เช้าวันรุ่งขึ้นป้ามุกยังคงทำงานในครัวตามปกติบังเอิญเห็นเงาผ่านหางตาบริเวณหน้าประตูครัวโดยไม่ตั้งใจ เธอเห็นเจนจิราเดินผ่านประตูไปตามทางป้ามุกเลือกที่จะแอบเดินตามไปจนถึงบริเวณหน้าประตูห้องทำงานของวรวิทย์เห็นเจนจิรายกมือไหว้รูปของวรวิทย์กับวิไลพรด้วยความตั้งใจ ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าสร้างรอยยิ้มให้เธอขึ้นมาทันทีเป็นภาพแห่งความสุขความทรงจำเกินกว่าคำบรรยายใดๆ
“คุณ...หนู...”
ป้ามุกเลือกที่จะเดินจากออกมาด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา“นายท่าน...นายหญิงคะ เอาใจช่วยคุณหนูด้วยนะคะวันนี้คุณหนูต้องเริ่มทำงานแทนนายท่านแล้วค่ะ...”
กระแสความสนใจในแอดมียังคงเล่นข่าวเจนจิราเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของบริษัทซีคอร์ปเป็นวันแรกกันอย่างล้นหลามบทความบทวิเคราะห์ต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องมายมายทั่วโลก
เลขานุ่นกับพนักงานอีก3 คนเข้ามาตรวจสอบห้องประชุมที่ต้องใช้ในบ่ายวันนี้ ไล่ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์,ระบบเสียงและจอมอนิเตอร์อย่างละเอียด “พี่นุ่น...ทำงานกับคุณเจนจิราเมื่อวานวันแรกเป็นงัยบ้างคะพี่?”
“พี่ยังไม่รู้ว่าคุณเจนจะทำงานสไตล์ไหนแต่พี่รู้สึกได้อย่างหนึ่งว่า คุณเจนดูง่ายๆ สบายๆ ไม่ค่อยชอบพวกพิธีการต่างๆ ขั้นตอนเยอะๆก็ไม่เอา ขอสั้นๆ กระชับๆ ไม่เหมือนกับคุณวรวิทย์แม้แต่น้อย...แต่พี่ก็ยังดูไม่ออกจริงๆนะ”
“หนูกลัวทั้งคุณเจน,คุณพลอยและคุณส้มจริงๆ นะคะถึงแม้ว่าหนูอายุมากกว่าก็ตาม...เมื่อวานหนูต้องไปคุยกับคุณไพโรจน์เป็นครั้งแรกหนูคุยแค่ครึ่งชั่วโมงเอง ถามข้อมูลหลายอย่างจนหนูตอบไม่ได้หนูกลับบ้านร้องไห้เลยค่ะ”
“แล้ว...กลัวคุณเจนเรื่องอะไรเหรอ?”
“คือ...คือ...หนูยังไม่ได้คุยกับคุณเจนก็จริงแต่หนูรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะคะพี่นุ่น หนูก็ไม่รู้ว่าหนูกลัวอะไรแต่ยังคิดอยู่ว่า ถ้าคุณเจนเรียกคุย หนูจะทำตัวยังงัยดี...”
“พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันลึกๆ แล้วคุณเจนเป็นคนจริงจังมาก เผลอๆ จริงจังมากกว่าคุณวรวิทย์อีกนะเนียเพียงแต่ว่าดูภายนอก อาจจะดูง่ายๆ”
หลังจากที่เจนจิรา,พลอยและส้มเรียนคลาสรอบเช้าเสร็จสิ้นแล้วต้องรีบเดินทางไปที่อาคารแฝดเพื่อเข้าร่วมประชุม “ไอ้เจน!!!...กูกับไอ้ส้มต้องไปประชุมกับคุณตาไพโรจน์ที่อาคารB แยกกันตรงนี้ละกันจะได้ไม่เสียเวลา”
“เอ่อๆๆเดี๋ยวกูมีประชุมกับคุณอาวินัยนัดแรกตอนบ่ายโมง”
“มีอะไร...มึงแชททางกลุ่มได้เลยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปชีวิตพวกเรา 3 คนเปลี่ยนไปตลอดกาล”
“กูดีใจมากที่มึง2 คนอยู่ข้างๆ กูจนถึงตอนนี้...กูรักพวกมึงที่สุด”
“พี่นุ่น...คุณเจนจิรากับคุณวินัยเดินทางมาถึงห้องประชุมแล้วค่ะส่วนคุณพลอยกับคุณส้มเริ่มประชุมเรื่องนโยบายร้านขายอาหารจากบุคคลภายนอกกับคุณไพโรจน์และหัวหน้าฝ่ายเทคนิคที่ห้องประชุมหลักอาคารB แล้วค่ะ”
“โอเคๆๆ”
เลขานุ่นหยิบกระเป๋าหนังขนาดพอมือใบหนึ่งติดตัวมาด้วยเดินตรงไปที่ห้องประชุมเห็นเจนจิรากับวินัยนั่งอยู่ในห้องประชุม
“สวัสดีค่ะคุณเจนจิรา...สวัสดีค่ะคุณวินัย”
“สวัสดีครับคุณนุ่น”
“สวัสดีค่ะพี่นุ่น”
“ก่อนที่จะคุยเรื่องวาระการประชุมผมพูดเกริ่นนำให้คุณเจนรับทราบในขั้นต้นไปบ้างแล้ว...คุณนุ่นต่อเรื่องได้เลยครับ”
“โอเคค่ะคุณวินัย...ในกระเป๋าใบนี้เป็นอุปกรณ์ที่คุณเจนต้องใช้เพิ่มเติมค่ะในขั้นต้นทางบริษัทได้ติดต่อไปยังบริษัทผู้ให้บริการมือถือเพื่อกำหนดให้เบอร์ของคุณเจนเป็นเบอร์ส่วนตัวแล้ว(Private number) หมายความว่าเบอร์ทั่วไปที่เคยโทรหาคุณเจนจะโทรไม่ได้อีกต่อไป ทางบริษัทกำหนดเบอร์ไว้จำนวนหนึ่งที่สามารถโทรหาคุณเจนได้นะคะคุณเจนสามารถเพิ่มเติมเบอร์ได้ในภายหลัง”
“ในกระเป๋าใบนี้มีอุปกรณ์พิเศษอยู่หลายชิ้นหลายรูปแบบเช่น เข็มตุ้งติ้งของมหาวิทยาลัย, สายนาฬิกา, หัวเข็มขัดมหาวิทยาลัย,อุปกรณ์ติดกับมือถือ รวมถึงอุปกรณ์ติดที่เอวหรือเข็มขัดนักศึกษา...หลักการทำงานก็จะมีการส่งคลื่นรบกวนพิเศษรอบตัวคุณเจนทำให้ไม่สามารถอัดเสียงหรืออัดคลิปได้ทุกรูปแบบ”
“หนูทราบเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้จากคุณอาวินัยแล้วค่ะ”
“อุปกรณ์บางอย่างก็เหมือนในชีวิตประจำวันใช้ตุ้งติ้งแบบพิเศษอันนี้แทนตุ้งติ้งเดิมได้นะคะ...ส่วนอันนี้ก็เอาไปติดด้านท้ายของมือถือแล้วก็ใช้งานมือถือตามปกติค่ะ”
“โอเคค่ะพี่นุ่นเดี๋ยวหนูจะเอาไปให้พลอยกับส้มเองค่ะ”
“พี่ขอตัวก่อนนะคะ คุณเจน...คุณวินัย”
“ขอบคุณค่ะพี่นุ่น”
“อุปกรณ์พวกนี้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับคุณเจนจิราครับช่วยป้องกันข้อมูลหรือความลับของบริษัท แรกๆ อาจจะแปลกๆ ไม่คุ้นชินครับ”
“ขอบคุณค่ะคุณอาวินัย”
“ผมขอเริ่มคุยกันเรื่องแรกครับ...เราสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เสร็จแล้วในทวีปยุโรปนโยบายที่ผ่านมาใช้วิธีบริจาคความร้อนที่เกิดจากศูนย์ข้อมูลต่างๆ ทั่วโลกให้กับหน่วยงานท้องถิ่นหรือชุมชนมาโดยตลอดคุณวรวิทย์บอกว่าเราไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องรายได้ทุกเรื่องเราเสียงบประมาณในแต่ละปีมากมายหลายพันล้านเหรียญตามสื่อโฆษณาต่างๆเพื่อประชาสัมพันธ์บริษัท รายได้ที่เกิดจากการขายความร้อนจากศูนย์ข้อมูลเล็กน้อยไม่ถึงร้อยล้านด้วยซ้ำถือเป็นการสร้างคอนเน็คชั่นกับท้องถิ่นในเวลาเดียวกัน ที่ผ่านมาคุณขจรกับคุณชุติมาคัดค้านเรื่องนี้มาโดยตลอดและในภายหลังทำหนังสือโต้แย้งขอให้เปลี่ยนนโยบายเรื่องนี้ทั้งหมดครับ”
“หนูได้อ่านหนังสือโต้แย้งแล้วค่ะคุณอาวินัย...คุณอามีความเห็นว่าอย่างไรบ้างคะ?”
“ความเห็นผมอยากให้ใช้นโยบายเดิม...ในแต่ละปีเราต้องสั่งซื้อวัตถุดิบจากท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่จำนวนมากถึงแม้ว่าเราไม่ได้รายได้โดยตรงจากจุดนี้ก็จริง แต่เราใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาช่วยลดต้นทุนการสั่งวัตถุดิบท้องถิ่นในแต่ละประเทศได้เยอะมากครับรายได้ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลขโดยตรงก็ได้ครับ”
“หนูก็คิดเหมือนคุณอาวินัยค่ะหนูว่าถ้ารายย่อยอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ค่ะ...ถ้างั้นเรื่องนี้หนูยืนยันตามนโยบายเดิมค่ะเรื่องนี้เป็นอำนาจตัดสินของหนูโดยตรงใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับคุณเจนจิรา...ไม่ต้องผ่านบอร์ดบริหารครับ”
“โอเคค่ะถ้างั้นหนูลงนามยืนยันตามนี้ค่ะ”
“ผมขอพูดเรื่องห้างซีสแควร์วันต่อเลยนะครับมี 2 ประเด็นที่ค้างการพิจารณาครับ...ตอนนี้ฝ่ายบุคคลยืนยันตัวเลขสุดท้ายมาแล้วว่าต้องการรับพนักงานใหม่ทั้งสิ้น 7,276 คน เป็นพนักงานในระดับปฎิบัติการ 6,816 คนที่เหลือเป็นระดับหัวหน้ากับรองหัวหน้าของแต่ละหน่วยงาน”
“ทางบริษัทใช้วิธีแบ่งพนักงานที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ประมาณ60% ไปทำงานในเครือทั่วกรุงเทพและปริมณฑลและนำพนักงานเก่าจำนวนที่เท่ากัน 60% มารวมกับพนักงานรับใหม่ 40% ที่เหลืออยู่มาทำงานในห้างสาขาลาดพร้าวใหม่...ฝ่ายบุคคลประเมินว่าระบบสามารถรองรับการรับสมัครได้สูงถึง 35,000 คน หรือรับสมัครได้เกิน 5เท่าจากที่เราต้องการครับ”
“คุณอาวินัย...แล้วขั้นตอนการรับสมัครงานเป็นแบบไหนคะ?”
“ทางบริษัทใช้ระบบคัดกรองรอบแรกโดยใช้เอไอทันสมัยที่สุดเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมทุกตำแหน่งก่อนในแต่ละตำแหน่งจะมีการสำรองรายชื่อไว้ 3-5 คนขึ้นอยู่กับความต้องการแต่ละตำแหน่งในช่วงเวลานั้นๆ...คนที่เข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์งานจะไม่มีการเห็นหน้า, เพศและอายุเพื่อคัดเลือกคนที่ตรงกับความต้องการของบริษัทจริงๆข้อมูลถูกส่งเข้าสู่ระบบทั้งหมดแล้วครับ ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือคุณเจนจิราอนุมัติแผนการรับพนักงานใหม่ตามข้อเสนอของฝ่ายบุคคลหรือไม่ครับ?”
“โอเคค่ะหน้าจอของหนูขึ้นรายงานแผนการรับสมัครพนักงานใหม่จำนวน 7,276 คนแล้วค่ะ”
“คุณเจนกดปุ่มสีเขียวอนุมัติแผนได้เลยครับ”
“หลังจากที่หนูอนุมัติไปแล้วขั้นตอนต่อไปคืออะไรคะ?”
“คุณชูศักดิ์จะแจ้งไปยังฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อประกาศรับสมัครพนักงานใหม่ในทุกช่องทางของบริษัทครับ”
“หนูโอเคตามแผนนี้ค่ะ”
“ผมเข้าเรื่องที่2 ต่อเลยนะครับ เป็นเรื่องการคิดค่าเช่าร้านขายอาหารจากภายนอกทางบริษัทเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยสามารถเช่าพื้นที่ขายอาหารภายในห้างจำนวน340 ร้านค้า...ประเด็นที่ถกเถียงกันก่อนหน้านี้คือคุณวรวิทย์ยังไม่กำหนดค่าเช่าสำหรับผู้ค้ารายย่อยเหล่านี้ตอนนี้คุยไพโรจน์กำลังคุยกับคุณพลอยและคุณส้มเช่นกันครับ”
“มีการตั้งข้อสังเกตอะไรไว้ก่อนหน้านี้ไหมคะว่าทำไมคุณพ่อตัดสินใจไม่ได้คะ?”
“ตัวผมเองไม่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งล่าสุดก็เลยไม่ทราบว่าทำไมจึงค้างประเด็นนี้ไว้ ผมไปเช็คบันทึกการประชุมย้อนหลังไม่มีอะไรผิดปกติเลยครับ แต่คุณวรวิทย์ยังไม่ได้กำหนดอัตราค่าเช่าไว้ครับ...คุณไพโรจน์เห็นว่าคุณพลอยถนัดเรื่องนี้จึงพาคุณพลอยกับคุณส้มไปดูสถานที่จริงภายในห้างวันนี้ด้วยครับ”
“เรื่องนี้หนูต้องตัดสินใจตอนนี้หรือว่ารอได้คะ?”
“ยังรอได้ครับแต่ไม่ควรล่าช้าเกินไปเพราะว่าเราต้องเรียกประชุมพ่อค้าแม่ค้าที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาพูดคุยด้วยครับ”
“โอเคค่ะถ้างั้นเรื่องนี้หนูขอคุยกับพลอยก่อน เผื่อว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจค่ะ”
“มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้แต่อยู่ในแผนระยะ6 เดือน เป็นเรื่องของการเปิดธุรกิจไรเดอร์ส่งอาหารครับ”
“เรื่องนี้หนูทราบแล้วค่ะ...หนูขอดูรายละเอียดเพิ่มก่อนค่ะ”
ไพโรจน์,พลอยและส้มกำลังเดินตรวจพื้นที่โซนฟู้ดเซ็นเตอร์ท่ามกลางพนักงานซีคอร์ปส่วนหนึ่งกำลังทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ
“ป้ามุกบอกฉันว่าหนูทั้ง3 คนชอบเดินตลาดนัดบ่อยมาก เท่าที่ไล่ดูจนถึงชั้นบนสุด หนูพลอยคิดยังงัย?” ไพโรจน์หันไปตั้งคำถามกับพลอยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หนูคิดว่านโยบายการจัดเก็บค่าเช่าร้านอาหารไม่แพงคุณวรวิทย์ทำเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามีต้นทุนต่ำ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการที่นี่เหมือนกับร้านอาหารข้างนอกแต่คุณภาพดีกว่า”
“ความเข้าใจของหนูถูกต้องแล้วแล้วคิดยังงัยต่อ?” ไพโรจน์ตั้งคำถามต่อเนื่อง
“ถ้าอย่างนั้นร้านค้าของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อควรกำหนดค่าเช่าให้ต่ำเช่นกัน...แต่...แต่ว่า..น หนู...”
“พูดออกมาได้เลยฉันอยากให้หนูกล้าแสดงออกด้วยกรอบความคิดของหนูเอง”
“หนู...หนูอยากให้เพิ่มเงื่อนไขว่าให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยซื้อวัตถุดิบจากทางบริษัทควบคู่ไปด้วยเลยค่ะ”
ข้อเสนอของพลอยสร้างความแปลกใจให้กับไพโรจน์ไม่น้อย“ทำไมหนูถึงคิดแบบนี้?”
“หนูขอพูดตรงๆนะคะ เราคุมรสชาติคุมฝีมือไม่ได้ แต่เราคุมเรื่องวัตถุดิบได้...อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้วัตถุดิบทุกร้านมีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดก่อนค่ะ”
“อืมๆๆ ดีๆๆ...หนูพลอยรอบคอบกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”
“สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยหนูทราบมาว่าเป็นความรับผิดชอบของคุณชูศักดิ์ หนูอยากคุยวันนี้เลยค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นให้เลขานุ่นนัดหมายด่วนให้คุณชูศักดิ์เข้ามาที่นี่ได้เลยครับ”
“หนูคิดว่าไม่ต้องดีกว่าค่ะให้พี่นุ่นนัดหมายเวลาไว้ก็พอ เดี๋ยวหนูไปหาคุณชูศักดิ์เองง่ายกว่าค่ะข้อมูลเอกสารต่างๆ อยู่ที่นั่นหมดเลย”
“ถ้าอย่างนั้นผมให้เลขานุ่นนัดคุณชูศักดิ์วันนี้บ่ายโมงตรงครับ”