“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับท่านซิ่วซิ่นหรือว่าท่านจะคิดถึงท่านพี่เหิงจนควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่”ศิษย์ใจกล้าคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาทักทาย
“ไม่เจอหน้าแค่แปปเดียว เ้าก็เป็คนที่กล้าขึ้นไม่น้อยเลยนะ” นางคว้าคอเสื้อชายหนุ่มผู้เป็ศิษย์และกระชากเข้ามากใกล้ตัว“เซี่ยหลิว”
“ขะ... ข้าพูดเล่นน่ะ ท่านซิ่วซิ่น”
นางได้ยินเช่นนั้นจึงละมือออกไปจากนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง
“แล้วอะไรที่ทำให้ท่านอารมณ์เสียแบบนี้งั้นหรือท่านซิ่วซิ่น”จากคำถามนี้แสดงว่าข่าวท่านพี่เหิงถูกจับ และล่าสุดก็คือถูกสังหารโดยจิ่นเลี่ยนนั้นยังไม่ได้ถูกนำมาบอกต่อ ซิ่วซิ่นกังวลอยู่ว่าควรจะเก็บเื่นี้เอาไว้เป็ความลับหรือไม่
แต่หากบอกเื่นี้กับคนอื่นแล้วคงจะเกิดเื่วุ่นวายภายในไม่น้อยดังนั้นทางที่ดีแล้วควรจะเก็บเป็ความลับไว้ก่อนแต่เื่ที่ท่านพี่เหิงถูกฆ่านั้น ซิ่วซิ่นยังไม่ปักใจเชื่อถึงแม้ว่าในวันนั้นจะเห็นคราบสีแดงเลอะอยู่ทั่วพื้นห้องขังเมื่อตอนนั้นก็ตาม
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”ซิ่วซิ่นว่าแบบนั้นก่อนจะเดินหนีออกมาจากลานฝึกโดยไม่สนใจเซี่ยหลิวที่ยืนงงอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย
เกี่ยวกับจดหมายนั่นที่ซิ่วซิ่นขยำและทิ้งเอาไว้บนโต๊ะท่านประมุขจิ่นเลี่ยนได้มันมาจากไหน หรือว่าเขาแอบเข้าไปขโมยออกมา…อีกอย่างถ้าหากจิ่นเลี่ยนเป็คนเขียนจดหมายนี้ขึ้นมา แล้วลายเซนต์ของท่านประมุขที่ด้านล่างจดหมายเขาเอามาจากไหน ถ้าหากท่านประมุขเป็คนประทับตราจริง ๆ
ท่านประมุขก็ควรมาเข้าร่วมประชุมกับซิ่วซิ่นหรือความจริงแล้วมันจะเป็ตราประทับที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาอีกคราหนึ่ง
ยิ่งคิดก็ยิ่งพบกับทางตันเบาะแสที่มีก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่ความสงสัยกับผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อนนางก็ไม่ได้ถนัดเื่พวกนี้เสียเท่าไหร่ จะปรึกษาใครอื่นก็กลัวจะทำให้แตกตื่นคนที่รู้เื่นี้ดีคงจะมีเพียงท่านประมุขหวังหลวนเซียน
แต่ไปพบท่านประมุขบ่อย ๆ มันก็ใช่ทีภารกิจลับที่ได้รับมานี้อาจจะถูกเปิดเผยก็เป็ได้หากทำเช่นนั้น
จิตใจของนางในตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด ภายในหัวก็คิดแต่เื่ของเหิงเยว่จนไม่สามารถตั้งจิตเพื่อบ่มเพาะพลังได้