ยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 33 การลอบสังหารยามดึก


            หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งโตวโตวก็ยังไม่ทราบว่าคำพูดของหานโม่หมายความว่าเช่นไรแต่หานโม่บอกให้มันรอมันก็จะรออย่างตั้งใจ  อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างวันที่หลบซ่อนตัว มันหลับไปเป็นเวลานาน เช่นนั้นคืนนี้ก็คงนอนไม่สามารถนอนหลับได้แล้ว ดังนั้นมันจึงเลียนแบบท่าทางของหานโม่โดยการจิบชาคำแล้วก็กินขนมคำด้วยท่าทางที่สบายใจมาก

            หานโม่หลับตาลง หลังจากนั้นเพียงไม่นานก็ผล็อยหลับไป

            ช่วงเวลายามค่ำคืนมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ ขนมทั้งสองจานของโตวโตวหมดลงแล้วส่วนชาร้อนๆ ก็สูญเสียอุณหภูมิไปแล้วเช่นกัน ทันใดนั้นเองยามค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบก็เริ่มมีเค้าลางของความวุ่นวายขึ้นมาแล้ว

            โดยความวุ่นวายนี้ แน่นอนว่าต้องผู้ที่มีประสาทสัมผัสได้ไวเท่านั้นจึงจะสามารถรับความรู้สึกเช่นนี้ได้

            หานโม่ลืมตาขึ้นมาอย่างสงบนิ่ง โตวโตวเองก็บินมาอยู่ข้างเตียงหานโม่เงียบๆมันกำลังจะปลุกนางให้ตื่น

            เมื่อเห็นว่าผู้เป็นเจ้านายรู้สึกตัวแล้ว โตวโตวจึงสื่อสารกับหานโม่ผ่านทางความคิด “นายท่าน มีคนมากมายกำลังเข้ามาใกล้พวกเราขอรับ”

            น้ำเสียงของโตวโตวไม่มีความกังวลเลยแม้แต่นิดเดียว กลับกันมันเต็มไปด้วยความยินดีปรีดาอยู่เล็กน้อยในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

            หานโม่มองไปยังโตวโตว นางมองเห็นความตื่นเต้นที่ห้ามไม่ได้อยู่ภายในดวงตากลมเล็กคู่นั้น ทันใดนั้นก็เงี่ยหูฟังเสียงด้านนอกอย่างตั้งใจทันที

            ดูเหมือนว่าเจ้านกตัวนี้คงจะเบื่อที่โดนขังในตอนกลางวันจริงๆ พอมาตอนนี้ช่างดูคึกคักอย่างยิ่ง

            หานโม่ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบๆ นางขยับตัวราวกับว่ากำลังสวมใส่สิ่งที่ช่วยป้องกันเสียงอยู่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวปราศจากเสียงโดยสมบูรณ์

            นางยัดหมอนไปไว้ใต้ผ้าห่มที่อยู่บนเตียง หานโม่โบกมือส่งสัญญาณให้โตวโตวไปซ่อนตัวในขณะที่นางก็ดีดตัวขึ้นไปอยู่บนคานห้อง

            ตึก ตึก ตึก……

            เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากทั้งใกล้และไกลหานโม่ที่เกาะอยู่บนคานห้องขดตัวให้เล็กลงยิ่งกว่าเดิม ในช่วงเวลากลางคืนนั้นเป็นการยากที่จะมองเห็นได้เมื่อรวมกับหานโม่ที่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าสีดำด้วยแล้ว ไม่ว่าใครมองมาก็คงยากที่จะบอกได้ว่ามีใครคนหนึ่งกำลังซ่อนอยู่บนคานห้อง

            คนเหล่านั้นใช้ประโยชน์จากวิชาตัวเบา แม้จะรู้สึกว่าห่างไกลแต่ด้วยฝีมืออันชำนาญเพียงไม่กี่ลมหายใจก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูเรือนของหานโม่แล้ว

            ไม่รู้ว่าพวกนั้นมั่นใจในฝีมือของตัวเองมากหรือมั่นใจในความแข็งแกร่งของพรรคพวกตนเองกันแน่หลังจากที่คนสองสามคนมาถึงหน้าประตู พวกเขาไม่ได้แม้แต่เป่าฝุ่นควันสลบเข้าห้องเหมือนลงมือในยามปกติด้วยขี้เกียจเกินกว่าจะทำจึงใช้เพียงใบมีดแงะประตูห้องแล้วผลักประตูเดินเข้ามา

            หานโม่ที่หมอบอยู่บนคานห้อง สามารถมองเห็นจำนวนคนและการเคลื่อนไหวต่างๆได้ชัดเจน

            ซึ่งความกล้าหาญของพวกเขานั้นไม่ได้น่าแปลกใจ เพราะความสามารถของพวกเขานั้นคู่ควรกับความกล้าหาญนี้จริงๆ

            ทันทีที่ประตูเปิดออกก็มีคนหลายคนเดินตรงเข้ามาที่เตียงทันทีโดยที่ไม่พูดไม่จาเลยแม้แต่คำเดียวทันใดนั้นกระบี่หลายเล่มก็ฟาดฟันลงไปตรงส่วนที่นูนอยู่บนเตียงทันที

            โดยการกระทำพวกนี้นั้นเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และพวกเขาต่างก็ลงมือได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ว่าหากผู้ที่อยู่บนเตียงจะตื่นขึ้นมาตอนที่ได้ยินเสียงเปิดประตู ก็คงคาดไม่ถึงแน่ว่าผู้ที่บุกรุกเข้ามาจะเคลื่อนที่มาอยู่ข้างเตียงได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้แน่

            แผนการของพวกเขาสามารถเรียกได้ว่าอาภรณ์สวรรค์ไร้ตะเข็บ [1] แม้กระทั่งช่วงระยะเวลาในการลงมือก็ล้วนคำนวณไว้โดยไม่ให้มีการคลาดเคลื่อนเลยแม้แต่น้อย

            แต่สิ่งเดียวที่พวกเขาคิดผิดไปนั่นก็คือหานโม่ไม่ได้นอนอยู่บนเตียง

           ซึ่งบนโลกนี้จะมีคนอยู่ประเภทหนึ่งที่ประสาทสัมผัสการได้ยินแตกต่างจากคนทั่วไป!

            “ไม่มีคน!” เมื่อรู้สึกว่าผ้าห่มนั้นมีความผิดปกติชายชุดดำหนึ่งในนั้นก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็ว จึงตะโกนบอกเหล่าพี่น้องแล้วกำลังล่าถอยออกไป

            แต่อย่างไรก็ตาม ความเร็วของพวกเขายังคงช้าเกินไป

            หานโม่ที่ซ่อนตัวอยู่บนคานห้องกระโดดลงมาอยู่เบื้องหลังพวกเขาอย่างเงียบเชียบในขณะที่ชายชุดดำกำลังจะเปล่งเสียงพูด นิ้วมือเรียวทั้งห้าก็กางออกแล้วคว้าเข้าที่คอของชายชุดดำด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้า

            "อั๊ก......"

            เสียงของชายชุดดำที่ลอดออกมาจากลำคอมีเสียงร้องสั้นๆ เพียงเสียงเดียวในไม่ช้าก็ถูกเสียงกระดูกที่แตกออกเป็นเสี่ยงกลบหายไป

            เมื่อชายชุดดำคนอื่นๆ ได้เห็นภาพนี้ พวกเขาต่างก็ตกใจไปชั่วขณะหนึ่ง

            อย่างไรเสียพวกเขาล้วนเป็นกลุ่มนักฆ่าที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีถึงแม้ว่าจะเห็นพี่น้องของตนเองตกตายไปต่อหน้า พวกเขาก็แค่ตกใจไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นในไม่กี่วินาทีต่อมาร่างกายของพวกเขาก็เล็งกระบี่ไปที่หานโม่ตามสัญชาตญาณทันที

            ทว่าอย่างไรก็ตามหานโม่เองก็สวมชุดสีดำเช่นกันและใบหน้าทั้งหมดก็หลบซ่อนอยู่ด้านหลังหัวของชายชุดดำที่เพิ่งตายไปชายชุดดำคนอื่นๆ สามารถรับรู้ได้เพียงแค่ว่าเวลานี้มีคนตายไปเท่านั้น แต่พวกมันไม่รู้ว่าผู้ที่ทำการสังหารกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่

            ชายชุดดำไม่หันมามองกันเลยแม้แต่น้อย พวกมันกวัดแกว่งอาวุธตามที่คิดแทงโดนชายชุดดำที่ตายไป

           ฟั่บ ฟั่บ ฟั่บ เมื่อได้ยินเสียงกระบี่ฟันเข้าไปในเนื้อ หานโม่ได้เตรียมพร้อมมาตั้งนานแล้วจึงผลักร่างชายชุดดำที่ตายนั้นไปด้านหน้า จนกระบี่ของนักฆ่าที่เหลือจมหายเข้าไปในร่างของชายชุดดำทั้งหมด

            เมื่อเหล่านักฆ่าเห็นว่ามันผิดปกติจึงรีบทิ้งกระบี่ไปแล้วชักมีดสั้นข้างเอวออกมาแทน

            ภายในห้องอันมืดมิด แสงจันทร์ลางเลือนจากด้านนอกส่องกระทบคมมีดจนเป็นประกายเห็นได้ชัดว่านักฆ่าเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนวรยุทธ์มาอย่างยอดเยี่ยมยิ่งนักแต่ผู้ที่ส่งพวกเขามาคงไม่ได้คาดคิดว่าวรยุทธ์ของหานโม่นั้นก็ก้าวหน้าไปมากเช่นกันดังนั้นถึงแม้ว่านักฆ่าที่ส่งมาจะมีฝีมือที่เก่งกาจมากเพียงใด แต่ความเป็นจริงก็คือหานโม่ไม่ได้ใช้พลังยุทธ์เลยตั้งแต่เริ่ม

            หานโม่ตั้งเป้าที่จะใช้โอกาสจัดการกับพวกเขาโดยไม่พลังยุทธ์แม้แต่หยดเดียว

            แม้ว่าการฝึกฝนของนางในตอนนี้จะค่อยๆ ก้าวหน้าแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆแต่สำหรับตระกูลหาน การก้าวหน้าเพียงเท่านี้ของนางไม่อาจกลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ตระกูลหานยอมรับตัวนางอีกครั้งได้ในทางตรงกันข้ามสิ่งนี้อาจกลายเป็นเครื่องย้ำเตือนตระกูลหานให้รีบกำจัดนางโดยเร็ว

            คนตระกูลหานไม่อาจปล่อยให้นางได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นแน่ พวกเขาอาจจะหาทางบังคับนางให้บอกวิธีการฝึกวรยุทธ์อย่างแน่นอนดังนั้นเมื่อใดที่นางเติบโตอย่างสมบูรณ์มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนตระกูลหานไม่อาจสั่นคลอนได้นางจึงจะจำเป็นต้องปกป้องตัวเองให้ดี!

            ทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันไปมานับสิบกระบวนท่า ในฐานะที่เคยเป็นราชินีนักฆ่ารับจ้างแล้วทุกๆ การเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องมาหวนรำลึกเลย ร่างกายของหานโม่สามารถตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติและนักฆ่าพวกนั้นถึงแม้ว่าจะมีฝีมือที่ไม่เลวแต่ว่าในยุคที่ให้ความสำคัญกับการฝึกฝนวรยุทธ์ ท่วงท่าของพวกเขาสามารถกล่าวได้ว่ามันล้ำหน้ากว่าผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธ์ในหมู่เดียวกันอยู่มากแต่หากเป็นการต่อสู้ที่ไม่ต้องพึ่งพาวรยุทธ์แล้ว กระบวนท่าของพวกเขาในสายตาของหานโม่ก็เพียงแค่นั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ

            การโจมตีที่มีข้อบกพร่องมากมายเช่นนี้มีไว้ให้หานโม่ใช้ฝึกซ้อมเท่านั้น ซึ่งหานโม่ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

            ขาข้างหนึ่งถีบเข้าไปที่กลางท้องของนักฆ่าคนหนึ่งหานโม่ยื่นนิ้วมือทั้งห้าออกไปจับลำคอทันทีแล้วก็สามารถจัดการพวกนักฆ่าได้อย่างรวดเร็ว

            การตายของเพื่อนคนหนึ่งทำให้นักฆ่าที่เหลือต่างหวาดกลัว อีกทำให้ท่วงท่าการโจมตีของพวกเขายิ่งดุเดือดรุนแรงมากขึ้นเห็นได้ชัดว่าเป็นวิธีการต่อสู้ของคนที่กำลังสิ้นหวังแล้ว

            ประกายแห่งความดูถูกอยู่ในดวงตาของหานโม่ ด้วยหนึ่งต่อสามก็ไม่ได้เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากอะไรนักแล้วนับประสาอะไรกับหนึ่งต่อสองกัน

            ระยะเวลาเพียงไม่นานหานโม่ก็กำจัดได้อีกคนหนึ่ง จนตอนสุดท้ายเหลือเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นดวงตาของนางเป็นประกาย แต่ก็ตัดสินใจที่จะแสร้งทำท่าว่ากำลังจะพ่ายแพ้ เมื่อชายชุดดำที่บนร่างกายมีบาดแผลทั่วทั้งร่างเห็นว่าหานโม่เริ่มซวนเซราวกับว่ากำลังจะล้มลงเช่นนั้นความหวังของการมีชีวิตอยู่จึงมีมากกว่าความพึงพอใจจากทำภารกิจสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดเขาหันหลังให้กับหานโม่แล้วถีบตัวไปทางประตูห้องราวกับนกนางแอ่นกำลังจะโผบิน

            ในตอนที่ชายคนนั้นหมุนตัวหันกลับไป หานโม่ก็กลับมาทรงตัวได้แล้วดวงตามองตามหลังชายคนนั้นที่กำลังวิ่งออกไป พลันรอยยิ้มก็ค่อยๆปรากฏขึ้นที่มุมปากของหานโม่

          ในที่สุดโตวโตวก็บินออกมาจากหลังประตูมันมาเกาะอยู่บนไหล่ของหานโม่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

            หานโม่เอ่ยถามขึ้นมาทันทีว่า "เจ้าเป็นอะไรหรือ?"

            โตวโตวเงยหน้าทำมุมสี่สิบห้าองศามองไปบนท้องฟ้าสีดำสนิทพลางถอนหายใจเล็กน้อย "โอ้บางครั้งนายท่านก็แข็งแกร่งเกินไป มันจึงทำให้สัตว์เทพผู้พิทักษ์อย่างข้านั้นเศร้าใจเล็กน้อย"

            ........................................................................

             

            เชิงอรรถ

            [1] อาภรณ์สวรรค์ไร้ตะเข็บ หมายถึงสำนวนเปรียบเทียบถึงเหตุการณ์ที่เรียบร้อยราบรื่นรอบด้านไร้ปัญหาอุปสรรคหรือข้อตำหนิใดๆ 

     

    คล้ายกับเรื่องยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592