่ได้ ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด
"แค่กๆ!"
"แค่สิบตัวจะเรียกว่าเยอะได้อย่างไร? อย่างน้อยก็ต้องห้า...ไม่สิ อย่างน้อยก็ต้องหนึ่งร้อยตัว!!"
นายพรานหัวเราะอย่างมีเลศนัย
หมูป่าเหล็กกล้าหนึ่งร้อยตัว!
ขนาดข้าเองยังต้องล่าเป็สัปดาห์ เ้าเด็กน้อยอย่างเ้าจะไปล่ามาได้อย่างไร
"เ้าหนู ถ้าเอาออกมาไม่ได้ล่ะก็ หมูป่าเหล็กกล้าในมือของเ้าต้องขายให้ข้าในราคาเมื่อกี้นะ!"
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ
พลันมีเสียงดังโครมคราม หมูป่าเหล็กกล้าหลายสิบตัวก็ถูกเทลงบนโต๊ะในทันที
แคร็ก!
โต๊ะไม้พลันถูกน้ำหนักกดจนพังทลาย หมูป่าเหล็กกล้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
นายพรานใจนะโถอยหลัง เตรียมอ้าปากด่า แต่เมื่อกวาดตามองก็พบว่าจำนวนหมูป่าเหล็กกล้ามันไม่ถูกต้อง
"ฮ่า เ้ามีแค่ห้าสิบกว่าตัวเอง ยังขาดอีกครึ่งหนึ่งเลยนะ"
ซูเฉินหัวเราะในใจ
เมื่อครู่เพื่อฝึกทักษะ เขาฆ่าหมูป่าเหล็กกล้าไปเกินกว่าร้อยตัวเสียอีก เขาเดินเลี่ยงไปสองก้าวไปยังที่ว่างข้างๆ แล้วสะบัดมือออกไป
โครมคราม!
หมูป่าเหล็กกล้าหลายร้อยตัวถูกโยนออกมา กองซ้อนกันราวกับูเาลูกย่อมๆ
"สามร้อยหกสิบตัว ลองนับดูสิ"
นายพรานมองดูกองหมูป่าเหล็กกล้าเบื้องหน้า ถึงกับยืนตะลึงไปในทันที
"นี่ นี่..."
"ให้ตายเถอะ นี่มันจะขาดทุนย่อยยับเลยนะ!!"
ซูเฉินเหลือบมองอีกฝ่าย "อะไร คิดจะกลับคำรึ?"
นายพรานได้ยินก็แค้นจนแทบกระอักเื เขามองดูซูเฉิน สลับกับทหารยามที่อยู่ไม่ไกล ในใจเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น
แต่จะให้กลับคำจริงๆ เขาก็ไม่กล้า
ทำได้เพียงแข็งใจเข้าไปนับของ ไม่นานก็นับเสร็จ เขาล้วงเหรียญเงินออกมาจากอกเสื้อ พลางนับให้ซูเฉินด้วยใบหน้าที่เ็ปอย่างยิ่ง
"หนึ่งร้อย สองร้อย สามร้อย...หนึ่งพัน สองพัน สามพันหก!"
"อืม"
ซูเฉินตอบรับคำหนึ่ง แล้วโยนกระต่ายอีกร้อยกว่าตัวลงบนพื้น
"ยังมีพวกนี้อีก"
"นี่ นี่ต้องคิดราคาเป็สามตัวหนึ่งเหรียญเงินนะ!" นายพรานรีบเอ่ยขึ้น
"ได้!"
ได้กำไรจากหมูป่าเหล็กกล้ามามากขนาดนี้แล้ว ได้จากกระต่ายปีศาจอีกนิดหน่อยซูเฉินจึงไม่ใส่ใจเท่าไร
"สามสิบห้าเหรียญเงิน!" ในที่สุดนายพรานก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่น่าเสียดายที่ยังขาดทุนอยู่มากโข
เมื่อเคลียร์ช่องเก็บของเรียบร้อย ตอนนี้ก็เหลือเพียงซากของาาหมาป่าเท่านั้น
ไม่ขายเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ซูเฉินจึงเอ่ยปากถาม
"ซากบอสระดับหายากรับซื้ออย่างไร?"
"บอสระดับหายาก!?"
นายพรานพอได้ยินคำนี้ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาแอบดึงซูเฉินเข้าไปในห้องด้านใน
"เมื่อครู่ข้างนอกคนเยอะ เ้ามีบอสระดับหายากจริงๆ รึ?"
"แค่ถามดู"
แน่นอนว่าซูเฉินย่อมไม่บอกว่ามีอยู่จริง ไม่อย่างนั้นเ้าหมอนี่คงกดราคาจนติดดินแน่
"ชิ"
นายพรานทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
"ข้าทำมาค้าขายซื่อสัตย์เสมอมา บอสระดับหายากต้องดูที่ระดับ แต่บริเวณรอบหมู่บ้านเรา อย่างมากก็แค่าาหมาป่ากลายสภาพ หรือไม่ก็าาหมีเขียว"
"ถ้าาาหมาป่ากลายสภาพ ราคาเดียว สองพันเหรียญทอง!"
คราวนี้ซูเฉินกลับมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ เมื่อครู่ยังตั้งราคาหน้าเือยู่เลย แต่ตอนนี้ราคาบอสกลับสมเหตุสมผลดี
หากแยกชิ้นส่วนขาย ไม่ว่าจะเป็เขี้ยว หนัง หรือกรงเล็บ ล้วนมีราคาหลายร้อยเหรียญทอง ส่วนอื่นๆ ก็ยังขายได้อีกหลายร้อย ตอนนี้เสนอราคาสองพัน จะว่าเขาหน้าเืก็คงไม่ได้
แน่นอนว่าซูเฉินย่อมไม่แสดงท่าทีเห็นด้วย เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ
"บอสาาหมาป่าที่เลื่อนขั้นแล้ว แค่สองพันเองรึ?"
"สองพันไม่น้อยแล้วนะ!"
นายพรานถูมือไปมา พลางอธิบายด้วยใบหน้าที่ลำบากใจ
"นี่จ่ายเป็เหรียญทองเลยนะ พูดตามตรงข้ายังไม่มีเหรียญทองมากขนาดนั้นเลย..."
"ไม่มีเหรียญทองแล้วจะมาพูดมากทำไม!"
ซูเฉินถึงกับพูดไม่ออก นี่เขาพูดจาไร้สาระอยู่รึไง?
"อย่าเพิ่งไปสิ ข้าไม่มีเหรียญทอง แต่หัวหน้าหมู่บ้านมีไม่ใช่รึ" นายพรานหัวเราะอย่างมีเลศนัย
"สองพันเหรียญทอง ถ้าเ้าไม่มีปัญหา ข้าจะไปเอาเงินจากหัวหน้าหมู่บ้านมาให้เดี๋ยวนี้"
ซูเฉินเหลือบมองอีกฝ่าย แล้วโบกมือ
"ช่างเถอะ ข้าไปขายให้หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ได้"
อั่ก!!!
นายพรานถึงกับกระอักเืออกมาทันที ปากเสียๆ ของตัวเองนี่นะ จะไปพูดถึงหัวหน้าหมู่บ้านทำไม!
"อย่าเพิ่งไปสิ ข้าจะไปรวบรวมเงินมาให้เดี๋ยวนี้ หรือ หรือว่าจะเพิ่มให้อีกสองร้อยเหรียญทองดี?"
นายพรานวิ่งตามออกมา พลางกล่าวอย่างร้อนรน
"สามร้อย! สามร้อยเหรียญทอง! เพิ่มกว่านี้ไม่ได้แล้ว!!"
ทว่าซูเฉินกลับไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
เ้าหมอนี่ไม่มีเหรียญทองแต่ยังกล้ารับซื้อ แล้วหัวหน้าหมู่บ้านจะมีเงินได้อย่างไร? คงจะเป็ค่าหัวที่อาณาจักรตั้งไว้มากกว่า เขาเสนอราคาสองพันอาจจะไม่ได้กำไรมากนัก แต่แค่ได้ค่าหัวไปก็รวยเละแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูเฉินย่อมไม่ขายให้เขาแน่นอน
เมื่อมาถึงหน้าร้าน
ผู้เล่นจำนวนมากกำลังมุงดูอยู่ที่หน้าร้านของนายพราน พลางมองดูกองหมูป่าเหล็กกล้าราวกับูเาด้วยความทึ่ง
เดิมทีซูเฉินคิดจะไปหาหัวหน้าหมู่บ้านทันที แต่เมื่อเห็นว่ามีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยอยู่แถวนี้ แถมข้างๆ ยังมีคนรับซื้อเหรียญเงินสดอีก ในใจก็พลันเกิดความคิดขึ้นมา
ตอนนี้ถ้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน ก็ต้องเปลี่ยนอาชีพไปเลย
เมื่อออกจากหมู่บ้านมือใหม่ไปแล้ว ในเมืองหลักไม่มีผู้เล่นเลย ของในมือก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็เงินสดได้
ตอนที่นิรันดร์เพิ่งเปิดให้บริการ หลายคนยังไม่เข้าใจเื่ราคา ต่างก็ตั้งราคากันมั่วซั่ว ทำให้ราคาเหรียญทองพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนธรรมดาไม่มีปัญญาหาเหรียญทองได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าซูเฉินจะไม่มี
เดิมทีซูเฉินไม่มีของในมือ จึงไม่ได้คิดจะหาเงินจากทางนี้ แต่ตอนนี้เมื่อมีของในมือ แถมยังใช้ไม่หมด ก็ต้องรีบฉวยโอกาสนี้กอบโกยครั้งใหญ่
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ตั้งแผงลอยที่หน้าร้านทันที
เขานำคทาคริสตัลน้ำแข็งที่อยู่ในมือวางลงไป ไม่ได้ตั้งราคา เพียงแค่ตั้งโชว์ไว้
พร้อมกับเขียนป้ายว่า
รับทำอุปกรณ์เวทมนตร์ครบชุด ราคาถูกไม่ตอบ เลขเจ็ดหลักไม่ตอบ ตั้งแผงแค่สิบนาที!