วันวันของนายฆาตกรPALMER46
ตอนที่5 มาร
…เช้าที่สดใส
ผมตื่นขึ้นมาจากเตียงในเช้าที่อากาศสดใสแม้ว่าร่างกายจะยังเจ็บเล็กน้อยจากแผลที่ยังไม่หายดีแต่ความเบื่อที่สะสมอยู่ทำให้ผมไม่อยากนอนต่อ ผมลุกขึ้นจากเตียงหยิบเสื้อคลุมมาใส่แล้วเดินไปที่ห้องครัว
เมื่อมาถึงห้องครัวผมเห็นเจนกับซีช่วยกันเตรียมอาหารเช้าส่วนคุณแคร์ก็นั่งอ่านเอกสารงานอยู่ที่โต๊ะอาหาร อากาศในห้องครัวอุ่นๆกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นไปทั่วห้อง
เจน"นายตื่นแล้วเหรอ นั่งรอที่โต๊ะเลยฉันกับซีทำอาหารเสร็จแล้ว"
ผมนั่งลงที่โต๊ะอาหารมองไปที่ซีซึ่งกำลังจัดจานอาหาร เธอดูตั้งใจและขยันมากส่วนเจนก็กำลังคุยกับคุณแคร์เกี่ยวกับข่าวบางอย่างที่พวกเขาเห็นในโทรทัศน์
เมื่อทุกอย่างพร้อมเราทุกคนก็เริ่มรับประทานมื้อเช้าด้วยกัน อาหารวันนี้ดูเรียบง่าย แต่ก็อร่อยมาก
ปาล์ม(ระหว่างเคี้ยวอาหาร) "ว่างจัง คุณแคร์คืนนี้มีงานอะไรให้ทำไหม"
แคร์"พักให้แผลหายดีก่อนเถอะนายไม่จำเป็ต้องรีบออกไปไหนหรอก"
ปาล์ม(ทำหน้าบึ้ง) "ก็คนมันเบื่อนี่ ไม่ได้ออกไปไหนเลย"
เจน(ขมวดคิ้ว) "พอเลย หยุดเลย นายไม่ต้องออกไปไหนแล้ว"
ปาล์ม"ทำไมหละ ฉันแค่อยากออกไปเล่นบ้างนิดหน่อย"
เจน(มองหน้าอย่างไม่พอใจ) "่นี้กลับมาแต่ละครั้ง สภาพดูไม่ได้เลยนายเองก็ควรจะดูแลตัวเองมากกว่านี้"
ทีวีในห้องครัวเปิดข่าวอยู่เสียงผู้ประกาศข่าวดังขึ้นจากจอโทรทัศน์ ทำให้ทุกคนหยุดการสนทนาแล้วหันไปฟัง
ข่าว “่นี้มีแก๊งลักพาตัวก่อเหตุ หญิงสาวโดนลักพาตัวไม่ต่ำกว่า 10 คนแล้ว ขอให้ทุกท่านระวังกันด้วยนะคะผู้ที่โดนลักพาตัวส่วนมากเป็สาวขายบริการ ตอนนี้เ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ”
ปาล์ม(ยิ้มแปลกๆ) "เห็นไหม ฉันไม่ออกไปแค่ 4 วันก็มีพวกมันโผล่มาอีกแล้ว"
เจน"มันก็น่ากลัวอยู่ แต่ให้เ้าหน้าที่เขาจัดการเถอะเราเองก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก"
แคร์(พยักหน้าเห็นด้วย) "ใช่แล้ว นายไม่ต้องไปยุ่งเื่นี้หรอกทาง FIB กำลังจัดการอยู่พวกเรามีทีมที่พร้อมจะลงมืออยู่แล้ว"
ปาล์ม(ทำหน้าบูดบึ้ง) "โถ่ เซ็งเลย แบบนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำเลยหรอ"
เจน(หัวเราะเบาๆ) "นายก็พักผ่อนบ้างสิเอาไว้ร่างกายฟื้นเต็มที่ค่อยว่ากันอีกที"
ปาล์ม(นั่งพิงเก้าอี้อย่างหมดแรง) "พักอีกแล้ว…ว่างจนจะบ้าอยู่แล้วเนี่ย"
ซี(หันมามองปาล์มด้วยรอยยิ้ม)"งั้นทำไมไม่ลองหาอย่างอื่นทำดูบ้างละคะ อย่างฝึกสมองหรืออ่านหนังสืออะไรสักเล่ม"
ปาล์ม(ยิ้มแห้ง) "ก็ไม่ใช่ฉันเลยนะสิ…ฉันถนัดออกไปต่อสู้มากกว่านั่งอ่านหนังสือ"
แคร์(หัวเราะเบาๆ) "ก็จริงของเขานะ ซี… ไอ้หนุ่มคนนี้น่ะให้ถือมีดน่าจะถนัดกว่าให้ถือหนังสืออยู่แล้ว"
บรรยากาศในห้องครัวค่อยๆผ่อนคลายลง ทุกคนรับประทานอาหารเช้าต่ออย่างสบายใจ ท่ามกลางการสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ปาล์มรู้สึกไม่เบื่อมากนักแต่ก็ยังอดคิดถึงการออกไปทำงานในคืนนี้ไม่ได้
ปาล์ม ผมเบื่อสุดๆเลยไปห้องยิมขอสู้กับซีแก้เบื่อจะได้ช่วยฝึกซีไปในตัวด้วย “นี่ ซีมาสู้กับฉันสิฉันจะเป็คู่ฝึกให้เอง”
ซีเห็นผมาเ็อยู่เธอเลยเกรงใจนิดหน่อย“แต่คุณาเ็อยู่นะคะ แขนข้างซ้ายก็หักอยู่ อย่าฝืนดีกว่า”
ปาล์ม“มาเลยไม่ต้องเกรงใจ แค่แขนข้างขวาข้างเดียวก็เกินพอ”
ซีได้ยินแบบนั้นซีจึงเข้าหาปาล์มทันที“งั้นขอไม่เกรงใจนะคะ”
ผลก็ออกมาเหมือนทุกทีผมชนะซีได้โดยไม่โดนโจมตีสักครั้ง ซีเธอก็ร้องไห้นี้ผมทำอะไรผิดไป“ฉันนิมันอ่อนแอ”
ผมไม่รู้เผลอทำเธอเจ็บตอนไหน“ฉันทำเธอเจ็บเหรอ”
ซี“ไม่คะ แต่ขนาดคุณอยู่สภาพนี้ ฉันกลับสู้ไม่ได้เลย”
ปาล์ม(พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน) "มันไม่มีใครเกิดมาแล้วเก่งเลยหรอกนะซี เธอก็แค่ต้องฝึกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเธออยากเก่งกว่านี้ลองคิดดูสิว่าเธอทำไปเพื่ออะไร เพื่อใครกันแน่"
ซี(เช็ดน้ำตา) "ฉันก็แค่อยากแก้แค้นอยากทำให้พวกที่ฆ่าพ่อแม่ฉันได้รับโทษ ฉันรู้สึกเหมือนว่าถ้าฉันไม่แข็งแกร่งพอฉันจะไม่มีทางไปถึงจุดนั้นได้"
ปาล์ม(นั่งลงข้างเธอ)"การแก้แค้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นหรอกมันอาจทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นชั่วคราว แต่หลังจากนั้นจะเหลือแค่ความว่างเปล่าสิ่งที่สำคัญคือเธอต้องหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขและปลอดภัยในระยะยาว"
ซี(มองปาล์มด้วยสายตาสงสัย) "แล้วคุณทำไปเพื่ออะไร คุณออกไปสู้ออกไปฆ่าเพื่ออะไร"
ปาล์ม(ยิ้มเล็กน้อย) "ฉันสู้เพื่อปกป้องคนที่สำคัญสำหรับฉันฉันทำเพื่อให้โลกนี้ดีขึ้นสักนิด อย่างน้อยก็สำหรับคนที่ฉันรัก"
ซี(พยักหน้าเล็กน้อย) "ฉันจะจำไว้ค่ะ"
ปาล์มลุกขึ้นและยื่นมือให้ซีจับเขาดึงเธอขึ้นยืนและพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "อย่าหยุดฝึก แต่จงฝึกเพื่อตัวเองไม่ใช่เพื่อความแค้น"
ซีรับคำแล้วจับมือปาล์มแน่น"ค่ะ ฉันจะไม่หยุดฝึก"
ซี“ตอนที่คุณเริ่มต้นคุณทำเพื่ออะไร”
ปาล์มไม่ตอบอะไรแล้วเดินออกจากยิมไปเพราะมันทำให้ผมนึกถึงอดีตที่แสนเ็ป ผมเลยไปหาเจนที่ห้องของเธอแล้วลงนอนข้างเจน:“เจน... เธอจำวันแรกที่ฉันเข้ามาบ้านหลังนี้ได้ไหม?”
เจน“จำได้สิ ทำไมเหรอ”
ปาล์ม“แค่ลองนึกถึงอดีตเฉยๆ”
เจน“ตอนนั้นนายดูอดอะไรตายอยากเหมือนคนไม่อยากมีชีวิตเลยหละ”
ปาล์ม ก็ใช่เจนเข้าพูดถูกนั้นแหละความรู้สึกผมตอนนั้น ถึงขนาดที่คิดจะฆ่าตัวตายเลยหละ “ตอนนั้นฉันสิ้นหวังกับทุกอย่างจนไม่อยากมีชีวิตแล้วแม่เธอก็เก็บฉันมาเปลี่ยนเป็นักฆ่าจนกลายเป็ฉันในตอนนี้”
เจน(พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล) "ฉันรู้สึกขอบคุณแม่นะที่เก็บนายมาแต่ฉันก็รู้ว่านายผ่านอะไรมามาก ฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวนาย แต่บางทีฉันก็สงสัยว่านายรู้สึกยังไงกับชีวิตตอนนี้"
ปาล์ม(มองเพดานห้อง) "บางครั้งฉันก็ยังรู้สึกว่างเปล่านะถึงแม้ว่าฉันจะมีเป้าหมายในการต่อสู้ การฆ่าคนเลวแต่ความเ็ปจากอดีตก็ยังคงตามหลอกหลอนฉันอยู่"
เจน(หันมามองปาล์มด้วยความเป็ห่วง) "นายไม่ได้อยู่คนเดียวนะฉันอยู่ตรงนี้เสมอ ถ้านาย้าใครสักคนนายไม่จำเป็ต้องเผชิญหน้ากับทุกอย่างคนเดียว"
ปาล์ม(ยิ้มเล็กน้อย) "ขอบคุณนะเจน บางทีการที่มีเธออยู่ในชีวิตฉันมันก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้สูญเสียทุกอย่างไป"
เจนยื่นมือมากุมมือปาล์มไว้แน่นเธอไม่ได้พูดอะไรแต่การกระทำนั้นบ่งบอกถึงความห่วงใยและความรักที่เธอมีให้ปาล์มอย่างเต็มเปี่ยมทั้งสองนอนอยู่ข้างกันในความเงียบที่อบอุ่น
ปาล์ม(คิดในใจ) "บางทีชีวิตนี้ก็ไม่ได้แย่ไปเสียหมดอย่างน้อยฉันก็ยังมีเธอ..."
เจน“เลิกเศร้าน่ายิ้มไว้”
ปาล์ม ไม่รู้ทำไมผมถึงนึกถึงมายอดีตคนรักที่ตายไปแล้วจนร้องไห้ออกมา มันเป็เพราะผมในอดีตมันอ่อนแอเลยช่วยเธอไว้ไม่ได้: “ถ้าก่อนหน้านี้ฉันไม่อ่อนแอฉันคงจะปกป้องทุกอย่างไว้ได้”
เจนเธอจูบผม“นายไม่ได้อ่อนแอ นายทำได้ดีที่สุดแล้ว เมื่อก่อนจำได้ไหมที่นายไปรับฉันที่โรงเรียนแล้วอัดไอพวกสารเลวนั้นตอนนั้นฉันใมากเลย แล้วที่ไปหาของกินด้วยกัน เราทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกันฉันสนุกมากหละ ถ้าไม่มีนายฉันก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันจะเป็ยังไง”
เหมือนตอนนี้เจนจะเป็สิ่งเดียวที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป“ขอกอดหน่อย ฉันละโครตรักเธอเลย”
เจน(ยิ้มแล้วกอดปาล์มแน่น) "ฉันก็รักนายเหมือนกันน่านายเป็คนสำคัญของฉันนะ อย่าลืมสิ"
ปาล์ม(กอดตอบด้วยความรู้สึกอบอุ่น)"ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดเวลาเธอเป็เหมือนแสงสว่างในชีวิตฉันจริงๆ"
เจนซบหัวลงบนอกของปาล์มทั้งคู่กอดกันแน่นในความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกแม้ว่าอดีตจะเต็มไปด้วยความเ็ปแต่ตอนนี้ปาล์มรู้สึกถึงความอบอุ่นและความหวังที่จะก้าวผ่านมันไป
ปาล์ม(คิดในใจ) "ถึงแม้ว่าฉันจะสูญเสียทุกอย่างไปในอดีตแต่ตอนนี้ฉันมีเธอมีคนที่รักและพร้อมจะอยู่เคียงข้างฉัน...ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด"
เวลาผ่านไปในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นแม้ว่าอดีตจะยังตามหลอกหลอนปาล์มแต่เขารู้ว่าตอนนี้เขามีบางสิ่งที่ควรค่าต่อการต่อสู้เพื่อรักษาไว้นั่นก็คือเจนและชีวิตใหม่ที่เขากำลังสร้างขึ้น
ปาล์ม“ฉันอยากจะอยู่กับเธอแบบนี้ไปตลอดจัง”
เจน (น้ำตาซึม) “ฉันเองก็อยากอยู่กับนาย ดังนั้นเลิกเถอะเลิกออกไปทำงานอันตรายพวกนี้เถอะ ฉันกลัวว่าสักวันจะต้องเสียนายไป”
เจนมองมาที่ผมด้วยสายตาอ้อนวอนน้ำตาเริ่มเอ่อคลอ ผมรู้ว่าคำพูดของเธอมีความหมายมากเพียงใดแต่ในใจผมกลับรู้สึกว่างเปล่าคำถามว่าทำไมผมถึงไม่สามารถหยุดทำเื่เหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็เพราะความรู้สึกที่อยากแก้แค้น หรือ้าพิสูจน์อะไรบางอย่าง
ผมไม่อยากให้เจนต้องกังวลแต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้ดีว่ามันยากเหลือเกินที่จะหยุดสิ่งที่ทำอยู่ผมจึงได้แต่กอดเธอแน่นขึ้น โดยไม่พูดอะไรออกมา
เจนเอื้อมมือมาลูบผมเบาๆก่อนจะกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ “นายยังมีฉันอยู่นะ…นายไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก”
คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแต่ความเงียบก็ยังคงปกคลุมอยู่รอบตัวเราผมรู้ดีว่าความรักของเราจะต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมากมายและผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทางข้างหน้าจะเป็อย่างไร
00.00 น.
ผมแอบเข้าไปในห้องของคุณแคร์แล้วหยิบแล็ปท็อปมาเปิดดูข้อมูลลับของ FIB ภายในมีข้อมูลอยู่มากมายแต่มีไฟล์หนึ่งที่สะดุดตาผม จึงตัดสินใจคลิกเข้าไปดู "กระทรวงแพทยาคม"
ข้อความภายในไฟล์ระบุว่า"กระทรวงแพทยาคม ทำหน้าที่ชำระคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคุณไสยและเวทมนตร์ต่างๆ โดยเป็กระทรวงเก่าแก่ที่มีมาั้แ่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกยุบไปเมื่อวันที่ 25มีนาคม 2434 เพราะถูกมองว่าล้าหลังและไม่ทันสมัย"
แปลกดีนะแต่คงไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่ผมตามหาจากนั้นผมก็คลิกเข้าไปดูอีกไฟล์หนึ่งที่แปลกพอๆ กัน "ลัทธิบูชามาร"
กลุ่มคนที่มีความเชื่อเื่ไสยศาสตร์นำมนุษย์ไปบูชาให้มารตนที่นับถือ พวกเขาเชื่อว่ามารจะให้รางวัลตอบแทน...บ้าบอจริงๆสมัยนี้แล้วยังมีคนเชื่อเื่แบบนี้อยู่อีกเหรอ
หลังจากดูจนพอใจผมก็ปิดแล็ปท็อปและนำไปเก็บไว้ที่เดิม เื่พวกนี้ไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริงแต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรที่จำเป็เลย
ทันใดนั้นเสียงของคุณแคร์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง: "แอบมาเอาของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนิสัยไม่ดีเลยนะ"
ผมยิ้มออกมารู้สึกไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ ก็คุณแคร์เป็ถึงหัวหน้า FIBนี่นา เธอคงรู้ตัวอยู่แล้ว "แล้วทำไมไม่พูดั้แ่ตอนที่ผมเข้ามาล่ะ"
แคร์"นายยังคิดจะออกไปอีกเหรอ"
ปาล์ม"ถ้าผมไม่รีบจัดการ พวกมันต้องมีเหยื่อเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ"
แคร์"ฉันก็ไม่อยากให้นายไปหรอกนะ แต่คงห้ามนายไม่ได้อยู่ดีงั้นอย่าตายล่ะ"
ผมออกไปตามหาพวกโจรลักพาตัวไปสอดส่องแถวที่มีผู้หญิงขายบริการ มีสาวขายบริการเต็มไปหมดมีผู้หญิงคนหนึ่งเธอดูสะดุดตามาก เธอสักยันต์ไว้บนร่ายกายอย่างกับหมอผีสาวแต่มันก็เซ็กซี่ไปอีกแบบ สอดส่องไปเรื่อยๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง
02.00 น.
มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดในรถมีกลุ่มคนแต่งตัวแปลกๆเหมือนจะเป็พวกลัทธิฉุดผู้หญิงที่สักยันต์ขึ้นรถไป ผมเห็นแบบนั้นคิดว่าใช่แน่ๆ เลยแอบตามไปผมต้องตามไปไกลมาก จนไปถึงโบราณสถานร้างพังๆแห่งหนึ่ง นอกเมือง “โครตเหนื่อยเลยเว้ย ไกลชิปหาย”
ผมแอบดูพวกมันเหมือนพวกมันกำลังทำพิธีกรรมอะไรบางอย่างพวกมันเอาร่างผู้หญิงคนนั้นนอนไว้กับพื้นแล้วก็มีเทียนถูกจุดอยู่รอบๆตัวเธอ “ทำอะไรกันวะ หรือว่าเป็พวกลัทธิบูชามาร”
เหมือนผู้หญิงคนนั้นกำลังหมดสติอยู่พวกมันนั่งล้อมหญิงที่ลักพาตัวมา แล้วท่องคาถาอะไรก็ไม่รู้เป็คําศัพท์แปลกๆหรือเพียงเพราะผมได้ยินไม่ชัด เลยฟังไม่ออกเลยแต่ที่แน่ๆการที่มันลักพาตัวผู้หญิงมาต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ“คนพวกนี้ ฆ่าทิ้งเลยดีไหม ไม่ดีกว่ารอดูแปปก่อน”
ผมซ่อนตัวอยู่ในเงามืดพยายามเก็บเสียงให้เงียบที่สุด ขณะที่พวกมันยังคงท่องคาถาต่อไปเสียงพึมพำเ่าั้ดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบๆ เริ่มน่ากลัวขึ้นสายลมเย็นพัดผ่านเย็นะเืทำให้ผมขนลุก ผมจับตามองอย่างระมัดระวัง“บ้าเอ้ย พวกนี้มันทำอะไรกันแน่” ผมพึมพำกับตัวเองรู้สึกได้ว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากลพวกมันดูตั้งใจทำพิธีกรรมนี้มากเกินกว่าที่จะเป็แค่การแสดงอะไรสักอย่าง
ทันใดนั้นหญิงที่นอนอยู่กลางวงล้อมก็เริ่มขยับตัว เบาๆ ก่อนจะเริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรงแต่ถูกกดไว้โดยคนของพวกลัทธิ ผมกำหมัดแน่นรู้ดีว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรจะอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป
พวกลัทธิที่ล้อมรอบอยู่ทุกคนคลานเข้าไปที่ผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางอย่างช้าๆแล้วฉีกเสื้อผ้าของเธอออกจนหมด จากนั้นพวกมันก็ถอยกลับไปที่เดิมหัวหน้าลัทธิจึงพูดขึ้น "ท่านมารได้โปรดรับเครื่องบูชานี้ไป หญิงงามทรามๆ ที่ท่าน้า"
ผมไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเรือนร่างของหญิงสาวที่กำลังเปลือยอยู่ตรงหน้า"ว้าว สุดยอดเลย คุ้มค่าที่รอคอยจริงๆลวดลายบนตัวเธอมันสุดยอดไปเลย"
ทันใดนั้นแผ่นดินก็สั่นะเืเล็กน้อยบรรยากาศรอบตัวดูน่ากลัวขึ้น ท้องฟ้าเริ่มมีสายฟ้าและลมพัดแรงขึ้นมามีแสงไฟบางอย่างปรากฏขึ้นที่แท่นบูชา คล้ายกับประตูวงกลมจากนั้นก็มีบางสิ่งบางอย่างโผล่ออกมา ขาขนาดใหญ่ก้าวออกมาจากแสงนั้นมันมีนิ้วเท้าเพียง 4 นิ้วพร้อมกรงเล็บที่แหลมคม และิัหยาบกร้าน มันไม่ใช่ขาของสิ่งมีชีวิตบนโลกพื้นที่มันเหยียบถึงกับแตกเป็เสี่ยงๆ มันก้าวมาเพียงครั้งเดียวแต่ผมก็ััได้ถึงแรงสั่นะเื
"นั่นตัวบ้าอะไรวะสัตว์ประหลาดเหรอ"
ผู้หญิงคนนั้นก็กรีดร้องอย่างสุดเสียงจากนั้นก็มีแขนขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากแสงนั้น แขนนั้นเหมือนแขนมนุษย์แต่มีิัหยาบกร้านและขนาดที่ใหญ่กว่ามาก ตามด้วยหัวแล้วในที่สุดมันก็ออกมาทั้งตัว ผมถึงกับตะลึงกับสิ่งที่เห็นมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้แน่นอน มันคือปีศาจ และมันมีอยู่จริง
ลักษณะของมันน่าเกรงขามร่างกายของมันสูงตระหง่าน มีขนาดที่ใหญ่โตอย่างน่าตื่นตระหนกผิวของมันเป็สีดำสนิท หยาบกร้าน ราวกับสร้างขึ้นจากเงามืดของโลกใต้พิภพดวงตาสีแดงฉานเรืองแสงในความมืด แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวและความกระหายมันมีเขาที่ยื่นออกมาจากศีรษะ โค้งงออย่างวิจิตรเหมือนกับปีศาจในนิทานพื้นบ้านแขนขนาดใหญ่ของมันเต็มไปด้วยเส้นเืและกล้ามเนื้อ ดูแข็งแกร่งและทรงพลังมันมีนิ้วที่ยาวและเล็บที่แหลมคมดูราวกับสามารถฉีกทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย
ผมยืนแข็งทื่อจ้องมองสิ่งมีชีวิตที่ดูราวกับมาจากฝันร้ายแม้จะผ่านการต่อสู้และเผชิญหน้ากับความตายมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่ามันต่างออกไปมันไม่ใช่การเผชิญหน้ากับมนุษย์ธรรมดาหรืออาชญากร มันคือบางสิ่งที่เหนือธรรมชาติเป็พลังที่เกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้
หัวหน้าลัทธิ "ท่านมารได้ตื่นขึ้นแล้วขอบูชาให้ท่านด้วยความยินดี"
เสียงของหัวหน้าลัทธิดังก้องไปทั่วบริเวณพวกที่เหลือก็พากันโห่ร้องสรรเสริญพวกมันไม่มีทีท่าจะหวาดกลัวปีศาจตรงหน้าเลยสักนิด กลับกันพวกมันยินดีที่จะยอมมอบตนให้มันโดยไม่ลังเล
ปาล์ม"บ้าชัดๆ นี่พวกมันบูชาปีศาจจริงๆ อย่างนั้นเหรอ"
ขณะที่ผมยังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปจู่ๆ ปีศาจก็ก้มลงไปคว้าร่างของผู้หญิงที่ถูกจับตัวมามันจับเธอไว้แน่นด้วยกรงเล็บขนาดใหญ่ของมันร่างของเธอดูเล็กจิ๋วเมื่ออยู่ในกำมือของมัน เธอกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวทว่าไม่มีใครในลัทธินั้นที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอแม้แต่น้อย
ปาล์ม"ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่งั้นเธอได้ตายแน่!"
ใจผมสั่นแต่ในที่สุดผมก็ตัดสินใจ ผมไม่ใช่ฮีโร่ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยผมก็จะกลายเป็พยานเงียบๆ ให้กับการสังเวยที่น่าสยดสยองนี้
ปีศาจพูดขึ้นมาด้วยเสียงใหญ่“เครื่องสังเวยรอบนี้ไม่เบานิ เอามาเป็คอลเล็กชันเมียเก็บได้เลย”
หัวหน้าลัทธิ“เราส่งเครื่องสังเวยให้ครบแล้วได้โปรดท่านอัสโมดัส บาปแห่งราคะมอบพรให้พวกเราด้วย”
ปาล์ม อัสโมดัสบาปแห่งราคะ เหรอผมได้ยินไม่ผิดนี้เ้านี้มันคือปีศาจ“อัสโมดัส บาปแห่งราคะ เหรอเื่พวกนี้มีจริงเหรอ”
อัสโมดัส:“ได้สิแต่ก่อนอื่นพวกเ้าทุกคนรุมข่มขืนผู้หญิงคนนี้ซะพอดีข้าอยากดูอะไรสนุกๆ”
ปาล์มยิ้มเล็กน้อย ่นี้ผมเจอแต่อะไรแปลกๆทำเอาใจเต้นเลย“เดี่ยวมนุษย์กินคน เดี่ยวั์ แล้วนี้มารอีกชักน่าสนุกแล้วสิโลกนี้”
อัสโมดัสยิ้มเหี้ยมเกรียมดวงตาของมันเป็ประกายชั่วร้ายขณะที่พวกสาวกเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่นอนอยู่ตรงกลางเตรียมทำตามคำสั่งของมารร้าย ผมรู้สึกถึงบรรยากาศหนักอึ้งรอบตัวเหมือนความชั่วร้ายแผ่ขยายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทุกอย่างรอบตัวเงียบงันมีเพียงเสียงลมหายใจของพวกสาวกลัทธิที่ใกล้จะทำบาปตามที่มารตนนั้นสั่ง
ผมไม่ได้รอให้พวกมันลงมือตอนนั้นเองที่ผมยิ้มออกมา ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้แต่ผมไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ผมหยิบปืนขึ้นมา แล้วในพริบตาเดียวพวกมันทั้งหมดก็นอนจมกองเืไปพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นมันเป็การฆ่าที่รวดเร็ว ไม่มีความลังเล ทุกคนตายหมดก่อนที่จะได้ทำอะไรเลย
ผมเดินไปเผชิญหน้ากับอัสโมดัสโดยมีร่างของผู้หญิงคนนั้นนั่งเปลือยอยู่ตรงกลางมารตนนั้นดูไม่ได้โกรธเคืองแต่กลับยิ้มกว้างขึ้นเหมือนกับเห็นของเล่นใหม่ที่น่าสนุก มันโน้มตัวลงมาใบหน้าที่ใหญ่โตของมันลดระดับลงมาจนอยู่ในระดับเดียวกับผมดวงตาสีแดงเพลิงจ้องมองผมราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจของผม
อัสโมดัสพูดด้วยเสียงทุ้มลึกที่ก้องไปทั่วพื้นที่“เ้ามนุษย์ เ้าคิดจะท้าทายข้าเหรอ หึๆข้านึกว่ามนุษย์อย่างเ้าจะรู้จักความกลัวเสียอีกแต่ดูเหมือนเ้าจะเป็พวกที่ชอบเล่นสนุกไม่ต่างจากข้าเลยนะ ว่าไงสนใจร่วมสนุกกับข้าไหมล่ะ”
ผมจ้องกลับไปที่มันโดยไม่หวั่นเกรงแม้ว่าร่างกายมันจะใหญ่โตมหึมา ขนาดของมันสูงถึง 6 เมตร แต่ในตอนนี้ผมกลับไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย “สนุกงั้นเหรอ งั้นลองมาสนุกกันดูสิมาดูกันว่ามารอย่างแกจะทนความสนุกได้แค่ไหน!”
แล้วผมก็เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะเป็การต่อสู้ที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิตของผม
ปาล์ม“ฉันมาเพื่อช่วยผู้หญิงคนนั้น”
อัสโมดัส“ช่วยเหรอ ช่วยเมียข้าเนี่ยนะ”
ปาล์ม“เมียเหรอ”
ผู้หญิงคนนั้นเธอพูดขึ้นมา“ฉันไม่ใช่เมียแกนะ”
อัสโมดัส“ทำไมจะไม่ใช่หละ เ้าพวกนั้นสังเวยเ้าให้ข้าแล้ว”
ปาล์ม“เมื่อกี้แกยังสั่งเ้าพวกนั้นไปข่มขืนเธออยู่เลยนะคนบ้าอะไรทำกับคนรักเพียงคนเดียวแบบนี้วะ”
อัสโมดัส“ฮาฮาฮา คนรักเหรอ เพียงคนเดียว ฮาฮาฮา พอดีฉันไม่ไช่คนวะและอีกอย่างฉันมีเมียเป็ร้อยไม่สิเป็พันหรือเป็หมื่นไม่รู้สิจำไม่ได้ ฮาฮาฮา”
ปาล์ม“โคตรทุเรศเลยวะ แต่ก็น่าอิจฉานิดๆ”
อัสโมดัส“ก็ฉันเป็มารราคะนิ”
ปาล์ม“จะอะไรก็ชั่ง แต่คงปล่อยให้แกเอาผู้หญิงคนนี้ไปไม่ได้”
อัสโมดัสหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเสียงหัวเราะของมันก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณราวกับเสียงสะท้อนจากขุมนรกที่ไม่มีทางหลุดพ้น มันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดสนิทก่อนจะลดสายตามาที่ผม ดวงตาของมันเป็ประกายเย้ยหยัน
"เ้านี่ตลกดีจริงๆมนุษย์น้อย เ้าคิดว่าเ้าจะหยุดข้าได้งั้นเหรอ ข้าเป็บาปแห่งราคะผู้ซึ่งความปรารถนาทั้งหมดของโลกนี้เ้าไม่มีวันเข้าใจถึงพลังของข้าหรอก"
ผมยืนจ้องมันด้วยสายตาที่แน่วแน่แม้ขนาดของมันจะยิ่งใหญ่และพลังอำนาจของมันจะดูเกินต้านทาน แต่ผมก็ยังไม่ถอย"ไม่ต้องมาพูดมากแกก็แค่มารที่ชอบกักขังคนอื่นไว้เป็เครื่องเล่นเท่านั้นแหละ แต่ไม่ใช่วันนี้ฉันจะไม่ให้แกได้ตัวเธอไป"
ผู้หญิงคนนั้นดวงตาของเธอสั่นระริกด้วยความกลัวแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ฉันไม่ยอมเป็เครื่องสังเวยของแกหรอกไม่ว่าจะแกหรือพวกลัทธิบ้าบอพวกนั้น"
อัสโมดัสหัวเราะอีกครั้งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ดี ดีมากข้าชอบผู้หญิงที่มีความมุ่งมั่นแบบนี้ ยิ่งทำให้ข้าสนุกมากขึ้นเ้าเองก็เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะข้าจะเล่นกับเ้าจนกว่าข้าจะพอใจ ฮาฮาฮา"
ผมรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ง่ายแต่ไม่มีทางเลือกอื่น ผมต้องช่วยผู้หญิงคนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"งั้นมาดูกันว่าใครจะเล่นกับใครกันแน่!"
ผมในสายตามันคงไม่ต่างจากที่มนุษย์อย่างเรามองมดตัวหนึ่งแต่ผมจะให้มันได้รู้ว่ามดตัวนี้มันกัดเจ็บแค่ไหน “ชาตินี้ได้ลองสู้กับมารสักครั้งจะเป็ไรไป”
ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นมา“หยุดก่อน คุณคือ PALMER46 สินะฉันเคยได้ยินและเห็นฝีมือของคุณอยู่บ้าง แต่ขอบคุณนะที่คิดจะช่วยฉันฉันเองก็มีความรู้เื่ไสยศาสตร์อยู่บ้าง นั้นมันเป็ถึงระดับมารเลยนะมนุษย์อย่างเราไม่มีทางสู้ได้หรอก ไม่จำเป็ต้องสู้หรอก”
อัสโมดัส“พูดได้ดีนิ งั้นฉันขอรับตัวเธอไปเลยแล้วกัน”
ผมเองก็รู้ตัวดีว่าไม่อาจเอาชนะไอมารนี้ได้หรอกแต่ถ้าปล่อยให้ผู้หญิงไร้ทางสู้โดนเอาตัวไปมันก็ไม่ใช่ผมนะสิ:“เดียวก่อน เธอชื่ออะไร”
มายา“ฉันชื่อมายา”
ปาล์ม“ฉันขอถามเธอหน่อยเธอไม่จำเป็ต้องคิดว่าเ้านั้นเป็ถึงระดับมารและฉันเป็แค่มนุษย์เธอนะตอบฉันมาแบบตรงๆ ไม่จำเป็ต้องนึกถึงฉันต่อให้อีกฝ่ายเป็ถึงระดับมารฉันก็จะช่วยเธอ เธออยากไปกับมันจริงเหรอ”
มายาน้ำตาเธอซึมไหลออกผู้ชายคนนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ มนุษย์ที่คิดสู้กับมาร“ไม่ ฉันไม่อยากไป ฉันอยากให้คุณช่วย”
อัสโมดัสยิ้มกว้างอย่างเย้ยหยันพร้อมกับแผ่รังสีอันน่าขนลุกที่แผ่ออกมาจนทำให้พื้นที่โดยรอบรู้สึกเย็นะเืแม้จะเป็ปีศาจที่มีบาปแห่งราคะเป็จุดเด่นแต่ในตอนนี้สิ่งที่สะท้อนออกจากมันคือความอำมหิตที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจต่อต้านได้
"ฮาฮาฮาเ้ากล้าท้าทายข้าจริงๆ หรือ มนุษย์ เ้ามันช่างน่าสมเพชข้าจะทำให้เ้ารู้ซึ้งถึงความอ่อนแอของเผ่าพันธุ์เ้าเอง"
ผมยืนนิ่งพร้อมกับหรี่ตามองมัน"ไม่ต้องมาขู่ให้เสียเวลาแกก็แค่ปีศาจที่เอาความหวาดกลัวมาเล่นสนุกกับคนอื่นเท่านั้น แต่ไม่ใช่วันนี้แกจะไม่ได้เอาตัวเธอไปไหนทั้งนั้น!"
ผู้หญิงที่ชื่อมายาเริ่มร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้มของเธอ เธอรู้ว่าการเผชิญหน้ากับอัสโมดัสไม่ใช่เื่ง่ายมันเป็การต่อสู้ที่แทบไม่มีโอกาสชนะแต่เธอก็รู้ว่าถ้าปล่อยให้ปีศาจนี้เอาตัวเธอไปชีวิตเธอจะไม่มีวันกลับมาเป็เหมือนเดิม
"คุณบ้าไปแล้วแต่ฉันก็ขอบคุณนะที่กล้าทำเพื่อฉัน" เธอพูดพลางสะอื้น
"ไม่เป็ไรเธอแค่บอกว่าจะไม่ยอมไปกับมัน นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับฉัน"ผมพูดโดยไม่หันกลับไปมองเธอ แม้ในใจลึกๆ จะหวั่นไหวแต่ในสถานการณ์นี้ไม่มีเวลาให้ลังเล
อัสโมดัสค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับหัวเราะเยาะในลำคอ "เ้ากล้าดีแต่ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่า ความกล้านั้นไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า"
แล้วการต่อสู้ที่ไม่น่าเป็ไปได้ก็เริ่มขึ้นผมพุ่งเข้าไปหาอัสโมดัสโดยไม่ลังเล ใช้มีดในมือแทงเข้าที่ขาของมันแม้รู้ว่ามันอาจจะไม่สร้างความเสียหายมากนักแต่ผมก็ต้องหาทางยื้อเวลาเพื่อช่วยมายาให้ได้
"ลองมาเจอฝีมือของมนุษย์ดูสิไอปีศาจ" ผมพุ่งเข้าไปหาอัสโมดัสด้วยความเร็วที่ผมเคยมั่นใจว่าต่อกรกับใครก็ได้แต่เมื่อมีดในมือแทงเข้าที่ขาของมัน ผลที่ได้กลับตรงกันข้ามแรงกระแทกจากการแทงมันเหมือนแทงเข้ากับหินแข็ง ไม่มีเืไหลออกมาไม่มีเสียงร้องด้วยความเ็ปจากมัน มีดของผมกลับเด้งออกจากิัของปีศาจเหมือนกับว่าผิวของมันสร้างมาจากเหล็กกล้า
"บ้าเอ้ย"ผมสบถออกมาในใจ แม้แรงกระแทกนั้นจะส่งผลให้มือผมชา แต่ผมไม่มีเวลาคิดผมหมุนตัวกลับมาแทงซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายของผมคือหน้าอกของมัน ผมะโขึ้นแทงด้วยกำลังทั้งหมดที่มี
ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม—เสียงมีดกระแทกกับอะไรบางอย่างที่แข็งยิ่งกว่าหินมันไม่ะเืแม้แต่น้อย ผมรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่ย้อนกลับมาจนแขนผมสั่นไปทั้งแขน
อัสโมดัสหัวเราะลั่นเสียงหัวเราะของมันดังก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับความพยายามของผมเป็เพียงเื่ขบขัน
"เ้ามนุษย์เ้าคิดจริงๆ หรือว่า มีดเล่มเล็กๆ นั้นจะทำอะไรข้าได้ ฮาฮาฮา! ข้าคืออัสโมดัสบาปแห่งราคะ ข้าเหนือกว่าทุกอย่างบนโลกนี้ เ้าไม่มีวันทำร้ายข้าได้"
มันยกมือขึ้นสูงก่อนที่จะเหวี่ยงลงมาผมพยายามจะะโหลบ แต่มันเร็วเกินไปผมรู้สึกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงเข้ามาปะทะที่ร่างของผมตัวผมลอยกระเด็นออกไปชนเข้ากับกำแพงหินของโบราณสถานผมรู้สึกถึงเืที่ไหลออกจากปาก เ็ปจนแทบขยับตัวไม่ได้
ผมนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นมองเห็นอัสโมดัสเดินเข้ามาใกล้ มันยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย
"ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้งมนุษย์หากเ้าคิดว่าความพยายามเล็กน้อยของเ้าในครั้งนี้จะสามารถปกป้องหญิงสาวผู้นี้ได้ข้าจะสนุกกับการบดขยี้เ้าให้เป็ผุยผง"
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของผม"นี่เราบ้าจริงๆ นะ ที่คิดจะสู้กับมารตัวนี้" แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยืนขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะต้องใช้กำลังมากแค่ไหน ผมก็จะไม่ยอมแพ้
ผมะโหลบการโจมตีของอัสโมดัสความเร็วของมันมหาศาล แต่ประสบการณ์การต่อสู้หลายปีทำให้ผมยังพอเอาตัวรอดได้แม้จะรู้ดีว่าโอกาสชนะมีน้อยนิด แต่ผมก็ยังไม่หยุดพยายาม
ผมรั่วะุปืนไปที่หัวของมันะุแต่ละนัดที่ผมยิงออกไปถูกเล็งอย่างแม่นยำยิงไปที่จุดสำคัญที่ควรจะสร้างความเสียหายให้มากที่สุดเสียงปืนดังก้องในโบราณสถานเก่า ผมยิงจนะุหมดและไม่มีอะไรเหลือ แต่กลับไร้ผละุทุกนัดเหมือนเพียงแค่สะกิดิัของปีศาจ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนบนหัวของมัน
"ทำไมแกไม่เจ็บบ้างวะ!"ผมะโออกมา แต่ความโกรธและความสิ้นหวังของผมก็ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนไป
ผมทิ้งปืนที่ไร้ะุลงพื้นก่อนจะชักมีดที่เหลือออกมา ผมพุ่งเข้าไปหวังใช้มีดแทงที่คอของมันแต่มีดกลับหักครึ่งเมื่อกระแทกเข้ากับิัแข็งเหมือนเหล็กกล้าของปีศาจผมหยุดนิ่ง มองดูมีดที่แตกออกในมือของผม ตอนนี้ผมไม่มีอะไรเหลือแล้ว
อัสโมดัสหัวเราะลั่นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยมันยกมือขึ้นเป่าลมเบาๆ ใส่ผมลมที่มันเป่าออกมาเพียงแค่กระแสเดียวกลับมีพลังมหาศาลร่างของผมลอยกระเด็นไปชนกับกำแพงหินอีกครั้ง แรงกระแทกทำให้ผมรู้สึกเหมือนกระดูกทุกชิ้นในร่างกายจะแตกออก
แต่แม้จะเ็ปขนาดไหนผมก็ยังคงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ร่างกายของผมเต็มไปด้วยาแ เืไหลออกมาไม่หยุดแขนข้างหนึ่งห้อยลงอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่ผมยังไม่ยอมแพ้
"แกไม่สามารถฆ่าฉันได้ง่ายๆหรอก" ผมพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง แม้ร่างกายจะบอบช้ำแต่ผมก็ยังคงยืนหยัดมาสู้ต่อไป ไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร ผมจะไม่ยอมแพ้
อัสโมดัสยืนมองผมด้วยความสนใจมันยิ้มเยาะเหมือนกำลังสนุกกับความพยายามที่ไร้ผลของผม
“ข้าต้องยอมรับในความกล้าของเ้ามนุษย์ อย่างแกมีไม่กี่คนที่ทนทานขนาดนี้” อัสโมดัสพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูชื่นชมแต่แฝงไปด้วยการเย้ยหยัน “ในอดีต มนุษย์ 28 คน…ไม่สิ 28พระองค์ เคยยืนหยัดต่อหน้าข้า และพวกเขา…เอาชนะข้าได้”
ผมหยุดชะงักเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงในขณะที่พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่มันพูด
“เอาชนะงั้นเหรอ”ผมพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่เข้าใจความหมายของมัน “พวกเขาเป็ใครกัน?”
อัสโมดัสหัวเราะเบาๆและมองลงมาที่ผม “ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเขาเป็ใคร เ้าจะรู้ไปทำไม?หรือเ้าคิดว่าเ้าจะเป็คนที่ 29 งั้นหรือ”
แม้ผมร่างกายจะบอบช้ำหนักแต่หัวใจยังคงมุ่งมั่น “ใช่ ฉันจะเป็คนที่ 29 ที่เอาชนะแกให้ได้!”
อัสโมดัสหัวเราะออกมาเสียงดังและก้าวเข้ามาใกล้ผม ร่างใหญ่โตของมันบดบังทุกอย่างรอบตัว แต่ในดวงตามันผมเห็นประกายบางอย่างที่ดูเหมือนจะท้าทายผมเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้โอกาสเ้า” มันพูดพร้อมยิ้มเยาะ “ข้าจะต่อยเ้าแค่ครั้งเดียวหากเ้าทนรับมันได้ และยังมีชีวิตอยู่ข้าจะยอมแพ้และกลับไปยังนรกโดยไม่แตะต้องเ้าอีกแต่หากไม่…เ้าก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ผมกัดฟันแน่นความเ็ปที่ร่างกายไม่ได้สำคัญอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโอกาสนี้โอกาสที่จะปกป้องผู้หญิงคนนั้น และหยุดปีศาจตรงหน้า
“ตกลง”ผมตอบพร้อมกับเตรียมใจรับการโจมตีที่จะมาถึง
อัสโมดัสยิ้มแสยะก่อนที่จะยกหมัดขนาดใหญ่ขึ้นมันมองผมอย่างเย้ยหยันราวกับว่ามันมั่นใจในผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
“เตรียมตัวตายได้เลยมนุษย์”
แล้วมันก็เหวี่ยงหมัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ปาล์มยืนอ้าแขนออกพร้อมที่จะรับหมัดของอัสโมดัสความเงียบปกคลุมใน่เสี้ยววินาทีก่อนที่หมัดใหญ่โตของปีศาจจะพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วและแรงมหาศาลหมัดนั้นพุ่งชนเข้ากับร่างของปาล์มจนทำให้เืกระเซ็นออกจากร่างกายของเขาไปทั่วปาล์มถูกแรงปะทะพัดลอยไปไกล จนตัวเขาตกลงไปในทุ่งนาที่ห่างไกลจากจุดเดิม
อัสโมดัสเดินตามไปดูสถานที่ที่ปาล์มตกลงไปเมื่อมันมาถึง สิ่งที่มันเห็นคือร่างของปาล์มที่บอบช้ำอย่างสาหัสเืสาดกระจายทั่วทั้งพื้นร่างกายของเขาดูเหมือนจะไม่สามารถรอดจากการโจมตีครั้งนี้ได้อีกแล้วแต่ท่ามกลางาแและความเ็ป หัวใจของปาล์มยังคงเต้น แม้จังหวะจะช้าลงอย่างมากลูกตาของปาล์มยังคงจ้องมองไปที่ใบหน้าของอัสโมดัสด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
อัสโมดัสยืนนิ่งมองมนุษย์ตรงหน้าที่ทนรับหมัดของมันไว้ได้ แม้จะใกล้ตาย แต่ปาล์มยังคงฝืนเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อและเอาชนะมันมันรู้สึกนับถือในจิตใจที่แข็งแกร่งของมนุษย์ผู้นี้
อัสโมดัสยื่นมือไปพร้อมกับใช้พลังของมันรักษาร่างกายของปาล์มให้กลับมาเหมือนเดิม ราวกับไม่เคยเกิดการต่อสู้ขึ้นมาก่อน
“เ้าชนะแล้วมนุษย์” อัสโมดัสกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น มันยอมรับความพ่ายแพ้ในที่สุด“ข้าจะทำตามสัญญา และกลับสู่นรกตามที่ข้าได้กล่าวไว้”
มันหันไปมองมายาหญิงสาวที่เคยเป็เครื่องบูชา “และตามที่ข้าสัญญา เธอจะไม่เป็เมียของข้าอีกต่อไปแต่จะเป็เมียของเ้าแทน ถือว่าเป็รางวัลสำหรับชัยชนะของเ้า”
ปาล์มยังคงนิ่งมองดูร่างกายที่ได้รับการรักษากลับมาและหันไปมองมายาที่ดูโล่งใจที่รอดจากชะตากรรมที่เลวร้าย
“ข้าจะกลับไปแต่เ้าจงระวังไว้ มนุษย์ ข้าอาจจะกลับมาอีกในสักวันหนึ่งเมื่อโลกนี้เรียกร้องให้ข้ากลับมาอีกครั้ง”
ก่อนที่อัสโมดัสจะจากไปมันหันกลับมามองมายาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ร่างั์ของมันทาบทับความมืดรอบตัว“เ้ารอดพ้นจากการเป็เมียของข้าวันนี้ก็จริง แต่จงจำไว้ หากวันใดที่เ้าเปลี่ยนใจอยากได้พลังที่เกินกว่าที่เ้าจะคาดคิดได้ จงเรียกนามของข้าให้สุดเสียง และตามด้วยคำว่า'ข้าขอถวาย' ในวันนั้น เ้าจะได้เป็เมียของข้าพร้อมพลังที่ไม่มีมนุษย์คนใดเคยได้รับมาก่อน”
คำพูดของมันดังก้องในอากาศราวกับคำสาปที่หลงเหลืออยู่ อัสโมดัสหัวเราะเบาๆ แล้วค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดปล่อยให้ท้องฟ้ากลับสู่ความสงบอีกครั้งเหลือไว้เพียงมายาและปาล์มที่ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัด
เมื่อมายาขอบคุณปาล์มเธอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและกล่าวเสียงเบาๆ “จากนี้ไปฉันคือของคุณแล้ว คุณช่วยชีวิตฉัน คุณสมควรได้รับทุกสิ่งที่ฉันมี”
เธอจับมือของปาล์มและนำไปวางไว้ที่หน้าอกของเธอปาล์มรู้สึกถึงความอบอุ่นของเรือนร่างเธอ และชั่วขณะหนึ่งเขาก็หลงไปในเสน่ห์ของเธอมายาเคลื่อนมือของเธอลงไปยังจุดที่ลึกกว่านั้น ล่วงลงไปในกางเกงของปาล์มและอีกมือของเธอก็พยายามจะเปิดหน้ากากของเขาออก
แต่ในวินาทีนั้นเองสติของปาล์มกลับคืนมา เขารู้ว่าเขามีคนที่รักอยู่แล้ว ใจเขาไม่ได้อยู่กับมายาแต่กับเจนที่เขาเคยสัญญาว่าจะดูแล
ปาล์มจับมือของมายาไว้เบาๆแล้วพูดอย่างหนักแน่น “ฉันขอโทษนะมายา ฉันไม่สามารถทำแบบนี้ได้...ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว”
มายาชะงักและจ้องมองเขาด้วยความเข้าใจความหวานที่แฝงอยู่ในสายตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็ความเคารพและยอมรับเธอถอนมือออกช้าๆ แล้วก้าวถอยหลังอย่างสงบ
เมื่อมายาเสนอรางวัลใหม่ให้ปาล์มในรูปแบบของการดูดวงปาล์มก็ยอมตกลงแม้ว่าเขาจะไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายจากการนี้
มายาจับมือปาล์มขึ้นมาและหลับตาลงเธอเงียบไปสักพักใหญ่ๆ แล้วจู่ๆ น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาปาล์มรู้สึกถึงความเงียบสงบแต่น่ากังวล เขารู้สึกเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาจึงถามมายาเสียงเบาๆ "เกิดอะไรขึ้นเหรอ"
มายาเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วและตอบด้วยเสียงที่ดูปกติแม้จะมีความเศร้าลึก ๆ ซ่อนอยู่ "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันคงฝีมือตกไปไม่เห็นอะไรเลย"
ปาล์มที่ไม่ได้คาดหวังอะไรจากการดูดวงครั้งนี้ก็ยักไหล่เบาๆ และขอตัวกลับ "งั้นฉันขอตัวก่อนนะ"
ก่อนที่ปาล์มจะเดินจากไปมายากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแต่แฝงไปด้วยความเมตตา "ฟังฉันนะคะ...มีพบกันก็ย่อมมีจากกัน เป็เื่ธรรมดาของชีวิต คุณอาจจะเ็ปจนถึงขีดสุดแต่ในสักวันคุณก็จะพบมันอีกครั้ง ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักอีกแล้ว...ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดนะคะ"
ปาล์มหยุดฟังเธอครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป คำพูดของมายายังคงก้องในใจของเขาแม้ว่าเขาจะไม่แสดงออกแต่ภายในใจของเขาเริ่มที่จะครุ่นคิดเกี่ยวกับคำพูดเ่าั้
หลังจากที่ปาล์มเดินจากไปมายาไม่สามารถห้ามน้ำตาของเธอได้อีกต่อไป น้ำตาหลั่งไหลออกมาอย่างเงียบ ๆขณะที่เธอหวนคิดถึงภาพที่เธอเห็นเมื่อสักครู่
"ฉันเห็นอดีตปัจจุบัน และอนาคตของเขา... ทุกอย่าง..." เธอพูดกับตัวเองด้วยเสียงสั่น ๆทำไมโลกใบนี้ต้องโหดร้ายกับปาล์มเช่นนี้ เขาเป็เพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกดึงเข้ามาสู่ความโหดร้ายและการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ความคิดค้างคาอยู่ในหัวของเธอ"ฉันควรจะบอกเขาไหม" แต่ลึก ๆ ในใจมายารู้ดีว่าถึงบอกไป เขาก็จะไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเองได้อยู่ดี
"เขาคงรับมันไม่ได้แน่..."มายาหลับตาแน่น ขอโทษในใจให้กับสิ่งที่เธอรู้ว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้การรู้ถึงอนาคตนั้นไม่ใช่พร แต่เป็ภาระที่หนักอึ้ง
"การจากกันเป็ทุกข์..."เธอพึมพำเบา ๆ "ไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องจากกัน…ไม่มีใครหนีความจริงข้อนี้พ้นได้" มายาปล่อยให้ความเศร้าครอบงำจิตใจเธอแต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่านี่คือความเป็จริงของโลกใบนี้ความโหดร้ายที่ไม่มีใครหนีพ้น
ปาล์มกลับถึงบ้านและเพียงก้าวแรกที่เดินเข้ามา ก็พบว่าเจนยืนรออยู่ตรงประตูสีหน้าเธอดูเคร่งเครียดและเหนื่อยล้า ทันทีที่เห็นเขาเจนถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "นี้นายแอบออกไปอีกแล้วเหรอ?"
ปาล์มคิดในใจว่า"ชิปหายละ... เจนต้องโกรธมากแน่ๆ ถึงขนาดรอจนดึกขนาดนี้เลยเหรอ"เขารู้สึกได้ว่าต้องโดนดุแน่ๆ แต่ก่อนที่เขาจะหาคำแก้ตัวได้เจนก็วิ่งเข้ามากอดเขาทันที
"ฉันเป็ห่วงนายมากนะ"เธอพูดทั้งน้ำตาไหลอาบแก้ม ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเจนทำให้ปาล์มรู้สึกผิดแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ััได้ถึงความรักและความห่วงใยที่เธอมีให้